- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- ตอนที่ 142 Temple Run กับ ฟรุตนินจา !
ตอนที่ 142 Temple Run กับ ฟรุตนินจา !
ตอนที่ 142 Temple Run กับ ฟรุตนินจา !
ตอนที่ 142 Temple Run กับ ฟรุตนินจา !
สมาร์ทโฟนซีรีส์ 'ซิงเย่า' ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนจริง ๆ แม้ว่าในตอนนี้จะเพิ่งมีการเปิดเผยแค่ภาพถ่ายด้านหน้าเพียงภาพเดียวก็ตาม
ส่วนสเปกและฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ นั้นยังไม่มีใครทราบรายละเอียด
ทว่า ผลกระทบที่เกิดจากภาพถ่ายเพียงภาพเดียวนั้น กลับเหนือความคาดหมายของผู้คนไปมาก
นั่นก็เพราะโทรศัพท์ในภาพนั้นดูสวยงามล้ำยุคและให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากโลกไซไฟสุด ๆ จนบางคนถึงกับคิดว่า นี่น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่แค่ในหนังไซไฟเท่านั้น
นี่คือเหตุผลเดียวกับที่ว่าทำไมตอนที่บริษัท Apple ของอเมริกาเปิดตัว iPhone ถึงได้ทำให้สื่อต่างประเทศจำนวนมากพากันฮือฮาและขนานนามมันว่าเป็น 'มือถือพระเจ้า'
แต่สำหรับสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าของเจ๋อรัน เทคโนโลยีแล้ว ในแง่ของการออกแบบดีไซน์ภายนอกนั้น ไร้ข้อกังขาเลยว่ามันเหนือกว่า iPhone รุ่นแรกอยู่หลายขุม ทั้งขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า และหากมองแค่รูปลักษณ์ภายนอก ก็ดูสวยงามสบายตากว่าอย่างเห็นได้ชัด
การรายงานข่าวของสื่อมวลชนและเว็บชื่อดังหลายแห่งในประเทศ ประกอบกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดของชาวเน็ต ย่อมดึงดูดความสนใจจากสื่อต่างประเทศบางสำนักด้วยเช่นกัน
อย่าลืมว่า ในต่างประเทศ เจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ไม่ใช่บริษัทหรือแบรนด์เล็ก ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก
ในฐานะผู้นำระดับแนวหน้าของวงการเครื่องเล่น MP3 เจ๋อรัน เทคโนโลยีมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนของหลาย ๆ ประเทศและภูมิภาค
จำนวนผู้ใช้งานที่ใช้เครื่องเล่น MP3 ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีนั้น มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
เพียงแต่ว่า... คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เจ๋อรัน เทคโนโลยี เป็นบริษัทสัญชาติเซี่ย !
แต่สำหรับสื่อต่างประเทศบางสำนักที่มีความคุ้นเคยกับประเทศเซี่ยเป็นอย่างดี พวกเขาย่อมรู้ข้อมูลเบื้องลึกของเจ๋อรัน เทคโนโลยีอย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อได้เห็นเจ๋อรัน เทคโนโลยี โพสต์ภาพหน้าตรงของสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่พวกเขาวิจัยและพัฒนาขึ้นเองบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
แถมสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ที่ถูกตั้งชื่อว่า 'ซิงเย่า' หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ 'RS' กลับเลือกใช้ดีไซน์หน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอ เหมือนกับ iPhone ของบริษัท Apple ในอเมริกาเป๊ะ
ยิ่งไปกว่านั้น รูปลักษณ์ของมันยังดูน่าตื่นตาตื่นใจและดูล้ำสมัยกว่า iPhone แถมยังมีหน้าจอที่ใหญ่กว่าอีกด้วย สิ่งนี้จึงดึงดูดความสนใจจากสื่อต่างประเทศเหล่านั้นได้ในทันที
พวกเขาก็เลยพร้อมใจกันตีพิมพ์บทความรายงานข่าว และแน่นอนว่าต้องหยิบเอา iPhone ของ Apple มาเปรียบเทียบแบบช็อตต่อช็อต สิ่งนี้เองที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคในต่างประเทศได้ไม่น้อย...
และหลังจากที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีประกาศข่าวเรื่องงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าผ่านทางเวยป๋อทางการเรียบร้อยแล้ว ณ ตึกเจ๋อรัน...
หลินเยว่ ซุนถิง และสวี่ไข่ ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่ห้องทำงานของหลี่เจ๋อ
"ประธานหลินครับ เรื่องการยื่นขอใบรับรองมาตรฐานการเข้าสู่ตลาด ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ผมขอมอบหมายให้คุณรับผิดชอบดูแลทั้งหมดนะครับ ต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สมาร์ทโฟนซิงเย่าของเราสามารถวางจำหน่ายพร้อมกันทั้งในและต่างประเทศให้ได้มากที่สุด"
"ผมติดต่อไปหา เจสัน บอสใหญ่ของสำนักงานใหญ่ IDG ที่อเมริกาแล้ว ทางนั้นพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างเต็มที่..." หลี่เจ๋อมองไปที่หลินเยว่และกล่าว
ย้อนกลับไปตอนที่เจ๋อรัน เทคโนโลยี เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานใหญ่ IDG ในอเมริกา ถือหุ้นอยู่ 7.65%
หลังจากนั้น พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่เทขายทำกำไร แต่เมื่อเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องและราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยี พวกเขากลับทยอยกว้านซื้อหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก
ปัจจุบัน สัดส่วนการถือหุ้นเจ๋อรัน เทคโนโลยีของสำนักงานใหญ่ IDG ในอเมริกา ทะลุ 9% ไปแล้ว โดยแตะอยู่ที่ระดับ 9.3% !
และยิ่งไปกว่านั้น IDG สาขาประเทศเซี่ย ก็ยังถือหุ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยีอยู่อีก 8% กว่า ๆ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงมีแรงจูงใจเหลือเฟือที่จะช่วยผลักดันให้สมาร์ทโฟนซิงเย่าผ่านขั้นตอนการรับรองมาตรฐาน และเจาะตลาดอเมริกาและยุโรปได้อย่างรวดเร็ว
"รับทราบค่ะ ประธานหลี่ อีกสองวันดิฉันจะบินไปอเมริกาก่อนเลย เมื่อไปถึง ดิฉันจะรีบติดต่อไปที่ประธานเจสันแห่ง IDG เพื่อดำเนินการยื่นขอใบรับรองมาตรฐานให้สมาร์ทโฟนซิงเย่าค่ะ..." หลินเยว่รีบตอบกลับ
"อืม" หลี่เจ๋อพยักหน้า ก่อนจะกล่าวต่อ "อีกเรื่องนึง สำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในประเทศ ผมจะขึ้นเวทีด้วยตัวเอง แต่สำหรับงานแถลงข่าวในต่างประเทศ ผมขอมอบหมายให้ประธานหลินเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดเลยนะครับ"
"กำหนดวันจัดงานแถลงข่าวในต่างประเทศไว้เป็นวันที่ 5 เมษายน หรือก็คือ 3 วันหลังจากงานเปิดตัวในประเทศครับ"
ในเมื่อสมาร์ทโฟนซิงเย่าของเจ๋อรัน เทคโนโลยี วางกลยุทธ์ที่จะเปิดตัวพร้อมกันทั้งในตลาดเซี่ยและตลาดโลก เพื่อเป็นการสร้างกระแสและขยายการรับรู้แบรนด์ ในต่างประเทศ การจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวที่นั่นโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มอิทธิพลและชื่อเสียงให้กับสมาร์ทโฟนซิงเย่า จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม หลี่เจ๋อไม่ได้มีความคิดที่จะถ่อไปร่วมงานเปิดตัวที่ต่างประเทศด้วยตัวเอง เขาจึงโยนความรับผิดชอบนี้ให้กับหลินเยว่จัดการ
"ได้เลยค่ะ ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ประธานหลี่วางใจให้ดิฉันจัดการได้เลย" หลินเยว่ตอบรับทันที
เธอเป็นคนที่เข้าใจสภาพตลาดในต่างประเทศดีที่สุด เพราะตลาดทั้งในอเมริกาและยุโรปล้วนเป็นผลงานการบุกเบิกของเธอด้วยตัวเอง รวมถึงการก่อตั้งสำนักงานสาขาในทั้งสองตลาดใหญ่นี้ด้วย การให้เธอเป็นหัวหอกรับผิดชอบงานนี้ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
จากนั้น หลี่เจ๋อก็หันไปหาซุนถิง "ประธานซุน สำหรับตลาดในประเทศ ผมฝากให้คุณดูแลด้วยนะ"
"รับทราบค่ะ ประธานหลี่" ซุนถิงรีบรับคำ
ท้ายที่สุด หลี่เจ๋อก็เบนสายตาไปหาสวี่ไข่ และถามขึ้น "ประธานสวี่ การทดสอบสมาร์ทโฟนซิงเย่าในทุก ๆ ด้านเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ? "
"จะสามารถเริ่มกระบวนการทดสอบสายการผลิตได้เมื่อไหร่ครับ ? "
สวี่ไข่ตอบกลับทันที "น่าจะเป็นสัปดาห์หน้าครับ ภายในวันศุกร์หน้า เราน่าจะเริ่มเดินเครื่องทดสอบสายการผลิตได้แน่นอนครับ"
"เยี่ยมมาก ! " หลี่เจ๋อพยักหน้า
...
18 มีนาคม
ตรงกับวันอาทิตย์พอดี หลี่ตงซึ่งปัจจุบันข้ามชั้นไปเรียนอยู่ ม.6 ได้รับสิทธิ์หยุดพักครึ่งวัน หลังจากเลิกเรียนตอนเที่ยง เขาก็เดินทางกลับบ้าน เพื่อทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบเกาเข่าอย่างเต็มที่ หลี่ตงจึงเลือกที่จะย้ายเข้าไปอยู่หอพักของโรงเรียนในเทอมนี้ และจะกลับบ้านเฉพาะช่วงบ่ายวันอาทิตย์เท่านั้น
บางครั้ง เขาก็แค่แวะกลับมาพักผ่อนที่บ้านแป๊บเดียว แล้วก็ออกไปที่ออฟฟิศของบริษัทเซี่ยวเน่ย เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของงานที่นั่น
แน่นอนว่า หลี่ตงย่อมทราบข่าวเรื่องที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีเตรียมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แล้ว
ดังนั้น ทันทีที่กลับถึงบ้าน เขาก็เอ่ยถามหลี่เจ๋อ "พ่อครับ สมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าของเจ๋อรัน เทคโนโลยี พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วใช่ไหมครับ ? "
หลี่เจ๋อพยักหน้า "เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบสายการผลิต แล้วจากนั้นก็จะเริ่มกระบวนการผลิตจำนวนมาก เพื่อสต๊อกสินค้า..."
หลี่เจ๋อเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะเสริม "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม หรือไม่ก็ช่วงต้นถึงกลางเดือนมิถุนายนครับ"
"แต่กำหนดการที่แน่นอน คงต้องรอดูผลการทดสอบสายการผลิตอีกที"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ตงก็พูดขึ้น "พ่อครับ คราวก่อนผมเคยเล่าให้ฟังเรื่องมินิเกมที่บริษัทเซี่ยวเน่ยกำลังซุ่มพัฒนาอยู่ใช่ไหมครับ ? "
"หลังจากที่บริษัท หงเหมิง ซิสเต็ม ปล่อยชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ ออกมา ผมก็สั่งให้ทีมพัฒนาเกมของเซี่ยวเน่ย ทุ่มสรรพกำลังทั้งหมด เร่งพัฒนาเกมสองตัวนี้ให้เป็นเวอร์ชันที่รองรับระบบปฏิบัติการหงเหมิงโดยเฉพาะ"
"พ่อคิดว่า เป็นไปได้ไหมครับ ถ้าเราจะขอให้ทางเจ๋อรัน เทคโนโลยี ช่วยฝังเกมสองตัวที่เซี่ยวเน่ยพัฒนาขึ้น ลงไปในเครื่องสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าทุกเครื่องเลย ? "
ความจริงแล้ว ระหว่างทางกลับบ้านเมื่อครู่นี้ หลี่ตงเพิ่งจะต่อสายหาเจียงอวี่เซวียน เพื่ออัปเดตความคืบหน้าในการพัฒนาเกม 'Temple Run' และ 'Fruit Ninja'
แม้ว่าบริษัท หงเหมิง ซิสเต็ม จะปล่อยชุด SDK ออกมาค่อนข้างช้า คือหลังช่วงวันหยุดยาวตรุษจีนไปแล้วก็ตาม แต่ในตอนนั้น หลี่ตงก็ได้กำชับให้ทีมพัฒนาเกมของเซี่ยวเน่ย ลุยงานอย่างเต็มสูบ และเร่งสร้างเกมสองตัวนี้ให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ประกอบกับเอกสารข้อเสนอโครงการสองฉบับที่หลี่ตงส่งให้หวังฉินนั้น มีการระบุรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของเกม วิธีการเล่น ไปจนถึงการออกแบบตัวละคร... ทุกองค์ประกอบถูกคิดและวางแผนมาอย่างละเอียดถี่ยิบ เรียกได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จที่พร้อมเอาไปเขียนโค้ดได้เลย
ด้วยเหตุนี้ ความคืบหน้าในการพัฒนาของทีมเซี่ยวเน่ยจึงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก
ณ เวลานี้ การพัฒนาของเกมทั้งสองตัว ดำเนินการไปแล้วกว่าครึ่งทาง ถ้าไม่มีเหตุขัดข้องอะไร คาดว่าช่วงปลายเดือนนี้ ก็น่าจะได้เวอร์ชันทดสอบเบื้องต้นออกมาแล้ว
เมื่อได้ฟังคำขอของหลี่ตง หลี่เจ๋อก็พยักหน้าตอบรับ "ได้สิ ! เดี๋ยวพ่อจะไปแจ้งทางเจ๋อรัน เทคโนโลยีให้จัดการเรื่องนี้ให้"
หลี่ตงเผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "อ้อ พ่อครับ งานแถลงข่าวเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า จะจัดขึ้นในวันที่ 2 เดือนหน้าใช่ไหมครับ ? "
"ถึงตอนนั้น เกมสองตัวที่เซี่ยวเน่ยกำลังทำอยู่ ก็น่าจะคลอดเวอร์ชันทดสอบออกมาได้พอดี พ่อสนใจจะเอาเกมสองตัวนี้ ไปเล่นโชว์บนเวทีงานแถลงข่าวไหมครับ ? "
"เกมสองตัวนี้ สามารถดึงศักยภาพของการสั่งงานบนหน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอ ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด ! รับรองว่ามันจะเป็นจุดขายที่ยอดเยี่ยมและช่วยโปรโมตสมาร์ทโฟนซิงเย่าได้อย่างทรงพลังแน่นอน ! "
"รายละเอียดว่ามันเจ๋งยังไง เดี๋ยวรอให้ทางเซี่ยวเน่ยทำเกมเสร็จ พ่อลองเอาไปเล่นดูเอง ก็จะเข้าใจครับ..."
พูดจบ หลี่ตงก็แอบคิดในใจอย่างตื่นเต้น:
[การเอาเกม Temple Run กับ Fruit Ninja มาเล่นบนสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอ เมื่อนำไปเทียบกับมินิเกมง้องแง้งที่ติดมากับพวก 'สมาร์ทโฟน' รุ่นอื่น ๆ ในตลาดตอนนี้แล้วล่ะก็... ขอบอกเลยว่ามันคือความต่างระดับ 'นวัตกรรมพลิกโลก' ชัด ๆ ! ]
[ถึงแม้ว่าช่วงปลายเดือนนี้ ทางเซี่ยวเน่ยจะทำได้แค่เวอร์ชันทดสอบเบื้องต้น แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการนำไปโชว์สาธิตแบบคร่าว ๆ บนเวทีงานแถลงข่าวให้พ่อ ส่วนรายละเอียดหรือความสมบูรณ์แบบอื่น ๆ เราค่อยมาทยอยอัปเดตและขัดเกลากันทีหลัง ยังไงซะ กว่าสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าจะวางขายจริง ก็ต้องเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน]
[ฉันพนันได้เลยว่า ทันทีที่ผู้ชมในงานได้เห็นภาพการเล่นเกม Temple Run และ Fruit Ninja บนสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสล่ะก็ พวกเขาคงจะหมดอารมณ์และเลิกสนใจพวกเกม Tetris หรือเกมงู ที่ติดมากับมือถือรุ่นเก่า ๆ ไปเลย...]
[และที่สำคัญ มันจะเป็นการสร้างกระแสและจุดขายที่ทรงพลังมหาศาล ให้กับสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสทุกรุ่นในอนาคตด้วย]
[แน่นอนว่า มันยังเป็นโอกาสทองที่จะดันให้เกม Temple Run กับ Fruit Ninja ดังเปรี้ยงปร้างเป็นพลุแตกตั้งแต่เริ่ม ซึ่งนั่นก็แปลว่า... เซี่ยวเน่ยกำลังจะโกยเงินเข้ากระเป๋าตุงเลยล่ะ หึ ๆ ! ]
เมื่อหลี่เจ๋อได้ฟังคำพูดและเสียงในใจของลูกชาย เขาก็แอบยิ้มขำอยู่เงียบ ๆ
จากนั้น เขาจึงตอบกลับไป "เอาสิ งั้นลูกก็กำชับให้ทางเซี่ยวเน่ยเร่งพัฒนาเกมออกมาให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน พอเสร็จแล้ว พ่อจะขอลองเล่นดูสักหน่อย ถ้าไม่มีปัญหาขัดข้องอะไร พ่อก็จะเอาเกมสองตัวนี้แหละ ไปเป็นไฮไลต์ในการสาธิตบนเวทีงานแถลงข่าว..."
"ฮี่ ๆ รับทราบครับพ่อ ! เดี๋ยวผมจะให้คุณอาอวี่เซวียนไปช่วยเร่งรัดทีมพัฒนาเกมของเซี่ยวเน่ยอีกแรงครับ" หลี่ตงตอบกลับด้วยความปลาบปลื้ม
ในขณะนั้นเอง หลินหว่านก็เดินออกมาจากห้องครัว พร้อมกับถือจานผลไม้ที่หั่นเตรียมไว้อย่างสวยงาม เธอเห็นสองพ่อลูกกำลังคุยธุระกันอยู่ในห้องนั่งเล่น จึงเดินเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้ม "มาค่ะ พักทานผลไม้กันก่อน..."
เมื่อไม่กี่วันก่อน หลี่เจ๋อได้เคลียร์คิวงานเพื่อพาหลินหว่านไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ในตอนนี้หลินหว่านจึงย้ายเข้ามาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
หลี่ตงมองจานผลไม้ที่หลินหว่านนำมาเสิร์ฟ แล้วเอ่ยปากทักทายพร้อมรอยยิ้มแฉ่ง "ขอบคุณครับ แม่เล็ก (แม่เลี้ยง) ! "
เมื่อได้ยินคำเรียกขานจากหลี่ตง หลินหว่านก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที รู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินอยู่บ้าง ในขณะที่หลี่เจ๋อกลับยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
"งั้นพวกคุณคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปทำมื้อเที่ยงก่อน..."
หลินหว่านวางจานผลไม้ลง แล้วเดินกลับเข้าไปในครัว
ปัจจุบัน หลินหว่านยังคงทำงานอยู่ในบริษัทของหลี่ตง โดยหน้าที่หลักของเธอคือการดูแลงานฝั่งเว็บไซต์เฟยลู่ และควบตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายธุรการของเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยด้วย
ส่วนงานบริหารด้านอื่น ๆ ของเซี่ยวเน่ย ยังคงอยู่ในความดูแลของเจียงอวี่เซวียนเป็นหลัก
ณ ถนนสายของกินหน้ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
หลี่เชี่ยน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 กำลังเดินเข้าร้านฟาสต์ฟู้ดพร้อมกับรูมเมทเพื่อทานมื้อเที่ยง
แต่พอเดินพ้นประตูร้านเข้ามา เธอก็สังเกตเห็นโปสเตอร์แผ่นหนึ่งแปะหราอยู่บนกำแพงด้านหนึ่งของร้าน
‘หิวใช่ไหม ? สั่งเดลิเวอรี่ออนไลน์ผ่าน เตี่ยนชานไจ้เซี่ยนสิ ! ’ ‘ลูกค้าใหม่ สั่งครั้งแรก ลดทันที 10 หยวน ! ล็อกอินทุกวัน มีสิทธิ์รับอั่งเปาสุ่มมูลค่า 3-10 หยวน ! ’
เมื่อเห็นข้อความตัวโต ๆ บนโปสเตอร์ หลี่เชี่ยนก็ถึงกับชะงัก
พอดีกับที่ลูกค้าอีกคนในร้านก็เหลือบไปเห็นเนื้อหาบนโปสเตอร์แผ่นนั้นเข้าพอดี
เขาจึงหันไปถามเถ้าแก่ร้านว่า "เถ้าแก่ โปสเตอร์ที่แปะอยู่นี่ ที่บอกว่า 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' มันคืออะไรเหรอ ? สั่งผ่านแอปฯ นี้แล้วลด 10 หยวนจริงดิ ? แล้วที่บอกว่าแจกอั่งเปา 3-10 หยวนทุกวันนี่เรื่องจริงเหรอ ?
แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมาได้สองสามวันแล้ว นอกจากการลงโฆษณาตามสื่อปกติ และการจ้างนักศึกษาพาร์ทไทม์มาเดินแจกใบปลิวแล้ว...
ทางเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ยังได้ส่งคนไปเจรจากับร้านค้าที่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม ขอให้ช่วยแปะโปสเตอร์โปรโมตไว้ในร้านด้วย
และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ให้คำมั่นสัญญาว่า จะงดเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเพิ่มอีก 1 เดือน หลังจากหมดช่วงทดลองใช้งานฟรี 3 เดือนแรกไปแล้ว !
สำหรับร้านอาหารเล็ก ๆ ทั่วไป นี่มันคือผลประโยชน์ที่ได้มาฟรี ๆ ชัด ๆ
กำแพงร้านก็ปล่อยว่างไว้เฉย ๆ อยู่แล้ว แปะโปสเตอร์สักแผ่นก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร แถมพวกเขายังได้ประโยชน์จากการงดเว้นค่าธรรมเนียมตั้งหนึ่งเดือนเต็ม
และอีกอย่าง โปสเตอร์นี้ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อร้านของพวกเขาเองด้วย
เพราะมันสามารถดึงดูดให้ลูกค้าหันมาสั่งเดลิเวอรี่ผ่านแพลตฟอร์มกับทางร้านมากขึ้น ช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี และในอีกด้านหนึ่ง ทุกครั้งที่ลูกค้าใช้แพลตฟอร์มสั่งอาหารจากร้านพวกเขา ทางร้านก็จะได้เงินอุดหนุนเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์ม ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับอั่งเปาที่ลูกค้าสุ่มได้พอดี
ได้กำไรเพิ่มมาเหนาะ ๆ แบบนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่เอา ?
ด้วยเหตุนี้ นอกเหนือจากพวกร้านแฟรนไชส์แล้ว ร้านอาหารทั่วไปที่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เกือบทุกร้าน จึงพร้อมใจกันแปะโปสเตอร์โปรโมตเอาไว้ !
เมื่อได้ยินคำถามของลูกค้า เถ้าแก่ร้านฟาสต์ฟู้ดก็รีบตอบด้วยรอยยิ้มทันที "จริงสิครับ ! 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เป็นแพลตฟอร์มสั่งเดลิเวอรี่ออนไลน์ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง"
"ได้ยินมาว่าเป็นบริษัทในเครือของท่านประธานหลี่ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งด้วยนะ ร้านเราก็เข้าร่วมแพลตฟอร์มนี้เหมือนกัน วันหลังถ้าพวกคุณขี้เกียจเดินมา หรือไม่มีเวลามากินที่ร้าน ก็สามารถเปิดคอมพิวเตอร์ ค้นหาร้านเราใน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' แล้วกดสั่งอาหารออนไลน์ได้เลยครับ"
"เดี๋ยวทางนั้นเขาจะมีไรเดอร์ส่งอาหาร วิ่งเอาของไปส่งให้ถึงที่ตามที่อยู่ที่คุณกรอกไว้เลย..."
"ส่วนเรื่องลูกค้าใหม่ที่เพิ่งสมัครน่ะ ได้รับอั่งเปา 10 หยวนไปใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารได้จริง ๆ ครับ"
"แล้วหลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่โปสเตอร์เขียนไว้เลย คือสามารถกดรับอั่งเปาสุ่มมูลค่า 3 ถึง 10 หยวนได้ทุกวัน ! "
พอได้ยินคำอธิบายจากเถ้าแก่ ลูกค้าคนนั้นก็รู้สึกประหลาดใจระคนดีใจ อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า "ฟังดูแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' นี่มันเจ๋งไปเลยนะเนี่ย"
"ไม่ต้องเหนื่อยเดินมากินถึงที่ร้าน แค่จิ้มสั่งออนไลน์ก็ได้กินแล้ว แถมยังมีอั่งเปาให้ใช้อีก สั่งข้าวกล่องเหมือนกัน แต่จ่ายถูกกว่าเดิมตั้งเยอะ ! "
เถ้าแก่หัวเราะร่า "ใช่แล้วครับ ! เอาเป็นว่าช่วงสองสามวันนี้ ออเดอร์เดลิเวอรี่ที่ร้านผมผ่านแพลตฟอร์มก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ สองวันแรกยังไม่ค่อยมีออเดอร์เท่าไหร่หรอก"
"แต่เมื่อวานวันเดียว ยอดสั่งก็ปาเข้าไปยี่สิบกว่าออเดอร์แล้ว ผมว่าแพลตฟอร์มนี้เขาทำมาดีจริง ๆ "
แน่นอนว่าเถ้าแก่ย่อมต้องรู้สึกว่ามันดีแน่ ๆ เพราะแต่ละออเดอร์ นอกจากเขาจะได้กำไรจากการขายอาหารตามปกติแล้ว เขายังได้เงินอุดหนุนเพิ่มมาอีกอย่างน้อย ๆ ออเดอร์ละ 3-4 หยวน
ยิ่งไปกว่านั้น เกือบครึ่งหนึ่งของออเดอร์ทั้งหมด เป็นออเดอร์แรกจากผู้ใช้งานใหม่ ซึ่งหมายความว่าทุกออเดอร์เหล่านั้น ทำให้เขาได้รับเงินอุดหนุนไปเต็ม ๆ 10 หยวน
แค่เฉพาะออเดอร์ยี่สิบกว่ารายการเมื่อวานวันเดียว ก็ทำเงินอุดหนุนพิเศษเข้ากระเป๋าเขาไปได้ถึงร้อยเจ็ดสิบถึงร้อยแปดสิบหยวนแล้ว ! นี่ยังไม่นับรวมกำไรจากการขายข้าวกล่องพวกนั้นเลยนะ เป็นเงินที่ได้มาเหนาะ ๆ ล้วน ๆ
ด้วยเหตุนี้ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เถ้าแก่จึงเป็นฝ่ายกระตือรือร้นคอยแนะนำแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ให้กับลูกค้าที่มาทานที่ร้านด้วยตัวเอง
"เชี่ยนเชี่ยน แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' นี่ดูน่าสนใจจังเลยอะ เดี๋ยวเรากลับไปลองสั่งเดลิเวอรี่ผ่านแอปฯ นี้ดูไหม ? น่าจะช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะเลยนะ ! "
จางหยวน รูมเมทของหลี่เชี่ยน เมื่อได้ยินที่เถ้าแก่พูด ก็อดไม่ได้ที่จะเอานิ้วจิ้มแขนหลี่เชี่ยนเบา ๆ แล้วกระซิบชวน
หลี่เชี่ยนพยักหน้า ตอบกลับว่า "อืม เอาไว้ตอนเย็นตอนจะกินมื้อค่ำเราค่อยลองสั่งดูนะ ตอนนี้อุตส่าห์เดินมาถึงร้านแล้ว ก็กินที่นี่ไปก่อนละกัน"
"เอาแบบนั้นก็ได้ ! " จางหยวนรับคำ
ช่วงเย็นวันเดียวกัน
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น หลี่เชี่ยนและจางหยวนก็ไม่รอช้า รีบดาวน์โหลดโปรแกรม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' มาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของตัวเองทันที
จากนั้นพวกเธอก็ทำตามขั้นตอน ลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้ สมัครบัญชี 'เจ๋อรันเพย์' และผูกบัตรธนาคารของตัวเองให้เรียบร้อย
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งสองคนก็เห็นหน้าต่างป๊อปอัปเด้งขึ้นมาแจ้งเตือนว่าได้รับอั่งเปาลูกค้าใหม่มูลค่า 10 หยวน จริง ๆ
เมื่อเห็นดังนั้น จางหยวนก็ร้องอุทานด้วยความดีใจ "เชี่ยนเชี่ยน ได้อั่งเปา 10 หยวนจริง ๆ ด้วย ! แถมฉันยังค้นหาร้านที่เราไปกินเมื่อตอนกลางวันเจอแล้วด้วยนะ"
"เราลองกดสั่งเดลิเวอรี่ร้านนั้นผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' กันดูเลยเถอะ !"
หลี่เชี่ยนรีบตอบกลับ "จัดไป ! ฉันกำลังจะกดสั่งพอดี..."
"อืม ! "
จางหยวนก็รีบกดดำเนินการสั่งอาหารตามไป
รูมเมทอีกสองคนที่อยู่ในห้อง ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ก็เกิดความสงสัย จึงเอ่ยถามขึ้น "เชี่ยนเชี่ยน หยวนหยวน พวกเธอพูดถึง 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' อะไรกันน่ะ ? แล้วอั่งเปาลูกค้าใหม่นี่มันคืออะไรเหรอ ? "
เมื่อได้ยินคำถาม หลี่เชี่ยนก็เงยหน้าขึ้นมาอธิบายพร้อมรอยยิ้ม "มันคือแพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิเวอรี่ออนไลน์น่ะ เราสามารถสมัครบัญชี ผูกบัตรธนาคาร แล้วก็กดสั่งอาหารผ่านออนไลน์ได้เลย..."
หลี่เชี่ยนอธิบายรายละเอียดคร่าว ๆ ให้ฟัง
จังหวะนั้นเอง จางหยวนที่กดสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าเบิกบาน "เมื่อกี้ฉันสั่งข้าวกล่องราคา 12 หยวนไป พอหักลบกับอั่งเปาแล้ว ฉันจ่ายเงินไปแค่ 2 หยวน เอง ! "
พอได้ยินที่จางหยวนพูด รูมเมทอีกสองคนก็รีบวิ่งเข้ามามุงดูทันที
"จริงดิ ? ข้าวกล่องตั้ง 12 หยวน แต่จ่ายแค่ 2 หยวนเนี่ยนะ ? "
จางหยวนหัวเราะร่าพร้อมอธิบาย "ใช่แล้ว ! เพราะฉันเป็นผู้ใช้งานที่เพิ่งสมัครใหม่ ออเดอร์แรกก็เลยได้อั่งเปาลด 10 หยวนไง แถมในแพลตฟอร์มยังบอกด้วยนะว่า วันต่อ ๆ ไปถ้าล็อกอินเข้ามา ก็จะได้อั่งเปาสุ่มมูลค่า 3 ถึง 10 หยวนทุกวันเลย ! "
เมื่อได้ยินเรื่องส่วนลด รูมเมททั้งสองคนก็เริ่มรู้สึกหวั่นไหวและสนใจขึ้นมาทันที
แต่พวกเธอก็ยังอยากจะรอดูสถานการณ์ก่อน ว่าจางหยวนและหลี่เชี่ยนสั่งอาหารผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ไปแล้ว จะมีคนเอาอาหารมาส่งให้จริง ๆ หรือเปล่า
ผ่านไปประมาณ 20 นาที โทรศัพท์มือถือของจางหยวนก็ส่งเสียงดังขึ้น
เธอรีบคว้าโทรศัพท์มากดรับสาย
"สวัสดีครับ อาหารที่คุณสั่งผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' มาส่งถึงหน้าประตูเขตหอพักแล้วนะครับ แต่ทางรปภ. ไม่ยอมให้คนนอกเข้าไป รบกวนคุณลูกค้าเดินออกมารับอาหารที่หน้าประตูหอพักหน่อยนะครับ ! "
เมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากปลายสาย จางหยวนก็รีบตอบกลับ "โอเคค่ะ เดี๋ยวฉันออกไปรับเดี๋ยวนี้เลย ! "
หลังจากวางสาย จางหยวนก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง "เดลิเวอรี่มาส่งถึงหน้าหอแล้ว ฉันลงไปเอาของก่อนนะ"
รูปแบบการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ออนไลน์แบบนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่สดใหม่มากสำหรับจางหยวน มันจึงทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
พอเธอพูดจบ โทรศัพท์มือถือของหลี่เชี่ยนก็ดังขึ้นบ้าง เป็นสายจากไรเดอร์ที่โทรมาแจ้งให้ไปรับอาหารเช่นกัน ทั้งสองคนจึงพากันเดินลงไปชั้นล่าง เพื่อรับอาหารที่หน้าหอพัก
ไม่นานนัก จางหยวนและหลี่เชี่ยนก็หอบกล่องข้าวกลับขึ้นมาบนห้อง พอเปิดกล่องออกดูแล้วพบว่าหน้าตาอาหารเหมือนกับที่กินที่ร้านเมื่อตอนกลางวันเป๊ะ ๆ บนใบหน้าของทั้งสองก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นทันที
"แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' นี่มันสะดวกจริง ๆ เลยนะ ! วันหลังถ้าอยากกินอะไร ก็แค่กดสั่งเดลิเวอรี่ในนี้เอาเลย แถมยังถูกกว่าถ่อไปกินเองที่ร้านซะอีก ! " จางหยวนกล่าวชื่นชม
"ใช่ ๆ ! เห็นด้วยเลย ! "
หลี่เชี่ยนพยักหน้ารับ ก่อนจะหัวเราะคิกคัก "ข้าวกล่องของฉันราคา 10 หยวนพอดี พอใช้อั่งเปาลูกค้าใหม่ลดไป ก็เท่ากับว่ามื้อนี้ฉันได้กินฟรีไปเลย ไม่เสียเงินสักแดงเดียว คิกคิก ! "
พอได้ยินคำว่ากินฟรี รูมเมทอีกสองคนที่ยังลังเลอยู่ตอนแรกก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"เชี่ยนเชี่ยน หยวนหยวน พวกเธอช่วยสอนพวกเราหน่อยสิ ว่าต้องสมัครและสั่งอาหารผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ยังไง ! "
มีโอกาสได้กินข้าวฟรีแบบนี้ ใครล่ะจะอดใจไหว
หลี่เชี่ยนกับจางหยวนจึงจัดแจงสอนวิธีลงทะเบียนบัญชีและการสั่งอาหารให้เพื่อนทั้งสองคนอย่างกระตือรือร้น
ไม่นานนัก สองสาวผู้มาใหม่ก็ได้รับอั่งเปาลูกค้าใหม่มูลค่า 10 หยวนไปนอนกอด แล้วรีบกดสั่งเมนูเดลิเวอรี่ที่ตัวเองอยากกินทันที
หลังจากรอไปประมาณ 20 นาที โทรศัพท์ของพวกเธอก็ดังขึ้น เป็นสายจากไรเดอร์ที่โทรมาบอกให้พวกเธอลงไปรับอาหารที่หน้าหอพักเช่นเคย...
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม หากมีช่องทางให้ได้ของถูกหรือของฟรี การแพร่กระจายข่าวสารแบบปากต่อปาก ย่อมเป็นไปอย่างรวดเร็วเสมอ
ภายใต้การโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนักหน่วง บวกกับกลยุทธ์การอัดฉีด 'อั่งเปาส่วนลด' และการบอกต่อแบบปากต่อปากของผู้ที่เคยใช้งานจริง... ส่งผลให้จำนวนผู้ลงทะเบียนใหม่และยอดออเดอร์ในแต่ละวันของแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยและพนักงานออฟฟิศ ขอเพียงแค่ในหอพักเดียวกัน ในห้องเรียนเดียวกัน หรือในออฟฟิศเดียวกัน มีคนเปิดหัวใช้ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' สั่งอาหารเพียงแค่คนเดียว
กระแสการใช้งานนี้ก็จะลุกลามและขยายวงกว้างไปทั่วทั้งหอพัก ทั่วทั้งชั้นเรียน และทั่วทั้งบริษัทอย่างรวดเร็ว
ก็แหม กลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่น่ะมีคอมพิวเตอร์ใช้งานกันอยู่แล้ว
และการสั่งอาหารผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ก็สะดวกสบายสุด ๆ แค่จิ้มสั่งเดลิเวอรี่ ก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปกินที่ร้านให้เมื่อย แค่นั่งรอชิลล์ ๆ อยู่ในหอพักหรือในออฟฟิศ เดี๋ยวก็มีคนนำอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงที่
แถมยังมีอั่งเปาให้กดรับอีก กลายเป็นว่าจ่ายถูกกว่าเดินไปกินเองที่ร้านซะอีก
แม้จะพ้นออเดอร์แรกไปแล้ว คนที่ดวงดีหน่อยก็มักจะสุ่มได้อั่งเปาเจ็ดแปดหยวน หรือบางทีก็สิบหยวนเลยด้วยซ้ำ ต่อให้ดวงกุดแค่ไหน อย่างน้อย ๆ ก็ยังได้อั่งเปาสามหยวนอยู่ดี
นี่ช่วยให้หลายคนประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากโข
เมื่อแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เริ่มฮิตติดลมบนในหมู่นักศึกษาและพนักงานออฟฟิศในเซี่ยงไฮ้ บรรดาร้านค้าที่ตอนแรกยังไม่ได้เข้าร่วมแพลตฟอร์ม ต่างก็เริ่มหันมาทบทวนความคิดที่จะเปิดร้านออนไลน์บน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' กันอย่างจริงจัง
เหตุผลก็เพราะลูกค้าหลายคนที่มากินที่ร้าน มักจะเอ่ยปากถามพวกเขาว่าได้เข้าร่วม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' หรือมีบริการสั่งเดลิเวอรี่ออนไลน์ไหม
เหตุผลของลูกค้าเหล่านี้ก็อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงสุด ๆ คือบางครั้งพวกเขาก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากินที่ร้าน หรือบางทีก็แค่ขี้เกียจเดินมาไกล ๆ
และแน่นอน ปัจจัยสำคัญอีกอย่างก็คือ การสั่งเดลิเวอรี่ผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' มันมีอั่งเปาแจก ทำให้ราคาถูกและคุ้มค่ากว่านั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ บรรดาเถ้าแก่ร้านอาหารจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องกลับมาพิจารณาเรื่องการเข้าร่วมแพลตฟอร์มนี้อีกครั้ง
ไม่อย่างนั้น ธุรกิจของพวกเขาต้องแย่ลงเรื่อย ๆ แน่ เพราะหลายคนขี้เกียจถ่อมากินที่ร้าน หรือบางคนก็แค่อยากประหยัดเงิน เลยเลือกที่จะสั่งเดลิเวอรี่ผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' โดยตรง
และถ้าพวกเขาไม่ยอมเข้าร่วมแพลตฟอร์ม ฐานลูกค้าและรายได้ก้อนนี้ ก็จะตกไปอยู่ในมือของร้านคู่แข่งที่เข้าร่วม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' อย่างไม่ต้องสงสัย
นี่คือสัจธรรมของโลกธุรกิจ
ดังนั้น ร้านอาหารบางแห่งที่ตอนแรกโดนทีมเซลส์ภาคสนามหว่านล้อมสารพัดแต่ก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธ ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายที่รีบโหลดแอปฯ และลงทะเบียนด้วยตัวเองอย่างกระตือรือร้น...
ปรากฏการณ์นี้ทำให้จำนวนร้านค้าบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น อยากกินอะไรก็สามารถค้นหาและสั่งผ่านแอปฯ ได้เลย ซึ่งนั่นก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้งาน สั่งเดลิเวอรี่ผ่านแพลตฟอร์มบ่อยขึ้นไปอีก !
การเติบโตของ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ในเซี่ยงไฮ้นั้น ถือว่าก้าวกระโดดอย่างดุเดือด แน่นอนว่าส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ที่กล้าทุ่มเม็ดเงินมหาศาล อัดฉีด 'โปรโมชันอุดหนุนแบบแพ็กคู่'
ทว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนร้านค้า ผู้ใช้งาน และยอดออเดอร์ในแต่ละวัน ก็หมายความว่าเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ต้อง 'เผาเงิน' มากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วันเช่นกัน
โชคดีที่ก่อนหน้านี้ หลี่เจ๋อได้อัดฉีดเงินทุนก้อนพิเศษจำนวน 200 ล้านหยวน ให้กับเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ เพื่อใช้ในการบุกเบิกโปรเจกต์ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' โดยเฉพาะ ประกอบกับตอนนี้แพลตฟอร์มยังเปิดให้บริการแค่ในเซี่ยงไฮ้ เงินก้อนนี้จึงยังเหลือเฟือพอให้เผาไปได้อีกยาว ๆ...
ในขณะที่ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' กำลังเติบโตอย่างติดจรวดในเซี่ยงไฮ้...
วันที่ 29 มีนาคม
ทีมพัฒนาเกมของบริษัทเว็บไซต์เซี่ยวเน่ย ก็สามารถปั้นมินิเกม 'Temple Run' และ 'Fruit Ninja' เวอร์ชันทดสอบ ออกมาได้สำเร็จ
แม้ว่ารายละเอียดหลายจุด รวมถึงด่านต่าง ๆ ในช่วงหลัง จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะนี่เป็นเพียงแค่เวอร์ชันทดสอบเบื้องต้น ไม่ใช่เวอร์ชันเต็ม แต่ถ้าแค่เอามาเล่นเพลิน ๆ ก็ถือว่าลื่นไหลไม่มีปัญหาอะไร
เจียงอวี่เซวียนจึงรีบต่อสายตรงหาหลี่เจ๋อ เพื่อรายงานความคืบหน้านี้ให้เขาทราบ
ส่วนหลี่ตงน่ะเหรอ... ตอนนี้กำลังนั่งเรียนหัวฟูอยู่ที่โรงเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้หรอก
ทันทีที่หลี่เจ๋อรับสายและได้ยินว่าเกม 'Temple Run' กับ 'Fruit Ninja' เวอร์ชันทดสอบถูกพัฒนาเสร็จแล้ว เขาก็สั่งให้เจียงอวี่เซวียนส่งไฟล์ติดตั้ง มาให้เขาทันที
จากนั้น หลี่เจ๋อก็ให้จางอิ่ง เลขาสาว วิ่งไปที่ชั้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยี เพื่อตามตัวสวี่ไข่มาพบ พร้อมกับกำชับให้หยิบสมาร์ทโฟนซีรีส์ 'ซิงเย่า' ติดมือมาด้วยเครื่องหนึ่ง
"ประธานหลี่ เรียกผมมามีเรื่องอะไรเหรอครับ ? " สวี่ไข่เอ่ยถามเมื่อมาถึง
หลี่เจ๋อตอบ "มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ อ้อ จริงสิ ประธานสวี่ ผมให้เสี่ยวจางบอกคุณว่าให้หยิบมือถือซิงเย่ามาด้วย คุณเอามาใช่ไหม ? "
สวี่ไข่รีบพยักหน้า "เอามาครับ ! "
พูดจบ เขาก็ล้วงสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าที่เตรียมไว้ยื่นให้กับหลี่เจ๋อทันที
หลี่เจ๋อรับเครื่องมา แล้วจัดการโหลดไฟล์ติดตั้งเกม 'Temple Run' และ 'Fruit Ninja' ที่เจียงอวี่เซวียนส่งมาให้ ลงไปในเครื่องซิงเย่าอย่างรวดเร็ว
สวี่ไข่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองด้วยความสงสัย จึงอดไม่ได้ที่จะถาม "ประธานหลี่ครับ ที่ให้ผมเอามือถือซิงเย่ามานี่ จะทำอะไรเหรอครับ ? "
หลี่เจ๋อเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ แล้วอธิบาย "บริษัทเซี่ยวเน่ยของญาติผม เขาเพิ่งพัฒนาเกมที่รองรับระบบหงเหมิงเสร็จไปสองเกมน่ะ เมื่อกี้เธอเพิ่งส่งไฟล์ทดสอบมาให้ผม"
"ผมก็เลยอยากจะลองเทสต์ดูสักหน่อย ! ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ผมกะว่าจะเอาเกมสองตัวนี้ไปเล่นโชว์ในงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เลย..."
เมื่อได้ยินคำตอบ สวี่ไข่ก็ถึงบางอ้อ
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มอยากรู้ขึ้นมาตงิด ๆ ว่ามันคือเกมอะไรกันแน่
ไม่นานนัก การติดตั้งเกม 'Temple Run' และ 'Fruit Ninja' บนเครื่องซิงเย่าก็เสร็จสมบูรณ์ หลี่เจ๋อไม่รอช้า กดเข้าเกม 'Temple Run' เพื่อทดลองเล่นเป็นเกมแรก
หลังจากเล่นตามคำแนะนำ ในเกมไปได้สองสามนาที หลี่เจ๋อก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
จากนั้น เขาก็กดเข้าเกม 'Fruit Ninja' เพื่อทดลองเล่นต่อ...
ครู่ต่อมา หลี่เจ๋อก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มให้สวี่ไข่ที่ยืนรออยู่ตรงหน้า "มาสิ ประธานสวี่ คุณลองเล่นเกมสองตัวนี้ดูสิ สนุกดีเหมือนกันนะ"
"และที่สำคัญกว่าความสนุกก็คือ เกมสองตัวนี้มันดึงจุดเด่นเรื่อง 'หน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอ' ของสมาร์ทโฟนซิงเย่าออกมาโชว์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยล่ะ"
"ถ้าเราเอาเกมพวกนี้ไปเล่นโชว์บนเวทีงานเปิดตัว รับประกันได้เลยว่าจะต้องดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้อย่างมหาศาลแน่นอน ! "
"มันจะช่วยฉีกภาพจำ ทำให้มือถือซิงเย่าของเรา แตกต่างจากพวกสมาร์ทโฟนมีปุ่มกดที่ขายกันเกลื่อนตลาดตอนนี้อย่างสิ้นเชิง ! รายละเอียดเป็นยังไง คุณลองเล่นดูเดี๋ยวก็รู้เอง..."
พอได้ยินหลี่เจ๋อพูดบิ้วท์ขนาดนี้ ความอยากรู้อยากเห็นของสวี่ไข่ก็พุ่งปรี๊ด
เขารีบรับสมาร์ทโฟนซิงเย่ามาจากมือของหลี่เจ๋อทันที
เมื่อเห็นไอคอนเกม 'Temple Run' และ 'Fruit Ninja' บนหน้าจอโฮม สวี่ไข่ก็ใช้นิ้วจิ้มไปที่ 'Fruit Ninja' ก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อเขาเริ่มลากนิ้วไปมาบนหน้าจอตามคำแนะนำของเกม เสียง 'ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ' ของการฟันผลไม้ที่ดังกังวาน ผสานกับภาพกราฟิกผลไม้ที่กระเด็นกระดอนอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้ดวงตาของสวี่ไข่เบิกกว้างเป็นประกายวิบวับ !
เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับหลี่เจ๋อ "ประธานหลี่ครับ! เกมที่ชื่อ 'Fruit Ninja' นี่มันเกิดมาเพื่อโชว์ความล้ำของหน้าจอสัมผัสเต็มจอและเทคโนโลยีมัลติทัชของเราชัด ๆ เลยครับ ! เอฟเฟกต์สุดยอดมาก ! "
"ผมว่านะ ถ้าผู้บริโภคได้เห็นเราเอามือถือซิงเย่ามาเล่น 'Fruit Ninja' โชว์ล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยต้องเกิดกิเลสอยากได้แน่นอน ! "
"อืม ! " หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ "คุณลองเล่น 'Temple Run' ดูอีกเกมสิ"
"ครับ ! " สวี่ไข่รับคำ ก่อนจะสลับไปเข้าเกม 'Temple Run' อย่างกระตือรือร้น
ผ่านไปสักพัก สวี่ไข่ก็ทอดถอนใจออกมาด้วยความทึ่ง "ผมแทบจะนึกภาพออกเลยครับ ว่าในวันที่ 2 เดือนหน้า ถ้าท่านเอาเกมสองตัวนี้ไปเล่นโชว์กลางงานแถลงข่าว มันจะสร้างปรากฏการณ์ความฮือฮาได้ระเบิดระเบ้อขนาดไหน ! "
"สำหรับสมาร์ทโฟนซิงเย่าของเราแล้ว มินิเกมสองตัวนี้คือสุดยอด 'จุดขาย' และเครื่องมือโปรโมตชั้นดีเลยครับ ! " เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสริม "อย่างที่ท่านพูดไว้เป๊ะเลยครับ ! มันจะเน้นย้ำให้เห็นว่า มือถือซิงเย่าของเราแตกต่างและล้ำหน้ากว่าพวกสมาร์ทโฟนมีปุ่มกดในตลาดอย่างสิ้นเชิง ! "
"นี่แหละครับ คือบทพิสูจน์ที่แท้จริง ว่ามือถือซิงเย่าคือ 'นวัตกรรมพลิกโลก' ของวงการสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริง ! "