- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 141 ผลิตภัณฑ์นิยายวิทยาศาสตร์ ! โทรศัพท์ดวงดาว VS ไอโฟน !
บทที่ 141 ผลิตภัณฑ์นิยายวิทยาศาสตร์ ! โทรศัพท์ดวงดาว VS ไอโฟน !
บทที่ 141 ผลิตภัณฑ์นิยายวิทยาศาสตร์ ! โทรศัพท์ดวงดาว VS ไอโฟน !
บทที่ 141 ผลิตภัณฑ์นิยายวิทยาศาสตร์ ! โทรศัพท์ดวงดาว VS ไอโฟน !
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เหลือเวลาอีกเพียง 3-4 วัน ก็จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว
ช่วงบ่ายของวันนั้น มู่ชิงหลาน ผู้บริหารจากเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ก็ได้เดินทางมาพบหลี่เจ๋อที่ห้องทำงาน
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของมู่ชิงหลาน หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มทักทาย "คุณมู่ ดูอารมณ์ดีจังเลยนะครับ มีข่าวดีอะไรมาเซอร์ไพรส์ผมหรือเปล่าครับเนี่ย?"
มู่ชิงหลานรีบตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "จะเรียกว่าเป็นข่าวดีก็คงได้ค่ะ ประธานหลี่ ตอนนี้ทีมพัฒนาของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ได้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์ชำระเงินออนไลน์เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ"
"ขั้นตอนต่อไปก็คือการทำระบบทดสอบ แต่เรื่องนี้คงต้องรอให้พ้นช่วงวันหยุดตรุษจีนไปก่อนค่ะ พอดีเลยค่ะ เราจะได้อาศัยช่วงเวลานี้ ให้ทีมเซลส์ภาคสนามของเรา เริ่มลงพื้นที่ไปเจรจาดึงร้านอาหารต่าง ๆ เข้ามาเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ด้วยเลย"
"พอระบบชำระเงินทดสอบจนเสถียรแล้ว ฉันก็คาดว่าตอนนั้น เราน่าจะมีร้านอาหารพาร์ทเนอร์บนแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' จำนวนหนึ่งพร้อมให้บริการแล้วล่ะค่ะ ทีนี้เราก็สามารถเดินเครื่องโปรโมตแพลตฟอร์มนี้ในเซี่ยงไฮ้ได้อย่างเต็มรูปแบบสักที..."
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เจ๋อก็พยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ
นี่นับว่าเป็นข่าวดีที่น่ายินดีจริง ๆ แม้ว่าหากดูจากตารางเวลาที่มู่ชิงหลานนำเสนอ มันอาจจะดูค่อนข้างกระชั้นชิดไปสักนิด แต่การดำเนินงานหลาย ๆ ส่วนไปพร้อมกัน ก็เป็นวิธีที่ช่วยย่นระยะเวลาและสามารถบริหารจัดการได้
จากนั้น หลี่เจ๋อก็หวนนึกไปถึงโปรเจกต์ของฝั่งเจ๋อรัน เทคโนโลยี อย่างสมาร์ทโฟนซีรีส์ 'ซิงเย่า' ที่กำลังจะเข้าสู่สายการผลิตจริงในช่วงหลังตรุษจีนเช่นกัน
รวมถึงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีกสองซีรีส์ที่มีคิวจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการหลังตรุษจีน และยังไม่นับรวมโทรศัพท์มือถือ ส้มรุ่นที่สาม ที่จะเปิดตัวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันอีก...
ดูเหมือนว่าตารางงานหลังช่วงตรุษจีนนี้ จะอัดแน่นเป็นปลากระป๋อง และมีโปรเจกต์จ่อคิวรอเปิดตัวพร้อมกันหลายโปรเจกต์เลยทีเดียว
แต่มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและเข้าใจได้
ก็แหม ในเมื่ออาณาจักรเจ๋อรัน ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีบริษัทในเครือเพิ่มขึ้น ขอบเขตธุรกิจก็กว้างขวางขึ้น แถมไลน์ผลิตภัณฑ์ก็แตกแขนงออกไปมากมายมหาศาลขนาดนี้ ความวุ่นวายมันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
โชคดีที่หลี่เจ๋อมีหน้าที่แค่คอยกำหนดทิศทางลม และวิสัยทัศน์องค์กร เท่านั้น ส่วนเรื่องการลงมือปฏิบัติงานจริง เขาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงและผู้รับผิดชอบของแต่ละบริษัทไปจัดการกันเอง
"เยี่ยมมาก คุณมู่ สำหรับโปรเจกต์ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เนี่ย ถ้ามีปัญหาหรือความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติม คุณต้องรีบมารายงานให้ผมทราบโดยด่วนเลยนะ ในบรรดาโปรเจกต์ทั้งหมดที่เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์กำลังดูแลอยู่ โปรเจกต์ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ถือเป็นหนึ่งในสองโปรเจกต์ที่ผมตั้งความหวังไว้สูงที่สุดเลยล่ะ..."
พูดจบ หลี่เจ๋อก็เผยรอยยิ้มแฝงความนัย
มู่ชิงหลานชะงักไปเล็กน้อย การที่หลี่เจ๋อให้ความสำคัญและตั้งความหวังกับโปรเจกต์ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' สูงขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรสำหรับเธอเลย เพราะตัวเธอเองก็มองเห็นศักยภาพอันมหาศาลของโปรเจกต์นี้เช่นกัน
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า หลี่เจ๋อบอกว่านี่คือ หนึ่งในสองโปรเจกต์ ที่เขาคาดหวังที่สุดต่างหากล่ะ แล้วอีกโปรเจกต์นึงที่เขาหมายถึง... มันคือโปรเจกต์ไหนกันล่ะ ?
ด้วยความสงสัย มู่ชิงหลานจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตรง ๆ "ประธานหลี่คะ นอกเหนือจากโปรเจกต์ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' แล้ว ยังมีโปรเจกต์ไหนของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ที่ท่านตั้งความหวังไว้อีกเหรอคะ ? "
หลี่เจ๋อปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ "ก็โปรเจกต์ 'เจ๋อรันเพย์' ไงครับ ! "
หืม ?
มู่ชิงหลานถึงกับชะงักงัน เธอขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่เจ๋อถึงได้ให้ความสำคัญและวาดหวังกับระบบชำระเงิน 'เจ๋อรันเพย์' เอาไว้สูงลิบลิ่วขนาดนั้น
ในมุมมองของเธอ 'เจ๋อรันเพย์' มันก็เป็นแค่ 'ส่วนควบ' หรือ 'ระบบเสริม' ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้กับแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เท่านั้นเอง อย่างเก่งมันก็เป็นได้แค่ช่องทางหรือตัวกลางในการจ่ายเงิน เท่านั้นแหละ
ต่อให้มันจะมีศักยภาพแอบแฝงอยู่บ้าง แต่มันจะไปยิ่งใหญ่สลักสำคัญอะไรได้ขนาดนั้นเชียว ?
ก็ดูอย่าง 'จือฟู่เป่า' ของ 'เถาเป่า' สิ เปิดตัวมาตั้งสามสี่ปีแล้ว ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นได้แค่ 'ระบบจ่ายเงินสำรอง' ที่คอยซัพพอร์ตเถาเป่าเท่านั้น ไม่เห็นว่ามันจะเติบโตหรือมีบทบาทอะไรที่โดดเด่นเป็นพิเศษเลย !
หลี่เจ๋ออ่านความสงสัยที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของมู่ชิงหลานออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ไขข้อข้องใจให้เธอกระจ่างในตอนนี้ เขาเพียงแค่แย้มยิ้มแล้วกล่าวเรียบ ๆ ว่า "เรื่องนี้ อธิบายไปตอนนี้คุณก็คงยังไม่เห็นภาพหรอก เอาไว้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คุณก็จะได้รู้และเข้าใจเองแหละครับ ว่าทำไมผมถึงได้คาดหวังกับ 'เจ๋อรันเพย์' เอาไว้สูงนัก"
เมื่อเห็นหลี่เจ๋อพูดแบบนั้น มู่ชิงหลานก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับ ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เซ้าซี้ถามอะไรต่อ...
เมื่อเทศกาลตรุษจีนเวียนมาถึง บริษัทในเครือ เจ๋อรันโฮลดิ้ง กรุ๊ป ต่างก็ทยอยประกาศหยุดงานเพื่อให้พนักงานได้กลับไปเฉลิมฉลองกับครอบครัว
สำหรับปีนี้ หลี่เจ๋อไม่ได้เดินทางกลับไปฉลองตรุษจีนที่บ้านเกิดเหมือนปีก่อน ๆ แต่เขาเลือกที่จะรับพ่อแม่ของเขามาฉลองปีใหม่ที่เซี่ยงไฮ้แทน จุดประสงค์แรกก็คือ อยากจะใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวนี้ พาพวกท่านตระเวนเที่ยวพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศของมหานครเซี่ยงไฮ้ให้เต็มอิ่ม
ส่วนจุดประสงค์แฝงอีกข้อก็คือ เขาตั้งใจจะให้พ่อแม่ของเขา ได้พบปะและทำความรู้จักกับพ่อแม่ของหลินหว่านอย่างเป็นทางการ
จะว่าไป หลี่เจ๋อกับหลินหว่านก็คบหาดูใจกันมาได้สองสามปีแล้ว หลี่เจ๋อจึงมีความคิดที่อยากจะจูงมือเธอไปจดทะเบียนสมรส ให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในปีนี้เสียที เพราะอายุอานามของหลินหว่านก็ไม่ใช่สาวแรกรุ่นอีกต่อไปแล้ว
ส่วนเรื่องงานแต่งงานและงานเลี้ยงฉลองนั้น พวกเขาสองคนได้ตกลงกันเป็นการส่วนตัวแล้วว่า จะไม่จัดงานให้ใหญ่โตเอิกเกริกอะไร แค่เชิญญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาร่วมรับประทานอาหารกันแบบอบอุ่นและเป็นกันเอง เพื่อให้เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติก็เพียงพอแล้ว
พ่อแม่ของหลี่เจ๋อพักผ่อนและใช้ชีวิตอยู่ที่เซี่ยงไฮ้นานนับสัปดาห์ ในระหว่างนั้น พวกท่านก็ได้พบปะและร่วมรับประทานอาหารกับพ่อแม่ของหลินหว่าน เพื่อพูดคุยและสร้างความคุ้นเคยกัน
นอกจากนี้ หลี่เจ๋อยังได้พาหลินหว่านและลูกชายอย่างหลี่ตง มาร่วมเป็นไกด์กิตติมศักดิ์ พาพ่อแม่ของเขาตะลอนทัวร์ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่าง ๆ ในเซี่ยงไฮ้ตลอดหลายวัน จนกระทั่งวันหยุดของหลี่เจ๋อใกล้จะหมดลง พ่อแม่ของเขาจึงเอ่ยปากขอตัวเดินทางกลับบ้านเกิด
หลี่เจ๋อจึงสั่งการให้ เจียงหมิง คนขับรถส่วนตัวของเขา รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถพาพวกท่านกลับไปส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย...
หลังพ้นช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ทั้งเจ๋อรัน เทคโนโลยี และ เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ต่างก็กลับเข้าสู่โหมดทำงานอย่างเต็มสูบ และดูเหมือนจะวุ่นวายกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ทางฝั่งเจ๋อรัน เทคโนโลยีนั้น กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมสต๊อกและกระจายสินค้า สำหรับผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวใหม่อย่าง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทั้งสองซีรีส์ และโทรศัพท์มือถือ ส้มรุ่นที่สาม
เจ๋อรัน เทคโนโลยี ย่อมไม่ยอมปล่อยให้ช่วงเวลาทองในการจับจ่ายใช้สอยหลังเทศกาลปีใหม่นี้หลุดลอยไปอย่างแน่นอน ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสามรุ่นนี้ จึงถูกกำหนดให้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 12 เดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติ!
และเพื่อเป็นการปูพรมสร้างกระแส เจ๋อรัน เทคโนโลยีก็ได้ประกาศกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผ่านทางบัญชี 'เวยป๋อทางการ' ของบริษัทตั้งแต่ก่อนช่วงตรุษจีนแล้ว
แม้ว่าแพลตฟอร์มเวยป๋อเวอร์ชันเต็ม จะเพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่ถึง 4 เดือน แต่ในปัจจุบัน ยอดผู้ลงทะเบียนใช้งานกลับพุ่งทะยานจนเกือบจะสูสีกับยอดผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มแม่อย่างเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยแล้ว
ถึงแม้ฐานผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของเวยป๋อ จะเป็นการดึงทราฟฟิกมาจากเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยก็ตาม แต่ก็มีผู้ใช้งานอีกเกือบครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยมาก่อน
นี่คือเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โปรเจกต์ 'เวยป๋อ' สามารถแจ้งเกิดและยืนหยัดบนลำแข้งของตัวเองได้อย่างมั่นคงแล้ว
ความท้าทายก้าวต่อไปก็คือ การงัดกลยุทธ์ต่าง ๆ ออกมาใช้ เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานใหม่ ๆ และขยายขอบเขตอิทธิพลของแพลตฟอร์มให้กว้างไกลยิ่งขึ้น...
ในขณะที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ลงสู่ตลาด ทางฝั่งเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ทีมเซลส์ภาคสนามของพวกเขาก็เริ่มออกสตาร์ตกระจายกำลังลงพื้นที่ตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ในเซี่ยงไฮ้อย่างคึกคัก
กัวฉี อดีตเคยเป็นเพียงพนักงานภาคสนามธรรมดา ๆ คนหนึ่งของบริษัทเกม Legend ในเซี่ยงไฮ้ เขาทำงานทุ่มเทให้กับบริษัทมานานหลายปี
แต่เมื่อถูกยืมตัวมาช่วยงานที่เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ในครั้งนี้ โชคชะตาก็เข้าข้าง เขาได้รับการแต่งตั้งให้เลื่อนขั้นเป็น 'หัวหน้าทีมเซลส์ภาคสนาม' ประจำเขตย่อยในทันที
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังได้รับมอบหมายให้คุมลูกน้องซึ่งเป็นพนักงานเซลส์หน้าใหม่อีก 9 คน แถมเงินเดือนของเขาก็ถูกปรับขึ้นรวดเดียวถึง 30% !
นี่มันคือโบนัสก้อนโตที่ทำให้กัวฉีแทบจะหุบยิ้มไม่ได้เลย
ก็แหม... ใครบ้างล่ะจะรังเกียจเงินทอง ? ส่วนเรื่องที่ว่าทำงานให้กับบริษัทไหนนั้น มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับเขาเลยสักนิด ยังไงซะทั้งสองบริษัทก็อยู่ภายใต้เครือเจ๋อรัน และมีนายจ้างคนเดียวกันอยู่ดี
กัวฉีถูกโอนย้ายมาทำงานที่เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ล่วงหน้าหนึ่งเดือนก่อนเทศกาลตรุษจีน หลังจากที่เขาและเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่ถูกยืมตัวมาจากเกม Legend ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจของ 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เป็นอย่างดีแล้ว
พวกเขาก็รับหน้าที่เป็นวิทยากร คอยฝึกอบรมและถ่ายทอดวิทยายุทธ์ ให้กับบรรดาพนักงานเซลส์ภาคสนามหน้าใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา
สอนเทคนิคการลงพื้นที่ การเจรจาต่อรอง และศิลปะในการผูกมิตรและบริหารความสัมพันธ์ กับบรรดาเจ้าของร้านอาหารหลากหลายรูปแบบที่กระจายตัวอยู่ตามถนนหนทางต่าง ๆ
แน่นอนว่า ในตอนนั้นแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ การฝึกอบรมเหล่านั้นจึงเป็นเพียงแค่การจำลองสถานการณ์และเรียนรู้ภาคทฤษฎีเท่านั้น
แต่เมื่อเทศกาลตรุษจีนผ่านพ้นไป แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ก็ใกล้จะถึงเวลาเปิดม่านอย่างเป็นทางการแล้ว ตอนนี้แหละ ที่เหล่าทีมเซลส์ภาคสนามจะได้ลงสนามจริงและแสดงฝีมือเสียที
หลังจากที่กัวฉีแบ่งโซนรับผิดชอบให้กับลูกน้องหน้าใหม่ทั้ง 9 คน โดยให้รับผิดชอบกันไปคนละสองสามถนน เขาก็ควบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคู่ใจแบรนด์เฟิงฉือ มุ่งหน้าไปยังถนนสายที่เขาต้องรับผิดชอบดูแล
ขับมาได้ไม่นาน กัวฉีก็จอดรถหน้าร้านฟาสต์ฟู้ดริมทางแห่งหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน
"สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้อาหารยังเตรียมไม่เสร็จเลยค่ะ ถ้าคุณลูกค้าจะมารับประทานอาหาร รบกวนกลับมาใหม่ช่วงสาย ๆ ประมาณสิบเอ็ดโมงนะคะ..."
พนักงานเสิร์ฟสาวในร้านเอ่ยทักทายกัวฉีทันทีที่เขาเดินเข้ามา
ก็ตอนนี้มันเพิ่งจะสิบโมงเช้า ยังไม่ถึงเวลาอาหารมื้อหลักเลยด้วยซ้ำ ร้านฟาสต์ฟู้ดไม่มีทางทำอาหารเตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ หรอก
ขืนทำทิ้งไว้ พอถึงตอนเที่ยง อาหารก็คงชืดและเสียรสชาติไปหมดแล้ว
เมื่อกัวฉีได้ยินดังนั้น เขาก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร แล้วพูดกับพนักงานเสิร์ฟคนนั้นว่า "สวัสดีครับ พอดีผมมีธุระอยากจะหารือกับเถ้าแก่ของคุณสักหน่อย ไม่ทราบว่าจะสะดวกเชิญเถ้าแก่ออกมาคุยกับผมหน่อยได้ไหมครับ ? "
พนักงานเสิร์ฟสาวชะงักไปเล็กน้อย เธอปรายตามองกัวฉีอย่างประเมิน ก่อนจะตอบรับ "ถ้าอย่างนั้น รบกวนรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันเข้าไปถามเถ้าแก่ให้ค่ะ"
"ได้ครับ รบกวนด้วยนะครับ ! "
กัวฉีผงกหัวรับด้วยความสุภาพ
รอเพียงไม่นาน ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังร้าน เมื่อเขาเห็นกัวฉี เขาก็เอ่ยถามทันที "สวัสดีครับ คุณมีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอ ? "
กัวฉีเห็นดังนั้น ก็รีบก้าวเข้าไปหา พร้อมกับล้วงบุหรี่ในกระเป๋าออกมายื่นส่งให้อีกฝ่ายมวนหนึ่งอย่างรู้ธรรมเนียม "คุณคงจะเป็นเถ้าแก่ร้านสินะครับ ? ไม่ทราบว่าเถ้าแก่แซ่อะไรครับ ? ผมเป็นตัวแทนฝ่ายขายจากแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ครับ ผมแซ่กัว ชื่อฉี เถ้าแก่จะเรียกผมว่า เสี่ยวกัว ก็ได้ครับ"
เถ้าแก่ร้านรับบุหรี่มาถือไว้ด้วยท่าทางระแวดระวังเล็กน้อย เขาหรี่ตามองกัวฉีก่อนจะตอบ "ผมเป็นเจ้าของร้านนี้เองแหละ แซ่หลิว ชื่อเฉียง ! "
"เมื่อกี้คุณบอกว่าเป็นตัวแทนฝ่ายขายของแพลตฟอร์มอะไรนะ... 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เหรอ ? แล้วไอ้แพลตฟอร์มนี่มันคืออะไรกันล่ะ ? แล้วตกลงคุณมีธุระอะไรกับผม ? "
กัวฉีรีบฉวยโอกาสอธิบายทันที "พี่หลิวครับ แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ของเรา ก็ตรงตามชื่อเลยครับ มันคือแพลตฟอร์มสำหรับให้บริการสั่งอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ครับ"
"พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ลูกค้าสามารถเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วล็อกอินเข้ามาในแพลตฟอร์มของเรา เพื่อสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ได้เลย อยากกินเมนูไหนก็จิ้มเลือกเอา จากนั้น แพลตฟอร์มของเราก็จะมีพนักงานจัดส่งอาหารโดยเฉพาะ วิ่งไปรับอาหารที่ร้านที่ลูกค้าสั่ง แล้วนำไปส่งให้ถึงมือลูกค้าเลยครับ"
เมื่อได้ฟังคำอธิบาย หลิวเฉียงก็ถึงบางอ้อทันที "โธ่เอ๊ย ! ที่แท้ก็ธุรกิจส่งปิ่นโต (เดลิเวอรี่) นี่เอง ! "
กัวฉียิ้มรับและพยักหน้า "ใช่เลยครับพี่หลิว มันก็คือธุรกิจเดลิเวอรี่นั่นแหละครับ แต่ข้อแตกต่างก็คือ ปัจจุบันนี้ร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ทำเดลิเวอรี่ มักจะต้องจ้างพนักงานหรือเด็กในร้านไปส่งอาหารให้ลูกค้าเองใช่ไหมล่ะครับ"
"แต่แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ของเรา ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ที่เชื่อมโยงระหว่างลูกค้าที่หิวและอยากสั่งอาหาร เข้ากับร้านอาหารที่ต้องการขาย แถมเรายังมีทีมงานรับหน้าที่จัดส่งอาหารให้เบ็ดเสร็จในตัวเลยด้วย"
"ด้วยระบบนี้ พี่หลิวก็มีหน้าที่แค่ทำอาหารตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งผ่านแพลตฟอร์มของเราให้เสร็จก็พอ ส่วนเรื่องยุ่งยากจุกจิกอื่น ๆ พี่ไม่ต้องสนใจเลยครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราจัดการเองทั้งหมด"
"ส่วนเรื่องการชำระเงิน ลูกค้าก็จะจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์มาเลยครับ ทันทีที่พี่หลิวสมัครเปิดบัญชีร้านค้าบนแพลตฟอร์มของเรา เมื่อมีลูกค้าสั่งอาหารและกดยืนยันว่าได้รับอาหารเรียบร้อยแล้ว เงินค่าอาหารก็จะถูกโอนเข้าบัญชีของพี่โดยตรงเลยครับ"
"ระบบมันก็คล้าย ๆ กับการขายของบนเว็บ 'เถาเป่า' นั่นแหละครับ..."
กัวฉีพยายามอธิบายรายละเอียดและข้อดีของแพลตฟอร์มอย่างใจเย็น
แต่ดูเหมือนว่า หลิวเฉียงจะไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นหรือให้ความสนใจกับข้อเสนอของเขาเท่าไหร่นัก เขาโบกมือปฏิเสธ "โอย แค่ลูกค้าหน้าร้านทุกวันนี้ ก็ทำเอาผมหัวหมุนจะแย่อยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงเนี่ย ลูกค้าแน่นจนทำแทบไม่ทันเลยคุณ"
"ผม...ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องเดลิเวอรี่เท่าไหร่น่ะครับ คุณลองไปติดต่อร้านอื่นดูเถอะนะ"
หลิวเฉียงเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปรายตามองกัวฉีแล้วพูดต่อ "อีกอย่างนะ ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าไอ้แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' อะไรของคุณเนี่ย มันน่าเชื่อถือได้แค่ไหน"
"ในเมื่อลูกค้าจ่ายเงินผ่านแพลตฟอร์มของคุณ แล้วถ้าเกิดคุณเบี้ยว ไม่ยอมโอนเงินค่าอาหารให้ผมขึ้นมา ผมจะไปตามทวงกับใครล่ะ ? "
กัวฉีไม่แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มและอธิบายอย่างใจเย็น "พี่หลิวครับ เรื่องความน่าเชื่อถือนี่ พี่ไม่ต้องกังวลเลยครับ"
"อ้อ ผมลืมบอกไป แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ของเรายังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการหรอกครับ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงเปิดรับสมัครร้านค้าพาร์ทเนอร์ คาดว่าอีกประมาณครึ่งเดือน ถึงจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครับ"
"แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เป็นของบริษัท 'เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์' ครับ พี่อาจจะไม่คุ้นหูชื่อบริษัทนี้เท่าไหร่ แต่พี่ต้องเคยได้ยินชื่อบริษัท 'เจ๋อรัน เทคโนโลยี' แน่นอนใช่ไหมครับ ? "
"บริษัทของเรากับเจ๋อรัน เทคโนโลยี เป็นบริษัทพี่น้องกันครับ เพราะเราอยู่ภายใต้ร่มเงาของ 'เจ๋อรันโฮลดิ้ง กรุ๊ป' เหมือนกัน และเถ้าแก่ใหญ่ของเรา ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... เขาคือ คุณหลี่เจ๋อ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ และอันดับหนึ่งของเอเชียครับ ! "
"ถ้าพี่ไม่เชื่อ ผมมีรูปถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจ แล้วก็ข้อมูลนิติบุคคลของบริษัทมาให้ดูด้วย หรือถ้าพี่อยากชัวร์ พี่จะไปค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเองก็ได้เลยครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวเฉียงก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ความสนใจของเขาถูกจุดประกายขึ้นมาทันที "จริงดิ ? บริษัทของคุณเป็นบริษัทของท่านประธานหลี่ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งจริง ๆ เหรอ ? "
กัวฉีตบหน้าอกรับประกัน "เรื่องจริงล้านเปอร์เซ็นต์ครับพี่ ! ข้อมูลพวกนี้มันตรวจสอบได้อยู่แล้ว และถ้าแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ของเราเปิดตัวเมื่อไหร่ ข้อมูลของบริษัทก็จะถูกแสดงไว้บนแพลตฟอร์มอย่างชัดเจนด้วยครับ"
พูดถึงตรงนี้ กัวฉีก็หัวเราะเบา ๆ แล้วเสริม "ที่นี่คือมหานครเซี่ยงไฮ้นะครับพี่ ซึ่งก็ถือเป็นฐานที่มั่น ของประธานหลี่เลยก็ว่าได้ ถ้าพวกเราเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง พี่คิดว่าเราจะกล้าเอาชื่อท่านประธานหลี่มาแอบอ้าง แล้วเดินสายโปรโมตอย่างเอิกเกริกแบบนี้เหรอครับ ? "
"ขืนความแตกขึ้นมา มีหวังโดนเช็กบิลจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่ ๆ ! "
เมื่อได้ฟัง หลิวเฉียงก็หัวเราะ 'หึ ๆ ' ออกมา "นั่นก็จริงของคุณ ! แต่ถึงยังไง ผมก็ยังไม่มีความคิดจะทำเดลิเวอรี่อยู่ดีแหละ"
กัวฉีไม่ยอมแพ้ "พี่หลิวครับ พี่อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิครับ ลองฟังผมพูดให้จบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย อย่างที่พี่บอกไปเมื่อกี้ ว่าช่วงพักเที่ยงร้านพี่ลูกค้าเยอะจนทำแทบไม่ทัน"
"แต่พี่เคยลองคิดดูไหมครับ ว่าแล้วช่วงเวลาก่อนหรือหลังพักเที่ยงล่ะ ? ลูกค้าบางคนเขาอาจจะติดพันงาน หรือมีธุระจนปลีกตัวออกมากินข้าวที่ร้านพี่ไม่ได้"
"แต่ถ้าพี่เปิดร้านบนแพลตฟอร์มของเรา ลูกค้ากลุ่มนี้ก็สามารถกดสั่งอาหารจากร้านพี่ผ่านระบบออนไลน์ได้เลย และยังรวมไปถึงลูกค้าที่อยู่ไกลออกไปอีก การจะให้พวกเขาถ่อมารับประทานอาหารที่ร้านพี่ทุกวันมันก็คงเป็นไปไม่ได้"
"คนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่ พอถึงเวลาพักเที่ยง เขาก็มักจะหาร้านอาหารใกล้ ๆ ออฟฟิศกินกันใช่ไหมครับ ? แต่แพลตฟอร์มของเราจะช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องระยะทาง และขยายฐานลูกค้าของพี่ให้กว้างไกลออกไปอีก ! "
"ถ้ามองในมุมนี้ การที่พี่เข้าร่วมกับแพลตฟอร์มของเรามีแต่ได้กับได้ครับ ไม่มีผลเสียอะไรเลย"
"และสิ่งที่พี่ต้องทำ ก็แค่สมัครเปิดบัญชีร้านค้าบนแพลตฟอร์มของเรา ผูกบัญชีธนาคารเอาไว้รับเงิน ถ่ายรูปอาหารน่ากิน ๆ แล้วอัปโหลดขึ้นหน้าร้านออนไลน์ของพี่ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ"
"ส่วนเรื่องที่เหลือ ถ้ามีลูกค้ากดสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม พี่ก็แค่ทำอาหารตามออเดอร์ ใส่กล่องเตรียมไว้ แล้วรอให้พนักงานเดลิเวอรี่ของเราไปรับอาหาร แค่นี้เองครับ"
"มันแทบจะไม่ได้เพิ่มภาระงานให้พี่เลย แต่กลับเปิดโอกาสให้ยอดขายของพี่เพิ่มขึ้นอีกมหาศาล"
กัวฉีเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มและงัดไม้ตายออกมา "และที่สำคัญที่สุดก็คือ ในช่วงแรกที่แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เปิดให้บริการ ทางบริษัทของเราจะอัดฉีดโปรโมชัน 'อุดหนุนแบบแพ็กคู่' ให้กับทั้งฝั่งลูกค้าที่สั่งอาหาร และฝั่งร้านค้าอย่างพี่หลิวด้วยนะครับ ! "
"โอ๊ะ ? มีเงินอุดหนุนด้วยเหรอ ? แล้วไอ้เงินอุดหนุนนี่มันจ่ายยังไงล่ะ ? "
เมื่อได้ยินเรื่องผลประโยชน์ หลิวเฉียงก็หูผึ่ง และรีบถามด้วยความสนใจทันที
กัวฉีอธิบาย "สำหรับเรื่องเงินอุดหนุน ทางบริษัทได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจนไว้แล้วครับ สำหรับผู้ใช้งานใหม่ ที่สั่งอาหารผ่าน 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เป็นครั้งแรก จะได้รับ 'อั่งเปาส่วนลด' มูลค่า 10 หยวนทันทีครับ"
"และในการสั่งอาหารครั้งต่อ ๆ ไป ผู้ใช้งานก็จะมีสิทธิ์ลุ้นรับ 'อั่งเปาสุ่มมูลค่า' ตั้งแต่ 3-10 หยวน ในทุก ๆ ออเดอร์เลยครับ!"
"อั่งเปาพวกนี้ ลูกค้าสามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารได้โดยตรงเลย และความพิเศษมันอยู่ตรงนี้ครับ ลูกค้าได้รับอั่งเปาส่วนลดไปเท่าไหร่ เมื่อลูกค้านำอั่งเปานั้นมาใช้สั่งอาหารที่ร้านของพี่ ทางบริษัทก็จะโอนเงิน 'อุดหนุน' กลับคืนให้พี่ในมูลค่าที่เท่ากันเลยครับ ! "
"ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ นะครับ สมมติว่ามีลูกค้าใหม่มากดสั่งอาหารร้านพี่ผ่านแพลตฟอร์มของเรา เนื่องจากเขาเป็นลูกค้าใหม่ เขาจะได้รับอั่งเปา 10 หยวน"
"พอเขาสั่งอาหารและยืนยันออเดอร์ปุ๊บ นอกจากพี่จะได้รับค่าอาหารตามปกติแล้ว พี่ก็จะได้รับเงิน 'อุดหนุนพิเศษ' โอนเข้าบัญชีอีก 10 หยวนด้วยครับ"
"หรือถ้าเป็นลูกค้าเก่า ไม่ว่าเขาจะจับสลากได้อั่งเปามูลค่าเท่าไหร่ พี่ก็จะได้รับเงินอุดหนุนในมูลค่าที่เท่ากันโอนเข้าบัญชีเช่นกันครับ..."
"เพราะว่าเมื่อแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เราจะมี 'ช่วงทดลองให้บริการ' เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งในช่วง 3 เดือนนี้ ทางแพลตฟอร์มจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือหักเปอร์เซ็นต์ ใด ๆ จากร้านค้าเลยครับ"
"พอหมดช่วงทดลองให้บริการ เราถึงจะเริ่มหักค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์มแค่ 10% เท่านั้น ผมเชื่อว่า ต่อให้หมดโปรโมชั่นช่วงทดลองให้บริการไปแล้ว ค่าธรรมเนียมแค่ 10% เมื่อเทียบกับยอดขายและออเดอร์มหาศาลที่แพลตฟอร์มจะหามาให้พี่หลิวได้แล้ว มันก็เป็นแค่เศษเงินเท่านั้นแหละครับ จริงไหม ? "
เมื่อได้ฟังรายละเอียดจากกัวฉี หลิวเฉียงก็เริ่มใช้ความคิดอย่างหนัก
มันก็จริงอย่างที่กัวฉีบอก ต่อให้เราไม่พูดถึงโปรโมชันอุดหนุนว่าจะลากยาวไปอีกนานแค่ไหน แต่ต่อให้หมดช่วงทดลองให้บริการ แพลตฟอร์มก็หักเปอร์เซ็นต์แค่ 10% ซึ่งถือว่าน้อยมาก
ใคร ๆ ก็รู้ว่าธุรกิจร้านอาหาร กำไรขั้นต้นอย่างต่ำ ๆ ก็ปาเข้าไป 50-70% แล้ว
ถ้าแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' สามารถดึงลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้เขาได้จริง ๆ การโดนหักเปอร์เซ็นต์แค่ 10% ก็ถือว่าจิ๊บจ้อยมาก เขายังเหลือกำไรเข้ากระเป๋าอีกบานเบอะ
และเมื่อนึกถึงว่านี่คือบริษัทของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง บางทีแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' นี้อาจจะแจ้งเกิดและดังระเบิดขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้ ถ้าเขารีบเข้าไปจับจองพื้นที่ตั้งแต่เนิ่น ๆ ร้านของเขาก็อาจจะได้อานิสงส์และกอบโกยผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ
หรืออย่างน้อยที่สุด การเข้าไปกินเงินอุดหนุนฟรี ๆ ในช่วงโปรโมชั่นก็ถือว่าคุ้มแล้ว เพราะเซลส์เขาก็บอกเองว่า มีช่วงทดลองให้บริการฟรีตั้ง 3 เดือน โดยไม่หักค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น
ถ้าทำไปสักพักแล้วรู้สึกว่าไม่เวิร์ก อย่างมากก็แค่เลิกทำ ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายเลย !
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลิวเฉียงก็ตัดสินใจทันที "ตกลง งั้นผมจะลองดูสักตั้ง ! ว่าแต่... ไอ้แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ของคุณเนี่ย มันต้องทำยังไงบ้างล่ะ ? "
กัวฉียิ้มกว้าง "ง่ายมากเลยครับพี่หลิว ถึงแม้แพลตฟอร์มสำหรับลูกค้าจะยังไม่เปิดให้บริการ แต่แพลตฟอร์มสำหรับร้านค้า เปิดให้ลงทะเบียนแล้วครับ"
"คอมพิวเตอร์ที่แคชเชียร์ของพี่ต่อเน็ตได้ใช่ไหมครับ ? เดี๋ยวผมจะดาวน์โหลดโปรแกรม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' มาลงเครื่องให้ แล้วจะสอนวิธีลงทะเบียนเปิดร้าน รวมถึงวิธีจัดการหน้าร้านออนไลน์ให้พี่เองครับ..."
"ได้เลย งั้นคุณจัดการให้ผมทีนะ" หลิวเฉียงตอบรับ
...
ด้วยการอาศัยบารมีของบริษัทในเครือเจ๋อรัน และชื่อเสียงอันโด่งดังของมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อ ประกอบกับโปรโมชันเงินอุดหนุนสุดเย้ายวนใจ และข้อเสนอใช้งานฟรี 3 เดือนโดยไม่หักเปอร์เซ็นต์
ทีมเซลส์ภาคสนามของเจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ก็สามารถดึงดูดร้านอาหารจำนวนมหาศาล ให้เข้ามาเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ได้อย่างรวดเร็ว...
ในขณะที่แพลตฟอร์มสั่งอาหาร 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทางฝั่งบริษัท หงเหมิง ซิสเต็ม ก็ได้ปล่อยชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) ของระบบปฏิบัติการหงเหมิงออกมาให้นักพัฒนาได้ใช้งานในที่สุด
และในช่วงก่อนเปิดเทอม หลี่ตงก็ได้เดินทางมาที่บริษัทเว็บไซต์เซี่ยวเน่ย
"ผู้อำนวยการหวัง รบกวนคุณช่วยจัดสรรทีมงาน ให้รีบพัฒนาเกมสองตัวนี้ ในเวอร์ชันที่รองรับระบบหงเหมิงออกมาให้เร็วที่สุดนะครับ เมื่อวานนี้บริษัท หงเหมิง ซิสเต็ม เพิ่งจะปล่อยชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมา พวกคุณต้องเร่งมือจัดการให้เสร็จโดยด่วนเลยนะครับ"
"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเจ๋อรัน เทคโนโลยี น่าจะใกล้เปิดตัวเต็มทีแล้ว ถึงตอนนั้น ผมจะไปคุยกับพ่อ ให้เขาฝังเกมสองตัวนี้ของเราเข้าไปในสมาร์ทโฟนของเจ๋อรัน เทคโนโลยีทุกเครื่องเลย..."
หลี่ตงส่งเอกสารข้อเสนอโครงการเกม สองฉบับ ให้กับ หวังฉิน ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาเกมของเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยโดยตรง
และเกมสองตัวที่หลี่ตงนำเสนอ ก็คือเกมสุดฮิตระดับตำนานอย่าง 'Fruit Ninja' และ 'Temple Run' นั่นเอง !
หวังฉินรับเอกสารมาเปิดดูรายละเอียดอย่างคร่าว ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและตอบว่า "คอนเซปต์ของทั้งสองเกมนี้ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยครับ ใช้เวลาพัฒนาสักเดือนสองเดือน ก็น่าจะได้เวอร์ชันต้นแบบ ออกมาให้ทดสอบแล้วครับ"
"เยี่ยม ! เอาเป็นว่ารีบจัดการให้เร็วที่สุดก็แล้วกันครับ ! " หลี่ตงกำชับ
หลังจากมอบหมายงานให้หวังฉินเสร็จ หลี่ตงก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานของเจียงอวี่เซวียน
"มาแล้วเหรอ เสี่ยวตง..."
เจียงอวี่เซวียนเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่ตง เธอก็เผยรอยยิ้มออกมา
หลี่ตงรับคำทักทาย ก่อนจะถามถึงสถานการณ์ของบริษัท "คุณอาครับ ตอนนี้เรามีเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเหลืออยู่เท่าไหร่ครับ ? "
เจียงอวี่เซวียนตอบ "เหลืออยู่ประมาณหกสิบกว่าล้านหยวน ก่อนหน้านี้เราทุ่มงบไปกับการโปรโมตเวยป๋อค่อนข้างเยอะ โชคดีนะที่รายได้จากธุรกิจเสียงรอสายของ ตงเจ๋อ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ยังไปได้สวย เพลงที่หลานแต่ง สามารถโกยส่วนแบ่งรายได้ให้บริษัทเราได้เดือนละเกือบสิบล้านหยวนเลยทีเดียว ทำให้เรามีเงินมาหมุนเวียนและอุดหนุนเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยได้อย่างต่อเนื่อง"
"บวกกับทางฝั่งเว็บไซต์เฟยลู่ ตอนนี้ก็สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้แล้ว ดังนั้น สถานการณ์การเงินของเราตอนนี้ถือว่ายังรับมือไหว อ้อ... ช่วงนี้มีบริษัทร่วมลงทุนหลายเจ้า ติดต่อเข้ามาขอร่วมลงทุนในเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยด้วยนะ"
"บางเจ้าเสนอประเมินมูลค่าบริษัทให้เราสูงทะลุ 1 พันล้านหยวน ไปแล้วด้วยซ้ำ ! "
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ตงก็หัวเราะเบา ๆ "ก็แน่ล่ะครับ ตอนนี้ยอดผู้ใช้งานของเวยป๋อ แซงหน้าผู้ใช้งานของเซี่ยวเน่ยไปแล้ว แถมศักยภาพการเติบโต ในอนาคตก็สูงลิบลิ่วจนใคร ๆ ก็มองเห็น พวกนักลงทุนจะไม่อยากกระโดดขึ้นเรือลำนี้ได้ยังไงล่ะครับ ? "
"มูลค่าบริษัทแค่ 1 พันล้านหยวน ถือว่ายังจิ๊บจ้อยมากครับ"
"จ้ะ"
เจียงอวี่เซวียนยิ้มรับ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "แต่ช่วงนี้ อาได้ยินข่าววงในมาว่า ทั้ง โซ่วหู และ ซินล่าง กำลังซุ่มพัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองอยู่เหมือนกันนะ คาดว่าอีกไม่กี่เดือน แพลตฟอร์มของพวกเขาก็น่าจะเปิดตัวแล้วล่ะ"
"ถึงตอนนั้น เราคงต้องเตรียมรับมือกับสงครามการแข่งขันอย่างดุเดือดจากยักษ์ใหญ่สองเจ้านี้แน่ ๆ ..."
หลี่ตงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็เข้าใจดีว่า แพลตฟอร์มประเภทเวยป๋อ เป็นธุรกิจที่มีกำแพงการเข้าสู่ตลาดค่อนข้างต่ำ การเกิดคู่แข่งจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่า หลี่ตงรู้ดีว่า 'หัวใจสำคัญ' ของความสำเร็จในธุรกิจเวยป๋อคืออะไร
ในตอนนี้ ดารา ศิลปิน และคนดังในวงการบันเทิงเกือบทั้งหมด ต่างก็เข้ามาเปิดบัญชีและใช้งานเวยป๋อของเว็บไซต์เซี่ยวเน่ยกันหมดแล้ว ขอเพียงแค่เขาสามารถรักษาฐานผู้ใช้งานกลุ่มดาราและคนดังเหล่านี้เอาไว้ได้
ต่อให้ โซ่วหู หรือ ซินล่าง จะเปิดตัวแพลตฟอร์มของตัวเองออกมา ก็ไม่มีทางที่จะมาสู้หรือแย่งชิงความเป็นผู้นำจากเวยป๋อของเซี่ยวเน่ยไปได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งสื่อมวลชน บริษัทเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ก็เริ่มทยอยกันเข้ามาเปิดบัญชีทางการบนแพลตฟอร์มเวยป๋อของเซี่ยวเน่ยอย่างต่อเนื่อง
และในเรื่องของเงินทุน ต่อให้บริษัทเซี่ยวเน่ยจะเกิดขาดสภาพคล่องขึ้นมาจริง ๆ เขาก็แค่บากหน้าไปขอเงินทุนอุดหนุนจากพ่อ หรือไม่ก็เปิดระดมทุนเพิ่มอีกสักรอบก็ยังได้
ด้วยเหตุนี้ หลี่ตงจึงไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลอะไรมากมายนัก
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในเชิงกลยุทธ์ เขาอาจจะมองข้ามคู่แข่งได้ แต่ในเชิงยุทธวิธี เขาก็ต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างจริงจัง
หลังจากประมวลผลความคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่ตงก็เอ่ยปากสั่งการ "คุณอาครับ รบกวนคุณอาช่วยเป็นหูเป็นตาคอยติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ให้ด้วยนะครับ แล้วก็... คุณอาช่วยส่ง 'เอกสารข้อเสนอโปรเจกต์ฟีเจอร์คำค้นหายอดฮิต' ที่ผมเคยให้คุณอาไว้ ไปให้ทีมพัฒนาจัดการต่อเลยนะครับ"
"รอให้ทางโซ่วหู กับซินล่าง เปิดตัวแพลตฟอร์มของพวกเขาออกมาก่อน เราค่อยปล่อยอัปเดตเวอร์ชันใหม่ แล้วปล่อยฟีเจอร์คำค้นหายอดฮิตลงตลาด ให้พวกเขารู้ซึ้งไปเลยว่าทำได้แค่เดินตามหลังเราต้อย ๆ เท่านั้นแหละครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงอวี่เซวียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "ได้เลย เดี๋ยวอาจะส่งเอกสารข้อเสนอโปรเจกต์นั่นไปให้ทีมพัฒนาลุยต่อเลย"
"ครับผม อีกไม่กี่วันผมก็จะเปิดเทอมแล้ว ถึงตอนนั้นผมคงต้องทุ่มเวลาติวเข้มเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย คงไม่มีเวลาแวะมาที่บริษัทบ่อย ๆ ยังไงผมก็คงต้องรบกวนให้คุณอาช่วยดูแลและบริหารจัดการบริษัทแทนผมด้วยนะครับ"
หลี่ตงฝากฝัง
ก่อนหน้านี้ หลี่เจ๋อได้ไปเจรจากับทางโรงเรียนให้เรียบร้อยแล้ว โดยขอให้หลี่ตงได้ข้ามชั้นไปเรียน ม.6 ในเทอมหน้า เพื่อเตรียมตัวสอบเกาเข่าในปีนี้เลย
...
เมื่อเทศกาลโคมไฟผ่านพ้นไป โรงเรียนทุกระดับชั้นก็ทยอยเปิดภาคเรียนใหม่
ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มสั่งอาหาร 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ก็เริ่มปูพรมแคมเปญโฆษณาและการตลาด เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยเป้าหมายหลักในการโปรโมตก็คือ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และบรรดากลุ่มอาคารสำนักงานทั่วทั้งมหานครเซี่ยงไฮ้
เจ๋อรัน ซอฟต์แวร์ ทุ่มงบประมาณก้อนโต จ้างนักศึกษาพาร์ทไทม์จำนวนมากไปเดินแจกใบปลิวตามบริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัยและอาคารสำนักงาน พร้อมกับทุ่มซื้อพื้นที่โฆษณาตามจุดยุทธศาสตร์เหล่านั้นอย่างเต็มเหนี่ยว
เพื่อประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์ม 'เตี่ยนชานไจ้เซี่ยน' ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
โดยผู้ใช้งานใหม่ที่สมัครและเริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม จะได้รับ 'อั่งเปาส่วนลด' มูลค่า 10 หยวนทันที และในการสั่งอาหารครั้งต่อ ๆ ไป ก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับอั่งเปาสุ่มมูลค่าตั้งแต่ 3 ถึง 10 หยวนอีกด้วย โปรโมชันสุดคุ้มนี้ ย่อมดึงดูดความสนใจจากเหล่านักศึกษาและพนักงานออฟฟิศได้อย่างล้นหลาม...
...
11 มีนาคม
บัญชีเวยป๋อทางการของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ได้โพสต์ข้อความประกาศสำคัญ
เจ๋อรัน เทคโนโลยี จะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในวันที่ 2 เมษายน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติเซี่ยงไฮ้ โดยงานนี้ หลี่เจ๋อ ประธานกรรมการและซีอีโอของเจ๋อรัน เทคโนโลยี จะให้เกียรติเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ในประกาศดังกล่าวยังแย้มอีกว่า ผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาเปิดตัวในงานนี้ คือสมาร์ทโฟนระดับ 'นวัตกรรมพลิกโลก' !
และเพื่อเรียกน้ำย่อย บัญชีเวยป๋อทางการของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ยังได้แนบรูปถ่ายด้านหน้าของสมาร์ทโฟนซีรีส์ 'ซิงเย่า' มาให้ชมเป็นขวัญตาอีกด้วย...
ความจริงแล้ว ยอดผู้ติดตาม บัญชีเวยป๋อทางการของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ไม่ได้มีมากมายอะไรนัก
แต่ทันทีที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป มันก็จุดชนวนความสนใจจากสื่อมวลชนหลายสำนัก ให้เข้ามารายงานข่าวกันอย่างครึกโครม ก็แหม งานนี้มหาเศรษฐีอย่างหลี่เจ๋อ จะลงมาเป็นคนนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองเชียวนะ !
ต้องไม่ลืมนะว่า ที่ผ่านมาเจ๋อรัน เทคโนโลยีเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาก็ตั้งหลายตัว หลี่เจ๋อแทบจะไม่เคยโผล่หน้าไปร่วมงานแถลงข่าวเลยด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น รูปถ่ายหน้าตรงของสมาร์ทโฟน 'ซิงเย่า' ที่ถูกปล่อยออกมานั้น มันช่างดูสวยล้ำและอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งโลกอนาคต ชนิดที่ว่าเห็นแล้วต้องร้องว้าว !
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะหันมาให้ความสนใจและตั้งตารอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ
ความจริง ข่าวลือเรื่องที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังซุ่มพัฒนาสมาร์ทโฟนนั้น มีหลุดรอดออกมาให้ได้ยินกันสักพักใหญ่แล้ว แต่รายละเอียดเบื้องลึกนั้นแทบจะไม่มีใครล่วงรู้เลย
คนภายนอกรู้แค่ว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังทำสมาร์ทโฟน แต่หน้าตาและฟีเจอร์เด่นจะเป็นยังไงนั้น ทุกคนล้วนมืดแปดด้าน หลายคนมโนไปเองด้วยซ้ำว่า มันก็คงหน้าตาเหมือน 'สมาร์ทโฟน' รุ่นทั่วไปที่มีเกลื่อนตลาดในตอนนี้นั่นแหละ
แต่เมื่อภาพหน้าตรงของสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนผ่านบัญชีทางการของเจ๋อรัน เทคโนโลยี มันก็ทำลายภาพจำเดิม ๆ ของทุกคนจนแตกกระจุย และจุดประกายให้ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์พูดคุยกันอย่างถล่มทลาย
"เชี่ย ! มือถือบ้าอะไรเนี่ย... ไม่มีปุ่มกด ? มีแค่หน้าจอล้วน ๆ ? โคตรเท่เลยว่ะ ! หน้าตายังกะหลุดมาจากหนังไซไฟเลย ! "
"จริงด้วยแฮะ มือถือไร้ปุ่มกด... เจ๋อรัน เทคโนโลยีเล่นใหญ่แล้วงานนี้ ! โดยเฉพาะไอ้หน้าจอนั่น โอ้โห... มันจะใหญ่ไปไหนเนี่ย ! เห็นแล้วสะใจชะมัด ! มิน่าล่ะ มหาเศรษฐีหลี่ถึงต้องลงโรงมาเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วยตัวเอง ! แต่ฉันสงสัยจังเลยว่า ถ้าไม่มีปุ่มกด แล้วมันจะใช้งานยังไงวะเนี่ย ! "
"ถ้าฉันจำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่แบรนด์จีนพัฒนาขึ้นมาเองเลยนะเนี่ย ? ต้องยอมรับเลยว่า เจ๋อรัน เทคโนโลยีกับมหาเศรษฐีหลี่เจ๋อนี่แกเจ๋งจริง ในขณะที่แบรนด์มือถือจีนเจ้าอื่น แค่จะเข็นสมาร์ทโฟนธรรมดา ๆ ออกมายังทำไม่ได้เลย
แต่เจ๋อรัน เทคโนโลยีกลับก้าวกระโดดไปพัฒนาสมาร์ทโฟนสุดล้ำยุคที่ไม่มีแม้แต่ปุ่มกดออกมาได้ซะงั้น ถ้าเอาไปเทียบกับเจ๋อรัน เทคโนโลยีแล้ว แบรนด์มือถือจีนเจ้าอื่นก็กลายเป็นแค่ขยะไปเลย ! สมควรแล้วล่ะที่โดนเจ๋อรัน เทคโนโลยีไล่ตบซะยับเยินขนาดนี้ ! "
"พวกคอมเมนต์ข้างบนนี่ไม่เคยตามข่าวต่างประเทศกันเลยเหรอไง ? ความจริงตั้งแต่เมื่อเดือนมกราที่ผ่านมา บริษัท Apple ของอเมริกาก็เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบหน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอ เหมือนกันเป๊ะ ! เจ๋อรัน เทคโนโลยีก็แค่ไปลอกเลียนแบบดีไซน์ของ Apple มาเท่านั้นแหละ มีอะไรน่าอวยนักหนา ! "
"ไอ้พวกคอมเมนต์ข้างบนนี่ถ้าไม่ใช่พวกปัญญาอ่อนก็พวกปั่นกระแสนั่นแหละ ! แกคิดว่าบนโลกนี้มีแต่แกคนเดียวเหรอที่ตามข่าว iPhone ของ Apple ?
ฉันยอมรับนะว่า iPhone มันเป็นสมาร์ทโฟนที่เจ๋งมาก ตอนที่ได้เห็นครั้งแรก ฉันก็ตื่นเต้นจนแทบคลั่งเหมือนกัน และก็เห็นด้วยกับที่สื่อต่างประเทศยกย่องให้มันเป็น 'มือถือพระเจ้า'
แต่ถ้าแกจะมาบอกว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีไปลอกแบบมาจาก Apple เนี่ย ฉันว่าแกมันโคตรจะปัญญาอ่อนเลย
นับจากวันที่ Apple จัดงานแถลงข่าวจนถึงตอนนี้ มันผ่านไปกี่เดือนเอง ? เพิ่งจะสองเดือนเองนะโว้ย ! แกคิดว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีจะสามารถก๊อปปี้ iPhone ออกมาได้ภายในเวลาแค่สองเดือนงั้นเหรอ ?
แกคิดว่านี่คือการวาดรูปหรือปั้นโมเดลดินน้ำมันหรือไง !
การที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีสามารถเข็นสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอออกมาได้เร็วขนาดนี้ มันก็แปลว่าพวกเขาต้องมีแผนงานวิจัยและออกแบบรองรับไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว มันก็แค่บังเอิญว่าแนวคิดดันไปตรงกับของ Apple ก็เท่านั้นแหละ
และอีกอย่าง ถ้าลองเทียบหน้าตากับ iPhone แล้วล่ะก็ สมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังจะเปิดตัว มันดูสวยและล้ำกว่าเยอะ !
ขนาดหน้าจอยังใหญ่กว่าแบบเห็น ๆ ! แถมที่แน่ ๆ สมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าก็ต้องใช้เทคโนโลยีมัลติทัชเหมือนกัน แกอธิบายมาสิว่าเทคโนโลยีมัลติทัชมันคืออะไร ?
ไม่ต้องพูดถึงบริษัทในประเทศจีนหรอก แม้แต่ในต่างประเทศ นอกจาก Apple แล้ว ก็ยังไม่มีบริษัทไหนครอบครองเทคโนโลยีนี้เลยสักราย
เผลอ ๆ เทคโนโลยีมัลติทัชที่ Apple ใช้ พวกเขาก็ไม่ได้พัฒนาขึ้นมาเองทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่ไปเทกโอเวอร์บริษัทที่มีเทคโนโลยีนี้มาต่างหาก
แต่สำหรับเจ๋อรัน เทคโนโลยี เป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีมัลติทัชขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ! ถ้ามองในมุมนี้ เจ๋อรัน เทคโนโลยีก็ดูจะเก่งกาจกว่า Apple เสียด้วยซ้ำ ! "
โพสต์บนบัญชีทางการของเจ๋อรัน เทคโนโลยี รวมถึงภาพถ่ายสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าที่แนบมาด้วย ได้กลายเป็นไวรัลและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกอินเทอร์เน็ต
ซึ่งแน่นอนว่า เบื้องหลังกระแสตอบรับที่ร้อนแรงนี้ ย่อมมีเจ๋อรัน เทคโนโลยีคอยเป็น 'ผู้กำกับ' คอยปั่นกระแสอยู่ด้วย
เพียงชั่วข้ามคืน ดูเหมือนว่าทุกพื้นที่บนโลกออนไลน์จะเต็มไปด้วยบทสนทนาเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าที่กำลังจะเปิดตัว
ในเวลาเดียวกัน สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ รวมถึงเว็บชื่อดังก็พากันโหมรายงานข่าวนี้อย่างครึกโครม บางแห่งถึงขั้นนำสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า ไปเปรียบเทียบกับ iPhone ของ Apple แบบช็อตต่อช็อต
[เจ๋อรัน เทคโนโลยี ผู้จุดชนวนการปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟน ! ]
[ใครบอกว่าแบรนด์มือถือจีนไร้นวัตกรรม ? เจ๋อรัน เทคโนโลยีขอเถียงด้วยสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า - สมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ! ]
[ศึกช้างชนช้าง ! เจ๋อรัน เทคโนโลยี ท้าชน Apple ! สมาร์ทโฟนซิงเย่า vs iPhone ! ใครจะเป็นผู้ชนะ ? ]
[การผงาดขึ้นของแบรนด์มือถือจีน ! สมาร์ทโฟนซิงเย่าจากเจ๋อรัน เทคโนโลยี อาจจะเป็นสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า iPhone ที่ได้ฉายาว่า 'มือถือพระเจ้า' ! ]
...
การประโคมข่าวจากสื่อมวลชนและเว็บต่าง ๆ ได้โหมกระพือความสนใจในเรื่องนี้ให้พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ทั่วทั้งโลกออนไลน์ล้วนคลาคล่ำไปด้วยการถกเถียงและวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าและ iPhone
การเปรียบเทียบสมาร์ทโฟนสองรุ่นนี้ ที่ต่างก็บังเอิญเลือกใช้ดีไซน์หน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอ ไร้ปุ่มกด ว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะเจ๋งกว่ากัน ทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์แบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างชัดเจน
ฝ่ายหนึ่งคือผู้ที่ยืนหยัดสนับสนุนสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า
ส่วนอีกฝ่ายคือพวกที่ฝักใฝ่ของนอก ซึ่งไม่เชื่อน้ำหน้าแบรนด์จีนว่าจะสามารถพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ทัดเทียมกับผลิตภัณฑ์ของอเมริกาได้ พวกเขาจึงออกมาโจมตีและด้อยค่าสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าอย่างไม่ลืมหูลืมตา
การปะทะคารมระหว่างสองฝ่ายยิ่งทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นความคาดหวังของผู้คนที่มีต่อสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ ทุกคนต่างเฝ้ารอให้งานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาถึงโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ยลโฉมสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่าด้วยตาของตัวเอง
และเพื่อที่จะได้พิสูจน์ให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลยว่า เมื่อนำไปเทียบกับ 'มือถือพระเจ้า' อย่าง iPhone แล้ว ใครจะเหนือกว่ากันแน่ !
ทว่า กระแสความสนใจที่ถาโถมเข้ามานี้ กลับกลายเป็นฝันร้ายสำหรับ 'แบรนด์คู่แข่ง' รายอื่น ๆ
เพราะการปรากฏตัวของสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า ที่มาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอสุดล้ำยุค มันได้สร้างแรงสั่นสะเทือน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนที่ตอนแรกตั้งใจจะควักเงินซื้อมือถือระดับไฮเอนด์ หรือสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ต่างพากันชะลอการตัดสินใจและ 'รอดูท่าที' ก่อน
ทุกคนต่างต้องการที่จะรอชมสเปก ฟีเจอร์ และราคาเปิดตัวของสมาร์ทโฟนซีรีส์ซิงเย่า ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะซื้อรุ่นนี้ หรือหันไปซื้อมือถือระดับไฮเอนด์แบรนด์อื่นดี
และผลลัพธ์ก็คือ... ยอดขายมือถือระดับไฮเอนด์ของแบรนด์คู่แข่งทุกค่ายดิ่งพสุธากันถ้วนหน้า !
แม้แต่โทรศัพท์มือถือซีรีส์ E ซึ่งเป็นรุ่นระดับไฮเอนด์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีเองก็ยังโดนหางเลข ยอดขายหดหายไปจนแทบจะไม่เหลือ...