เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71: แพลตฟอร์มเพลง ! มูลค่าประเมินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ !

บทที่ 71: แพลตฟอร์มเพลง ! มูลค่าประเมินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ !

บทที่ 71: แพลตฟอร์มเพลง ! มูลค่าประเมินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ !


บทที่ 71: แพลตฟอร์มเพลง ! มูลค่าประเมินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ !

เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลี่เจ๋อก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นอย่างเงียบ ๆ ภายในใจยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องที่หลินต้งโทรมาเสนอขอร่วมลงทุนในบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีเมื่อครู่นี้

สำหรับข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มทุน IDG ของอเมริกานั้น หลี่เจ๋อย่อมมีความรู้ความเข้าใจอยู่บ้าง

กลุ่มทุน IDG ของอเมริกา  หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า IDG เป็นหนึ่งในกลุ่มทุนร่วมลงทุนระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังและทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่ง พวกเขามีเครือข่ายเส้นสายและสายสัมพันธ์ทางธุรกิจที่กว้างขวางและแข็งแกร่งอย่างยิ่งในประเทศอเมริกา

หากได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากพวกเขา การที่บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี จะบุกทะลวงเข้าไปทำตลาดในอเมริกาก็จะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันหรือไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

สิ่งที่หลี่เจ๋อกำลังพิจารณาอยู่อย่างหนักก็คือ เขาควรกำหนดมูลค่าประเมินของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีไว้ที่เท่าไหร่ดี จึงจะคุ้มค่ากับการยอมรับเงินทุนจากอีกฝ่าย

เพราะยังไงซะ ในปัจจุบันนี้ เครื่องเล่น MP3 ทั้งสองรุ่นของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็สามารถทำยอดขายได้อย่างถล่มทลายและมีอนาคตที่สดใสรออยู่ อย่างน้อยก็ในตลาดภายในประเทศ หากสามารถก้าวเท้าเข้าไปทำตลาดในอเมริกาได้อย่างราบรื่น เขาเชื่อมั่นว่าผลงานและยอดขายจะต้องออกมาไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

และปัจจัยเหล่านี้ ล้วนแต่ส่งผลกระทบโดยตรงและมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดมูลค่าประเมินของบริษัท

"แค่กำไรสุทธิของเจ๋อรัน เทคโนโลยีในเดือนที่ผ่านมา เมื่อนำมาแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ มันก็มีมูลค่าเกือบ ๆ สองล้านดอลลาร์แล้ว และเมื่อบวกรวมกับรายได้จากร้านสาขาโดยตรงที่จะทยอยเปิดตัวตามเมืองต่าง ๆ หลังจากนี้... ลำพังแค่รายได้และผลกำไรจากตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว มันก็มีแต่จะพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีข้อกังขา"

"และถ้านำโอกาสและอนาคตที่สดใสหากสามารถบุกตลาดอเมริกาได้สำเร็จมารวมด้วยแล้วล่ะก็... หากมูลค่าประเมินของเจ๋อรัน เทคโนโลยีต่ำกว่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมานั่งเจรจากันให้เสียเวลา"

"การที่ IDG เป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาหาในครั้งนี้ มันก็เหมือนเป็นการจุดประกายและเปิดช่องทางความคิดใหม่ ๆ ให้กับฉันเหมือนกันแฮะ"

"ถ้าเกิดการเจรจากับทาง IDG ไม่ประสบความสำเร็จหรือตกลงกันไม่ได้ ฉันก็สามารถลองติดต่อไปยังกลุ่มทุนหรือบริษัทร่วมลงทุนเจ้าอื่น ๆ ในอเมริกา เพื่อดึงดูดเงินทุนของพวกเขาเข้ามา และใช้ประโยชน์จากอิทธิพลรวมถึงเครือข่ายของพวกเขาในอเมริกา เป็นตัวเบิกทางให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีก้าวเข้าไปบุกตลาดอเมริกาได้เหมือนกัน..."

ระหว่างที่คิดใคร่ครวญถึงเรื่องเหล่านี้ หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เขานั่งพ่นควันบุหรี่ลอยล่องไปในอากาศ พลางขบคิดถึงแผนการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มทุนอเมริกาต่อไป

ในขณะที่หลี่เจ๋อกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดนั้นเอง ลูกชายหลี่ตงก็เดินออกมาจากห้องนอนพอดี

เมื่อเห็นว่าหลี่เจ๋อกำลังสูบบุหรี่อยู่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากพลางบ่นว่า "พ่อครับ พ่อกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย ทำไมถึงมานั่งสูบบุหรี่ในบ้านอีกแล้ว ? ผมยังเป็นเด็กอยู่นะครับ การสูดดมควันบุหรี่มือสองมันไม่ดีต่อสุขภาพของผมเลยนะครับ..."

หลี่เจ๋อชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้สติกลับมา เขาก็เงยหน้าขึ้นมองลูกชาย ก่อนจะส่งยิ้มแหย ๆ แล้วรีบขยี้บุหรี่ที่คีบอยู่ในมือลงบนที่เขี่ยบุหรี่ทันที

"โอเค ๆ ๆ พ่อไม่สูบแล้ว ! "

เมื่อเห็นหลี่เจ๋อดับบุหรี่เรียบร้อย หลี่ตงถึงได้พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า "จริงสิครับพ่อ เมื่อกี้พ่อยังไม่ตอบคำถามของผมเลยนะ สรุปว่าพ่อกำลังนั่งคิดเรื่องอะไรอยู่เหรอครับ ? "

"มีเรื่องอะไรกวนใจหรือเปล่าครับ ไม่อย่างนั้นพ่อคงไม่มานั่งสูบบุหรี่ในบ้านแบบนี้หรอก ? "

หลี่เจ๋อปรายตามองลูกชายแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรใหญ่โตหรอก แค่เมื่อกี้นี้มีตัวแทนจากกลุ่มทุน IDG ของอเมริกาโทรมาหาพ่อน่ะ เขาบอกว่าสนใจอยากจะร่วมลงทุนในบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีของเรา แถมยังเสนอตัวว่าจะช่วยกรุยทางให้สินค้าของเราเข้าไปบุกตลาดอเมริกาได้ด้วย"

"พ่อก็เลยกำลังนั่งชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอยู่น่ะ"

"กลุ่มทุน IDG ของอเมริกาสนใจอยากจะร่วมลงทุนในบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีของเรางั้นเหรอครับ ? "

หลี่ตงชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าฉายแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

"อืม ใช่แล้วล่ะ"

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ พลางจ้องมองลูกชายอย่างใจจดใจจ่อ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่

และแล้ว สิ่งที่เขารอคอยก็มาถึง ในชั่วพริบตา เสียงความคิดของลูกชายหลี่ตงก็ดังก้องขึ้นมาในหัวของเขาอย่างชัดเจน...

[กลุ่มทุน IDG ของอเมริกา... นั่นมันกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ชื่อดังระดับโลกเลยนี่นา! ถ้าเกิดพวกเขาสามารถช่วยเบิกทางให้บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีบุกตลาดอเมริกาได้จริง ๆ การยอมรับเงินลงทุนจากพวกเขามันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไร]

[กำลังซื้อในตลาดอเมริกาน่ะ สูงลิบลิ่วกว่าประเทศเซี่ยในตอนนี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสนิยมและล้ำสมัยอย่างเครื่องเล่น MP3]

[ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าฉันจำไม่ผิด เครื่องเล่น iPod ของค่ายแอปเปิล น่าจะเปิดตัวและวางจำหน่ายในช่วงปลายปีนู่นเลย กว่าจะถึงตอนนั้นก็ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งเกือบครึ่งปี]

[ถ้าหากสามารถฉวยโอกาสในช่วงระยะเวลานี้ ผลักดันให้เครื่องรุ่น Z1 และ D1 เข้าไปบุกเบิกและยึดครองส่วนแบ่งการตลาดในอเมริกาได้ก่อนล่วงหน้าล่ะก็ ในอนาคตก็ใช่ว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีจะไม่มีโอกาสผงาดขึ้นมาต่อกรและแบ่งเค้กกับเครื่อง iPod ของแอปเปิลได้]

[ทว่า เครื่อง iPod ของแอปเปิลนั้น มีแพลตฟอร์ม iTunes คอยหนุนหลังอยู่ แถมในเวลาต่อมา พวกเขายังยอมทุ่มเงินมหาศาลกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงจากค่ายเพลงและสมาคมดนตรีต่าง ๆ มาเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างระบบนิเวศทางดนตรี และกำแพงลิขสิทธิ์ที่แข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมา]

[หากเครื่องเล่น MP3 ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ต้องการจะต่อกรและแข่งขันกับ iPod ของแอปเปิลอย่างสมน้ำสมเนื้อล่ะก็ เจ๋อรัน เทคโนโลยีก็จำเป็นจะต้องสร้างแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับการฟังเพลงของตัวเองขึ้นมาให้จงได้ ต้องกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลง และสร้างกำแพงระบบนิเวศทางดนตรีของตัวเองขึ้นมาให้แข็งแกร่งเช่นกัน]

[ยิ่งไปกว่านั้น โดยตัวมันเองแล้ว เครื่องเล่น MP3 ก็ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงหรือความซับซ้อนอะไรมากมายนัก เมื่อตลาดเริ่มเติบโตและอิ่มตัว มันย่อมดึงดูดให้ผู้ผลิตรายอื่น ๆ กระโดดลงมาร่วมวงแข่งขันด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้]

[เมื่อถึงเวลานั้น หากเครื่องเล่น MP3 ของเจ๋อรัน เทคโนโลยีต้องการจะรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่ง การมีระบบนิเวศทางดนตรีที่ครบวงจรของตัวเอง ย่อมเป็นกุญแจสำคัญที่ชี้ขาดความอยู่รอด...]

ความคิดของหลี่ตงแตกฉานและเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราว ข้อมูล และรายละเอียดต่าง ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อได้รับฟังเสียงในใจเหล่านี้ของลูกชาย กรอบความคิดและมุมมองของหลี่เจ๋อก็ถูกเปิดกว้างขึ้นมาในทันที

‘ดูเหมือนว่าในวันจันทร์นี้ ตอนที่ต้องไปเจรจากับตัวแทนหลินจาก IDG ฉันคงต้องปรับเป้าหมายมูลค่าประเมินของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีให้สูงขึ้นไปอีกระดับซะแล้วล่ะ’

‘อิงตามที่เสี่ยวตงบอกมา การสร้างแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับเล่นเพลงและดาวน์โหลดเพลง ควบคู่ไปกับการกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงมาตุนไว้ ถือเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมาก ถึงแม้ว่าในประเทศเซี่ย กฎหมายลิขสิทธิ์อาจจะยังไม่ค่อยมีความศักดิ์สิทธิ์และใช้งานได้จริงเท่าไหร่นัก แต่ในอเมริกา เรื่องลิขสิทธิ์ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด’

‘ยิ่งไปกว่านั้น การมีวิสัยทัศน์และแผนการในเรื่องนี้ มันก็ช่วยให้ฉันมี 'สตอรี่' ดีๆ เอาไว้ไปพรีเซนต์และขายฝันให้นักลงทุนฟังได้ง่ายขึ้นด้วย ก็พวกบริษัทร่วมลงทุนพวกนี้น่ะ มักจะชอบฟังผู้ประกอบการวาดวิมานในอากาศและเล่าสตอรี่ที่น่าตื่นเต้นไม่ใช่หรือไงล่ะ ขอเพียงแค่ฉันสามารถเล่าสตอรี่ให้น่าสนใจและมีความเป็นไปได้ การจะโก่งราคาหรือเรียกมูลค่าประเมินให้สูงขึ้นไปอีก มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและสามารถทำได้...’

เมื่อคิดทบทวนจนตกผลึก หลี่เจ๋อก็ได้จัดการปรับเพิ่มตัวเลขมูลค่าประเมินของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีในใจให้สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"พ่อครับ ในเมื่อกลุ่มทุน IDG ของอเมริกาสามารถช่วยเป็นสะพานเชื่อมให้บริษัทของเราบุกตลาดอเมริกาได้ ผมก็รู้สึกว่าการยอมรับข้อเสนอร่วมลงทุนจากพวกเขามันก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรนะครับ..." หลี่ตงแสร้งทำทีเป็นเอ่ยแสดงความคิดเห็นอย่างจริงจัง

หลี่เจ๋อที่แอบดักฟังเสียงในใจของลูกชายมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ก็แอบหัวเราะหึ ๆ ในใจ ก่อนจะแสร้งทำทีเป็นเห็นด้วยพลางกล่าวว่า "อืม พ่อก็คิดแบบนั้นเหมือนกันแหละ นอกเหนือจากเรื่องนั้นแล้ว พ่อได้ยินมาว่าทางฝั่งอเมริกาเขาให้ความสำคัญกับเรื่องลิขสิทธิ์กันอย่างเข้มงวดมากเลยนะ แล้วเครื่องเล่น MP3 ของเราก็เป็นการให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดเพลงจากอินเทอร์เน็ตมาฟังโดยตรงด้วย"

"ซึ่งกระบวนการนี้มันก็มีความเกี่ยวข้องและสุ่มเสี่ยงที่จะไปละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของคนอื่นเขาได้ ดังนั้น พ่อก็เลยตั้งใจเอาไว้ว่า หากพวกเราจะนำเครื่องเล่น MP3 ไปวางขายในอเมริกาจริง ๆ พวกเราก็ควรจะต้องไปเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงจากบรรดาค่ายเพลงในอเมริกาเสียก่อน เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาในภายหลัง..."

แน่นอนว่า หลี่เจ๋อจงใจพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อดักคอลูกชายเอาไว้ก่อน

เพื่อเป็นการตัดปัญหา ไม่ให้ลูกชายต้องมาคอยเค้นสมองคิดหาวิธีตะล่อมบอกเรื่องนี้กับเขาในภายหลัง และในขณะเดียวกัน มันก็เป็นการปูทางเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ลูกชายไม่รู้สึกแปลกใจหรือสงสัย เมื่อเห็นเขาเริ่มลงมือดำเนินการตามแผนการนี้ในอนาคต

และก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ เมื่อได้ฟังคำพูดของหลี่เจ๋อ หลี่ตงก็มีอาการชะงักและอึ้งไปเล็กน้อย เขาลอบมองหลี่เจ๋อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและงุนงง

[เดี๋ยวนี้พ่อเก่งกาจและมีวิสัยทัศน์กว้างไกลขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ? ดูท่าการกระโดดลงมาคลุกคลีในวงการธุรกิจและการสร้างเนื้อสร้างตัวตลอดช่วงไม่กี่ปีมานี้ มันจะช่วยหล่อหลอมและขัดเกลาให้พ่อกลายเป็นคนใหม่ที่เก่งกาจและมีชั้นเชิงขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยนะเนี่ย]

[เอาเถอะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อพ่อมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและสามารถมองเห็นความสำคัญในเรื่องพวกนี้ได้ด้วยตัวเอง มันก็ช่วยแบ่งเบาภาระและประหยัดเวลาให้ฉันไปได้เยอะเลย ฉันจะได้ไม่ต้องมาคอยหาจังหวะพูดอ้อมค้อมเพื่อชี้แนะพ่ออีก สบายใจแฮะ...]

หลี่ตงบ่นพึมพำกับตัวเองในใจ

เมื่อได้ยินเสียงในใจเหล่านี้ หลี่เจ๋อก็แอบลอบยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ

จากนั้น เขาก็แกล้งเปลี่ยนเรื่องคุย "จริงสิ เสี่ยวตง อีกไม่กี่วันพ่อจะพาแกไปเที่ยวที่ที่นึงนะ"

"หือ ? ไปไหนเหรอครับ ? "

หลี่ตงรู้สึกแปลกใจ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

หลี่เจ๋อยิ้มบาง ๆ "เดี๋ยวถึงเวลาแกก็รู้เองแหละ ถือซะว่าพ่อเตรียมเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ น้อย ๆ เอาไว้ให้แกก็แล้วกัน หึ ๆ "

เมื่อเห็นท่าทีที่ดูมีลับล้มคมนัยของหลี่เจ๋อ ถึงแม้หลี่ตงจะรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากซักไซ้ถามอะไรต่อ

เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไป ชั่วพริบตาก็ก้าวเข้าสู่วันจันทร์

ทันทีที่หลี่เจ๋อก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็จัดการเรียกตัวหลินเยว่เข้ามาพบทันที

"ประธานหลี่คะ เรียกฉันมาพบมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ? " หลินเยว่เอ่ยถาม

"อืม"

หลี่เจ๋อพยักหน้ารับ พลางกล่าวว่า "ผู้จัดการหลินครับ ทางบริษัทมีแผนที่จะจัดตั้งแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ ขึ้นมาใหม่เป็นการด่วน ผมอยากให้คุณช่วยเป็นธุระเร่งดำเนินการรับสมัครบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เข้ามาโดยเร็วที่สุด"

"นอกจากนี้... เดี๋ยวช่วงสาย ๆ วันนี้ จะมีตัวแทนจากกลุ่มทุน IDG ของอเมริกาเดินทางมาที่บริษัท เพื่อเจรจาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการขอร่วมลงทุน ผมอยากให้คุณเข้าร่วมการเจรจาในครั้งนี้ด้วย"

หลินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าฉายแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

"ประธานหลี่คะ บริษัทของเรากำลังจะรับเงินระดมทุนเหรอคะ ? แต่ว่า... ฉันคิดว่าในตอนนี้มันยังไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยนี่คะ ! อย่างน้อย ๆ ก็ในสถานการณ์ปัจจุบัน ธุรกิจของเรากำลังเติบโตไปในทิศทางที่ดีเยี่ยม เราไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลนเงินทุนเลยแม้แต่น้อยนะคะ ! "

หลี่เจ๋อยิ้มรับพลางกล่าวว่า "ที่คุณพูดมามันก็ถูก ถ้าหากว่าบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีของเราตั้งใจจะปักหลักและทำตลาดอยู่แค่ในประเทศเซี่ยต่อไป มันก็ย่อมไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องไปดึงเม็ดเงินลงทุนจากภายนอกเข้ามาให้วุ่นวาย"

"แต่ทว่า ถ้าหากพวกเราตั้งเป้าหมายที่จะนำสินค้าไปบุกทำตลาดในอเมริกาล่ะ คุณจะคิดยังไง ? "

หือ ?

หลินเยว่ชะงักไปอีกครั้ง ภายในดวงตาฉายแววประหลาดใจระคนตระหนักรู้

"ประธานหลี่ตั้งใจจะผลักดันให้เครื่องเล่น MP3 รุ่น Z1 และ D1 ไปบุกตลาดอเมริกา ก็เลยต้องการดึงดูดเงินทุนและเครือข่ายจากกลุ่มทุนอเมริกาเข้ามาช่วยกรุยทางใช่ไหมคะ ? "

พูดจบ หลินเยว่ก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย "ถ้าหากเป้าหมายเป็นอย่างที่คุณว่า การดึงกลุ่มทุน IDG ของอเมริกาเข้ามาร่วมลงทุนด้วย ก็ถือเป็นเรื่องที่มีเหตุผลและมีความจำเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ"

"อืม"

หลี่เจ๋อรับคำ พลางกล่าวต่อว่า "ความจริงแล้ว ในครั้งนี้ทางตัวแทนจากกลุ่มทุน IDG เป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาหาผมก่อนนะ พวกเขาเสนอตัวว่ายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือและเป็นสะพานเชื่อมให้บริษัทของเราก้าวเข้าไปบุกตลาดอเมริกาได้"

"ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้นัดหมายให้พวกเขาเดินทางมาเจรจารายละเอียดกันที่บริษัทในวันนี้น่ะ"

"อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ"

หลินเยว่พยักหน้ารับ แต่แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า "จริงสิคะ ประธานหลี่ แล้วที่คุณเพิ่งจะบอกให้ฉันไปรับสมัครบุคลากรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อจัดตั้งแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาใหม่ล่ะคะ นั่นมันทำไปเพื่ออะไรหรือคะ ? "

"ในเมื่อธุรกิจหลักของบริษัทเราคือการผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างเครื่องเล่น MP3 พวกเราก็ไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องใช้แผนกพัฒนาซอฟต์แวร์นี่คะ ? "

หลี่เจ๋ออธิบายว่า "ผมมีแผนที่จะสร้างแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ด้านดนตรีขึ้นมาน่ะ จุดประสงค์ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ซื้อเครื่องเล่น MP3 ของเรา สามารถเข้ามาดาวน์โหลดเพลงจากแพลตฟอร์มของเราไปฟังได้โดยตรงเลย"

เขาเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อว่า "เพราะยังไงซะ หากในอนาคตสินค้าของบริษัทเราต้องการจะไปบุกตลาดอเมริกาจริง ๆ เราก็ต้องไม่ลืมว่าที่อเมริกา เขาให้ความสำคัญและเข้มงวดกับเรื่องลิขสิทธิ์กันมาก ๆ "

"ถึงเวลานั้น หากพวกเราไม่อยากจะต้องมานั่งปวดหัวกับการโดนฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ให้วุ่นวาย เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงประเภทต่าง ๆ เอาไว้ให้ครอบคลุม และการมีแพตลฟอร์มดนตรีเป็นของตัวเอง มันก็จะช่วยให้การจัดการเรื่องพวกนี้สะดวกรวดเร็วและเป็นระบบระเบียบมากขึ้นอย่างมหาศาลเลย"

"ยิ่งไปกว่านั้น มันยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผลิตภัณฑ์ของเราอีกด้วย..."

เมื่อได้รับฟังคำอธิบายของหลี่เจ๋อ หลินเยว่ก็เข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

จากนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชมออกมาจากใจจริง "วิสัยทัศน์ของประธานหลี่ช่างกว้างไกลและมองทะลุไปถึงอนาคตจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้ผู้อำนวยการจ้าวรับทราบ เพื่อให้เขาเร่งดำเนินการประกาศรับสมัครบุคลากรในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุดค่ะ..."

'ผู้อำนวยการจ้าว' ที่เธอพูดถึง ก็คือ จ้าวเฉิง ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีนั่นเอง

"อืม เรื่องที่ผมจะคุยก็มีเท่านี้แหละ คุณไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวพอคนของ IDG เดินทางมาถึงเมื่อไหร่ คุณก็ค่อยเข้ามาช่วยผมรับรองและร่วมเจรจาพูดคุยรายละเอียดกับพวกเขาด้วยก็แล้วกันนะ..."

หลี่เจ๋อกล่าว

"ได้เลยค่ะ ! ประธานหลี่ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวออกไปทำงานก่อนนะคะ"

"เชิญครับ"

หลี่เจ๋อโบกมือ

……

เวลาประมาณสิบโมงครึ่งช่วงสาย ในที่สุดคณะตัวแทนจากกลุ่มทุน IDG ของอเมริกาก็เดินทางมาถึงบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี นอกจากหลินต้งแล้ว เขายังพาผู้ช่วยติดตามมาด้วยอีกหลายคน

"คุณตัวแทนหลิน ไม่ได้พบกันเสียนาน สบายดีไหมครับ ! "

หลี่เจ๋อเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

"ฮ่า ๆ ประธานหลี่เกรงใจไปแล้วครับ"

หลินต้งตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

จากนั้น หลี่เจ๋อก็เดินนำคณะของอีกฝ่ายเข้าไปยังห้องประชุมที่จัดเตรียมไว้

หลินเยว่ก็เดินตามเข้าไปติด ๆ

หลังจากที่ทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อย หลี่เจ๋อก็ปรายตามองหลินต้ง ก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมาว่า "คุณตัวแทนหลิน พวกเราต่างก็เป็นคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ผมขอข้ามพวกคำพูดอารัมภบทหรือพิธีรีตองอะไรพวกนั้นไปเลยก็แล้วกันนะครับ"

"พวกเรามาคุยกันถึงรายละเอียดและเนื้อหาหลักกันเลยดีกว่า"

หลินต้งยิ้มรับพลางพยักหน้า "ตกลงครับ ! ประธานหลี่เป็นคนตรงไปตรงมาเสมอ งั้นผมก็จะขอพูดเข้าประเด็นเลยก็แล้วกัน"

"ความจริงแล้ว ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ผมคอยเฝ้าติดตามและสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของเครื่องเล่น MP3 ทั้งสองรุ่นของบริษัทคุณมาโดยตลอดเลยครับ แถมยังลงทุนควักกระเป๋าซื้อมาลองใช้งานจริงอยู่พักใหญ่ด้วย"

"ผมต้องขอยอมรับจากใจจริงเลยครับ ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นที่บริษัทของประธานหลี่พัฒนาขึ้นมานั้น มันช่างยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ หากนำไปเปรียบเทียบกับเครื่องเล่น MP3 รุ่นอื่น ๆ ที่วางขายอยู่ในท้องตลาด ณ เวลานี้แล้วล่ะก็ สินค้าของคุณทิ้งห่างพวกนั้นอย่างไม่เห็นฝุ่นเลยล่ะครับ หรือถ้าจะให้พูดเว่อร์ ๆ หน่อยก็คือ มันล้ำหน้าคู่แข่งประหนึ่งว่าเป็นเทคโนโลยีคนละยุคสมัยกันเลยทีเดียว"

"ซึ่งยอดขายอันถล่มทลายในตลาดประเทศเซี่ย ณ ปัจจุบันนี้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมของมันได้เป็นอย่างดีแล้วครับ ทว่า ในแง่ของระดับการบริโภคและกำลังซื้อโดยรวมของประเทศเซี่ยนั้น ท้ายที่สุดแล้วมันก็ยังคงมีเพดานจำกัดอยู่ แต่สำหรับอเมริกานั้น มันคืออีกเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ"

"ขอยกตัวอย่างเช่น เครื่องเล่นรุ่น Z1 ของบริษัทคุณ ที่ตั้งราคาขายในประเทศอยู่ที่ 2,699 หยวน สำหรับชนชั้นแรงงานหรือมนุษย์เงินเดือนทั่วไปในประเทศเซี่ยแล้ว เงินก้อนนี้อย่างน้อย ๆ ก็เทียบเท่ากับรายได้ที่พวกเขาต้องหามาเหนื่อยยากตลอดสองเดือนเต็ม"

"แต่ถ้านำไปแปลงค่าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ... มันก็ตกอยู่ที่ประมาณสามร้อยกว่าดอลลาร์เท่านั้นเองครับ ซึ่งด้วยระดับกำลังซื้อและรายได้ของชาวอเมริกัน เงินแค่นี้มันถือเป็นเรื่องจิ๊บจ้อยมากเลยครับ"

"และอิงจากข้อมูลข่าวสารที่ผมไปสืบเสาะหามา ในปัจจุบัน ตลาดเครื่องเล่น MP3 ในอเมริกา ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะมาต่อกรหรือเป็นคู่แข่งกับเครื่องเล่นทั้งสองรุ่นของบริษัทคุณได้เลยครับ"

"ดังนั้น ผมจึงมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่า หากเครื่องเล่นทั้งสองรุ่นของบริษัทคุณสามารถก้าวเข้าไปบุกตลาดอเมริกาได้เมื่อไหร่ พวกมันจะต้องเติบโตและไปได้สวยอย่างแน่นอนครับ ! "

การที่อีกฝ่ายพยายามเยินยอและพูดจาหว่านล้อมมากมายขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการจะสร้างความประทับใจและสานสัมพันธ์อันดีก่อนที่จะเริ่มเปิดโต๊ะเจรจากันอย่างเป็นทางการ

แน่นอนว่า สิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หลี่เจ๋อยิ้มบาง ๆ พลางตอบกลับว่า "ต้องขอขอบคุณคุณตัวแทนหลินมากนะครับ ที่ให้ความไว้วางใจและชื่นชมผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นของบริษัทเรา"

"ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตสอบถามเลยก็แล้วกันครับ ว่าทางบริษัทของคุณประเมินมูลค่าของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีของเราเอาไว้ที่ตัวเลขเท่าไหร่หรือครับ ? "

เขาเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "ถ้าหากทางบริษัทของคุณสามารถช่วยเป็นสะพานเชื่อมและสนับสนุนให้บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี เข้าไปตีตลาดอเมริกาได้อย่างราบรื่นจริง ๆ โดยหลักการแล้ว ผมเองก็ยินดีและเปิดกว้างที่จะยอมรับเงินร่วมลงทุนจากบริษัทของคุณครับ"

คำพูดประโยคนี้ของหลี่เจ๋อ ถือเป็นการวางรากฐานและกำหนดจุดยืนร่วมกัน เพื่อสร้างฉันทามติเบื้องต้นในการร่วมมือกัน ส่วนที่เหลือนั้น ก็คือการลงลึกเพื่อเจรจาต่อรองในรายละเอียดปลีกย่อยแล้วล่ะ

หลินต้งส่งยิ้มให้พลางกล่าวว่า "สำหรับเรื่องศักยภาพและอิทธิพลของกลุ่มทุน IDG ของพวกเรา ประธานหลี่สามารถวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ ส่วนเรื่องการประเมินมูลค่าของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีนั้น... ทางทีมผู้บริหารของเราก็ได้มีการประชุมและประเมินกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นการภายในแล้วครับ"

"พวกเรามีความเห็นตรงกันว่า ตัวเลข 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นมูลค่าประเมินที่สมเหตุสมผลและเหมาะสมที่สุดครับ"

"60 ล้านดอลลาร์สหรัฐงั้นเหรอครับ ? "

หลี่เจ๋อส่ายหน้าปฏิเสธทันที พลางกล่าวว่า "คุณตัวแทนหลินครับ ดูเหมือนว่าทางบริษัทของคุณจะยังศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี ได้ไม่ลึกซึ้งพอนะครับ ! "

"เอาล่ะ เราข้ามเรื่องอื่นไปก่อนนะ ลำพังแค่เดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว เครื่องเล่น MP3 ทั้งสองรุ่นของบริษัทเรา ก็สามารถทำยอดขายรวมจากร้านสาขาโดยตรงทั้ง 10 แห่งในประเทศไปได้ถึง 46,000 กว่าเครื่องแล้วนะครับ"

"และหลังจากนี้ ทางบริษัทของเราก็มีแผนที่จะทยอยเปิดตัวร้านสาขาแห่งใหม่ตามเมืองเอกของมณฑลอื่น ๆ รวมถึงเมืองหลักระดับหัวเมืองชั้นหนึ่งทั้งสี่แห่ง ได้แก่ มหานครเซี่ยงไฮ้, นครหลวงจิงตู, เมืองหยางเฉิง และเมืองเซินเจิ้น อย่างต่อเนื่อง"

"คุณลองจินตนาการดูสิครับ เมื่อร้านสาขาใหม่เหล่านี้ทยอยเปิดให้บริการ ยอดขายเครื่องเล่น MP3 ทั้งสองรุ่นของบริษัทเราก็จะต้องพุ่งทะยานและสร้างสถิติใหม่ได้อย่างไม่มีข้อกังขาแน่นอน"

"ยิ่งไปกว่านั้น ผมก็ไม่ขอปิดบังอะไรคุณตัวแทนหลินเลยก็แล้วกัน แค่ผลกำไรสุทธิของบริษัทในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว ก็พุ่งสูงถึง 15 ล้านกว่าหยวน หรือเทียบเท่ากับเกือบ ๆ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้วครับ"

"และนี่คือผลงานที่เกิดขึ้นก่อนที่เราจะบุกตลาดอเมริกานะครับ ถ้าหากบริษัทของเราสามารถเข้าไปลงหลักปักฐานในตลาดอเมริกาได้อย่างราบรื่นจริง ๆ ภาพอนาคตที่จะเกิดขึ้นมันจะยิ่งใหญ่และงดงามขนาดไหน..."

"ดังนั้น คุณตัวแทนหลินครับ คุณยังคงคิดว่าตัวเลขประเมินที่ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ... มันไม่ดูเป็นการประเมินที่ 'ถ่อมตัว' และดูถูกพวกเราเกินไปหน่อยหรือครับ ? " พูดจบ หลี่เจ๋อก็จ้องมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

เมื่อได้ยินข้อมูลเหล่านี้ หลินต้งก็รู้สึกตกตะลึงและประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะไปสืบเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีมาอย่างละเอียดแล้ว แต่ทว่า สำหรับตัวเลขกำไรสุทธิที่แท้จริงในเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น เขากลับไม่มีทางล่วงรู้ได้เลย

ก็แน่ล่ะ ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นความลับขั้นสุดยอดที่รู้กันเฉพาะในระดับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเท่านั้น

เขาที่เป็นบุคคลภายนอก จะไปหาข้อมูลเชิงลึกแบบนี้มาได้อย่างไรล่ะ

แถมเรื่องที่บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีกำลังเตรียมแผนที่จะปูพรมขยายสาขาไปตามเมืองเอกของมณฑลอื่น ๆ ในเร็ว ๆ นี้ มันก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขาเช่นกัน

หลินต้งนิ่งคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นข้อเสนอใหม่ "ถ้าอย่างนั้น ตัวเลขที่ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐล่ะครับ ? ประธานหลี่คิดเห็นว่ายังไงครับ ? "

หลี่เจ๋อยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ในครั้งนี้ เขาเลือกที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมาและดุดันมากยิ่งขึ้น

"มันยังต่ำเกินไปครับ ! "

"คุณตัวแทนหลินครับ ผมจะขอบอกความลับอีกเรื่องหนึ่งให้คุณทราบก็แล้วกัน ในตอนนี้ ทางบริษัทของเรากำลังซุ่มพัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับการฟังเพลงผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้รองรับและเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น MP3 ของเราได้อย่างไร้รอยต่อครับ"

"เมื่อแพลตฟอร์มนี้พัฒนาแล้วเสร็จ ลูกค้าของเราก็จะสามารถเข้ามาดาวน์โหลดเพลงที่พวกเขาต้องการจากแพลตฟอร์มไปฟังได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนี่จะเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ให้กับลูกค้าได้อย่างมหาศาลเลยล่ะครับ"

"ประการต่อมา เมื่อแพลตฟอร์มดนตรีนี้ถูกสร้างขึ้นมาจนสมบูรณ์ ทางบริษัทของเราก็มีแผนที่จะเดินหน้าเจรจาและกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงออนไลน์จากค่ายเพลงชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ"

"เป้าหมายหลักก็เพื่อสร้างระบบนิเวศทางดนตรี และกำแพงสิทธิบัตรอันแข็งแกร่งเป็นของตัวเอง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ของเราอย่างถึงที่สุดครับ"

"ผมเชื่อว่า คุณตัวแทนหลินย่อมต้องมองออกและสามารถจินตนาการได้ว่า หากระบบนิเวศทางดนตรีที่สมบูรณ์แบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จจริง ๆ ความเปลี่ยนแปลงและอิทธิพลที่มันจะสร้างขึ้น จะมหาศาลและสั่นสะเทือนวงการขนาดไหน"

ข้อมูลเชิงลึกที่หลี่เจ๋อจงใจเปิดเผยออกมาในครั้งนี้ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็น 'แผนแม่บท' สำหรับก้าวต่อไปของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีนั้น สร้างความตกตะลึงและประหลาดใจให้กับหลินต้งเป็นอย่างมาก ก่อนที่ความรู้สึกเหล่านั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นและดีใจจนปิดไม่มิด

ในฐานะที่เป็นนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านร่วมลงทุนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน เมื่อได้ยินหลี่เจ๋อวาดวิมานและบรรยายถึงภาพอนาคตอันยิ่งใหญ่นี้ หลินต้งก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดจินตนาการและภาพฝันอันสวยงามขึ้นมาในหัว ยิ่งไปกว่านั้น เขาย่อมมีความรู้และเข้าใจสภาพความเป็นไปของตลาดอเมริกาอย่างถ่องแท้

หากบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี สามารถเนรมิตและสร้างระบบนิเวศทางดนตรีที่ครบวงจรขึ้นมาได้จริงตามที่กล่าวอ้าง

ถ้าจะให้พูดแบบไม่ต้องเกรงใจใครเลยนะ ขอเพียงแค่พวกเขาเข้าไปเหยียบแผ่นดินอเมริกา ไม่สิ... อาจจะรวมไปถึงแผ่นดินยุโรปในอนาคตด้วยซ้ำ เกรงว่าคงจะไม่มีผลิตภัณฑ์คู่แข่งหน้าไหนที่มีศักยภาพมากพอที่จะมาต่อกรหรือโค่นล้มเจ๋อรัน เทคโนโลยีลงได้เลยแม้แต่รายเดียว !

เพราะต้องไม่ลืมนะว่า ตลาดในประเทศทางฝั่งยุโรปและอเมริกานั้น พวกเขาให้ความสำคัญและเข้มงวดกับเรื่องลิขสิทธิ์เป็นอย่างมาก

หากเครื่องเล่นเพลงแบรนด์อื่นไม่มีลิขสิทธิ์เพลงมารองรับ เครื่องเล่นเหล่านั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับเปลือกหอยกลวง ๆ ที่ไร้ประโยชน์ !

หลังจากตกอยู่ในห้วงความคิดอยู่ชั่วครู่ หลินต้งก็อดไม่ได้ที่จะหันไปกระซิบกระซาบปรึกษาหารือกับผู้ช่วยที่ติดตามมาด้วยด้วยเสียงแผ่วเบา

หลังจากนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เจ๋อ แล้วเอ่ยว่า "ประธานหลี่ครับ แผนการที่คุณเพิ่งจะนำเสนอมาเมื่อสักครู่นี้ มันช่างเป็นแผนการที่ชวนให้วาดฝันและมีพื้นที่ให้ต่อยอดจินตนาการได้อย่างไร้ขีดจำกัดจริง ๆ ครับ"

"เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ไม่ทราบว่าประธานหลี่พอจะให้พื้นที่ส่วนตัวกับพวกเราสักครู่ เพื่อให้พวกเราได้ปรึกษาหารือและประเมินมูลค่าของบริษัทคุณใหม่อย่างละเอียดอีกครั้ง จะได้ไหมครับ ? "

หลี่เจ๋อแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า "แน่นอนครับ ไม่มีปัญหาเลย"

"ถ้าอย่างนั้น เชิญพวกคุณนั่งปรึกษากันตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมกับผู้จัดการหลินจะขอตัวออกไปเดินยืดเส้นยืดสายและสูดอากาศข้างนอกสักครู่..."

"ตกลงครับ ขอบพระคุณประธานหลี่มากเลยครับ ! "

หลินต้งพยักหน้ารับ

หลังจากที่หลี่เจ๋อและหลินเยว่เดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว หลินต้งก็รีบหันไปพูดคุยและปรึกษาหารือกับผู้ช่วยของเขาทันที

"ผู้จัดการหลินครับ ผมว่านะ ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่ประธานหลี่คนนั้นกล่าวอ้างมาจริง ๆ การจะปรับเพิ่มมูลค่าประเมินของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีให้ไปแตะที่ระดับไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ถือเป็นตัวเลขที่พวกเราสามารถยอมรับได้นะครับ" หนึ่งในผู้ช่วยแสดงความคิดเห็นขึ้นมา

ผู้ช่วยอีกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย "ผมเองก็มองว่าระดับราคา 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลและสามารถยอมรับได้ครับ"

"ขอเพียงแค่บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีสามารถเนรมิตระบบนิเวศทางดนตรีขึ้นมาได้สำเร็จตามภาพที่ประธานหลี่ได้วาดฝันเอาไว้จริง ๆ ล่ะก็ เมื่อถึงเวลานั้น ขีดความสามารถในการแข่งขันของเครื่องเล่น MP3 ทั้งสองรุ่นของพวกเขาในตลาดอเมริกา ก็จะก้าวขึ้นสู่ระดับที่ไร้เทียมทานและหาใครมาเทียบชั้นไม่ได้อย่างแน่นอนครับ"

"แถมมันยังเป็นการสร้างกำแพงลิขสิทธิ์เพื่อสกัดกั้นและปิดตายหนทางของผู้ท้าชิงรายใหม่ ๆ ไม่ให้เข้ามาร่วมวงแข่งขันได้อีกด้วยครับ"

"ถูกต้องเลยครับ และที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยกระแสความนิยมและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโลกอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน มันมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่ในอนาคตอันใกล้นี้ อุตสาหกรรมดนตรีทั้งระบบจะถูกพลิกโฉมและก้าวเข้าสู่ยุคของดนตรีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบครับ"

"ถึงแม้ในปัจจุบัน เครื่องซาวด์อะเบาท์จะยังคงครองตำแหน่งราชาในตลาดอยู่ แต่ทว่า ทันทีที่กระแสดนตรีดิจิทัลสามารถเข้ามาแทนที่ดนตรีรูปแบบเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อถึงเวลานั้น เค้กก้อนมหึมาของตลาดเครื่องซาวด์อะเบาท์ ก็จะตกเป็นของเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลอย่างแน่นอน ! "

"และมันจะเป็นตลาดที่กว้างใหญ่ไพศาล มีมูลค่าระดับหมื่นล้าน หรืออาจจะทะลุแสนล้านเลยด้วยซ้ำครับ ! "

เมื่อได้รับฟังความเห็นและมุมมองจากลูกน้องในทีม หลินต้งก็พยักหน้าเห็นด้วย "บริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี มีข้อได้เปรียบในฐานะผู้บุกเบิกตลาด ยิ่งไปกว่านั้น หากประธานหลี่สามารถสร้างและเชื่อมโยงระบบนิเวศทางดนตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ มันก็เป็นเรื่องที่ยากมากที่คู่แข่งหน้าใหม่จะสามารถแทรกตัวขึ้นมาต่อกรและโค่นล้มพวกเขาได้"

"กลุ่มทุน IDG ของเราจะยอมปล่อยให้เค้กก้อนโตและหอมหวานชิ้นนี้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด ส่วนประเด็นสำคัญในตอนนี้ก็คือ เราจะสามารถเคาะมูลค่าประเมินของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีจบที่ตัวเลขเท่าไหร่"

"หนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ... เป็นตัวเลขที่สามารถรับได้จริง ๆ นั่นแหละ ติดก็แต่ว่า ไม่รู้ว่าเป้าหมายในใจของประธานหลี่คนนั้น เขาตั้งธงเอาไว้ที่ตัวเลขเท่าไหร่กันแน่นี่สิ..."

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ หลินต้งก็หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะลองโทรไปรายงานสถานการณ์และปรึกษากับประธานสยงดูสักหน่อย ลองฟังความเห็นจากทางฝั่งเขาดูก่อนก็แล้วกัน"

"เอาแบบนั้นแหละครับ" ทุกคนพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน

หลินต้งไม่รอช้า รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายตรงถึง 'สยงเสี่ยวเกอ' ประธานใหญ่ของกลุ่มทุน IDG สาขาประเทศเซี่ยในทันที

ทันทีที่สายเชื่อมต่อ หลินต้งก็จัดการสรุปและรายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างรวดเร็ว

หลังจากรับฟังรายงานจนจบ สยงเสี่ยวเกอที่อยู่ปลายสายก็นิ่งคิดไปชั่วอึดใจ ก่อนจะสั่งการลงมาว่า "เดี๋ยวหลังจากนี้คุณลองยื่นข้อเสนอด้วยมูลค่าประเมินที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปก่อนก็แล้วกัน ถ้าหากอีกฝ่ายยังมีท่าทีดึงดันและคาดหวังตัวเลขที่สูงกว่านี้..."

"ก็ให้ขยับเพดานไปได้สูงสุดไม่เกิน 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ! "

คำยืนยันอันหนักแน่นจากสยงเสี่ยวเกอ เปรียบเสมือนการปลดแอกความกังวล ทำให้หลินต้งรู้สึกผ่อนคลายและเบาใจลงไปมาก

ด้วยเพดานราคาสูงสุดที่ตั้งไว้ถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าจะต้องสามารถปิดดีลเจรจาได้อย่างแน่นอน ทว่า ถ้าเกิดเขาสามารถกดราคาและปิดดีลได้ที่ตัวเลขราว ๆ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันก็ย่อมจะเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและเพอร์เฟกต์ที่สุด

"รับทราบครับ ประธานสยง เดี๋ยวผมจะลองใช้ตัวเลข 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปเจรจาหยั่งเชิงดูท่าทีและปฏิกิริยาของอีกฝ่ายดูก่อนครับ"

"อืม"

สยงเสี่ยวเกอตอบรับผ่านสายโทรศัพท์ ก่อนจะกำชับเพิ่มเติมว่า "ส่วนเรื่องของสัดส่วนหุ้น คุณก็พยายามเจรจาต่อรองและกวาดมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันนะ"

"วางใจได้เลยครับ ประธานสยง ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ ! "

"เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน หากมีความคืบหน้าอะไร คุณก็คอยรายงานให้ผมทราบเป็นระยะ ๆ ด้วยล่ะ..."

"ได้ครับ ! "

หลังจากวางสาย หลินต้งก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุมไป เพื่อส่งสัญญาณบอกหลี่เจ๋อว่าทางพวกเขาได้ปรึกษาหารือเป็นการภายในเสร็จสิ้นแล้ว และพร้อมที่จะเปิดโต๊ะเจรจาต่อ

หลี่เจ๋อจึงหันไปพยักหน้าให้หลินเยว่ จากนั้นทั้งคู่ก็เดินกลับเข้าไปในห้องประชุม เพื่อเดินหน้าเจรจาต่อรองกับหลินต้งและคณะต่อไป...

จบบทที่ บทที่ 71: แพลตฟอร์มเพลง ! มูลค่าประเมินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ !

คัดลอกลิงก์แล้ว