- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 62: ฮิตระเบิด 1
บทที่ 62: ฮิตระเบิด 1
บทที่ 62: ฮิตระเบิด 1
บทที่ 62: ฮิตระเบิด 1
ในวันนี้ ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนทั่วทั้งประเทศเซี่ยที่รับชมรายการทางช่อง CCTV ต่างก็มีโอกาสได้เห็นภาพยนตร์โฆษณาทั้งสองเวอร์ชันของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี ท่วงทำนองเพลง 'ฉันเคยเป็นหวัดอยู่ที่มุมนั้น' ที่เบาสบายและร้องตามได้ง่าย ดึงดูดความสนใจของผู้ชมไปได้อย่างล้นหลามในชั่วพริบตา
รวมถึงภาพบรรยากาศในโฆษณาที่งดงามชวนฝัน และดีไซน์ที่ประณีตสวยงามของเครื่องเล่นเพลง Z1 และ D1 ล้วนแต่ทำให้ผู้ชมเหล่านี้รู้สึกทึ่งและตื่นตาตื่นใจไปตาม ๆ กัน
เดิมทีมีผู้ชมจำนวนไม่น้อยเลยที่มักจะรู้สึกรำคาญใจเวลาที่มีโฆษณาคั่นรายการ ทว่า โฆษณาทั้งสองเวอร์ชันของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีที่ออกอากาศไปนั้น กลับไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำ หลังจากดูโฆษณาจบ ผู้ชมบางคนถึงกับรู้สึกว่ายังดูไม่จุใจเลยด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้สึกที่อยากจะฟังเพลง 'ฉันเคยเป็นหวัดอยู่ที่มุมนั้น' ซ้ำอีกรอบ...
และแน่นอนว่า ชื่อของเครื่องเล่น MP3 ทั้งสองรุ่นอย่าง Z1 และ D1 ก็ถูกสลักลึกลงไปในความทรงจำของผู้ชมเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ไม่รู้ว่ามีพนักงานออฟฟิศและนักเรียนนักศึกษากี่คน ที่เมื่อได้ดูโฆษณาทั้งสองเวอร์ชันนั้นจบแล้ว ต่างก็รู้สึกหวั่นไหวและอยากได้เครื่องเล่น MP3 ที่ปรากฏอยู่ในโฆษณาจนแทบจะอดใจไม่ไหว
เผิงเวย เป็นนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง
ในขณะที่เธอกำลังนั่งรับประทานอาหารค่ำพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ประจวบเหมาะกับที่ในโทรทัศน์มีเสียงฮัมเพลง 'ต้าหลิง ต้าหลิง ต้าหลิง...' ดังแว่วมาพอดี เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจอโทรทัศน์โดยสัญชาตญาณ
และในเวลานั้น โฆษณาที่กำลังออกอากาศอยู่บนจอโทรทัศน์ก็คือเวอร์ชันที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองในรั้วโรงเรียนพอดิบพอดี เมื่อเธอได้เห็นภาพในโฆษณา ที่นักเรียนหญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่ง กำลังถือเครื่องเล่น Z1 ขนาดเล็กกะทัดรัดและดูหรูหราไว้ในมือ พร้อมกับแสดงสีหน้าท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสดใสของวัยรุ่น กำลังดื่มด่ำไปกับการฟังเพลงอย่างมีความสุข เธอก็ถูกภาพนั้นดึงดูดใจไปในทันที
จากนั้น เธอก็หันไปพูดกับพ่อแม่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะรอไม่ไหวว่า "พ่อคะ แม่คะ หนูอยากซื้อเครื่องเล่น MP3 เครื่องนั้นจังเลยค่ะ ! "
พ่อแม่ของเผิงเวยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองจอโทรทัศน์ด้วยความสงสัย
เมื่อได้เห็นเครื่องเล่นเพลงที่ปรากฏอยู่ในโฆษณา แววตาของทั้งสองคนก็ฉายแววทึ่งและประหลาดใจออกมาเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ของเผิงเวย
"เครื่องเล่นเพลงอะไรเนี่ย สวยจังเลย ! "
แม่ของเผิงเวยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมออกมาจากใจจริง
เผิงเวยรีบพยักหน้ารับรัว ๆ "ใช่ไหมล่ะคะ เครื่องเล่นเพลงเครื่องนี้มันสวยมากจริง ๆ แถมในโฆษณายังบอกด้วยนะคะว่ามันรองรับเพลงดิจิทัลรูปแบบ MP3 สามารถดาวน์โหลดเพลงจากอินเทอร์เน็ตเข้าไปเก็บไว้ฟังได้โดยตรงเลย"
"ถ้าหนูมีเครื่องเล่น MP3 เครื่องนี้ ต่อไปเวลาหนูอยากฟังเพลงอะไร หนูก็ไม่ต้องคอยพกตลับเทปเป็นตั้ง ๆ ติดตัวไปไหนมาไหนอีกแล้ว ! "
"พ่อคะ แม่คะ ซื้อเครื่องเล่น MP3 เครื่องนี้ให้หนูสักเครื่องนะคะ น้า~! "
เผิงเวยส่งเสียงออดอ้อนออเซาะพ่อกับแม่
พ่อกับแม่ของเธอหันมาสบตากัน ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"ได้ ๆ ๆ เดี๋ยวพ่อกับแม่ซื้อให้ ! ไว้รอให้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเราค่อยออกไปเดินดูตามร้านกันนะ ว่าเขามีเครื่องเล่น MP3 เครื่องนี้ขายที่ไหนบ้าง แล้วจะซื้อให้ลูกเครื่องนึงเลย ! "
"เย้ ! ขอบคุณค่ะคุณพ่อคุณแม่ ! "
เผิงเวยร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
……
อิทธิพลและพลังการเข้าถึงของโฆษณาทางช่อง CCTV ในยุคสมัยนี้ถือว่ายิ่งใหญ่และทรงพลังเป็นอย่างมาก เพียงแค่ชั่วข้ามคืน ชื่อของเครื่องเล่น MP3 รุ่น Z1 และ D1 ก็กลายเป็นที่รู้จักและคุ้นหูผู้คนจำนวนมหาศาล
เพลง 'ฉันเคยเป็นหวัดอยู่ที่มุมนั้น' ยิ่งถูกเผยแพร่และส่งต่อออกไปอย่างรวดเร็วเป็นไฟลามทุ่ง...
และนอกเหนือจากการทุ่มงบลงโฆษณาทางช่อง CCTV แล้ว แน่นอนว่าหลี่เจ๋อย่อมไม่ปล่อยปละละเลยช่องทางการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน
ในขณะที่โฆษณาทางช่อง CCTV กำลังแพร่ภาพออกอากาศ บนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นตามเว็บไซต์ชื่อดังต่าง ๆ หรือเว็บบอร์ดโซเชียล... ก็เริ่มถูกปูพรมด้วยสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนาแน่นเช่นเดียวกัน
รวมไปถึงบนโปรแกรมแชทเพนกวินเอง ก็ยังมีโฆษณาแบบป๊อปอัป ของเครื่องเล่น MP3 รุ่น Z1 และ D1 เด้งขึ้นมาโชว์ตัวด้วยเช่นกัน...
เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไป ในที่สุดก็เดินทางมาถึงวันที่ 28 มีนาคม
เมื่อเห็นว่าเครื่องเล่น MP3 ทั้งสองรุ่นกำลังจะถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันนี้แล้ว ในใจของหลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นอยู่บ้าง เขาไม่สามารถทนนั่งรอฟังข่าวอยู่ที่บริษัทได้เลย จึงตัดสินใจเดินทางไปที่ร้านสาขาของบริษัทในมหานครเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง เขาอยากจะไปดูให้เห็นกับตาว่า ในวันแรกที่เปิดทำการนี้ จะสามารถทำยอดขายไปได้มากน้อยแค่ไหน
เวลาเก้าโมงห้าสิบนาทีช่วงเช้า หลี่เจ๋อก็เดินทางมาถึงหน้าร้านสาขาในมหานครเซี่ยงไฮ้
ร้านสาขาโดยตรงทั้งสิบแห่งของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยีที่ตั้งกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ จะเปิดทำการพร้อมกันในเวลาสิบโมงตรง
ในขณะนี้ เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเปิดร้านอย่างเป็นทางการแล้ว
พนักงานขายภายในร้านกำลังตระเตรียมความพร้อมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนบริเวณหน้าประตูร้านก็มีกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ดึงดูดให้ผู้คนที่เดินสัญจรผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะต้องหยุดเดินและชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความสงสัย
ไม่นานนัก เมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาสิบโมงตรง ประตูร้านสาขาก็ถูกเปิดออก
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายในร้านก็เริ่มเปิดเพลง 'ฉันเคยเป็นหวัดอยู่ที่มุมนั้น' ซึ่งเป็นเพลงโฆษณาของทางแบรนด์ และด้วยอานิสงส์ของลำโพงตัวใหญ่เบิ้มสองตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าร้าน เสียงเพลงก็ดังกระหึ่มและแว่วกังวานออกไปไกล...
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหลายคน เมื่อจู่ ๆ ได้ยินเสียงเพลงนี้เข้า ก็พากันชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันมองตามต้นเสียงมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"เอ๊ะ นี่มันเพลงที่อยู่ในโฆษณาทางทีวีช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี่นา ? หรือว่าร้านนี้จะเป็นร้านที่ขายเครื่องเล่น MP3 ในโฆษณาตัวนั้น ? "
เด็กสาววัยรุ่นหลายคนที่กำลังเดินผ่านหน้าร้านอดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้าลง
"พวกเราลองแวะเข้าไปดูข้างในกันไหม ถือโอกาสลองถามดูด้วยเลยว่าเครื่องเล่น MP3 เครื่องนั้นราคาเท่าไหร่ ถ้าเกิดมันไม่ได้แพงมากนัก ฉันจะได้ไปอ้อนให้พ่อกับแม่ซื้อให้สักเครื่อง ! "
หนึ่งในกลุ่มเด็กสาวเอ่ยปากชักชวนขึ้นมา
เด็กสาวคนอื่น ๆ ในกลุ่มต่างก็รู้สึกหวั่นไหวและคล้อยตามในทันที
"เอาสิ งั้นพวกเราเข้าไปดูกันเถอะ ! "
ดังนั้น เด็กสาวกลุ่มนั้นจึงไม่รอช้า รีบก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านทันที
"ยินดีต้อนรับค่ะ ! "
พนักงานขายที่ยืนประจำการอยู่หน้าร้านรีบกล่าวทักทายพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ทันที
หลังจากที่กลุ่มเด็กสาวเดินเข้ามาภายในร้าน พวกเธอก็มุ่งตรงไปที่หน้าตู้กระจกจัดแสดงสินค้า เมื่อได้เห็นเครื่องเล่น Z1 และ D1 หลากหลายสีสันที่ถูกจัดวางเรียงรายอยู่ภายในตู้กระจก ดวงตาของพวกเธอต่างก็เบิกกว้างเป็นประกายขึ้นมาในทันที
"ว้าว สวยมากเลยอ่ะ ดูของจริงแล้วรู้สึกว่ามันสวยกว่าในโฆษณาทางทีวีตั้งเยอะเลย ! "
"อื้อ ๆ ! เอ่อ พี่คะ รบกวนช่วยหยิบออกมาให้พวกหนูดูใกล้ ๆ หน่อยได้ไหมคะ ? "
เมื่อได้ยินคำขอของกลุ่มเด็กสาว พนักงานขายก็รีบยิ้มรับแล้วตอบว่า "ได้แน่นอนค่ะ ! "
จากนั้น พนักงานขายก็จัดการหยิบเครื่อง Z1 และ D1 ออกมาให้พวกเธออย่างละเครื่อง
กลุ่มเด็กสาวรับไปถือไว้ในมือ พลิกดูไปมา ก่อนจะลองกดเล่นเพลงดู ท่าทางของพวกเธอดูหลงใหลและชื่นชอบมันจนแทบจะวางไม่ลงเลยทีเดียว
ทว่า หลังจากนั้นไม่นาน พวกเธอก็เหลือบไปเห็นป้ายราคาที่ติดอยู่ภายในตู้จัดแสดงสินค้าเข้า
"แพงจังเลย เครื่องเล่น Z1 เครื่องนี้ราคาปาเข้าไปตั้งเกือบ 2,700 หยวนแน่ะ ! "
"นั่นสิ แพงเกินไปแล้ว พ่อกับแม่ฉันไม่มีทางยอมซื้อให้แน่ ๆ เลย"
"แต่ว่าราคาของรุ่น D1 นี่ก็ถือว่าไม่ค่อยแพงเท่าไหร่นะ รุ่นความจุ 128M แค่ 1,199 หยวนก็ซื้อได้แล้ว ส่วนรุ่น 256M ก็แค่ 1,399 หยวนเอง ! "
"อื้อ ๆ เดี๋ยวพอกลับไปถึงบ้าน ฉันจะอ้อนให้แม่ซื้อรุ่น D1 ความจุ 256M เครื่องนี้ให้ฉันสักเครื่อง ถ้าเอาไปเทียบกับเครื่องเล่นเพลงเครื่องนี้แล้ว พวกเครื่องซาวด์อะเบาท์ที่เคยมีมันดูเทอะทะและเกะกะไปเลยอ่ะ ! "
"จริงด้วย แถมเครื่องเล่น MP3 เครื่องนี้ยังสามารถดาวน์โหลดเพลงจากอินเทอร์เน็ตได้โดยตรงเลยด้วย ต่อไปฉันก็ไม่ต้องมาคอยพกตลับเทปเป็นตั้ง ๆ ติดตัวทุกวันแล้ว สะดวกสบายขึ้นเยอะเลย..."
ในระหว่างที่กลุ่มเด็กสาวกำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่ พนักงานขายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คอยให้คำแนะนำและบอกเล่าข้อมูลพื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงทั้งสองรุ่นให้พวกเธอฟังไปด้วย...
เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนลูกค้าที่เดินเข้ามาภายในร้านก็เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปประมาณยี่สิบนาทีหลังจากที่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ ในที่สุดทางร้านก็สามารถประเดิมขายเครื่องเล่นเพลงเครื่องแรกออกไปได้สำเร็จ โดยลูกค้าที่ซื้อเป็นหญิงสาววัยรุ่นอายุประมาณยี่สิบกว่าปีคนหนึ่ง และเธอก็เลือกซื้อเครื่องรุ่น Z1 ไปครองโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
การปิดการขายในออเดอร์แรกนี้เปรียบเสมือนสัญญาณเริ่มต้น หลังจากนั้นก็มีลูกค้าทยอยเดินมาจ่ายเงินซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
แม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกซื้อเป็นรุ่น D1 แต่ก็ยังมีลูกค้าบางส่วนที่ตัดสินใจควักเงินซื้อรุ่น Z1 ไปเช่นเดียวกัน
หลี่เจ๋อที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น ในที่สุดเขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาได้เสียที
"ถ้าดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ก็ถือว่าไม่เลวเลยนะเนี่ย ติดอยู่แค่อย่างเดียวคือ ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของร้านสาขาในเมืองอื่น ๆ จะเป็นยังไงบ้าง..."
หลี่เจ๋อบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเดินทางกลับ แต่เลือกที่จะยืนปักหลักสังเกตการณ์อยู่ภายในร้านต่อไป
เมื่อตกบ่าย จำนวนลูกค้าที่เข้ามาในร้านก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนถึงขั้นที่พนักงานขายสิบกว่าคนในร้านเริ่มจะรับมือและดูแลลูกค้ากันไม่ทันแล้ว
จนในที่สุด เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะเจ้าของบริษัทอย่างหลี่เจ๋อ ก็ต้องจำใจกระโดดลงสนามไปช่วยแนะนำสินค้าให้ลูกค้าด้วยตัวเอง...