- หน้าแรก
- เซียนมรรคพิกล คนวิปลาส
- บทที่ 67 ห่อผ้า
บทที่ 67 ห่อผ้า
บทที่ 67 ห่อผ้า
ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคนตายไปร่างก็สลาย เมื่อหลีจื้อสิ้นชีวิต เหตุการณ์ทั้งหมดก็จบลงชั่วคราว
แม้จะเผชิญอันตราย แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่า
ประการแรก หลีหั่ววั่งเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหลวงจีนในวัดเจิ้งเต๋อถึงได้มีเจตนาร้าย
"เซียนเนื้อใจ คือ การแปรเปลี่ยนของมหาต้นกำเนิดจนเกิดเป็นรูปร่าง มีรูปร่างแล้วจึงมีแก่นสาร แต่ยังไม่ก่อร่างเป็นกาย เรียกว่าเซียนเนื้อใจ เซียนเนื้อใจ คือจุดเริ่มต้นของแก่นสารที่ยังไม่ก่อร่างเป็นกาย"
นี่คือคำพูดที่หลีจื้อบอกเขาตอนใกล้ตาย ตัวเขาในสายตาผู้คนในโลกนี้คือ 'เซียนเนื้อใจ' อันหาได้ยากยิ่ง
หลีหั่ววั่งไม่ค่อยเข้าใจตัวอักษรโบราณนัก แต่อาศัยความทรงจำมัวๆ จากโรงเรียน เขาก็พอจะเข้าใจความหมายโดยคร่าวๆ
ตามคำอธิบายนี้ 'มหาต้นกำเนิด' คือสสารบางอย่างที่ก่อเกิดสสารทั้งปวง และ 'เซียนเนื้อใจ' คือสิ่งที่มีอยู่ก่อนการกำเนิดของมหาต้นกำเนิด
แปลออกมาได้ก็จริง แต่เนื้อหากลับยิ่งทำให้หลีหั่ววั่งงุนงงมากขึ้น
"ข้าเป็นเพียงมนุษย์ มนุษย์ธรรมดาที่มีเลือดเนื้อ จะเป็น 'จุดเริ่มต้นของแก่นสารที่ยังไม่ก่อร่างเป็นกาย' ได้อย่างไร? มันไม่เกี่ยวข้องกันเลย"
สิ่งที่ฟังดูเลื่อนลอยเหนือธรรมชาติเช่นนี้ จะเกี่ยวโยงกับมนุษย์ที่มีชีวิตได้อย่างไรกัน
สิ่งที่ยังไม่กลายเป็นสสาร จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวและคิดได้อย่างไร
เผชิญหน้ากับปัญหานี้ หลีหั่ววั่งขบคิดไม่ตก
แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร การกระทำของต้านหยางจื่อ เจ้าอาวาสซินฮุ่ย และหลีจื้อ ล้วนบอกหลีหั่ววั่งว่าผู้ฝึกตนในโลกนี้คิดอย่างไร
"ไม่ต้องสนใจว่าเซียนเนื้อใจคืออะไรกันแน่ ตอนนี้ข้าก็เหมือนเนื้อพระถังซัมจั๋ง ที่ใครๆ ก็อยากงับเข้าสักคำ" หลีหั่ววั่งพึมพำเย้ยหยันตัวเองขณะเดินทาง
บัดนี้ หลีหั่ววั่งหมดความเชื่อใจในมนุษย์ทุกคนในโลกนี้แล้ว คำพูดของใครก็ตามล้วนอาจเป็นคำลวง พวกเขาทุกคนอาจมีเจตนาหลอกลวงเขาก็เป็นได้
นี่เป็นเรื่องน่าระแวง เพราะทุกคนที่ได้พบในโลกนี้ล้วนมีจุดประสงค์แอบแฝง
อย่างไรก็ตาม ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ปัญหาต้องแก้ไขทีละขั้น
อย่างน้อยหลีหั่ววั่งก็มั่นใจได้ว่าหลีจื้อไม่ได้หลอกเขา คนใกล้ตายย่อมพูดแต่ความจริง เขาคงพูดความจริงแน่
อีกฝ่ายยังหวังว่าเขาจะเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ในเทศกาลเชงเม้ง หลอกลวงในตอนนั้น ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใดกับเขาเลย
"เฮ้! พวกเจ้าหยุดก่อน!!"
เมื่อได้ยินเสียงตะโกน หลีหั่ววั่งและคณะหันไปมอง เห็นชายรูปร่างล่ำสันใบหน้าซื่อตรงคนหนึ่งถือของบางอย่างในมือ วิ่งไล่ตามมาจากเบื้องหลัง
"พวกเจ้าจะไปที่ใด? หมอผีเพื่อนบ้านของข้าล่ะ? ก็คนที่มากับพวกเจ้า สองสามีภรรยานั่น" ชายที่หอบหายใจถาม
หลีหั่ววั่งย่อมไม่อาจบอกว่าตนเป็นคนฆ่าเขา "เขามีธุระ จึงได้พาภรรยาไปก่อนแล้ว"
ชายผู้นั้นไม่ได้สงสัยหลีหั่ววั่ง แต่กลับยัดห่อหนักอึ้งเข้าใส่อ้อมอกเขา
"อ๋อ งั้นหรือ งั้นนี่ก็คือห่อของจากห้องของเขา ตอนจากไปลืมเอาไป พวกเจ้าช่วยเอาไปให้เขาด้วย ขอบคุณมาก"
หลีหั่ววั่งยังจำสีของห่อผ้านี้ได้ ตอนที่พบกันครั้งแรก หลีจื้อก็แบกสิ่งนี้อยู่บนหลัง
ไม่ทันที่หลีหั่ววั่งจะพูดอะไรต่อ ชายผู้นั้นก็ส่งของเสร็จแล้วหันหลังเดินจากไป
เดินบนถนนดินขรุขระ หลีหั่ววั่งมองห่อผ้าในอ้อมอกด้วยสีหน้าซับซ้อน
สิ่งนี้ไม่อาจส่งคืนให้หลีจื้อได้แล้ว เขาตายไปแล้ว
ในเวลานั้นเอง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในสมองของหลีหั่ววั่ง
"ในห่อของหลีจื้อ ข้าจะพบสิ่งมีค่าบ้างหรือไม่?"
คิดได้ดังนั้น หลีหั่ววั่งก็ลงมือทันที แกะห่อผ้านั้นออก
ภายในไม่มีสิ่งใดที่โดดเด่นตื่นตา ทุกสิ่งล้วนเก่าซอมซ่อ
อย่างแรกคือหนังกลองสีขาวขุ่น ดูเหมือนเป็นอะไหล่สำรองสำหรับการเป็นหมอผี
หลีหั่ววั่งคว้าขึ้นมาแล้วโยนไปข้างทาง ความประทับใจที่มีต่อการเป็นหมอผีไม่ดีเลย เห็นของพวกนี้แล้วรู้สึกอัปมงคล
"เอ๊ะ อย่าทิ้งสิ หนังดีๆ ถ้าเก็บไว้บางทีภายหลังอาจใช้ทำอะไรได้" ไป๋หลิงเมี่ยวอุ้มมันขึ้นมาด้วยสองมือ
"จะใช้ทำอะไรได้? ปะชุนรอยขาดหรือ?" หลีหั่ววั่งพบว่าในบางเรื่อง ไป๋หลิงเมี่ยวประหยัดกว่าเขามาก
"ตอนนี้พวกเราไม่มีเงินเลยนะ ประหยัดได้เท่าไรก็เท่านั้น"
เห็นอีกฝ่ายวางมันลงบนรถลาอย่างระมัดระวัง หลีหั่ววั่งส่ายหน้า แล้วค้นหาในห่อต่อไป
ต่อมาเขาหยิบเงินเหรียญทองแดงครึ่งพวงขึ้นมา ดูจากความเงางามที่มีทั้งใหม่ทั้งเก่า ครึ่งพวงนี้คงเป็นเงินที่หลีจื้อสะสมมานาน
หยิบขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ หลีหั่ววั่งถอนหายใจเบาๆ
ไม่รู้ว่าหลีจื้อสะสมเงินไว้เพื่ออะไร แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เขาพยายามอย่างมากเพื่อสิ่งนี้
"เอาไปซื้ออาหาร" หลีหั่ววั่งโยนเงินลงบนตักของไป๋หลิงเมี่ยว
ไป๋หลิงเมี่ยวที่กำลังกังวลเรื่องเงินทอง แต่พอเห็นเหรียญเงินเหล่านี้ก็ยิ้มแย้มทันใด
แต่แล้วก็กลับกังวลอีกครั้ง "ศิษย์พี่ พวกเราต้องหาทางทำมาหากินสักอย่าง เงินพวกนี้คงไม่พอนานนัก"
"ทำมาหากิน? เจ้าคิดจะทำอะไร? แสดงละครเหมือนหลิวจวงหยวนและคณะหรือ?" หลีหั่ววั่งถามขณะค้นห่อต่อไป
ไป๋หลิงเมี่ยวส่ายหน้าดุจกระดิ่งหมู "หากบิดาข้ารู้ว่าข้าแสดงละคร ท่านจะตีข้าให้ตาย ข้าหมายถึงการทำอาชีพสุจริตอื่นๆ"
หลีหั่ววั่งยื่นมือหยิบจี้หยกทรงกลมที่ร้อยด้วยเส้นด้ายออกมา วางลงบนมือของนาง
"อย่ากังวลเรื่องเงิน หาแหล่งที่อุดมสมบูรณ์สักแห่งขายสิ่งนี้ ก็จะมีทุกอย่างแล้ว"
"ข้าก็มี ข้าก็มี" หมาน้อยล้วงซองแดงหนึ่งปึกจากอก ยื่นให้
หลีหั่ววั่งมองเขาอย่างฉงน "พวกนี้เป็นซองแดงที่ต้านหยางจื่อให้แก่ศิษย์ที่ล่วงลับไปแล้วมิใช่หรือ? เจ้าขโมยมาตั้งแต่เมื่อไร?"
"ข้าหยิบมาตอนออกจากสำนักชิงเฟิง เห็นว่าไม่มีใครหยิบน่ะ ฮิๆ ข้าก็เลยถือวิสาสะหยิบออกมา" น้ำเสียงของหมาน้อยแฝงทั้งเจ้าเล่ห์ และความภาคภูมิใจ
ในตอนนั้นเอง มือของหลีหั่ววั่งหยุดชะงัก เขาคลำพบสิ่งกลมๆ ในห่อผ้า
เมื่อหยิบออกมาดู พบว่าเป็นน้ำเต้าขนาดเท่าสองฝ่ามือ ช่างน่าประหลาดใจ
"ดูคล้ายน้ำเต้าบรรจุยาลูกกลอน หมอผีก็รู้วิธีหลอมยาด้วยหรือ?" หลีหั่ววั่งคิดในใจเมื่อเห็นสิ่งนี้
ยกน้ำเต้าขึ้นคว่ำลงสองครั้ง แต่ไม่มีสิ่งใดไหลออกมา
ขณะที่หลีหั่ววั่งหรี่ตาข้างหนึ่ง จรดน้ำเต้าที่ริมฝีปากเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ครึ่งบนของน้ำเต้าก็แยกออกทันที
ปากน้ำเต้าเล็กๆ แตกออกเป็นแถวเขี้ยวขาวแหลมโค้งงอ พุ่งเข้างับใบหน้าของหลีหั่ววั่งอย่างรุนแรง
"แกร๊ก!" เสียงดังขึ้นทันที โชคดีที่หลีหั่ววั่งถอยเร็ว หากช้าไปเพียงก้าวเดียว ครึ่งหนึ่งของผิวหน้าคงถูกกระชากออกไปเสียแล้ว
หลีหั่ววั่งมองน้ำเต้าในมือที่กลับคืนสู่สภาพเดิมด้วยความตกใจยังไม่หาย
สิ่งนี้เป็นสิ่งมีชีวิต แต่หลีจื้อกลับใช้มันเก็บของ ของในนี้ย่อมต้องมีค่ายิ่งนัก ในนี้บรรจุอะไรกันแน่?
ราวกับรับรู้บางสิ่ง กระดิ่งที่เอวของหลีหั่ววั่งสั่นไหวเล็กน้อย
"พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน" หลีหั่ววั่งนึกอะไรขึ้นได้ เอ่ยพลางหมุนตัวเดินเข้าไปในป่า
ในป่าทึบ เสียงกระดิ่งดังขึ้น ไม่นานคุณชายยิ่วก็ถูกเรียกออกมา
"ในนี้มีอะไร?" หลีหั่ววั่งยกน้ำเต้าในมือ ถามคุณชายยิ่วตรงหน้า
"อายุขัย"
หลีหั่ววั่งมองน้ำเต้าในมือด้วยความไม่อยากเชื่อ "อะไรนะ? เจ้าแน่ใจหรือว่าในนี้บรรจุอายุขัยของผู้คน!?"