- หน้าแรก
- เซียนมรรคพิกล คนวิปลาส
- บทที่ 65 ข้าให้เจ้าตี!
บทที่ 65 ข้าให้เจ้าตี!
บทที่ 65 ข้าให้เจ้าตี!
เมื่อเห็นหลีหั่ววั่งถูกจู่โจม คุณชายยิ่วตนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปก็พุ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว พุ่งชนร่างเทพรองอย่างรุนแรง
แต่วิญญาณไร้ร่างที่เคยผ่านทะลุสิ่งต่างๆ ได้กลับพบเจอกับสิ่งแข็งแกร่ง คุณชายยิ่วชนร่างเทพรองอย่างจัง ไม่เพียงไม่สามารถแทรกเข้าไปได้ แต่กลับถูกกระเด้งกลับง
"อ้ากกก!!" เสียงคำรามดังกึกก้องลั่น กระบองไม้มหึมาพุ่งฟาดมา เฉียดใบหน้าของหลีหั่ววั่งไปอย่างฉิวเฉียด พุ่งเข้าฟาดกระหน่ำลงบนศีรษะของเทพรอง
"ฉีก!" เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้น แม้เทพรองจะถูกฟาดกระเด็นออกไป แต่เนื้อบนไหล่ของหลีหั่ววั่งก็ถูกฉีกขาดติดไปด้วยเช่นกัน
ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้หลีหั่ววั่งแทบจะสลบไป แต่เขาไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ เขารีบล้วงขวดสองใบยัดใส่มือหมาน้อยที่กำลังจะเข้ามาประคอง
"หนึ่งคือยาพิษ อีกหนึ่งคือยาสลบ ทาลงบนคมดาบ พวกเจ้าช่วยข้าถ่วงเจ้าสิ่งนั้นไว้ที"
เขาไม่สามารถรับศึกสองด้านได้ จำเป็นต้องแยกจัดการทีละด้าน
เมื่อเห็นเทพรองที่ศีรษะแทบขาดครึ่งแต่ยังคงพยายามคลานลุกขึ้นมาได้ หมาน้อยที่กุมศีรษะตัวเองไว้ก็รู้สึกขาอ่อน "ศิษย์พี่หลี ท่านแน่ใจหรือว่าของพวกนี้จะใช้ได้ผลกับสิ่งนั้น?"
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวหมั่นที่อยู่ข้างๆ กลับไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าขวดยาทั้งสองมา กัดฟันตัดสินใจ ควักดาบออกมาแล้วพุ่งเข้าไป "ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ ลองก่อนแล้วค่อยว่ากัน!!"
หลีหั่ววั่งรู้ว่านี่อาจเป็นการฝืน แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก ถ้าไม่จัดการหลีจื้อให้เรียบร้อย เทพก็จะถูกเชิญมาเพิ่มไม่มีที่สิ้นสุด
คุณชายยิ่วอีกสามตนที่อยู่ห่างออกไป วนเวียนรอบตัวหลีจื้อไม่หยุด ทุกครั้งที่พยายามเข้าใกล้ จะมีสิ่งที่มองไม่เห็นบางอย่างคอยขัดขวางอยู่เสมอ
เมื่อเห็นหลีหั่ววั่งกำลังเดินมาทางนี้ หลีจื้อก็ยังคงขึงหนังท้องตัวเองร้องเพลงอย่างเอาเป็นเอาตาย
"เทพเจ้ามา อย่าลืมนำสมบัติสามประการ สมบัติสามประการ สมบัติอันล้ำค่า ห่วงรัดเทพ เชือกมัดเทพ และขวดสะกดวิญญาณสะพายไหล่ม้า เทพโยนสมบัติทั้งสามลงบนร่างศิษย์ จับไม่แน่นใช้เท้าถีบ มัดไม่แน่นใช้เท้าเตะเอย~"
เมื่อร้องจบ หลีจื้อก็ยกไม้ตีกลองในมือฟาดไปทางหลีหั่ววั่งอย่างรุนแรง
แม้จะไม่มีสิ่งใดปรากฏให้เห็น แต่คุณชายยิ่วก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
คุณชายยิ่วตนหนึ่งพุ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว มายืนป้องกันอยู่เบื้องหน้าหลีหั่ววั่ง
ชั่วอึดใจต่อมา เสียงแตกก็ดังขึ้น คุณชายยิ่วที่ก่อตัวจากเส้นสายต่างๆ ก็แตกกระจายไปในทันที
หลีจื้อฟาดไม้ตีกลองมาทางนี้อีกครั้งอย่างแรง หากโดนเข้าคงจะจบลงเช่นเดียวกับคุณชายยิ่วอย่างแน่นอน
ในห้วงคับขัน หลีหั่ววั่งรีบล้วงมือไปที่หลัง ดึงตำราสวรรค์นั้นออกมาบังไว้เบื้องหน้า
"เหง้ง!" เสียงดังสนั่น หลีหั่ววั่งรู้สึกมือชา "ป้องกันได้! ตำราสวรรค์นี้แข็งแกร่งจริงๆ!"
เขาชูตำราไว้ในมือหนึ่งเป็นโล่กำบัง อีกมือหนึ่งเขย่ากระดิ่ง กัดฟันเดินเข้าหาหลีจื้ออย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาสะบัดศีรษะอย่างแรง คุณชายยิ่วรอบด้านก็ทวีจำนวนขึ้นเป็นสองเท่าในพริบตา
"หลานเสี่ยนเส่าฉ่าง!" หลีหั่ววั่งร่ายคาถาหนึ่ง คุณชายยิ่วที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าก็พุ่งโจมตีหลีจื้อจากทุกทิศทางในทันที
หลีจื้อต้านทานอย่างยากลำบาก แต่หลีหั่ววั่งเองก็ไม่ได้สบายกว่ากันเท่าไรนัก
เพราะมีคุณชายยิ่วมากเกินไป ตอนนี้เขาจึงรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง สัญชาตญาณบอกให้อาเจียนออกมา
ตอนนี้ เหลือเพียงว่าใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน
ท่ามกลางความวุ่นวาย หลีหั่ววั่งพลันพบว่าในสภาวะเช่นนี้ เขาสามารถมองเห็นเหล่าเทพที่ขัดขวางคุณชายยิ่วได้
พวกมันเป็นเหมือนควันขาวโปร่งใส มีรูปร่างประหลาดหลากหลาย
ทั้งรูปร่างคน รูปร่างสัตว์ ครึ่งคนครึ่งสัตว์ มีครบทุกแบบ และพวกมันจะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป
ทุกส่วนที่ประกอบเป็นร่างของพวกมัน สั่นสะเทือนไปตามจังหวะกลองของหลีจื้อ
พวกมันเหมือนดั่งตำราเล่มหนึ่ง ในวินาทีที่เห็นรูปร่างของพวกมัน หลีหั่ววั่งก็เข้าใจถึงธรรมชาติของพวกมันในทันที
เทพเหล่านี้มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน พวกมันอยู่ทุกหนแห่ง เหมือนกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ร่างกายไร้ตัวตนและมองไม่เห็นตลอดกาล
หากพวกมันต้องการติดต่อกับโลกแห่งความเป็นจริง ก็จำเป็นต้องอาศัยทำนองบางอย่างจึงจะปรากฏตัวได้ เสียงกลองคือเงื่อนไขการปรากฏตัวของพวกมัน
"เสียงกลอง!" หลีหั่ววั่งที่ได้สติกลับมากัดฟันพุ่งเข้าไปข้างหน้าต่อ มือที่ถือกระดิ่งเขย่าเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเขาเข้าใกล้มากขึ้น เสียงกระดิ่งเริ่มกลบเสียงกลองได้ ด้านคุณชายยิ่วก็เริ่มทะลวงแนวป้องกันได้เช่นกัน
เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดี สีหน้าของหลีจื้อก็เคร่งเครียดขึ้น อ้าปากออก มุมปากทั้งสองข้างฉีกขาดออกทันที ลิ้นสีแดงฉานทะลักออกมาเหมือนลิ้นงู
เสียงของเขาเปลี่ยนไปเป็นทำนองอันเศร้าสลด "หมอก~เมฆ~เอย~"
ทันทีที่วาจานี้ถูกเปล่งออกมา ลมพายุก็พัดกระหน่ำโหมกระพือ เสียงกลองกลบเสียงกระดิ่งอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น เสียงกระซิบอ่อนหวานของสตรีลึกลับดังขึ้นข้างหูของหลีหั่ววั่ง ทุกสิ่งตรงหน้าเขาเริ่มบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว
ทีละน้อย เสียงลม เสียงกลอง เสียงกระดิ่ง เสียงวุ่นวายรอบกายทั้งหมด ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงอื่นๆ
เสียงสนทนา เสียงของเล่นรูบิกหมุน เสียงรองเท้าหนัง เสียงเตือนโทรศัพท์
เมื่อได้สติกลับมา เขาพบว่าตัวเองสวมชุดผู้ป่วยลายทางสีฟ้าขาว กำลังถูกพยุงเดินเล่นในสวนของโรงพยาบาลจิตเวช
"ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องเท็จ! เป็นแค่ภาพหลอน!"
หลีหั่ววั่งสะบัดศีรษะมองไปรอบๆ ทันใดนั้น ก็เห็นผู้เฒ่าหลิวกำลังถูกลูกสาวประคองเดินออกจากโรงพยาบาล ระยะห่างเท่ากับระยะระหว่างเขากับหลีจื้อเมื่อครู่ไม่มีผิด
"หั่ววั่ง เป็นอะไรไป?"
หลีหั่ววั่งพลันแสยะยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัว มันยังคิดจะใช้ภาพหลอนล่อลวงเขาอีกหรือ ช่างคิดผิดเสียจริง อย่างอื่นไม่อาจสู้ไหว แต่ภาพหลอนนั้นไร้ประโยชน์สำหรับเขา
หลีหั่ววั่งสะบัดมือที่ช่วยเขาพยุงทิ้ง วางเท้าลงบนขั้นบันไดในสวนดอกไม้ แล้วพุ่งตัวไปทางผู้เฒ่าหลิวในระยะไกล
เสียงสนทนาจากระยะไกลแว่วเข้าสู่โสตประสาทของหลีหั่ววั่ง "คุณหมอ ขอบคุณมาก หากไม่ใช่คุณ พ่อของฉันคงไม่หายเร็วขนาดนี้"
"ฮ่ะๆ ไม่เป็นไรหรอก นี่เป็นหน้าที่ของเรา อาจารย์หลิว อย่าลืมกินยาตามเวลานะ"
"ได้ ได้"
"หลีจื้อ!" เสียงตะโกนของหลีหั่ววั่งทำให้ทุกคนหันมามองโดยอัตโนมัติ รวมถึงผู้เฒ่าหลิวที่เปลี่ยนชุดเป็นพิเศษ เพื่อออกจากโรงพยาบาล
"โครม!" หมัดของหลีหั่ววั่งกระแทกเข้าที่กรามของผู้เฒ่าหลิวอย่างจัง ฟันปลอมและเลือดกระเซ็นละลิ่วในอากาศ
ในวินาถัดมา ภาพหลอนสลายไปอย่างรวดเร็ว หลีหั่ววั่งเห็นหลีจื้อตรงหน้าถูกตนซัดจนหน้าหงาย เลือดไหลจากจมูกไม่หยุด
เทพพวกนั้นยังพยายามเข้ามาช่วยเหลือ แต่ถูกคุณชายยิ่วทั้งหกขัดขวางไว้
"ข้าให้เจ้าตี!"
"แกร๊งงง!" เสียงดาบถูกชักออกจากฝัก พุ่งแทงอย่างรุนแรง
คมดาบอันแหลมคมตัดนิ้วมือของหลีจื้อขาด แทงทะลุผ่านหนังที่ถูกดึงขึ้นมา ปักเข้าไปลึกในกลางท้องของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
คมดาบแทงจนทำให้เสียงกลองและเสียงกระดิ่งหยุดลง เทพและคุณชายยิ่วค่อยๆ จางหาย ทุกสิ่งรอบกายกลับคืนสู่ความเงียบสงบ
หลีจื้อมองท้องของตัวเองที่เลือดไหลไม่หยุดด้วยความตกตะลึง ถอยหลังไปสองก้าวแล้วทรุดลงกับพื้น
หลีหั่ววั่งที่หอบหายใจหนักมองดูหลีจื้อที่กำลังจะตายเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหันไปมองด้านหลัง พบว่าเทพรองที่กำลังต่อสู้กับคนอื่นๆ อยู่ห่างออกไปก็พังครืนลงแล้วเช่นกัน
"ฮ่ะๆ ท่านนักพรตหลี ขอโทษด้วย..."