- หน้าแรก
- ระบบแข็งแกร่งระดับเทพ ยิ่งอยากลาออก ยิ่งได้เลื่อนขั้น
- บทที่ 50 ความจนใจของเจ้าหว่านฉิง แถไม่ไหวแล้วนะลูก!
บทที่ 50 ความจนใจของเจ้าหว่านฉิง แถไม่ไหวแล้วนะลูก!
บทที่ 50 ความจนใจของเจ้าหว่านฉิง แถไม่ไหวแล้วนะลูก!
ซุนผิงอันถูกปลุกด้วยเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือ
เขางัวเงียคว้าโทรศัพท์มา แล้วกดรับสายโดยไม่ได้มองว่าใครโทรมา
"แม่ครับ... อะไรนะ? แม่จะแนะนำลูกสะใภ้ให้ผมรู้จักเหรอ?"
"แม่ครับ ในที่สุดผมจะได้พบหน้ากับพี่ชายหรือน้องชายที่พลัดพรากจากกันแล้วใช่ไหม?"
ซุนผิงอันพูดจาหยอกล้อไปสองสามประโยคจนเริ่มตื่นตัวเต็มตา
เขาเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง พบว่าเป็นเวลาสิบโมงเช้าแล้ว
จึงลุกจากเตียงพลางคุยเล่นกับแม่ไปพลาง
"ได้ๆ ครับๆ ตอนเที่ยงที่หมิงเหมินชุน ผมจะไปให้ถึงแน่นอน ตกลงไหมครับ!"
ภายใต้การข่มขู่ของแม่ ซุนผิงอันจำต้องยอมจำนน
ไปที่หมิงเหมินชุนเพื่อกินมื้อเที่ยงฟรี และถือโอกาสคืนรถให้หลัวเหว่ยไปในตัว
ที่ตอบตกลงไปกินข้าวก็เพื่อรักษาหน้าให้แม่
ส่วนเรื่องนัดดูตัวนั่นน่ะเหรอ ถ้าเขาไม่ตอบตกลง
แม่คงไม่ถึงขั้นฟาดเขาให้สลบแล้วแบกขึ้นเกี้ยวเข้าห้องหอหรอกมั้ง!
สิบนาทีต่อมา ซุนผิงอันล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยก็เปิดประตูห้องออกมา
เขามองไปยังประตูห้องตรงข้ามที่ปิดสนิทแล้วถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ตอนซื้อห้องนี้ เฝิงหยวนหยวนและครอบครัวของซุนผิงอันซื้อห้องอยู่ตรงข้ามกัน
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองบ้านดีแค่ไหน
ทว่าตอนนี้ เฝิงหยวนหยวนกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อคืนพ่อบอกเขาว่าได้ติดต่อกองตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
และยืนยันได้ว่าเฝิงหยวนหยวนไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ
ในเครือข่ายภายในของกองบัญชาการตำรวจมณฑลก็ได้ประกาศตามหาตัวเฝิงหยวนหยวนแล้วเช่นกัน
แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ
ไม่รู้เลยว่าแม่บุญธรรมหายไปอยู่ที่ไหนกันแน่
ซุนผิงอันลงมาข้างล่าง
สตาร์ทรถแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านหมิงเหมินชุนที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
...
บนสะพานยกระดับที่มุ่งสู่ใจกลางเมืองหานเฉิง
ภายในรถหรูไรต์เฮาส์รุ่นเพรสซิเดนท์
เจ้าหว่านฉิงกำลังกุมมือเล็กๆ ของเฉียนเหยาไว้ พลางยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
เฉียนเหยาคือหลานสาวสุดที่รักของเฉียนซิน
ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนระดับตำนานของต้าเซี่ย
แม้เฉียนเหยาจะไม่มีพรสวรรค์ด้านการแพทย์แผนจีนมากนัก
แต่เธอกลับมีพรสวรรค์ด้านธุรกิจที่โดดเด่นอย่างยิ่ง
บรรดาพี่น้องและลูกหลานในตระกูลเฉียนรุ่นเดียวกับเธอล้วนเป็นพวกไม่ได้ความ
ดีแต่ล้างผลาญและโง่เง่า
แต่ละคนเย่อหยิ่งจองหองแต่ไร้ฝีมือ แม้แต่บัญชีก็ยังดูไม่เป็น
พอถูกคนประจบประแจงเข้าหน่อยก็หลงระเริงจนลืมตัว เอาแต่หว่านเงินทิ้งไปทั่ว
การลงทุนทางธุรกิจหลายครั้งลงเอยด้วยการขาดทุนยับเยินและถูกต้มตุ๋น
จนแทบไม่เหลือแม้แต่กางเกงในจะใส่
หากไม่ใช่เพราะเฉียนเหยาที่ตอนนั้นอายุเพียง 18 ปีและเพิ่งเข้าเรียนชั้นปีที่ 1
ก้าวออกมายุติความวุ่นวายและกอบกู้สถานการณ์ไว้ได้
เกรงว่าคนทั้งตระกูลเฉียนคงต้องระเห็จไปนอนใต้สะพานลอยกันหมดแล้ว
เมื่อเช้านี้
เฉียนเหยาในฐานะตัวแทนของตระกูลเฉียนได้เซ็นสัญญาถือหุ้นกับเจ้าหว่านฉิง
โดยใช้สูตรยาในครอบครองของตระกูลเฉียนทั้งหมดเข้าถือหุ้นในบริษัทผลิตยาของเจ้าหว่านฉิง
ในสัดส่วน 10% ซึ่งเป็นหุ้นประเภทที่ไม่สามารถถูกเจือจางได้
เฉียนเหยาวางตัวได้สง่างามสมเป็นกุลสตรีจากตระกูลใหญ่ และในการเจรจาธุรกิจ
เธอยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
เจ้าหว่านฉิงตัดสินใจรับเฉียนเหยาเข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO คนใหม่ของบริษัทผลิตยาทันที
ในสายตาของเจ้าหว่านฉิง
เฉียนเหยาคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับตำแหน่งลูกสะใภ้
และนั่นจึงเป็นที่มาของมื้อเที่ยงที่อ้างว่าเป็นการฉลอง
แต่ความจริงคือการนัดดูตัวครั้งนี้
ข้างหน้าเป็นสัญญาณไฟแดง รถค่อยๆ ชะลอความเร็วเพื่อเข้าแถวรอ
ปี๊ดๆ!
เสียงแตรรถดังขึ้น
เจ้าหว่านฉิงหันไปมองนอกรถ เห็นว่าในเลนข้างๆ มีรถไรต์เฮาส์อีกคันมาจอดขนาบข้างพอดี
เมื่อคืนนี้ สมาชิกทั้งสามคนในครอบครัวก็นั่งรถคันนี้กลับบ้าน
กระจกรถเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าอ้วนกลมที่ดูเป็นมงคลของซุนผิงอัน
เจ้าหว่านฉิงลดกระจกลงแล้วโบกมือทักทายลูกชาย
ซุนผิงอันเหลือบไปเห็นสาวงามผมยาวสลวยที่นั่งอยู่ข้างแม่ของเขา
เธอหันมามองและยิ้มทักทายเขาเล็กน้อย
"เบ จูฮยอน?"
สาวสวยคนนี้ถูกขนานนามว่าเป็นหน้าตาของวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีใต้
และเป็นหนึ่งในสตรีที่มีความงามระดับตำนานของเอเชีย
ไม่นึกเลยว่าต่อให้ย้อนอดีตข้ามมิติมาแล้ว
เขายังจะได้เจอคนที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะขนาดนี้
ซุนผิงอันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมาได้ทันควัน
ในใจของซุนผิงอัน ต่อให้เบจูฮยอนจะสวยแค่ไหน ก็ยังสู้ต้าหมี่มี่
นางในฝันของเขาไม่ได้อยู่ดี
ใช่ว่าผู้ที่ข้ามมิติมาทุกคนจะอยากมีฮาเร็มเสียหน่อย
"แม่ครับ!"
"ลูกจ๊ะ โทรหาหลัวเหว่ยให้ช่วยจองโต๊ะไว้หน่อยนะ"
"รับทราบครับ!"
ซุนผิงอันยิ้มรับคำ เลื่อนกระจกปิด อากาศในเดือนกรกฎาคมร้อนระอุราวกับเปลวไฟ
ฤดูร้อนแบบนี้ไม่เป็นมิตรกับคนอ้วนเอาเสียเลย
เขากดโทรศัพท์บอกหลัวเหว่ยไปตามนั้น
พอเห็นว่าสัญญาณไฟข้างหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวจึงค่อยๆ
ขับรถตามไป
จู่ๆ มีรถเอสยูวีคันใหญ่คันหนึ่งขับแซงมาจากเลนขวา
เนื่องจากเป็นเลนเลี้ยวขวา ความเร็วของมันจึงมากกว่าเลนที่วิ่งตรงเล็กน้อย
กระจกรถเอสยูวีคันนั้นติดฟิล์มปรอทกันระเบิดสะท้อนแสง
ถ้าไม่เอาหน้าเข้าไปแนบติดกระจกก็ไม่มีทางมองเห็นเหตุการณ์ภายในได้เลย
แต่ซุนผิงอันเป็นใคร?
เขาได้รับความช่วยเหลือจาก เคล็ดวิชาตรวจวินิจฉัยด้วยสายตาระดับปรมาจารย์
ทำให้สายตาของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปไปไกลแล้ว
เพียงแค่ชำเลืองมองแวบเดียว สีหน้าของซุนผิงอันก็เปลี่ยนไปทันที
ที่เบาะหลังของรถเอสยูวีคันนั้น
มีชายฉกรรจ์ชาวต่างชาติสองคนนั่งขนาบข้างเฝิงหยวนหยวนเอาไว้
ผมเผ้าของเฝิงหยวนหยวนยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบเซียวและยังมีคราบน้ำตาติดอยู่
ทันทีที่เธอพยายามขัดขืน ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเฝิงหยวนหยวน
จนเธอต้องสงบนิ่งลงด้วยความเจ็บปวด
เพลิงโทสะในอกของซุนผิงอันลุกโชนขึ้นมาในทันที
ภายในรถอีกลัน เจ้าหว่านฉิงกำลังเอ่ยปากชมลูกชายตัวดีให้เฉียนเหยาฟังอย่างออกรส
"เหยาเหยาจ๊ะ ถึงผิงอันจะอ้วนไปหน่อย แต่อ้วนก็มีข้อดีของคนอ้วนนะ อย่างเช่น
ผิงอันเป็นคนหนักแน่นมั่นคงมาก..."
เจ้าหว่านฉิงยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
รถที่ซุนผิงอันขับอยู่ ซึ่งเดิมทีควรจะขับตรงไปตามปกติเพื่อข้ามแยก
กลับเหยียบคันเร่งมิดแล้วพุ่งไปทางขวาอย่างรุนแรง
ในช่วงที่กำลังข้ามแยก ระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันนั้นใกล้กันมาก
การกระทำนี้ทำให้รถของเขาชนเข้าที่ท้ายรถคันหน้าอย่างจัง
คนขับรถคันหน้าเป็นผู้หญิง เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
เท้าขวาที่เหยียบอยู่บนคันเร่งกดลงไปเต็มแรง ส่งผลให้รถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
และเพราะถูกชนจนเสียทิศทาง รถคันนั้นจึงพุ่งเข้าไปขวางหน้ารถเอสยูวีคันนั้นพอดี
โครม! รถคันหน้าพุ่งชนเข้ากับแผงกั้นบนสะพานลอยที่สูงระดับเอว
ยางรถเสียดสีกับพื้นจนเกิดควันโขมงและทิ้งรอยไหม้สีดำไว้บนถนน
หน้ารถอัดติดกับแผงกั้นจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดและมีประกายไฟกระเด็นออกมา
หากไม่มีแผงกั้นนี้ละก็ เกรงว่ารถคงจะพุ่งตกลงไปข้างล่างแล้ว
ส่วนรถไรต์เฮาส์ที่ซุนผิงอันขับมา ก็พุ่งเข้าชนกลางลำของรถเอสยูวีอย่างแรง
เสียงยางบดขยี้กับพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว
มันทำหน้าที่เหมือนรถแทรกเตอร์ที่ดันเอารถเอสยูวีไปอัดติดกับเกาะกลางถนนจนขยับไปไหนไม่ได้
เจ้าหว่านฉิงรีบแก้สถานการณ์ด้วยไหวพริบว่า "ไรต์เฮาส์เนี่ยนะรถหรูระดับโลก!
ไหงจู่ๆ ถึงได้เสียหลักควบคุมไม่ได้แบบนี้ล่ะ"
"เหยาเหยาหนูไม่ต้องตกใจนะ ลูกชายแม่เป็นคนสุภาพ จิตใจดี และมีเหตุผลมาก
อุบัติเหตุเล็กน้อยแค่นี้
เดี๋ยวเขาก็จัดการให้เรียบร้อยเองแหละจ้ะ"
ซุนผิงอันดึงเบรกมือ ถีบประตูรถออกไป
ในมือถือตัวล็อกพวงมาลัยที่มีรูปร่างเหมือนประแจคอม้าขนาดใหญ่แล้วกระโดดลงจากรถ
เขาเดินอาดๆ ไปที่รถเอสยูวีเพียงสองก้าว
ก่อนจะเหวี่ยงแขนฟาดตัวล็อกพวงมาลัยลงบนกระจกหน้ารถเอสยูวีอย่างสุดแรงจนแตกละเอียด
"ไอ้สารเลวสิบแปดชั่วโคตร! ไอ้เวรเอ๊ย ขับรถประสาอะไรวะ?"
"ไสหัวลงมาเดี๋ยวนี้!"
คราวนี้ ไม่ใช่แค่เจ้าหว่านฉิงที่อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก แต่ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ
ก็พากันตะลึงไปตามๆ กัน
นี่มันกลับดำเป็นขาวชัดๆ! ตัวเองเป็นคนชนเขาแท้ๆ ยังจะไปหาเรื่องเขาอีก!
พวกฝรั่งที่อยู่ในรถเอสยูวีต่างก็โกรธจัด
"ฟักเอ๊ย! จัดการมัน!"
เมื่อหัวหน้ากลุ่มสั่งการ
ชายฉกรรจ์สองคนที่นั่งเบาะหลังก็หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ
เตรียมจะผลักประตูรถลงไปจัดการ
แต่แล้วพวกเขาก็ต้องพบกับความกระอักกระอ่วนใจ เพราะประตู... มันเปิดไม่ออก
ประตูรถทั้งสองฝั่ง ด้านหนึ่งถูกหน้ารถไรต์เฮาส์อัดก๊อปปี้เอาไว้
ส่วนอีกด้านก็ถูกแผงกั้นสะพานลอยขวางไว้จนมิด
คิดจะออกทางประตูด้านข้างเหรอ?
ไม่มีทางเสียหรอก!
แต่ทว่า...
ก็ใครใช้ให้พวกมันขับรถเอสยูวีกันเล่า!
ประตูท้ายรถเอสยูวีถูกเปิดออก
ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนโดดออกมาจากทางประตูหลัง
พวกเขาทั้งคู่มีความสูงถึง 190 เซนติเมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ
ดูราวกับสวมเกราะเหล็กเอาไว้รอบตัว
ท่อนแขนใหญ่พอๆ กับขาของคนทั่วไป
ส่วนกำปั้นก็ใหญ่โตเท่ากับหม้อดินเผาใบย่อมๆ
ถ้าโดนหมัดนี้เข้าไปสักที มีหวังชีวิตคงหายไปครึ่งหนึ่งแน่!
หัวใจของเจ้าหว่านฉิงเต้นระรัวด้วยความกังวล
แต่เพราะมีเฉียนเหยายืนอยู่ข้างๆ เธอจึงจำต้องกัดฟันพูดจาเข้าข้างลูกชายต่อไป
ไม่อย่างนั้นว่าที่ลูกสะใภ้ที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้คงได้เตลิดหนีไปแน่ๆ!
"เหยาเหยาจ๊ะ ไม่ต้องห่วงนะ ผิงอันไม่ใช่คนมุทะลุบุ่มบ่ามหรอก
เขาต้องเข้าไปพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยเหตุผลแน่นอนจ้ะ"
ทว่าในวินาทีต่อมา...
"ไอ้โง่สองตัว มีปัญญาทำได้แค่นี้เหรอ เข้ามาต่อยฉันสิ!"
"ถ้าวันนี้ท่านอ้วนคนนี้ไม่ซัดพวกแกจนอึราด จะถือว่าพวกแกขมิบก้นได้เก่งมาก!"
เจ้าหว่านฉิง: "..."
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นลูกในไส้
เจ้าหว่านฉิงคงอยากจะบีบคอไอ้ลูกอ้วนคนนี้ให้ตายคามือไปแล้ว
แม่แถต่อไม่ไหวแล้วนะลูกเอ๊ย!
จบบท