- หน้าแรก
- กฎเหล็กห้องพักห้ามตกหลุมรักรูมเมทประจำสัปดาห์
- บทที่ 78 - อัศวินสีขาว
บทที่ 78 - อัศวินสีขาว
บทที่ 78 - อัศวินสีขาว
บทที่ 78 - อัศวินสีขาว
หลินเสี่ยวลู่รู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าคนที่อยู่หน้าประตูเป็นคนหรือผี แถมเขายังได้รับข้อมูลเข้ามาในหัวแล้วด้วย
ทักษะพริบตาของเขาอัปเลเวลแล้วจริงๆ เวลาใช้จะทำให้เวลาที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวช้าลงถึงห้าเท่า แถมระยะเวลาใช้งานก็เพิ่มจากสามวินาทีเป็นห้าวินาทีด้วย
เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเลยทีเดียว
ตอนนี้ เขาถือมีดอีโต้เดินออกมาจากห้องครัวอย่างระแวดระวัง กะว่าถ้าคนส่งของหน้าประตูเป็นพวกภูตผีปีศาจล่ะก็ เขาจะใช้พริบตาเลเวลสองหนีไปให้พ้นๆ เลย
เด็กหนุ่มเดินไปที่ประตูบ้านอย่างระมัดระวัง ส่องตาแมวมองออกไปข้างนอก และเมื่อมองออกไป เขาก็แทบช็อก!
หน้าประตูมี "สิ่งมีชีวิต" รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ดูเหมือนก่อตัวขึ้นจากกลุ่มก้อนเมฆบางเบาและกระแสไฟฟ้าสีฟ้า ยืนตระหง่านอยู่
หลินเสี่ยวลู่ไม่เคยเห็น "สิ่งมีชีวิต" ประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย มันแยกเพศไม่ออกด้วยซ้ำ แม้แต่หน้าตาก็มองไม่เห็น "ทั้งตัว" ของมันประกอบขึ้นจากหมอกสีฟ้าอ่อนจางๆ โปร่งแสง มันไม่มีใบหน้า แต่มีโครงสร้างแขนขาเหมือนมนุษย์ และในกลุ่มหมอกที่เป็นตัวของมัน ก็มีกระแสไฟฟ้าสว่างไสววิ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนกระแสไฟฟ้าพวกนั้นจะเป็นโครงกระดูกของมัน
นอกจากนี้ หลินเสี่ยวลู่ก็ไม่เห็นว่ามันจะใส่เสื้อผ้าอะไรเลย... ก็น่าจะเดาได้แหละว่าไอ้ตัวแบบนี้คงไม่ต้องใส่เสื้อผ้าหรอกมั้ง
นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย
หลินเสี่ยวลู่มือหนึ่งกำมีดอีโต้ เหงื่อเย็นแตกพลั่ก ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูบ้านออกอย่างหวาดๆ
พอ "มนุษย์หมอกสีฟ้า" ข้างนอกเห็นเขาเปิดประตู ก็ยื่นกล่องของขวัญทรงสี่เหลี่ยมสีดำขลับมาตรงหน้าเขาทันที
"สวัสดีครับ ผมคือตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของคณะทัวร์ท่องมิติประจำโลกหมายเลข 4098"
มนุษย์หมอกสีฟ้าเปล่งเสียงแปลกประหลาดที่แยกเพศไม่ออกออกมา ทำเอาหลินเสี่ยวลู่ฟังแล้วขนลุกซู่
ไอ้หมอนี่ไม่มีปากแล้วมันพูดได้ยังไง เขาจ้องมองร่างที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้วิ่งพล่านและมีประกายไฟ "เปรี๊ยะๆ" ดังขึ้นเป็นระยะด้วยความสงสัย ก่อนจะเอื้อมมือไปรับกล่องสีดำมาอย่างหวาดๆ
แต่พอเขารับกล่องมาและกำลังจะอ้าปากถามมนุษย์หมอกสีฟ้าเรื่องคณะทัวร์ท่องมิติ ร่างกายของมันก็เริ่มโปร่งแสงขึ้นอย่างกะทันหัน และเพียงชั่วพริบตามันก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
หน้าประตูเหลือเพียงหลินเสี่ยวลู่ที่ยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
นี่มัน... เหมือนกำลังฝันอยู่ชัดๆ ถ้าไม่มีกล่องสีดำอยู่ในมือ เขาคงคิดว่าตัวเองฝันไปแน่ๆ
หลังจากยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง เด็กหนุ่มก็ถือกล่องปิดประตูแล้วกลับเข้าห้อง เดินไปที่โต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่น แล้วค่อยๆ เปิดกล่องในมือออกอย่างระมัดระวัง
เมื่อเปิดกล่องออก ด้านในเป็นหน้ากากสีขาวสะอาดตา มันคือหน้ากากสำหรับใส่ออกงานเต้นรำที่ใช้ปิดบังใบหน้าแค่ครึ่งบน ตอนนี้มันวางนิ่งสงบอยู่ในกล่อง
หน้ากากเป็นสีขาวล้วน เปล่งแสงเรืองรองบางเบา เขาลองเอื้อมมือไปจับดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น สัมผัสของมันคล้ายกับยางลาเท็กซ์ ไม่ใช่พลาสติกแข็งๆ
และเมื่อเขาหยิบหน้ากากขึ้นมา เขาก็พบว่ามีคู่มือการใช้งานเล่มเล็กๆ อยู่ข้างใต้
เด็กหนุ่มหยิบหน้ากากขึ้นมาพลิกดู หน้าแรกเขียนไว้ว่า: หน้ากากสีขาว - สินค้าคุณภาพจากคณะทัวร์ท่องมิติ!
อื้อหือ~ ทำมาตอบโจทย์ลูกค้าดีจริงๆ
เมื่อเปิดคู่มือดู เด็กหนุ่มก็อ่านวิธีใช้งานอย่างละเอียด
ชื่อไอเทม: หน้ากากสีขาว
วิธีใช้งาน: แปะลงบนใบหน้า
ผลลัพธ์: ปรากฏชุดอัศวินสีขาว
ชุดอัศวินสีขาว: สมรรถภาพร่างกายทุกด้านของผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นหนึ่งในสิบ พลังป้องกันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และพลังทำลายล้างจากการโจมตีทางกายภาพทั้งหมดจะลดลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ
โห~ เด็กหนุ่มอ่านจบก็ประหลาดใจสุดๆ หน้ากากสีขาวนี่สุดยอดไปเลย เพิ่มพลังป้องกันได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
แถมยังช่วยยกระดับสมรรถภาพร่างกายได้ทุกด้านอีก นี่มัน... กะจะปั้นเขาให้กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่เลยหรือไง
เขาไม่รอช้า รีบเอาหน้ากากมาทาบลงบนหน้าเพื่อทดสอบผลลัพธ์ทันที
และในวินาทีที่หน้ากากสัมผัสกับใบหน้าของเด็กหนุ่ม หน้ากากยางสีขาวขุ่นก็ราวกับมีชีวิต มันปรับขนาดเองและแนบสนิทเข้ากับใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเพียงปลายจมูกและคางขาวเนียนเท่านั้น!
ต่อมา ก็มีแสงสีขาวราวกับน้ำนมไหลทะลักออกมาจากบริเวณหน้ากากอย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงหนึ่งวินาที หลินเสี่ยวลู่ก็สวมชุดมิดชิด ด้านหลังยังมีผ้าคลุมสีขาวสะบัดพรึ่บพรั่บ
เด็กหนุ่มตกตะลึง รีบวิ่งไปส่องกระจกดู และเมื่อส่องกระจก เขาก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
ในกระจก เขาอยู่ในชุดสีขาวล้วน บนหัวสวมฮู้ดสีขาว เสื้อผ้าก็เป็นสีขาวสะอาดตา ชุดนั้นรัดรูปแนบเนื้อ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอก หน้าท้อง และเส้นสายกล้ามเนื้ออื่นๆ อย่างชัดเจน
ที่เอวมีเข็มขัดสีขาวบริสุทธิ์ ที่แขนสวมถุงมือสีขาวที่ยาวไปถึงท่อนแขน รองเท้าก็เป็นรองเท้าบูทสีขาวสะอาด ที่ไหล่มีผ้าคลุมสีขาวห้อยอยู่ ซึ่งมันจะปลิวสะบัดส่งเสียงพรึ่บพรั่บตามการเคลื่อนไหวของเขา
แต่ที่มหัศจรรย์ที่สุดคือบริเวณดวงตาของเขา เพราะเดิมทีหน้ากากมีรูเจาะไว้สำหรับมองเห็น แต่ตอนนี้เมื่อมองผ่านกระจก เขากลับพบว่าบริเวณดวงตากลายเป็นแสงสีขาวเจิดจ้า เปล่งประกายสว่างไสวออกมาเรื่อยๆ มองไม่เห็นลูกตาเลยสักนิด แต่เขากลับไม่รู้สึกว่าการมองเห็นถูกบดบังเลยแม้แต่น้อย มหัศจรรย์จริงๆ
สภาพของเขาตอนนี้ ดูเหมือนแบทแมนสีขาวไม่มีผิด ต่างกันแค่หมวกคลุมหัวของเขาเป็นฮู้ด ดวงตาส่องแสงได้ นอกนั้นก็แทบจะเหมือนแบทแมนทุกอย่าง มีแค่ริมฝีปากกับคางเท่านั้นที่โผล่ออกมา...
เด็กหนุ่มหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจก อื้ม~ เท่ดีแฮะ ดูมีความเป็นซูเปอร์ฮีโร่จริงๆ แต่ทำไมรู้สึกเขินๆ เหมือนพวกจูนิเบียวยังไงก็ไม่รู้แฮะ
ในคู่มือไม่ได้บอกไว้ว่าชุดนี้กันกระสุนได้ไหม แต่น่าจะไม่มีปัญหา เพราะกระสุนปืนก็ถือเป็นการโจมตีทางกายภาพเหมือนกัน ตราบใดที่ชุดไม่พัง มันก็ลดพลังทำลายล้างของกระสุนลงได้ครึ่งหนึ่งอยู่แล้ว
หลินเสี่ยวลู่หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจก กระโดดเหยงๆ สองสามที เล่นอย่างสนุกสนาน
ตอนนี้เขาได้ชื่อว่า... อัศวินสีขาวงั้นเหรอ ชื่อแอบจูนิเบียวไปนิด แต่ต่อไปเวลาออกไปผดุงความยุติธรรมหรือทำภารกิจเสี่ยงตายกับจิ้งจอกขาว เขาก็จะได้มีชุดเก่งใส่สักที
"ฮะ!"
เขาง้างหมัดชกออกไป หมัดสีขาวพุ่งแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังขวับ
พละกำลังและความเร็วของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นจริงๆ ด้วย
เยี่ยมไปเลย ชุดนี้ดีจริงๆ พลังป้องกันก็สูง แถมยังเพิ่มพลังต่อสู้ได้อีก
หลังจากเล่นสนุกอยู่นาน เขาก็ลองถอดหน้ากากออก และเมื่อเขาวางมือบนหน้ากากแล้วดึงเบาๆ ชุดและผ้าคลุมบนตัวก็ค่อยๆ ร่นถอยกลับไปราวกับน้ำลด แล้วมุดกลับเข้าไปในหน้ากากจนหมด
ภายในห้องนั่งเล่น หลินเสี่ยวลู่มองหน้ากากในมือแล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา "โคตรจะมหัศจรรย์เลยเว้ย!!!"
...
ตอนเที่ยง เด็กหนุ่มออกจากบ้านเพื่อไปหาอะไรกิน
ส่วนหน้ากากสีขาวก็ถูกพับเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้ ตอนนี้เขาถือว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนหนึ่งแล้ว เวลาออกไปข้างนอก ถ้าเจอพวกไม่ดูตาม้าตาเรือ เขาก็พร้อมจะลงมือสั่งสอนทันที
ฮ่าๆ สะใจชะมัด...
หลินเสี่ยวลู่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกไปอย่างอารมณ์ดี ไปร้านบะหมี่หลานโจวแถวนั้น สั่งข้าวหน้ารวมมิตรเนื้อตุ๋นเห็ดหอมจานละสิบห้าหยวนมากิน ร้านนี้ให้เยอะแถมอร่อยด้วย เมื่อก่อนเขามากินบ่อยๆ
ไม่นานนัก เขาก็กินจนหมดเกลี้ยง เด็กหนุ่มเรอออกมาด้วยความอิ่มหนำสำราญเตรียมตัวจะกลับ แต่พอเดินออกจากร้านแล้วคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ เขาก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตาอยู่ริมถนน
บนทางเท้า ริมถนน จูเก๋อตาน ยัยหนูอกแบนราบที่สูงแค่ร้อยห้าสิบสองเซนติเมตร กำลังหิ้วถุงใบใหญ่พะรุงพะรังเดินกลับหมู่บ้านจัดสรรอย่างทุลักทุเล
[จบแล้ว]