เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 - สมทบกับตำรวจ

บทที่ 63 - สมทบกับตำรวจ

บทที่ 63 - สมทบกับตำรวจ


บทที่ 63 - สมทบกับตำรวจ

ทุกคนเบิกตากว้าง ท่ามกลางความมืดมิดนอกลานกว้าง ปรากฏเงาร่างของหญิงสาวขนาดมหึมาเลือนราง เธอมองจ้องกลุ่มชาวบ้านด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชังก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ตำรวจหนุ่มที่เพิ่งรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดร้องไห้น้ำตานองหน้า เขากอดจางหย่งแน่น ขาทั้งสองข้างยังคงสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

เจียงหนิงและตำรวจคนอื่นๆ ที่ยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ต่างพากันหันไปมองในความมืดอย่างพร้อมเพรียง

แสงไฟจากกองไฟพลิ้วไหวส่งเสียงดังเปรี๊ยะปะ ไม่นานนัก ร่างสองร่างก็ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิด ปรากฏตัวต่อหน้าตำรวจและชาวบ้าน

น้าเก้า เมื่อกี้คาถาที่น้าท่องคืออะไรเหรอครับ

คาถาปราบผีสางขจัดภัยพาลของสำนักเหมาซานน่ะ

อ๋อ แล้วแบบนี้น้าเก้า เราต้องไปจัดการนังผีตนนั่นเลยไหมครับ

ยังไม่ต้องหรอก เมื่อกี้ที่เห็นเป็นแค่ไอหยินของผีร้ายที่จำแลงร่างมาเท่านั้น ตัวต้นตอยังไม่ปรากฏตัวเลย

อ๋อ

ทุกคนในลานกว้างต่างจับจ้องไปที่คนแปลกหน้าสองคนที่เดินคุยกันเข้ามา

คนหนึ่งอายุราวๆ สี่ห้าสิบปี ใบหน้าเหลี่ยมคมคาย ท่าทางดูจริงจังเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม สะพายย่ามผ้าใบเก่า

ส่วนอีกคนดูไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก แต่งตัวด้วยชุดสีดำทั้งชุด สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ สวมหมวกฮู้ดและหน้ากากอนามัยสีดำปิดบังใบหน้ามิดชิด ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูใสซื่อและยังเด็กอยู่มาก

เมื่อเห็นชายชุดดำที่ปิดหน้าปิดตา เจียงหนิงก็ตาเป็นประกาย เธอเกือบจะหลุดปากเรียกชื่อเขาออกไปแล้ว แต่หลินเสี่ยวลู่หันมามองเธอเสียก่อนพร้อมกับแอบขยิบตาให้

นั่นทำให้เจียงหนิงต้องกลืนคำว่า เสี่ยวลู่ ลงคอไปทันที

พวกคุณเป็นใคร จางหย่งและตำรวจคนอื่นๆ เริ่มต้นซักถามตามหน้าที่

น้าเก้ายิ้มบางๆ แล้วใช้คำพูดที่หลินเสี่ยวลู่เตรียมไว้ให้ตอบกลับไป สวัสดีทุกท่าน อาตมาคือหลินจิ่ว ผู้สืบทอดสำนักเหมาซาน พูดจบเขาก็แนะนำหลินเสี่ยวลู่ให้ตำรวจรู้จัก นี่คือหลินเย่ ลูกศิษย์ของอาตมาเอง อาตมาและลูกศิษย์เดินทางมาที่นี่เพื่อจัดการกับผีร้ายในหมู่บ้านว่านฝูโดยเฉพาะ

พอได้ยินชื่อหลินเย่ เจียงหนิงก็เม้มปากแน่นไม่พูดอะไร ได้แต่ลอบส่งสายตาเขียวปัดให้หลินเสี่ยวลู่อย่างเงียบๆ

ส่วนตำรวจคนอื่นๆ ต่างพากันร้องประหลาดใจ พวกคุณมาจับผีเหรอ

น้าเก้าประสานมือคารวะพร้อมกับยิ้มรับ ถูกต้องแล้ว

จางหย่งเกาหัวแกรกๆ หันไปมองหัวหน้าเจียงหนิงอย่างลำบากใจ

บอกตามตรงนะ ถ้าไม่มีเหตุการณ์เมื่อกี้เกิดขึ้นให้ตายเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าในโลกนี้จะมีผี แต่ตอนนี้มัน...

เขาเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว

แต่ถึงเขาจะลำบากใจก็มีคนที่ไม่รู้สึกลำบากใจอยู่ นั่นก็คือตำรวจหญิงอายุน้อยที่สุดอย่างถงเอ๋อร์

เถียนถงเอ๋อร์ทำหน้าตื่นเต้นร้องอุทานขึ้นมา ท่านนักพรตหลิน หมายความว่าคดีคนหายในหมู่บ้านว่านฝูเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจทั้งหมดเลยเหรอคะ

น้าเก้าพยักหน้ารับ ยังไม่ทันจะได้อธิบายอะไร ชาวบ้านที่เพิ่งตั้งสติได้ก็พากันตะโกนร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง

ท่านอาจารย์ช่วยด้วย ท่านอาจารย์ช่วยพวกเราด้วย

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงมไปทั่วลานกว้าง ตำรวจพยายามห้ามก็ไม่อยู่

อันที่จริงพวกตำรวจเองก็ไม่ได้คิดจะห้ามปรามอย่างจริงจังนัก เพราะเหตุการณ์เมื่อกี้ทุกคนก็เห็นกันเต็มสองตา นักพรตท่านนี้สวดคาถาอะไรสักอย่างก็สามารถช่วยชีวิตเพื่อนร่วมงานของพวกเขาไว้ได้ ดังนั้นตอนนี้ต่อให้ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว

ทุกคนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกใจเย็นๆ ก่อน น้าเก้ามองดูชาวบ้านที่รุมล้อมเข้ามาพลางตะโกนบอก อาตมาจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปกป้องทุกคน ขอให้วางใจได้

ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านว่านฝูนั่งอยู่บนรถเข็น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ท่านอาจารย์ พอจะมีวิธีพาพวกเราออกไปจากที่นี่ไหม

ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างก็หันมามองน้าเก้าเป็นตาเดียว สายตาทุกคู่เต็มไปด้วยความหวังราวกับว่าน้าเก้าคือฟางเส้นสุดท้ายของพวกเขา

หลินอาจิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หมอกทึบที่ล้อมรอบหมู่บ้านนี้เป็นฝีมือของผีร้าย อาตมาเพิ่งประลองกับมันมานิดหน่อย มันรับมือยากเอาการเลยล่ะ แถมพวกเรามีกันหลายคน อาตมาคงไม่สามารถพาทุกคนฝ่าออกไปได้ แต่ขอให้ทุกคนวางใจ อาตมาจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อกำจัดผีร้ายและผดุงความยุติธรรมให้จงได้

เจียงหนิง จางหย่ง และตำรวจนายอื่นๆ ยืนฟังหลินอาจิ่วพูดอยู่ด้านหลังชาวบ้าน จางหย่งถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง ในฐานะตำรวจ เราไม่ควรเชื่อเรื่องพวกนี้เลย แต่เฮ้อ โลกเรามันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ สินะ

เถียนถงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ช่างเถอะค่ะ ยังไงท่านนักพรตก็มาทำเรื่องดีๆ พวกเราก็ลองดูว่าจะช่วยอะไรเขาได้บ้างก็พอแล้ว

เจียงหนิงพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจจริงๆ พวกเราก็คงรับมือไม่ไหวหรอก ฝีมือของท่านนักพรตหลินจิ่วคนนี้ทุกคนก็เห็นแล้ว ถ้าไม่ได้เขาล่ะก็ เสี่ยวหลี่คงไม่รอดแน่

เสี่ยวหลี่คือตำรวจหนุ่มที่เพิ่งรอดจากการถูกผีลากตัวไปเมื่อกี้ เขายังคงมีอาการอกสั่นขวัญแขวน พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับคำพูดของเจียงหนิงทันที

เจียงหนิงมองน้าเก้าที่กำลังปลอบขวัญชาวบ้าน สลับกับมองหลินเสี่ยวลู่ที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จา เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปสั่งถงเอ๋อร์ เดี๋ยวเธอไปเชิญพวกเขาสองคนมาหาฉันหน่อยนะ ฉันอยากจะคุยด้วยสักหน่อย

ถงเอ๋อร์ทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่งอย่างน่ารัก เผยให้เห็นเขี้ยวเสน่ห์สองซี่ รับทราบค่ะ

หลินเสี่ยวลู่ยืนทำหน้างงๆ อยู่ข้างน้าเก้า หูฟังน้าเก้าปลอบใจชาวบ้านไปพลาง มือก็ล้วงเอาคุกกี้ช็อกโกแลตออกจากกระเป๋าเป้มากินไปพลาง

เพราะเขาใส่หน้ากากอนามัยสีดำอยู่ จึงต้องแอบกินอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ สอดคุกกี้เข้าไปใต้หน้ากาก กลัวว่าใครจะเห็นใบหน้าหล่อเหลาของตัวเอง

เฮ้อ ไม่รู้เลยว่าเดี๋ยวพอต้องเผชิญหน้ากับพี่เจียงหนิงจะทำยังไงดี แถมที่นี่มีตำรวจตั้งเยอะแยะ ตัวตนของเขาอาจจะถูกเปิดเผยเมื่อไหร่ก็ได้

เขาจะโดนจับไหมเนี่ย

แค่คิดก็หลอนแล้ว

เขายืนกินคุกกี้ไปคิดไปเพลินๆ และในตอนที่น้าเก้ากำลังจะคุยกับชาวบ้านเสร็จ ตำรวจหญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งก็เดินเข้ามาใกล้ๆ เธอเบิกตากลมโตจ้องมองคุกกี้ช็อกโกแลตในมือของเขาตาไม่กะพริบ

หลินเสี่ยวลู่มองตำรวจหญิงคนนั้นอยู่พักหนึ่งก่อนจะถามอย่างลังเล เอ่องั้น เธอจะเอาสักชิ้นไหม

ฮ่าๆ รอคำนี้อยู่พอดีเลย

ถงเอ๋อร์ไม่เกรงใจ คว้าคุกกี้ไปทั้งถุงทันที ทิ้งให้หลินเสี่ยวลู่ยืนอึ้งรับประทานอยู่ตรงนั้น

นี่ตำรวจหญิงคนนี้ซ่าขนาดนี้เลยเหรอ ฟังไม่ออกหรือไงว่าฉันแค่ถามตามมารยาทน่ะ

เถียนถงเอ๋อร์หยิบคุกกี้ช็อกโกแลตเข้าปากอย่างมีความสุข เธอเป็นคนชอบกินของหวาน พอได้กินก็ยิ้มตาหยีเป็นสระอิ เดินเข้าไปหาน้าเก้าอย่างอารมณ์ดี ท่านนักพรตหลินคะ หัวหน้าของพวกเราขอเชิญคุณกับคุณหลินไปพูดคุยด้วยหน่อยค่ะ

น้าเก้าพยักหน้ารับ พาหลินเสี่ยวลู่ที่ยังคงตื่นเต้นเดินตามไป

อาจเป็นเพราะน้าเก้าเพิ่งขับไล่ผีสาวไปได้สำเร็จ ชาวบ้านจึงเริ่มเบาใจลง กลับไปนั่งจับกลุ่มคุยกัน เล่นหมากรุก ลุงๆ ป้าๆ ก็ทำอาหารเย็นกันต่อ ลานกว้างกลับมาคึกคักอีกครั้ง

หลินเสี่ยวลู่เดินตามน้าเก้าไปหาตำรวจ เจียงหนิงในฐานะหัวหน้าทีมแสร้งทำเป็นไม่รู้จักหลินเสี่ยวลู่ เธอยิ้มทักทายและเชิญให้ทั้งสองคนนั่งลง

เด็กหนุ่มไม่รอช้า ทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเล็กพร้อมกับน้าเก้าทันที

พวกเขานั่งล้อมวงกันเป็นวงกลมโดยมีแสงไฟอ่อนๆ คอยให้ความสว่าง เจียงหนิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ขอบคุณท่านนักพรตหลินมากนะคะที่ช่วยชีวิตเพื่อนร่วมงานของฉันไว้

น้าเก้าประสานมือตอบอย่างถ่อมตัว พวกเราผู้บำเพ็ญเพียรกับตำรวจก็เหมือนกันนั่นแหละครับ ต่างก็มีหน้าที่ผดุงความยุติธรรมเหมือนกัน ผู้กองเจียงไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ

ตำรวจนายอื่นๆ ต่างอดรนทนไม่ไหวกับความสงสัยที่อัดอั้นอยู่ในใจ พากันเอ่ยถาม ท่านนักพรตหลินครับ ผมเกิดมาจนป่านนี้ เพิ่งจะเคยรู้ว่าในโลกนี้มีผีจริงๆ ก็วันนี้แหละครับ

ใช่ครับท่านนักพรต ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมครับว่าไอ้เรื่องผีๆ สางๆ นี่มันเป็นยังไงกันแน่

จบบทที่ บทที่ 63 - สมทบกับตำรวจ

คัดลอกลิงก์แล้ว