- หน้าแรก
- ยอดเซียนสองวิถี สยบมารด้วยมือเปล่า
- บทที่ 50 - คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋เมืองเฟิง
บทที่ 50 - คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋เมืองเฟิง
บทที่ 50 - คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋เมืองเฟิง
บทที่ 50 - คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋เมืองเฟิง
สี่วันผ่านไป
ซูอวี๋เดินทางมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านเขตอิทธิพลของตระกูลไป๋แห่งเมืองเฟิง เมืองเฟิงนั้นมีขนาดใหญ่กว่าเมืองเจียง ทว่าตระกูลไป๋กลับไม่ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองเฟิง แต่อยู่ที่เขาถานซาน ซึ่งห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณเจ็ดสิบลี้
เขาไม่ได้เข้าไปในเมือง และยิ่งไม่คิดจะแวะไปที่เขาถานซานเพื่อหาเรื่องใส่ตัว
เมื่อขี่ม้าผ่านเมืองเฟิงไปได้ระยะหนึ่ง ซูอวี๋ก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อไปยังเมืองเซียนป้ายเยวี่ย
ทว่าครึ่งวันให้หลัง ก็มีขบวนรถม้าปรากฏขึ้นบนถนนเบื้องหน้า
ซูอวี๋สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้ฝึกตนหลายคนในขบวนรถม้านั้น แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ทำเพียงควบม้าวิญญาณสวนทางกับขบวนรถม้าไป
แต่วินาทีต่อมา เสียงตวาดกร้าวราวกับบุรุษเพศก็ดังสนั่นเข้าหู
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เมื่อเห็นซูอวี๋ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คนผู้นั้นก็ออกคำสั่งอีกครั้ง "ไปสกัดมันไว้!"
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
ชั่วพริบตา ผู้ฝึกตนห้าคนนำโดยผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ด ก็พุ่งทะยานเข้ามาขวางหน้าซูอวี๋ไว้
ชายวัยกลางคนผู้มีระดับบำเพ็ญเพียรขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ด ซึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้าซูอวี๋ ยังพอมีมารยาทอยู่บ้าง เขาค้อมกายคารวะเล็กน้อยก่อนเอ่ยว่า "สหายเต๋าน้อย คุณหนูรองของพวกเราเชิญท่านไปพบ"
ซูอวี๋ขมวดคิ้ว ก่อนจะเห็นรถม้าคันเขื่องที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษในขบวนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สตรีร่างยักษ์สูงแปดฉื่อราวกับภูเขาเนื้อเดินได้ ขนาดตัวกว้างกว่าซูอวี๋ถึงสามสี่เท่า ซ้ำยังสวมชุดที่ดูคล้ายกระโปรง กระโดดลงมาจากรถม้า
เมื่อสตรีผู้นี้เห็น 'หนุ่มหน้ามน' รูปงามหล่อเหลาอย่างซูอวี๋ นางก็เบิกบานใจเป็นล้นพ้น เอ่ยถามว่า "เจ้าชื่ออะไร? แล้วเป็นใครมาจากไหน?"
"ช่างเถอะๆ ไม่ต้องรู้หรอก ท่านลุงหวย ข้าถูกใจหมอนี่ เอาตัวมันกลับไปเมืองเฟิง ข้าจะให้มันอยู่เมืองเฟิง คอยผลิตลูกให้ข้า!"
ซูอวี๋ใจเต้นรัว มองดูภูเขาเนื้อเคลื่อนที่เบื้องหน้าพลางเอ่ยถาม "เจ้าคือคุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋เมืองเฟิงงั้นรึ?"
แค่ผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่เฉยๆ ก็แผ่แรงกดดันมหาศาลแล้ว ที่สำคัญคือ คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋ผู้นี้ ดันเป็นถึงผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เก้าเสียด้วย
นางพยักหน้ารับ "ใช่แล้ว ในเมื่อเจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นใคร งั้นก็จงตามข้ากลับไปเมืองเฟิงแต่โดยดี!"
ซูอวี๋ถามด้วยความสงสัย "เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเป็นศิษย์สายในของสำนักกระบี่เมฆา หรือไม่ก็เป็นคนของตระกูลใหญ่ๆ หรอกรึ?"
สตรีร่างยักษ์แสยะยิ้ม มองหน้าหล่อๆ ของซูอวี๋จนตาหยีเป็นสระอิ ภายในใจรู้สึกคึกคักจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ถูกหน้าหล่อๆ ของซูอวี๋กระชากวิญญาณไปเสียแล้ว
นางเอ่ย "เป็นแล้วไงล่ะ? เจ้าหนีพ้นรึ? เจ้าก็แค่ขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ด ถ้าตามข้ากลับเมืองเฟิงไปดีๆ เจ้าก็จะได้เสวยสุข ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้าสักหน่อย ก็แค่อยากให้เจ้าทำลูกให้ข้าก็เท่านั้น"
"เรื่องแค่นี้ ต่อให้เป็นสำนักกระบี่เมฆา ก็คงไม่เข้ามายุ่งหรอก"
"อีกอย่าง ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาใช่ว่าข้าจะไม่เคยจับมาเสียหน่อย น่าเสียดาย..."
พูดพลาง สตรีร่างยักษ์ก็ทำหน้าหื่นกระหายจ้องมองซูอวี๋ตาเป็นมัน "พวกนั้นสู้เจ้าไม่ได้เลย สู้เจ้าไม่ได้แม้แต่น้อย!"
ซูอวี๋ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ขนแขนสแตนด์อัพขึ้นมาทันที
เขานึกถึงหลินตานหลางที่อาจจะเคยถูกหญิงผู้นี้... แค่กๆ ย่ำยีมาก่อนงั้นรึ?
และนี่หลินตานหลางเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้วจริงๆ งั้นรึ?
แค่คิด ซูอวี๋ก็รู้สึกสยดสยองจนแทบทนไม่ไหว
"ข้าจะอ้วก... นี่มันอุจาดตาชะมัด!!!"
"ตายซะ!"
ซูอวี๋ตวาดลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมอย่างกะทันหัน ชายวัยกลางคนขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ดของตระกูลไป๋ที่ยืนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าจ้างถึงกับหน้าถอดสี
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว เถาวัลย์นับไม่ถ้วนก็พวยพุ่งขึ้นมามัดร่างของเขาไว้จนแน่น
"ตู้ม!"
เขาพยายามรีดเค้นพลังปราณทั้งหมดออกมา แต่กลับไม่สามารถทำให้เถาวัลย์สั่นสะเทือนได้แม้แต่น้อย
ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ดเหมือนกันแท้ๆ นี่มันเป็นไปได้ยังไง!?
วินาทีต่อมา
"ปัง!"
เถาวัลย์แตกกระจาย พละกำลังจากวิชากายาของซูอวี๋ปะทุขึ้น ร่างกายขยายใหญ่ขึ้น มัดกล้ามปูดโปนดุจมังกร ลวดลายสีเลือดแดงฉานคล้ายเกล็ดของจระเข้มารปรากฏขึ้นทั่วร่าง แผ่กลิ่นอายดุร้ายราวกับเผ่าอสูร
เพียงหมัดเดียว ซูอวี๋ก็สามารถพังทลายกรงเล็บเถาวัลย์ที่มัดตัวผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ดผู้นั้นจนแหลกละเอียด
เศษเถาวัลย์ปลิวว่อนไปทั่ว ร่างของผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่เจ็ดผู้นั้น ก็ถูกหมัดอันทรงพลังดุจจระเข้ยักษ์ของซูอวี๋ทุบจนแหลกคาที่
ในขณะเดียวกัน
เถาวัลย์ไม้หลายสิบเส้นก็พุ่งเข้ารัดร่างของผู้ฝึกตนอีกสี่คนที่เหลืออยู่
ซูอวี๋ไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ
เถาวัลย์ไม้กลางอากาศก็แปรสภาพเป็นหนามแหลมและหอกไม้ ทิ่มแทงทะลุร่างของผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่สี่และขั้นที่ห้าทั้งสี่คนจนพรุนเป็นรังผึ้ง
"อ๊ากกก!"
"ฉึก!"
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณป่ารกร้าง ชั่วพริบตาเดียว
ผู้ฝึกตนของตระกูลไป๋ทั้งห้าคนที่มาสกัดกั้นซูอวี๋เมื่อครู่ ก็สิ้นชีพไปจนหมด
สตรีร่างยักษ์ หรือก็คือคุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋เมืองเฟิง หน้าถอดสี แววตาดุร้ายฉายชัด ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่ง นางพยายามเบิกตาที่หยีเป็นสระอิให้กว้างขึ้น จ้องเขม็งไปที่ซูอวี๋พลางตวาดลั่น "บังอาจนัก! กล้าฆ่าคนของข้าต่อหน้าข้าเลยรึ!?"
"ตอนแรกกะจะให้เจ้าอยู่อย่างสุขสบาย แต่ตอนนี้ เจ้าคู่ควรเป็นได้แค่สุนัขรับใช้เท่านั้นแหละ!"
"ตึง ตึง ตึง!"
คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋พุ่งทะยานเข้ามาดุจสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่ง ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงบนพื้นดิน ทำเอาแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับมีสัตว์ป่านับหมื่นกำลังควบตะบึง
วูบ!
แสงสีเหลืองขุ่นสว่างวาบขึ้นบนตัวนาง พลังปราณธาตุดินที่ปะทุออกมา ทำให้นางดูเหมือนภูเขาขนาดย่อมๆ เข้าไปอีก
แรงกดดันที่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำเอาซูอวี๋แอบหวั่นใจอยู่บ้าง
ต้องรีบเผด็จศึก!
ขืนยืดเยื้อเดี๋ยวจะยุ่ง!
ซูอวี๋สะบัดมือ แสงสีดำวูบวาบปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนจะกลายร่างเป็นหุ่นเชิดรูปร่างประหลาดคล้ายอินทรียักษ์ขนาดสองจ้าง แต่กลับมีหางมังกรยาวเฟื้อย
"โฮก!" ทันทีที่หุ่นเชิดมังกรเหยี่ยวปรากฏตัว มันก็แผดเสียงคำรามกึกก้อง ก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับคุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋อย่างดุดัน
"ตู้ม!"
กรงเล็บของมังกรเหยี่ยวปะทะเข้ากับเงาหมัดของคุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋อย่างจัง
เงาหมัดพลังปราณแตกกระจายในพริบตา
คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋หน้าเปลี่ยนสี วินาทีต่อมา กรงเล็บของมังกรเหยี่ยวก็ฟาดลงบนตัวนางอย่างจัง
"ปัง!"
แสงสีเหลืองขุ่นสว่างเจิดจ้า คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋ร่างยักษ์ดุจภูเขา ถูกกรงเล็บของมังกรเหยี่ยวฟาดกระเด็นลอยละลิ่ว
"หุ่นเชิดระดับสูงขั้นหนึ่งชั้นยอด!? ไม่สิ พลังขนาดนี้ มันใกล้เคียงกับขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว! เป็นไปไม่ได้ เจ้าไปเอาหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาจากไหน!" คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋กรีดร้องด้วยความไม่อยากเชื่อ
แม้นางจะเน้นฝึกฝนร่างกายและพลังป้องกัน แต่การโดนกรงเล็บของหุ่นเชิดมังกรเหยี่ยวฟาดเข้าไปเต็มๆ ก็ทำเอาอวัยวะภายในปั่นป่วน เลือดซึมมุมปาก หน้ามืดตาลายไปชั่วขณะ
เห็นได้ชัดเลยว่า พลังของหุ่นเชิดมังกรเหยี่ยวนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน
"ตู้ม!"
ซูอวี๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา
ทันทีที่อัดพลังปราณเข้าไป ยันต์อสนีเพลิงก็ถูกขว้างออกไป
ขณะที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ ยันต์ก็แปรสภาพเป็นประกายสายฟ้าแห่งเปลวเพลิงสีแดงฉาน
"เปรี้ยง!"
ท้องฟ้ามืดครึ้มลงฉับพลัน สายฟ้าแห่งเปลวเพลิงสีแดงฉานที่มีขนาดใหญ่กว่ารูปร่างของคุณหนูรองตระกูลไป๋เสียอีก ผ่าเปรี้ยงลงมาจากฟากฟ้า
คุณหนูรองแห่งตระกูลไป๋ที่ยังคงลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ เบิกตากว้าง จ้องมองสายฟ้าที่กำลังจะฟาดลงมาใส่ตนอย่างทำอะไรไม่ได้
"ตู้ม!!!"
ม่านพลังสีเหลืองขุ่นที่แผ่ออกมาจากกระโปรงของนางสว่างวาบขึ้น แต่ก็แหลกสลายไปในพริบตา
วินาทีต่อมา ทั้งร่างกายของนางก็ถูกสายฟ้าฟาดจนระเบิดแหลกเป็นจุุณ
เศษเนื้อไหม้เกรียมดุจตอตะโกกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วบริเวณ
"อ๊าก!"
คนธรรมดาในขบวนรถม้าพากันหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว หวังจะวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่วินาทีต่อมา เถาวัลย์มากมายก็พุ่งขึ้นมามัดร่างของพวกเขาไว้ ก่อนที่หนามไม้แหลมคมจะทิ่มแทงทะลุร่าง
คนธรรมดาของตระกูลไป๋ในขบวนรถม้า ล้วนสิ้นใจอย่างไม่ยินยอมและหวาดผวา
ซูอวี๋รีบเก็บถุงเฉียนคุนและของวิเศษของคุณหนูรองตระกูลไป๋ รวมไปถึงของผู้ฝึกตนคนอื่นๆ มาจนหมด
กระโปรงหน้าตาอัปลักษณ์บนตัวของยัยช้างน้ำนั่น เดิมทีเป็นถึงของวิเศษป้องกันระดับกลาง แต่ก็ถูกอานุภาพของยันต์อสนีเพลิงระดับต่ำขั้นสองทำลายจนย่อยยับไปแล้ว
ซูอวี๋เก็บหุ่นเชิดมังกรเหยี่ยวเข้ากระเป๋า ก่อนจะรีบควักกระบี่บินของวิเศษออกมา ทิ้งม้าวิญญาณไว้ แล้วเหาะทะยานหนีออกจากที่เกิดเหตุในระดับต่ำอย่างรวดเร็ว
(จบแล้ว)