- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกทั้งที ขอหนีมาปลูกต้นไม้ทำฟาร์มแล้วกัน
- บทที่ 14 การจัดอันดับ
บทที่ 14 การจัดอันดับ
บทที่ 14 การจัดอันดับ
"พระเจ้าช่วย เธอขึ้นเป็นที่หนึ่งบนกระดานจัดอันดับเลเวลแล้ว! ทำได้ยังไงเนี่ย" หลิวเฉิงอุทานด้วยความเลื่อมใส
"อะไรนะ ที่หนึ่งบนกระดานจัดอันดับเลเวลเหรอ" มู่อิงรีบเปิดคู่มือผู้เล่นแล้วกดเข้าไปดูการจัดอันดับในกระดานสนทนาโลกทันที
กระดานจัดอันดับเลเวล
อันดับ 1 มู่อิง (ดรูอิด เลเวล 1 54%)
อันดับ 2 ฮั่วเส้าไป๋ (นักรบ เลเวล 1 50%)
อันดับ 3 เหมียวกั๋วเว่ย (นักรบ เลเวล 1 50%)
อันดับ 4 จ้านชิง (โจร เลเวล 1 50%)
อันดับ 5 ถังเจิ้ง (นักรบ เลเวล 1 50%)
มองปราดแรกก็ดูคล้ายกับเมื่อวานนี้ ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือเธอพุ่งทะยานจากอันดับที่หลุดท็อปร้อยขึ้นมาครองอันดับหนึ่ง
จากนั้นเธอก็สลับไปดูกระดานจัดอันดับผลงานการต่อสู้ ซึ่งยังคงเป็นภาพที่คุ้นตา กระดานนี้จัดอันดับตามผลงาน จนถึงตอนนี้เธอเพิ่งฆ่าซอมบี้ไปได้แค่สิบแปดตัว จึงเป็นเรื่องปกติที่เธอจะไม่ติดอันดับ
เสียงอุทานของหลิวเฉิงดึงดูดความสนใจของคนส่วนใหญ่ หลายคนเปิดคู่มือผู้เล่นขึ้นมาดูเหมือนกับเธอ และเมื่อได้เห็นกับตา พวกเขาก็ต่างพากันจ้องมองมาที่เธออย่างเงียบงัน
"..."
"อย่ามองฉันแบบนั้นสิ ลองคิดถึงสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไปวันนี้ดู ค่าประสบการณ์อาชีพก็สำคัญมากเหมือนกันนะ ถ้าพวกนายเรียนรู้วิธีหาค่าประสบการณ์อาชีพได้ การจะติดอันดับก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย คนที่ค้างเติ่งอยู่ที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์และมีอันดับดีๆ บนกระดานผลงานการต่อสู้ คงจะเอาแต่มุ่งหน้าฆ่าซอมบี้อย่างเดียวจนค่าประสบการณ์จากการสังหารมันถึงขีดจำกัดแล้วนั่นแหละ" มู่อิงอธิบายตามตรง
"เทพทรู ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่น่าไปพยายามเอาเปรียบเธอเมื่อวานนี้เลย ได้โปรดเมตตาช่วยชี้แนะฉันหน่อยเถอะนะ" หลิวลั่วลั่วอ้อนวอนพลางเกาะแขนมู่อิงไว้แน่น
"ฉันเป็นนักบวช เป็นผู้ใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับดรูอิด ดรูอิดต้องคอยเอาใจธรรมชาติ งั้นนักบวชก็ต้องคอยเอาใจพระเจ้าใช่ไหมล่ะ หลังจากที่เธอพูดจบวันนี้ ฉันก็กลับไปคุกเข่าสวดสรรเสริญพระเจ้าอยู่ในบ้านตั้งนานสองนาน แต่มันไม่ได้ผลเลยสักนิด ปัญหามันอยู่ตรงไหนเนี่ย"
"เอ่อ... ฉันก็แค่ออกความเห็นส่วนตัวนะ ไม่รับประกันหรอกว่าจะถูกร้อยเปอร์เซ็นต์" มู่อิงพูดต่อเมื่อเห็นหลิวลั่วลั่วพยักหน้ารับ "ฉันคิดว่าขนาดคนธรรมดายังไม่ยอมปล่อยเหยี่ยวถ้าไม่ได้เห็นกระต่ายเลย นับประสาอะไรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ล่ะ อย่างพวกเราที่เป็นดรูอิด เราไม่ได้ฝึกฝนอาชีพด้วยการเอาแต่สวดสรรเสริญธรรมชาติหรอกนะ แต่เราจะได้รับผลตอบแทนก็ต่อเมื่อได้ทำประโยชน์ให้กับธรรมชาติ หรือเข้าไปใกล้ชิดกับธรรมชาติจริงๆ ต่างหาก"
หลิวลั่วลั่วตบมือฉาด "ฉันรู้แล้ว! ในคำอธิบายอาชีพนักบวชบอกไว้ว่าพระเจ้าจะประทานพลังให้กับผู้ศรัทธา! ผู้ศรัทธา... มันคือความเชื่อมั่นต่างหาก! ขอบใจมากนะมู่อิง!"
เธอโผเข้ากอดมู่อิงด้วยความดีใจ
มู่อิงรู้สึกรับมือไม่ถูกกับความสนิทสนมกะทันหันของหญิงสาว แต่เธอก็ดีใจกับพัฒนาการของอีกฝ่าย เธอหวังว่าหลิวลั่วลั่วจะฝึกฝนอาชีพได้เป็นอย่างดี แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และมาช่วยอุดหนุนทำเงินให้กับอาณาเขตของเธอเยอะๆ
ต้นกุยช่ายย่อมต้องได้รับการดูแลฟูมฟักให้ดีก่อน ถึงจะเก็บเกี่ยวได้อย่างงอกงาม
เมื่อมีกรณีความสำเร็จของหลิวลั่วลั่วเป็นตัวอย่าง ปาร์ตี้รอบกองไฟจึงกลายสภาพเป็นวงสนทนาแลกเปลี่ยนเคล็ดลับการฝึกฝนอาชีพไปโดยปริยาย ส่วนใหญ่จะเป็นมู่อิงที่คอยให้คำแนะนำ โดยมีคนอื่นๆ คอยร่วมวงแสดงความคิดเห็น
ในระหว่างกระบวนการนี้ เธอยังมีความเข้าใจในอาชีพอื่นๆ อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้ค้นพบกฎเกณฑ์ใหม่ๆ บางอย่างด้วย
นั่นก็คือ ความยากง่ายในการฝึกฝนอาชีพนั้นได้รับผลกระทบจากค่าสถานะเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น ดรูอิดและนักบวช ยิ่งมีค่าการรับรู้สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าถึงแหล่งกำเนิดพลังของตนเองได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
ค่าการรับรู้ของเธอสูงกว่าของหลิวลั่วลั่วถึงสี่แต้ม จึงทำให้เธอสามารถสื่อสารและได้รับความโปรดปรานจากธรรมชาติได้ง่ายกว่ามาก
ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้ตระหนักถึงความหายากของอาชีพสายร่ายเวท ในบรรดาผู้คนกว่ายี่สิบคนที่อยู่ที่นี่ รวมตัวเธอเข้าไปด้วยแล้ว มีผู้ใช้เวทมนตร์อยู่เพียงแค่สี่คนเท่านั้น
ค่าสถานะสำหรับการร่ายเวทของคนอื่นๆ ล้วนไม่ถึงสิบแต้ม ดังนั้นตอนที่พวกเขาเลือกอาชีพ ตัวเลือกพวกนี้จึงไม่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม อาชีพสายร่ายเวทก็ถือว่าอ่อนแอที่สุดในตอนนี้ อาชีพสายเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ยังพอดูดีกว่าหน่อย อย่างน้อยก็มีรายการเวทมนตร์ให้เรียนรู้ ในขณะที่สายร่ายเวทอาชีพอื่นต้องออกไปตามหาเวทมนตร์มาเรียนรู้เอาเอง
เฉิงเวย ตัวแทนนักเวทผู้โชคร้ายในกลุ่มบอกว่า แม้ในร้านขายของชำจะมีเวทมนตร์ระดับต่ำขาย แต่เวทมนตร์ระดับศูนย์ที่ถูกที่สุดก็มีราคาถึงครึ่งเหรียญเงิน ซึ่งตกประมาณห้าสิบเหรียญทองแดง ต้องฆ่าซอมบี้สักสิบยี่สิบตัวถึงจะหาเงินมาซื้อได้
มู่อิงรู้สึกเห็นใจจากใจจริง มันรันทดเกินไปแล้ว แต่พอได้ยินว่าเวทมนตร์ระดับศูนย์อย่าง รังสีเยือกแข็ง ที่เฉิงเวยหมายตาไว้ มีทั้งพลังโจมตีและผลลัพธ์สโลว์ให้ศัตรูเชื่องช้าลง มู่อิงก็แอบอิจฉาตาร้อนอยู่ลึกๆ
ลองหันกลับมาดูรายการเวทมนตร์ของดรูอิดสิ เวทมนตร์ระดับศูนย์มีอะไรบ้างล่ะ ไม่มีเวทมนตร์โจมตีเลยสักบทเดียว สมแล้วที่นักเวทคืออาชีพสายร่ายเวทที่แท้จริง
ถึงกระนั้น มู่อิงก็ยังคงรักอาชีพของตัวเองมากกว่า ความยากในการเรียนรู้ของอาชีพนักเวทนั้นสูงเกินไป ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ช่วงแรกพวกเขาทำได้เพียงพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น การมีทีมที่ไว้ใจได้ก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่มี พวกเขาก็คงกลายเป็นแค่เศษฝุ่นบนพื้นดิน
อีกอย่าง ธรรมชาติช่างน่ารักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาสีเขียวขจี น่าสนใจกว่ากองหนังสือที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงพวกนั้นตั้งเยอะ
ปาร์ตี้รอบกองไฟช่วยกระชับความสัมพันธ์ของทุกคนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แม้วันสิ้นโลกจะโหดร้ายและจิตใจคนยากจะหยั่งถึง แต่อย่างน้อยในวินาทีนี้ พวกเขาก็ยังไม่หมดหวัง และยังคงรักษากรอบศีลธรรมอันเป็นผลพวงจากสังคมที่เจริญแล้วเอาไว้ได้
หลายคนเริ่มวางแผนที่จะจับกลุ่มกันออกไปฆ่าซอมบี้เพื่อหาเงินในวันพรุ่งนี้
มู่อิงถูกเฉิงเวยและคนอื่นๆ ชวนอีกครั้ง แต่เธอก็ยังคงไม่ตอบตกลง เพียงแค่บอกว่าถ้าบังเอิญเจอกันและมีเป้าหมายตรงกัน ค่อยมาร่วมมือกันก็ได้
เพราะเป้าหมายหลักของเธอคือการฝึกฝนอาชีพ และเธอต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาเวทมนตร์ ซึ่งมันไม่ค่อยสอดคล้องกับแผนการของคนอื่นๆ และเธอเองก็ไม่อยากทำลายจังหวะชีวิตของตัวเองด้วย
เธอไม่ได้ละทิ้งการเรียนรู้เวทมนตร์ไปเสียทีเดียวในระหว่างที่นั่งคุยกัน เธอเรียนรู้เวทมนตร์เถาวัลย์พันธนาการขั้นต้นสำเร็จแล้ว และมีคนช่วยทดสอบประสิทธิภาพของมันให้ด้วย มันสามารถพันธนาการผู้ชายร่างใหญ่ได้พร้อมกันหลายคน ดังนั้นการจะรับมือกับซอมบี้ที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าก็น่าจะง่ายดายยิ่งกว่านี้อีก
วันนั้นเธอเข้านอนดึก หลังจากกลับมาที่บ้านต้นไม้ เธอยังคงคึกคักและเอาเหรียญทองแดงออกมานับ
วันนี้มีคนหน้าใหม่เข้ามาถึงยี่สิบคน แม้จะยังไม่มีใครเช่าบ้านต้นไม้ แต่แค่ค่าผ่านทางอย่างเดียวก็ได้มาถึงหนึ่งร้อยเหรียญทองแดงแล้ว เมื่อนำมารวมกับสามสิบห้าเหรียญของสมาชิกชมรมปีนเขาทั้งห้าคน มู่อิงก็นับไปนับมาจนไปสะดุดเข้ากับเหรียญเงินเป็นประกายเงางามสามเหรียญที่ซุกซ่อนอยู่ในกองเหรียญทองแดง
เธอตรวจสอบบันทึกการผจญภัย
ร้านขายของชำต้นโอ๊กได้จ่ายค่าเช่าร้านประจำเดือนมิถุนายนเป็นจำนวน 3 เหรียญเงิน
สมกับเป็นคนที่มีมิติย่อยในครอบครอง ช่างร่ำรวยเสียจริง
มู่อิงนับเงินเก็บทั้งหมดของเธอ รวมเป็น 203 เหรียญทองแดง และ 3 เหรียญเงิน
1 เหรียญเงินสามารถแตกเป็นเหรียญทองแดงได้ 100 เหรียญ และ 100 เหรียญทองแดงก็สามารถรวมเป็น 1 เหรียญเงินได้เช่นกัน
มู่อิงนำมันมารวมกันทั้งหมด ทำให้ตอนนี้เธอมีเงินรวม 5 เหรียญเงิน กับอีก 3 เหรียญทองแดง เธอเปลี่ยนเหรียญเงินจำนวน 4 เหรียญให้กลายเป็นพลังงานของอาณาเขต เมื่อรวมกับพลังงานเดิมที่เหลืออยู่ 50 แต้ม ตอนนี้เธอมีพลังงานรวมทั้งสิ้น 450 แต้มแล้ว
วันนี้ เธอได้นำพิกัดของค่ายชิงซานไปโพสต์ลงในกระทู้ยอดฮิตที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องค่ายในช่องแชตสาธารณะของกระดานสนทนาโลก พรุ่งนี้น่าจะมีคนหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น และอาณาเขตในตอนนี้ก็ดูจะคับแคบไปสักหน่อย
เธอใช้พลังงาน 300 แต้มเพื่อขยายม่านพลังป้องกันอาณาเขต ทำให้พื้นที่ของอาณาเขตขยายใหญ่ขึ้นเป็นหนึ่งพันตารางเมตร และเธอยังได้สร้างบ้านต้นไม้พักอาศัยสำหรับปล่อยเช่าเพิ่มอีกสามหลัง
หลังจากอาณาเขตขยายใหญ่ขึ้น พลังงานที่ใช้ในการรักษาสภาพม่านพลังป้องกันอาณาเขตก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเช่นกัน โดยต้องใช้พลังงาน 20 แต้มต่อวัน พลังงานที่เหลืออยู่อีก 60 แต้ม เมื่อถูกอัดฉีดเข้าไปในม่านพลังป้องกันอาณาเขตทั้งหมด ก็จะสามารถประคองต่อไปได้อีกแค่สามวันเท่านั้น
ชื่ออาณาเขต: ค่ายชิงซาน
ลอร์ด: มู่อิง
ระดับอาณาเขต: ค่าย
พลังงาน: 0
พื้นที่: 1000 ตารางเมตร
สิ่งปลูกสร้าง: ม่านพลังป้องกันอาณาเขต (3/3) บ้านต้นไม้พักอาศัย 6 หลัง ร้านขายของชำต้นโอ๊ก
ประชากร: 26
แบบแปลน: ม่านพลังป้องกันอาณาเขต บ้านต้นไม้พักอาศัย ร้านค้า
กฎระเบียบ: รอการกำหนดเพิ่ม
วัสดุ: 0
ในที่สุดอาณาเขตก็ดูเป็นรูปเป็นร่างและดูดีขึ้นมาบ้างแล้ว
วันนี้มีคนจำนวนมากกางเต็นท์นอนพักแรมอยู่ภายในค่าย การปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันของบ้านต้นไม้และการเปลี่ยนแปลงของแนวเขตอาณาเขตสร้างความแตกตื่นให้กับพวกเขาอยู่พักหนึ่ง แต่มันก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าค่ายชิงซานจะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเท่าค่ายอื่นๆ ที่มีคนรายงานไว้ในกระดานสนทนา แถมยังมีร้านขายของชำเพียงแค่ร้านเดียว แต่พวกเขาก็รู้สึกโชคดีมากที่ได้มาพบกับค่ายชิงซานแห่งนี้
ก็แหงล่ะ ค่าผ่านทางที่นี่ถูกกว่าตั้งครึ่งหนึ่งนี่นา
ต่อให้มีร้านค้าเยอะแยะไปมันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่มีเงินซื้อของอยู่ดี
ตอนนี้พอเห็นค่ายชิงซานขยายอาณาเขตใหญ่ขึ้น สิ่งแรกที่พวกเขาทำก็คือการรีบไปเช็กค่าผ่านทาง และเมื่อยืนยันได้ว่าไม่ได้มีการขึ้นราคา พวกเขาก็ต่างพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก