เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - เซฟเสีย

บทที่ 24 - เซฟเสีย

บทที่ 24 - เซฟเสีย


บทที่ 24 - เซฟเสีย

รูม่านตาของเฉินเฟิงหดเกร็ง "แกหาพวกเราเจอได้ยังไง?"

ตั้งแต่เริ่มวางแผนหลบหนี จนถึงลงมือปฏิบัติการ แล้วมาจบที่ร้องขอความช่วยเหลือในร้านสะดวกซื้อ เฉินเฟิงรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย การที่อีกฝ่ายตามมาเจอถึงที่ได้ นอกเสียจากจะมีหนอนบ่อนไส้ ก็คงเป็นพลังเหนือธรรมชาติแล้วล่ะ

แต่คราวนี้เฉินเฟิงเดาผิด

ศาสตราจารย์แพะส่งยิ้ม "มีคนรายงานให้ฉันฟังน่ะ"

พอนึกถึงตอนที่เพิ่งออกมาจากโรงเรียน แล้วเห็นไฟสว่างวาบมาจากตึกแถวละแวกนั้นหลายห้อง

เฉินเฟิงก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที "ชาวบ้านสินะ"

โรงพยาบาลจิตเวชที่สี่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านกลางเมืองที่ห่างไกลความเจริญ ชาวบ้านทุกคนที่นี่ล้วนเป็นหูเป็นตาให้กับสัตว์ประหลาดทั้งสิ้น

ในสถานการณ์แบบนี้ นอกเสียจากจะมีวิชาล่องหนของผีพราย ไม่อย่างนั้นทันทีที่ก้าวออกจากโรงเรียน ก็จะต้องถูกพบตัวอย่างแน่นอน

ไอ้หนุ่มผมทองไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปไม่ได้! ถ้าเป็นแบบนั้น แล้วรุ่นพี่เฉินซินหรานหนีออกไปได้ยังไงล่ะ!"

ศาสตราจารย์แพะหัวเราะ "อ้อ เธอหมายถึงเด็กสาวหัวรั้นคนนั้นน่ะเหรอ ฉันพอจะจำได้นะ เธอไม่ได้ถูกฉันจับมาหรอก แต่เป็นพ่อแม่ของเธอเองที่ส่งเธอเข้ามา อยู่ที่โรงเรียนนี้มาตั้งสามปี กลับไม่ยอมเปลี่ยนเป็นนักเรียนดีเด่น เก่งกาจมากจริงๆ"

ไอ้หนุ่มผมทองมีความหวังขึ้นมานิดหน่อย "แล้วเธอ..."

"หลังจากหนีออกไปได้ เธอก็ฆ่าพ่อแม่ของตัวเอง แล้วก็ฆ่าตัวตายตายตามไป" แม้รอยยิ้มอันสดใสของศาสตราจารย์แพะจะยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนาวเหน็บราวกับตกลงไปในห้องเก็บน้ำแข็ง "ตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมา ไม่เคยมีใคร หนี ออก ไป ได้ เลย"

พูดจบ ศาสตราจารย์แพะก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา ร่างกายของทั้งสี่คนก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อหดตัว แน่นตึง เป็นตะคริว และชาหนึบจนควบคุมไม่ได้ในทันที

ตุ้บ

เฉินเฟิงทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง ส่วนอีกสามคนลงไปนอนกองกับพื้นราวกับหมูตายไปเรียบร้อยแล้ว

"โอ้? ยังยืนอยู่ได้อีกเหรอ" ศาสตราจารย์แพะชี้ไปที่พวกหลี่กั๋วหลงที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนจะยิ้มให้เฉินเฟิง "ไม่เลว เธอแข็งแกร่งกว่าพวกเขานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มากหรอก"

แม้เฉินเฟิงจะขยับตัวไม่ได้ แต่ปากยังคงดื้อดึง "แม่มเอ๊ย แน่จริงแกก็อย่าใช้สกิลสิวะ มาสู้กันตัวต่อตัวหมัดต่อหมัดเลยมา"

ศาสตราจารย์แพะสั่งสอน "นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะมาคิดถึงเรื่องเกม เรื่องสกิลอะไรอีก เธอโดนพิษภัยจากอินเทอร์เน็ตเล่นงานหนักมากเลยนะเนี่ย"

"เล่นเน็ต คือเด็กไม่ดี"

เมื่อถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าใส่อีกครั้ง เฉินเฟิงกลับไม่ปริปากร้องขอความเมตตาแม้แต่คำเดียว ที่เขาจงใจฝ่าฝืนกฎเด็กไม่ดียั่วโมโหอีกฝ่าย ก็เพื่อจะถ่วงเวลาให้นานขึ้นอีกนิด

คำนวณเวลาดูแล้ว ก็คงจะใกล้ถึงเวลาแล้วล่ะ

เสียงไซเรนตำรวจดังแว่วมาจากที่ไกลๆ

ไอ้อ้วนถอนหายใจยาว "พระเจ้าช่วย ในที่สุดก็มาสักที"

ศาสตราจารย์แพะชะงักไปครู่หนึ่ง เพิ่งจะนึกขึ้นได้ "ที่แท้พวกเธอก็แจ้งตำรวจนี่เอง"

หลี่กั๋วหลงกัดฟันกรอด "ใช่ แกจบเห่แน่"

ศาสตราจารย์แพะมองดูทุกคนด้วยสายตาดุร้าย "โอ้? อย่างนั้นเหรอ?"

ท่าทางไม่ยี่หระของอีกฝ่าย ทำให้เฉินเฟิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี และตอนนั้นเอง เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า มีรถตำรวจขับมาแค่คันเดียว

ทำไมถึงมาแค่นี้?

ไอ้หนุ่มผมทองใจหล่นวูบ "นี่มันมาส่งตัวไปตายชัดๆ"

ส่วนหลี่กั๋วหลงก็ตะโกนเรียกไปทางรถตำรวจ "คุณตำรวจ คุณตำรวจ ทางนี้ครับ ทางนี้"

ตำรวจสี่นายเดินลงมาจากรถ

ตำรวจชายที่เป็นผู้นำแนะนำตัว "ผมชื่อหูชิง พวกคุณเป็นคนโทรแจ้งความใช่ไหมครับ?"

"ใช่ครับ พวกเขาจับพวกเรามา"

"ผู้กองหูระวังตัวด้วย เขามีอาวุธ อาจจะทำร้ายคุณได้!"

"ผู้กองหู รีบเรียกกำลังเสริมด่วนเลย เร็วเข้า!"

เผชิญกับข้อกล่าวหาของพวกเฉินเฟิง ศาสตราจารย์แพะกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เขายกมือขึ้นแสดงให้เห็นว่าไม่มีอาวุธซุกซ่อนอยู่ ก่อนจะพูดว่า "สวัสดีครับผู้กองหู ผมคือศาสตราจารย์หยาง จากโรงเรียนบำบัดอาการติดอินเทอร์เน็ต โรงพยาบาลจิตเวชที่สี่ครับ"

พอได้ยินว่าเป็นศาสตราจารย์ ผู้กองหูก็ลดความระแวดระวังลงอย่างเห็นได้ชัด "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?"

ศาสตราจารย์แพะชิงฟ้องก่อน "เด็กพวกนี้เป็นเด็กมีปัญหาและผู้ป่วยทางจิตที่หนีออกมาจากสถานที่ของเราครับ"

หลี่กั๋วหลงตะโกนลั่น "เหลวไหลทั้งเพ พวกเราถูกแกจับตัวมาต่างหาก!"

"เธอแต่งเรื่องขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย" ศาสตราจารย์แพะชี้ไปที่เสื้อกาวน์ขาวที่นอนอยู่บนพื้น และเถ้าแก่ที่สลบอยู่ในร้าน "คุณดูสิครับ พวกเขาขัดขืนอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่ทำร้ายเถ้าแก่ร้านสะดวกซื้อ แต่ยังทำร้ายผู้ดูแลของเราจนบาดเจ็บด้วย"

หลี่กั๋วหลงร้อนรน "อย่าไปฟังมันนะครับ!"

แต่ผู้กองหูกลับไม่สนใจหลี่กั๋วหลง กลับหันไปบ่นกับศาสตราจารย์แทน "ศาสตราจารย์ครับ วันหลังพวกคุณต้องจัดการดูแลให้เข้มงวดกว่านี้นะครับ"

ศาสตราจารย์แพะทำหน้าสำนึกผิด "ขอโทษจริงๆ ครับ เป็นความประมาทของพวกเราเอง"

ผู้กองหูถอนหายใจยาวแล้วพูดว่า "น้องๆ พ่อแม่ส่งพวกเธอไปที่โรงเรียน ก็หวังอยากให้พวกเธอได้ดีทั้งนั้น พวกเธออย่าทำตัววุ่นวายเลยนะ ยอมตามศาสตราจารย์กลับไปดีๆ อย่าสร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณอาตำรวจเลยนะ"

พวกหลี่กั๋วหลงหมดหวังในทันที

ไอ้อ้วนถึงกับด่าออกมา "บ้าเอ๊ย สมองคุณน้ำเข้าหรือไงเนี่ย!"

"ยังจะมาด่าคนอื่นอีก สมควรแล้วที่จะต้องถูกสั่งสอน" ผู้กองหูหันไปบอกศาสตราจารย์แพะ "ถ้าอย่างนั้นพวกคุณจัดการกันเองก็แล้วกัน ถอนกำลัง!"

เมื่อมาถึงขั้นนี้ ไอ้หนุ่มผมทองก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พูดความจริงออกมาทั้งหมด "พวกมันเป็นสัตว์ประหลาด ไอ้อีกสามคนที่นอนอยู่บนพื้นนั่นพูดไม่ได้ ส่วนไอ้แว่นนี่ ข้างหลังมันมีแส้ยืดออกมาได้ ไม่เชื่อคุณลองถามพวกเขาดูสิ!"

แม้ทุกคำที่ไอ้หนุ่มผมทองพูดจะเป็นความจริง แต่เรื่องสัตว์ประหลาดกลับยิ่งทำให้ผู้กองหูรู้สึกว่าพวกเขาพูดจาเหลวไหลไร้สาระ "โรคจิตจริงๆ ด้วย"

และด้วยเหตุนี้ ท่ามกลางสายตาอันเย็นชาของผู้กองหู ทั้งสี่คนจึงถูกจับยัดขึ้นรถตู้ไป

บนรถ เมื่อมองดูทั้งสี่คนที่สิ้นไร้ไม้ตอก ศาสตราจารย์แพะก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อีกต่อไป ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา

ถนนในหมู่บ้านค่อนข้างขรุขระ รถตู้ไม่ได้ขับกลับไปทางเดิม แต่ขับวนไปเข้าทางประตูหน้าของสถานพักฟื้น

และในวินาทีที่เข้าสู่โรงพยาบาลจิตเวชที่สี่ ใบหน้าของศาสตราจารย์แพะก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป

ใบหน้าของเขากลายเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม จากนั้นก็มีขนสีขาวและหนวดเคราสีขาวงอกออกมา หูตั้งชันและมีขนาดใหญ่ขึ้น ผมสีดำค่อยๆ หดสั้นลง ล้านเลี่ยน และกลายเป็นสีขาว ก่อนจะมีเขากระดูกเกลียวขนาดใหญ่สองข้างงอกออกมา

ใบหน้าของแพะปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ เด็กๆ"

จากนั้น ทุกคนก็ถูกส่งตัวไปที่สถานพักฟื้น

ที่นั่น เฉินเฟิงได้พบกับพยาบาลกระต่ายในตำนาน

หล่อนเป็นผู้หญิงที่สวมหัวกระต่าย ใส่ชุดสีขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า หมวกพยาบาลสีขาว ชุดพยาบาลสีขาว ถุงน่องสีขาว และรองเท้ายางสีขาว หล่อนใช้ปลายนิ้วที่ทาสีส้มแดงชี้มาทางทุกคน แล้วถามศาสตราจารย์ว่า "ศาสตราจารย์ พวกนี้คือ?"

ศาสตราจารย์แพะตอบด้วยความนอบน้อม "เด็กที่หนีไป ผมตามจับกลับมาได้แล้ว"

พยาบาลกระต่ายปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา "ช่างดื้อรั้นจริงๆ จัดการทิ้งไปซะ"

"ดูท่าทางคุณอารมณ์ดีอยู่นะ?"

"อืม ไอ้คนที่เราจับมาเมื่อสัปดาห์ก่อน มันยอมเข้าร่วมกับเราแล้วล่ะ"

"เป็นเรื่องดีเลยนี่! ถ้าผู้อำนวยการหนิวรู้ ต้องดีใจมากแน่ๆ!"

"เดี๋ยวคุณไปเอากุญแจที่สำนักงานกับวอร์ดพยาบาลมา แล้วปล่อยตัวเพื่อนร่วมงานคนใหม่ของเราออกมาด้วยนะ"

"ไม่ต้องหรอก ไอ้พวกเด็กเวรนี่มันขโมยกุญแจของฉันมาแล้ว"

สัตว์ประหลาดทั้งสองตัวพูดคุยโต้ตอบกันไปมา

เฉินเฟิงที่นอนอยู่บนเปลหาม ฟังแล้วก็ใจเต้นระทึก

ผู้อำนวยการหนิว? ไอ้หนุ่มผมทองพูดไม่ผิด โรงพยาบาลแห่งนี้มีบอสลับซ่อนอยู่จริงๆ

เพื่อนร่วมงานคนใหม่? งั้นครั้งหน้าถ้าจะหนีก็ต้องรีบลงมือแล้ว ไม่อย่างนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเพิ่มขึ้นอีกตัว

ในตอนนั้นเอง พยาบาลกระต่ายก็หยิบสมุดบันทึกและปากกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ หลังจากจ้องมองทุกคนอยู่ครู่หนึ่ง หล่อนก็เริ่มวาดวงกลมลงบนนั้น แล้วเฉินเฟิงกับเพื่อนๆ ก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย ง่วงนอนจนทนไม่ไหว

ต้องไปเจอไอ้หัวหมูนั่นอีกแล้วสินะ

นี่คือความคิดสุดท้ายก่อนที่เฉินเฟิงจะหมดสติไป

แต่เมื่อเขากลับมามีสติอีกครั้ง เขากลับพบว่าตัวเองยืนอยู่บนสนามกีฬา ไม่ได้กลับไปอยู่ในห้องมืดๆ นั่น

ไม่ได้โหลดเซฟงั้นเหรอ?

เฉินเฟิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เขาลองเรียกนักเรียนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ:

"เฮ้ เฮ้!"

"ได้ยินฉันพูดไหม?"

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

แม้เฉินเฟิงจะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน สามารถได้ยินเสียงรอบข้าง รับรู้ถึงอุณหภูมิรอบตัว แต่กลับไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้เลย เหมือนโดนผีอำไม่มีผิด

นี่คือความรู้สึกของการกลายเป็นมนุษย์จำแลงงั้นเหรอ?

เฉินเฟิงรีบร้องตะโกนเรียกในใจกับระบบ:

"โหลดเซฟ! โหลดเซฟ!"

ระบบไม่มีการตอบรับใดๆ เพราะระบบเซฟและโหลดข้อมูลจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อตายแล้วเท่านั้น แต่ตอนนี้เฉินเฟิงยังไม่ตาย

คนที่ตายบ่อยๆ ย่อมรู้ดีว่า อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์คือเจ็ดสิบสามปี ปีนี้เฉินเฟิงอายุยี่สิบหก นั่นหมายความว่า เขาต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไปอีกสี่สิบเจ็ดปี

นั่นก็คือหนึ่งหมื่นเจ็ดพันกว่าวัน สี่แสนกว่าชั่วโมง!!!

นี่คือกรณีที่มองโลกในแง่ดีที่สุดแล้วนะ แล้วถ้าเกิดอายุขัยของมนุษย์จำแลงมันไม่มีที่สิ้นสุดล่ะ?

"งั้นเซฟฉันก็เสียแล้วล่ะสิ"

ความหวาดกลัวคืบคลานเกาะกุมหัวใจของเฉินเฟิง ตั้งแต่ทะลุมิติมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวังขนาดนี้

เขาไม่สนเรื่องประหยัดคะแนนอีกต่อไป รีบกดใช้พรคุ้มครองทันที

【สุภาพบุรุษถ่อมตน อ่อนโยนดั่งหยก】

【คุณได้เปิดใช้งานพรคุ้มครองของลกซุน · ถ่อมตน: ผู้ได้รับพรจะไม่ได้รับผลกระทบจากเวทมนตร์ อาคม วิชาปีศาจ หรือสถานะผิดปกติใดๆ】

ภาพเงาร่างของวิญญูชนถือกระบี่อาบแสงสีเขียวปรากฏขึ้นด้านหลังเฉินเฟิง

แต่น่าเสียดายที่เสียคะแนนไปฟรีๆ หนึ่งคะแนน ร่างกายของเฉินเฟิงก็ยังคงควบคุมไม่ได้ ดูเหมือนว่าการถูกดัดแปลงให้เป็นมนุษย์จำแลง จะไม่นับว่าเป็นสถานะผิดปกติ

"แต่อย่างน้อยฉันก็รู้ว่า ในสภาวะที่ควบคุมร่างกายไม่ได้ ฉันก็ยังใช้งานระบบได้อยู่"

"สุดยอดไปเลย ไม่คิดเลยว่าตัวเองมีชีวิตสำรองตั้งเยอะแยะขนาดนี้ แต่ก็ยังถูกต้อนให้จนมุมได้"

"โลกใบนี้น่าตื่นเต้นจริงๆ! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมที่สุด!"

จู่ๆ เฉินเฟิงก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา ถ้าเขามีแค่ระบบเซฟและโหลดข้อมูล เขาก็คงจะจบเห่เหมือนพวกรุ่นพี่นักเดินทางข้ามมิติที่อยู่ชั้นสามของอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ซิ่งฝูไปแล้ว

แต่เขามีระบบมากกว่าหนึ่งระบบนี่นา

ดังนั้น ในคืนฝนตกหลังจากนั้นไม่กี่วัน

เงาร่างเลือนลางร่างหนึ่งก็ผลักประตูหอพักเข้ามา เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินเฟิงที่กลายเป็นมนุษย์จำแลงไปแล้ว ก่อนจะหักคอเขาจนตายคาที่

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 24 - เซฟเสีย

คัดลอกลิงก์แล้ว