- หน้าแรก
- ระบบจำลองเทพยุทธ์ จากนักเรียนวรยุทธ์สู่มหาเทพแห่งจักรวาล
- ตอนที่ 41 สามศูนย์ฝึกมรรคยุทธ์ใหญ่
ตอนที่ 41 สามศูนย์ฝึกมรรคยุทธ์ใหญ่
ตอนที่ 41 สามศูนย์ฝึกมรรคยุทธ์ใหญ่
ตอนที่ 41 สามศูนย์ฝึกมรรคยุทธ์ใหญ่
ศูนย์ฝึกมรรคยุทธ์ชื่อฉง
แม้จะเลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว ทว่าห้องจำลองยังคงคึกคักเป็นพิเศษ แคปซูลเสมือนจริง 100 เครื่องยังคงทำงานด้วยความเร็วสูง
“ขาดอีกแค่ตาเดียว ข้าก็จะเลื่อนขึ้นสู่ระดับดวงดาวได้แล้ว น่าเจ็บใจนัก!!” มีคนเดินออกมากุมหัวร้องคร่ำครวญ
“ข้าก็ขาดอีกนิดเดียว น่าเสียดายเหลือเกิน นั่นมันสกุลเงินเซี่ย 500,000 หยวนเชียวนะ ซื้อทรัพยากรบำเพ็ญได้ตั้งเท่าไหร่” มีคนไม่ยินยอมพร้อมใจ
……
ในเวลานี้ที่ชั้นบนสุด นี่คือพื้นที่สำนักงานที่มีขนาดกว่าหนึ่งพันตารางเมตร รูปแบบการตกแต่งโดยรวมเป็นสีแดงและสีขาว สัญลักษณ์มรรคยุทธ์รูปเปลวเพลิงสีชาดสามารถพบเห็นได้ทุกที่
ชั้นหนึ่งถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่สำนักงานหลายสิบส่วน บนที่นั่งทำงานปรากฏภาพฉายขึ้นมา ชายหญิงหลายสิบคนที่สวมเครื่องแบบสีแดงและสีขาวกำลังจัดการข้อมูลอย่างรวดเร็ว
ในพื้นที่ส่วนกลางเช่นเดียวกัน มีการฉายภาพหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นมา นั่นคือทำเนียบชาด อันดับต่าง ๆ ประทับเข้าสู่สายตาของทุกคน
“ผู้จัดการซุน จนถึงเวลาเที่ยงคืน เมืองเทียนไห่ของเราในลานประลองโลกชาด มีผู้ที่เลื่อนขึ้นสู่ระดับดวงดาวทั้งหมด 108 คน”
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำสวมชุดสูทสีดำและไว้หนวดเคราดกดำ ทอดสายตามองไปยังทำเนียบชาด พลางรับฟังรายงานของพนักงานที่ข้างหู
ผู้จัดการซุนพยักหน้าแล้วเอ่ยปาก:
“จำนวนคนที่เลื่อนขึ้นสู่ระดับดวงดาว มากกว่าปีที่แล้ว 20 คน เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าคุณภาพของอัจฉริยะในปีนี้ไม่เลวเลย”
“การสอบประจำเดือนของเทียนไห่สิ้นสุดลงแล้ว กิจกรรมดวงดาวก็สิ้นสุดลงเช่นกัน เหล่าอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ต่างก็ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว”
“พวกเราก็ควรเริ่มลงมือ เซ็นสัญญากับอัจฉริยะเหล่านี้ได้แล้ว โดยเฉพาะอัจฉริยะที่เลื่อนขึ้นสู่ระดับดวงดาว พวกเขาต่างหากที่เป็นเป้าหมายที่เราต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ”
“ด้วยพลังอำนาจของพวกเขา ส่วนใหญ่ล้วนมีความสามารถที่จะเซ็นสัญญาระดับ A และ B ได้”
“เจ้าจงไปจัดการรวบรวมข้อมูลให้เรียบร้อย ทุกคนสามารถเริ่มลงมือได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เริ่มจากอัจฉริยะระดับ A และ B ก่อน”
“รับทราบ ผู้จัดการ พวกเราเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว อัจฉริยะส่วนใหญ่ได้รับการตรวจสอบเสร็จสิ้นไปตั้งนานแล้ว” พนักงานพยักหน้ากล่าว
ผู้จัดการซุนมองดูทำเนียบชาดพลางพ่นปราณขุ่นออกมาคำหนึ่ง
“สงครามแย่งชิงคนครั้งใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว คงจะเป็นช่วงเวลาหลายเดือนที่คึกคักน่าดู”
……
วันต่อมา
“กริ๊ง ๆ~”
“เลิกเรียน!”
“หลินฉี เจียงเทา เฉินจื่อชวน พวกเจ้าสามคนตามข้ามาที่ห้องพักครูหน่อย”
เหยียนหงอาจารย์ประจำชั้นมองดูทั้งสามคนในห้องเรียนแล้วกล่าว
หลินฉี เจียงเทา และเฉินจื่อชวน ทั้งสามคนสบตากัน พลันเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที
ต่างพากันลุกขึ้นเดินตามเหยียนหง เข้ามาในห้องพักครูของนาง
“เชิญนั่ง!”
หลินฉีและพวกทั้งสามคนแยกย้ายกันนั่งลงบนโซฟา รอคอยให้เหยียนหงเอ่ยปากอย่างเงียบ ๆ
เหยียนหงดื่มน้ำอึกหนึ่งอย่างใจเย็นแล้วกล่าว:
“เจียงเทา หลินฉี เฉินจื่อชวน การสอบประจำเดือนครั้งนี้พวกเจ้าสามคนมีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด”
“ดังนั้นทางโรงเรียนจึงตัดสินใจยื่นขอสินเชื่ออัจฉริยะที่สูงขึ้นให้กับพวกเจ้า”
ทั้งสามคนฟังจบดวงตาก็เป็นประกาย รอคอยประโยคถัดไป
“เจียงเทา เจ้าเข้าสู่สิบอันดับแรกของระดับชั้นแล้ว สามารถยื่นขอเลื่อนจากสินเชื่ออัจฉริยะระดับหนึ่งเป็นสินเชื่ออัจฉริยะระดับพิเศษได้”
“ฮี่ ๆ!” เจียงเทาฟังจบก็หัวเราะออกมา
“หลินฉี เจ้ามีความก้าวหน้ามากที่สุด สามารถยื่นขอสินเชื่ออัจฉริยะระดับสอง หรือแม้กระทั่งสินเชื่ออัจฉริยะระดับหนึ่งก็มีความเป็นไปได้”
“เฉินจื่อชวน เจ้าอาจจะได้รับเพียงสินเชื่ออัจฉริยะระดับสอง เว้นแต่ว่าการสอบกลางภาคจะสามารถก้าวหน้าไปได้อีกขั้น?”
หลินฉีและเฉินจื่อชวนต่างพยักหน้า ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับผลลัพธ์เช่นนี้
สำหรับหลินฉีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่ออัจฉริยะระดับสอง หรือสินเชื่ออัจฉริยะระดับหนึ่ง ล้วนเป็นเงินก้อนโตทั้งสิ้น
ในดวงตาของเฉินจื่อชวนก็เผยให้เห็นถึงความยินดี ตอนนี้เขาพึ่งพาเพียงเงินที่ได้จากสินเชื่ออัจฉริยะ เพื่อไปซื้อทรัพยากรมาเพิ่มพลังอำนาจ
ด้วยพลังอำนาจของเขาในโลกสีชาดยังขาดอีกเล็กน้อยถึงจะสามารถเลื่อนขึ้นสู่ระดับดวงดาวได้ ย่อมไม่มีรางวัลสกุลเงินเซี่ย 500,000 หยวนอย่างแน่นอน
……
ออกจากห้องพักครู
หลินฉีและพวกทั้งสามคนเดินไปตามระเบียงทางเดิน
“สินเชื่ออัจฉริยะระดับพิเศษ ช่างเหมือนง่วงนอนแล้วมีคนส่งหมอนมาให้จริง ๆ เงิน 1,000,000 หยวนของข้าก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว สินเชื่ออัจฉริยะระดับพิเศษมีสกุลเงินเซี่ยตั้ง 3,000,000 หยวนเชียวนะ!”
“หักลบกับ 1,000,000 หยวนก่อนหน้านี้ ก็ยังเหลืออีก 2,000,000 หยวน เพียงพอให้ข้าใช้ไปได้อีกนานเลย”
เจียงเทามีสีหน้าตื่นเต้น หลินฉีรู้ว่าเหตุใดเขาจึงดีใจ
ตามคำกล่าวของเจียงเทา สกุลเงินเซี่ย 1,000,000 หยวน เขาใช้ไปกับเจียงเมี่ยวอินน้องสาวของเขาถึงครึ่งหนึ่ง
ของกิน ของใช้ ที่อยู่อาศัย ล้วนเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ฟื้นฟูร่างกาย แล้วยังต้องซื้อทรัพยากรจำนวนมากมาทดแทนสารอาหารที่สูญเสียไป เพื่อปูรากฐานให้ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย
ในหัวของหลินฉีปรากฏเงาร่างอันงดงามสายหนึ่งขึ้นมา นั่นคือเด็กสาวแสนสวยที่ร่างกายอ่อนแอ ดื้อรั้น และน่าทะนุถนอม นางชอบเรียกเขาว่าพี่หลินฉี
หลินฉีมองเห็นเงาของฟางฮุ่ยอี๋ผู้เป็นแม่ของตนเองในตัวนาง
“บัซ!”
หลังจากกลับมานั่งที่โต๊ะในห้องเรียน หลินฉีก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า เมื่อหยิบออกมาดูก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนเงินเข้า
[บัตรกงซางหมายเลขลงท้าย xxx ของเจ้า มียอดเงินเข้า 500,000 หยวนสกุลเงินเซี่ย ยอดเงินคงเหลือ 563,128 หยวน!]
รางวัลจากกิจกรรมดวงดาวโอนเข้าบัญชีแล้ว หลินฉีแอบดีใจ
เมื่อหันไปมอง ก็เห็นเจียงเทาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเช่นกัน
“พี่ฉี 500,000 หยวนเข้าบัญชีแล้ว!” เจียงเทาหัวเราะฮี่ ๆ ออกมา
มุมปากของหลินฉีก็ยกขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้สกุลเงินเซี่ย 500,000 หยวนโอนเข้าบัญชีแล้ว เขามีเงินเพียงพอที่จะซื้อทรัพยากรแล้ว
หลังจากนี้ต่อให้ได้เพียงสินเชื่ออัจฉริยะระดับสอง 500,000 หยวน หักลบกับระดับสาม 200,000 หยวน ก็ยังเหลืออีก 300,000 หยวน
รวมกับเงิน 560,000 หยวนที่มีอยู่ ก็จะเป็น 860,000 หยวน เข้าใกล้หลักล้านหยวนแล้ว เพียงพอให้เขาใช้ไปได้อีกระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว
……
ตอนเที่ยง หลังจากกินอาหารโภชนาการไปสองที่ หลินฉีที่กินอิ่มไปเพียงแปดส่วนก็กลับมายังห้องวิทยายุทธ์ของตนเอง
หลังจากย่อยอาหารง่าย ๆ ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มขยับร่างกาย เตรียมตัวสำหรับการฝึกฝนรอบที่สองของวันนี้
เขาหยิบยาน้ำโลหิตปราณออกมาสองขวด แล้วเทของเหลวสีแดงใสแจ๋วเข้าปาก
“อึก~”
ไม่กี่วินาทีต่อมา ท้องของหลินฉีก็เริ่มร้อนผ่าวอย่างอบอุ่น กระแสความร้อนเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
หลินฉีมองดูยาน้ำโลหิตปราณที่เหลืออยู่อีกไม่กี่หลอด พลางพ่นปราณขุ่นออกมาคำหนึ่ง
“เมื่อค่าโลหิตปราณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ หากต้องการรักษาความเร็วในการก้าวหน้า ความต้องการทรัพยากรของข้าก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย”
แคปซูลโลหิตปราณถูกหลินฉีคัดทิ้งไปแล้ว นาน ๆ ทีถึงจะซื้อมากินเล่นเป็นลูกอม
สิ่งที่รับประทานบ่อยที่สุดในยามปกติก็ยังคงเป็นยาน้ำโลหิตปราณ เขาฝึกฝนวันละสี่รอบ การฝึกฝนหนึ่งรอบจำเป็นต้องรับประทานยาน้ำโลหิตปราณสองหลอด
เดือนหนึ่งก็ตกเป็นสกุลเงินเซี่ย 120,000 หยวน ประกอบกับเขาจำเป็นต้องรับประทานน้ำยาบำรุงจิตอยู่บ่อยครั้ง นั่นก็เป็นเงินก้อนโตเช่นกัน
สุดท้ายยังต้องรวมค่าอาหาร และการซื้อสิ่งของประเภทอื่น ๆ สินเชื่ออัจฉริยะระดับสาม สุดท้ายก็เหลือเพียง 30,000 หยวนเท่านั้น
โชคดีที่สกุลเงินเซี่ย 500,000 หยวนโอนเข้าบัญชีแล้ว มาช่วยต่อยอดค่าใช้จ่ายในการบำเพ็ญของเขา มิฉะนั้นความเร็วในการก้าวหน้าของเขาคงต้องหยุดชะงักลง
“ฟู่ว~”
“ปัง ๆ!!”
ระหว่างที่ครุ่นคิด มือทั้งสองข้างของเขาก็งอโค้งเป็นกรงเล็บ พลังทะลวงผ่านปลายนิ้ว กรงเล็บพยัคฆ์ตบออกไปอย่างแรง ก่อให้เกิดพายุหมุนเป็นระลอก
พยัคฆ์ทมิฬล้วงใจ!
พยัคฆ์ขาวตะปบกรงเล็บ!
พยัคฆ์พิโรธทะลวงป่า!
กระบวนท่าทั้งหกของวิชาหมัดรูปลักษณ์พยัคฆ์ถูกซัดออกมาจากมือของเขาอย่างต่อเนื่อง เสียงดังกรอบแกรบดังออกมาจากร่างกาย สั่นสะเทือนไปในอากาศ
ทั่วทั้งร่างของเขาร้อนผ่าว แผ่ไอร้อนออกมา ไอร้อนเป็นระลอกแผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย ราวกับเตาหลอมที่กำลังหล่อหลอมกล้ามเนื้อในร่างกาย
ยาน้ำโลหิตปราณกำลังออกฤทธิ์
วิชาหมัดรูปลักษณ์พยัคฆ์ของเขาทะลวงผ่านขั้นสองไปแล้ว ฝึกฝนจนเข้าถึงไขกระดูก ยิ่งทำให้เข้าใจแก่นแท้ของวิชาหมัดมากยิ่งขึ้น: ใช้เจตจำนงเป็นจิตวิญญาณ ใช้ข้อต่อส่งพลัง ใช้ปราณกระตุ้นกำลัง...
เมื่อก่อนเพียงแค่รู้ ทว่าตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้ว กล้ามเนื้อทั่วร่างประกอบกันออกแรง พลังงานไหลเวียนอยู่ระหว่างกระดูกและกล้ามเนื้อ
เขาเริ่มสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงพลังหมัดของร่างกาย!
กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง โลหิตปราณไหลเวียนหล่อหลอม หลินฉียิ่งชกก็ยิ่งมีพลัง
ราวกับจำแลงร่างเป็นพยัคฆ์ร้าย กำลังล่าเหยื่ออยู่ในห้องวิทยายุทธ์
[ผ่านการฝึกฝน ความเข้าใจในวิชาหมัดรูปลักษณ์พยัคฆ์ของเจ้าลึกซึ้งยิ่งขึ้น วิชาหมัด +1%]
[ผ่านการฝึกฝน ค่าโลหิตปราณของเจ้าได้รับการทะลวงผ่าน ค่าโลหิตปราณ +0.05]
[ค่าโลหิตปราณ: 8.2 → 8.25]
[วิชาหมัด: ขั้นสอง 10% → 11%]
……
“ฟู่ว~”
หลินฉีพ่นไอร้อนออกมา มองดูข้อมูลบนแผงระบบที่เพิ่มขึ้นด้วยความเบิกบานใจ
ไม่เพียงแต่ค่าโลหิตปราณที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิชาหมัดที่เพิ่มขึ้นด้วย การฝึกหมัดสามารถเสริมสร้างร่างกาย และยังสามารถยกระดับการควบคุมร่างกายได้อีกด้วย
แม้วิชาทวนจะเพิ่มขึ้นเร็วเช่นกัน ทว่าก็ไม่เร็วเทาวิชาหมัด
และยิ่งระดับวิชาหมัดสูงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมระดับวิชาทวนมากเท่านั้น
“ข้าหวังว่า ระดับของวิชาหมัดจะสามารถเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่านี้ ในจุดนี้ข้าสามารถไปขอคำชี้แนะจากอาจารย์จางเฉิงได้”
หลินฉีคิดในใจ
……
ช่วงบ่าย ในคาบเรียนวิทยายุทธ์
หลังจากชี้แนะคนผู้หนึ่งเสร็จ จางเฉิงก็ดื่มน้ำอึกหนึ่ง แล้วเหลือบมองเวลา เหลือเวลาอีกเพียงสิบกว่านาทีก็จะเลิกเรียนแล้ว
เขากระแอมไอ กวาดสายตามองทุกคนรอบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าทุกคนล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเอ่ยปาก:
“ทุกคนหยุดมือ แล้วมารวมตัวกันทางนี้!”
คนกว่าสามสิบคนหยุดการกระทำ แล้วมารวมตัวกัน ล้อมรอบจางเฉิงเอาไว้
“ยังพอมีเวลาก่อนเลิกเรียน ข้ามีเรื่องจะพูดสักหน่อย”
ขณะที่จางเฉิงพูด เขามีสีหน้าเคร่งขรึม ทุกคนพอมองดูก็รู้ว่าสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
“ตามธรรมเนียม เมื่อการสอบประจำเดือนของเทียนไห่สิ้นสุดลง อาจารย์สอนวิทยายุทธ์จะมาอธิบายข้อควรระวังในการเซ็นสัญญากับศูนย์ฝึกมรรคยุทธ์ให้ห้องเรียนหัวกะทิฟัง”
“เซ็นสัญญากับศูนย์ฝึกมรรคยุทธ์?”
หลายคนพอได้ฟัง ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที บรรยากาศเริ่มกระสับกระส่าย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของทุกคน ทุกคนจึงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
……
(จบตอน)
0042