เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 มุ่งสู่ทางเหนือ 3

ตอนที่ 37 มุ่งสู่ทางเหนือ 3

ตอนที่ 37 มุ่งสู่ทางเหนือ 3


อู่ฉีรู้สึกประทับใจกับคำพูดสุดท้ายของหวังเซิ่ง ใช่ นี่คือโลกที่ไร้เหตุผล สัตว์ประหลาดเหล่านั้นไม่ทำตามกฏ แบคทีเรียกลายพันธุ์แพร่กระจายไปหมด สภาพอากาศผิดปกติ ในยุคนี้ มนุษย์บอบบางมาก ต่อให้พยายามเอาชีวิตรอดสุดความสามารถ คุณก็จะตายหากโชคร้าย

“องค์กรทหารรับจ้างที่กลุ่มทหารรับจ้างปืนดำเราอยู่ชื่อองค์กรซีเรียส ซีเรียสมีขนาดใหญ่พอสมควร มันถือเป็นองค์กรทหารรับจ้างขนาดกลาง กลุ่มทหารรับจ้างเราอยู่ในองค์กรมาตั้งแต่ตอนมันเพิ่งก่อตั้งใหม่ๆ”เมื่อพูดเช่นนี้ หวังเซิ่งก็อดคิดถึงรถหุ้มเกราะที่ถูกทำลายกับพวกพ้องที่ตกตายไม่ได้

รถหุ้มเกราะและพวกพ้องถือเป็นสิ่งล้ำค่า บางคนมีค่าอย่างประเมินไม่ได้ ต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์ผ่านการสู้รบ แม้หวังเซิ่งจะขายไวรัสของยักษ์จอมทำลายได้ราคาดีที่160000หยวน เขาก็ไม่สามารถนำพวกพ้องที่สู้ร่วมกันกลับคืนมาได้

หวังเซิ่งไม่ใช่คนที่จะจมอยู่กับความเสียใจนาน เขาส่ายหัวและปิดผนึกอารมณ์แย่ๆเหล่านี้ไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ เขาหัวเราะ พูดกับอู่ฉี“แล้วพิจารณาเรื่องการเข้าร่วมกับเราหรือยัง?ด้วยพลังของนาย กลุ่มทหารรับจ้างปืนดำเราจะต้องเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งแน่”

“อย่างที่นายเห็น ทีมเรามีตำแหน่งสำคัญทั้งหมด หน่วยจู่โจม ทหารแพทย์ และมือซุ่มยิง พวกเขาล้วนเป็นหัวกะทิ โดยเฉพาะเกาหยวน ครั้งนี้เขาจะกลับไปเสริมการประสานอย่างแม่นยำระดับ1ให้แข็งแกร่งขึ้น เกาหยวนคือคนที่แม้แต่กลุ่มทหารรับจ้างระดับสามและสี่ยังต้องการตัว”

เกาหยวนคือคนที่ฝังลึกในความทรงจำของอู่ฉีสุด สิ่งที่แข็งแกร่งสุดของเขาไม่ใช่ความแม่นยำ แต่เป็นการยิงในเวลาที่เหมาะเจาะและความสงบภายใต้ภัยคุกคามของสายพันธุ์แพร่ระบาดระดับสอง   ดังนั้น อู่ฉีจึงยอมรับพลังของเกาหยวนและไม่ปฏิเสธคำชมของหวังเซิ่งที่มีต่อเกาหยวน

เมื่อเห็นอู่ฉีไม่ตอบกลับทันที หวังเซิ่งก็ลอบสบถในใจว่า’เด็กนี่ฉลาดไม่เบา’ จากนั้นก็สุมไฟลงไปอีก“นายไม่ต้องกังวลมากนัก ไม่ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของนาย หลังเข้าฐานG011 ฉันจะพานายไปทำความคุ้นเคยกับสถานที่และพานายไปลงทะเบียนทหารรับจ้าง หลังนายกลายเป็นทหารรับจ้างเต็มตัว นายจะสามารถลุยเดี่ยวหรือเลือกมาเข้าร่วมกับเราก็ได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องรางวัลสำหรับภารกิจสำรวจครั้งก่อน ไวรัสของสายพันธุ์แพร่ระบาดระดับสองตัวนั้นขายได้ถึง160,000หยวน ถ้าไม่มีนาย เราอาจตายไปแล้วด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการหาเงิน ดังนั้นเราจะแบ่งให้นาย55% แน่นอน นี่ไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจเข้าร่วม มันคือสิ่งที่นายสมควรได้รับ”

หวังเซิ่งคิดกับตัวเอง’ฉันบอกใบ้ไปหมดแล้ว อู่ฉี ต่อให้นายจะไม่เข้าใจโลกมนุษย์ นายก็ควรเข้าใจสิ่งที่ฉันสื่อ’

ขณะขับรถ เขาก็ลอบมองหน้าอู่ฉี รอให้อู่ฉีเปิดปาก

อู่ฉีไม่ใช่คนโง่ เขารู้สึกถึงความเมตตาที่มากเกินไปในคำพูดของหวังเซิ่ง เขาขดมุมปากเล็กน้อยและยิ้ม รอยยิ้มทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเขาดูน่ามองขึ้น  ลมที่พัดเข้ามาจากหน้าต่างรถทำให้ผมดำเขาสะบัด เข้ากันกับดวงตาดำคู่งามที่เปล่งแสงลี้ลับ

ในความเป็นจริง คำตอบว่าจะเข้าร่วมหรือไม่อยู่ในหัวของอู่ฉีมานานแล้ว และหวังเซิ่งก็ไม่ต้องพูดอะไรมากขนาดนี้

“ผมมีเงื่อนไขเดียว หาตัวคนๆหนึ่งให้ผม” “ได้ มันง่ายมาก!”หวังเซิ่งตอบกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับเขาเฝ้ารอคำพูดนี้มานานแล้ว

หยางตงเฉินผู้นั่งอยู่เบาะหลังเกือบหลุดหัวเราะ เขารู้จักหวังเซิ่งมานานหลายปี

การต่อสู้ร่วมกันมาทำให้เขารู้จักนิสัยหวังเซิ่งดี หวังเซิ่งเป็นคนที่มั่นใจตัวเองสูง หยิ่งและเย็นชาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังเป็นคนมีจิตใจละเอียดอ่อน คนที่ทำให้หวังเซิ่งกังวลได้ขนาดนี้นับได้ด้วยมือข้างเดียว ไม่เพียงอู่ฉีจะได้รับการประเมินอย่างสูงในใจของหวังเซิ่ง แต่หวังเซิ่งยังชื่นชมเขามาก

บรรยากาศในรถดีขึ้นมาก เต็มไปด้วยความสุข หวังเซิ่งและอู่ฉีเริ่มคุยกันถึงฐานG011 จากอาวุธ อุปกรณ์ไปจนถึงการผายลมของหญิงสาวที่โรงแรมม่านรูด เขาพูดถึงทุกอย่าง บางครั้งหยางตงเฉินจะร่วมวงด้วย สุดท้ายฉีเยวี่ยที่หลับในกระเป๋าก็ตื่นขึ้น กระโดดไปมาอย่างร่าเริงระหว่างอ้อมแขนของอู่ฉีกับเบาะหลัง

ถนนยาวไกลของพื้นที่อ้างว้างมาถึงจุดสิ้นสุดโดยไม่มีใครรู้ กำแพงเหล็กสีเทาเข้มสูง40เมตรปรากฏจากปลายขอบฟ้า ค่อยๆขยายใหญ่ในสายตาทุกคน

กำแพงนั้นยิ่งใหญ่มาก ยืนหยัดค้ำภายใต้ท้องฟ้าสีเทา ยาวสุดลูกตาทั้งสองฝั่ง บนกำแพงเรียบ  มีเสายาวนูนออกมาด้านนอกทุกๆ25เมตร มีป้อมปืนใหญ่ติดอยู่ที่ความสูง20เมตรกับ30เมตรรวมถึงด้านบนสุดของกำแพง ด้านล่างกำแพงเมืองคือประตูเหล็กสูงห้าเมตร กว้างสี่เมตร มีภาพที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ มันคือภาพด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่ง ด้านล่างมีดาบ ปืนและปีกขนนกคู่หนึ่ง ขนนกทุกเส้นบนปีกถูกแกะสลักอย่างประณีต ทำให้ปีกดูเหมือนรังที่เก็บดาบกับปืนไว้

เค้าโครงหน้าของชายบนภาพนี้มีจมูกสูงโด่ง เบ้าตาลึก โหนกแก้มสูง และมีผมหยิก ภาพวาดนี้ไม่ใช่บุคคลสุ่มๆ แต่เป็นคนจริงๆ มันคือนักออกแบบและวิศวกรหลักที่เสนอให้มีการสร้างฐานเพื่อต่อสู้กับพวกสัตว์กลายพันธุ์และสายพันธุ์แพร่ระบาด จาง ยู่ยู่ ทุกวันนี้ จางยู่ยู่ยังมีชีวิต เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชั้นนำ’ซินจิง’ ศูนย์กลางของดินแดนมนุษย์ เขาคือ’หนึ่งในห้าคณะกรรมการผู้บุกเบิกสูงสุด’แห่ง’ศาลสูงสุด’ของมวลมนุษยชาติ

ประตูตอนนี้กำลังยกเปิดอยู่ ทหารสองนายจากฐานยืนอารักขาตรงประตู รับผิดชอบการตรวจสอบ พวกเขาเป็นคนหนุ่มและชายวัยกลางคน สวมชุดยามมาตรฐานสีน้ำเงิน เสื้อผ้าพวกเขาแข็งตรง ซึ่งเป็นเครื่องแบบทั่วไปในยุคอารยธรรม บนหน้าอกซ้ายของชุดเครื่องแบบมีภาพปีกสองปีก ปีกยังมีดาบ ปืนและป้อมปืนใหญ่บนนั้น นอกจากความจริงที่ไม่มีหน้ามนุษย์ พวกมันเหมือนกับสัญลักษณ์ของฐาน มีเส้นสีขาวตรงบนแขนเสื้อและกางเกงขายาว พวกเขาสวมหมวกป้องกันมาตรฐานสีเทาดำ รองเท้าบู้ต และแบกปืนไรเฟิลจู่โจมไว้บนหลัง

จบบทที่ ตอนที่ 37 มุ่งสู่ทางเหนือ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว