เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 กลางดึก

ตอนที่ 9 กลางดึก

ตอนที่ 9 กลางดึก


“อู่ฉี ฉันชื่ออันยี่ หรือจะเรียกฉันว่าลุงอันตามอายุก็ได้ ข้างนอกมันหนาวแล้ว ไปคุยข้างในกันเถอะ”อันยี่กระตือรือร้นที่จะพาอู่ฉีเข้าเมือง จากนั้นก็หันไปพูดกับทหารรับจ้างคนอื่น“ไป กลับบ้านกัน”

มันง่ายสำหรับอู่ฉีที่จะสื่อสารกับหัวหน้าเมืองมนุษย์นี้ตรงๆและเขาก็ไม่ขัดอารมณ์อีกฝ่าย ในป่าพลัง อาหารและเวลาคือสิ่งล้ำค่า อันยี่คือหัวหน้าของทหารในพื้นที่นี้ ด้วยอำนาจที่เขามี เขาสามารถนำผลประโยชน์มาให้อู่ฉีได้

เขาเดินไปตามถนนหินสีเทา มีแอ่งน้ำเล็กๆบนหินที่ยุบหรือแตก เสาไฟบนถนนได้เสียพลังงานไฟฟ้าไปแล้ว ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยกระดาษโฆษณาเน่าๆและรอยขีดข่วน ป้ายร้านค้าทั้งสองฝั่งถนนผุกร่อนและภาพหรืออักษรก็ขาดๆหายๆ บนสองฝั่งถนน คุณสามารถเห็นยานพาหนะจอดทิ้งร้างได้ แต่ละคันเก่าจนเต็มไปด้วยสนิม ฝุ่น และกระจกก็แตก หากมองไปด้านในรถให้ดี จะเห็นเด็กน้อยน่าสงสารที่ซ่อนตัวอยู่ในยานพาหนะและใช้รถเหล่านี้เป็นที่หลบภัย..

อันยี่นำอู่ฉีไปยังพื้นที่พักอาศัยทรงเก่าในเมืองเล็ก เปิดประตูเหล็ก ขึ้นไปชั้นสองผ่านบันไดสีเทา

พวกเขาเดินไปตรงมุมทางเดิน อันยี่หยิบกุญแจจากกระเป๋าและเปิดกล่องจดหมายทรงเก่าใกล้ประตู หยิบกุญแจที่มีป้ายผ้าเขียนว่า’202’ เขาชี้ห้อง 202 และกล่าว“นี่ ห้องของนาย”

อู่ฉีรับกุญแจและเปิดประตูห้อง 202 มีเฟอร์นิเจอร์จากอารยธรรมต่างๆในห้อง แต่ไม่มากนัก และมันก็ปกคลุมด้วยฝุ่นหนา ยังมีใยแมงมุมบนกำแพง เห็นได้ชัดว่ามันต้องทำความสะอาดก่อนจะอยู่อาศัยได้ ข้อดีคือขอบหน้าต่างและกำแพงไม่มีรอยแตกใหญ่ๆ ทำให้อากาศในห้องค่อนข้างแห้ง ไม่เปียกชื้น ห้องไม่ใหญ่ แต่ก็กว้างถึง50ตารางเมตร มันเป็นห้องพักขนาดเล็กสำหรับประชากรของยุคอารยธรรม แต่สำหรับอู่ฉี ผู้อาศัยในถ้ำมาเก้าปี พื้นที่นี้นับว่าใหญ่และแห้งพอ

ความทรงจำของอู่ฉีก่อนเขาอายุ 7 ขวบหายไปหมด ความรู้เดียวเกี่ยวกับมนุษยคือความรู้ที่รั่วหรงมอบให้เขาตลอด 6 ปี เขาจำคำพูดหนึ่งได้แน่น’ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ’ ดังนั้นอู่ฉีจึงแค่ยืนหน้าประตูห้องและหันไปมองอันยี่

“เด็กบนถนนยังต้องซ่อนตัวในรถเก่าเพื่อหลบลมฝน แต่เมื่อผมเข้ามาเขตปลอดภัยเป็นครั้งแรก ผมกลับได้ห้องพัก ลุงอัน คุณอยากให้ผมจ่ายด้วยอะไร?”

อันยี่ยิ้มและเหลือบมองอู่ฉีด้วยความชื่นชม“ทรัพยากรในเขตปลอดภัยเราไม่ขาดแคลน แต่ก็ไม่ได้เหลือใช้ ในช่วงเวลาห้าสิบปีของยุคมืด สถานที่นี้ถูกพวกสัตว์กลายพันธุ์รุกรานมาก่อน บ้านส่วนใหญ่พังเสียหาย มีบ้านไม่มากที่ยังสภาพดีแบบนี้ มันย่อมมีราคาเพื่อมีสิทธิ์เข้าพัก ฉันพานายมาที่นี่เพราะเห็นว่านายสามารถจ่ายได้”

อู่ฉีกล่าว“ลุงอัน จากประตู คุณเห็นหนังสัตว์ในกระเป๋าผม ผมสามารถขายพวกมันได้ ยังไงซะ ผมก็ไม่ได้ใช้พวกมันอีกแล้ว”

เหนือสิ่งอื่นใด อู่ฉีนำของมามาก มีทั้งพรมหนังหมียาวห้าเมตรกว้างสี่เมตร หนังจระเข้ชั้นดี หนังเสือ เขี้ยวและกรงเล็บแหลมของมังกรเสือหัวจระเข้ ทุกครั้งที่เขานำมันออกมา ดวงตาอันยี่จะเป็นประกาย

จากนั้นอู่ฉีก็นำของออกมากองบนโต๊ะ“ผมสามารถให้ทั้งหมดนี้ได้ ผมอยากแลกกับสิทธิ์พักในห้องนี้ รวมถึงอาหารสะอาด น้ำต้มกลั่น และเสื้อผ้าสะอาด มันจะดียิ่งขึ้นหากมีอาหารให้ฉีเยวี่ยด้วย”ขณะพูด เขาก็เอื้อมมือไปจับฉีเยวี่ยบนไหล่

อันยี่ฉีกยิ้ม

ในฐานะทหารผ่านศึก เขารู้คุณค่าของหนังสัตว์กลายพันธุ์เช่นหมีน้ำตาลและจระเข้ยักษ์ดี เขากล่าวอย่างใจกว้าง“อาหารและน้ำจะมาถึงในครึ่งชั่วโมง และสิทธิ์พักจะเป็นของนาย”

อู่ฉีพยักหน้าและถาม“ที่นี่ไม่ใช้เหรียญกันงั้นหรอ?”

ตามความรู้ที่รั่วหรงสอนเขา มนุษย์จะใช้เหรียญเป็นสื่อกลางเพื่อแลกของ

อันยี่ตกตะลึงและจากนั้นก็ยิ้ม“ฮ่าๆ ฉันเกือบลืมไปเลยหากนายไม่บอก แน่นอน ไม่ว่าจะพูดยังไง นี่ก็คือเขตปลอดภัยที่อยู่มากว่า20ปี การแลกเปลี่ยนนั้นย่อมเท่าเทียม”

หลังผ่านครึ่งชั่วโมง ชิ้นส่วนสัตว์บนโต๊ะก็ถูกแทนที่ด้วยเหรียญยุคใหม่ 120 หยวน น้ำกลั่น 500 มิลลิลิตร 10 ขวด กล่องอาหารแห้ง 10 กล่อง เนื้อกระป๋องสองกระป๋อง กางเกงในสะอาดและชุดเสื้อผ้า ชิ้นส่วนสัตว์ของเขาขายได้ 900 หยวนและสิทธิ์พักสองเดือน อันยี่บอกเขาว่าเขาสามารถขายชิ้นส่วนสัตว์กลายพันธุ์หรือทำงานแลกกับอาหารได้ตลอดเวลา หลังอู่ฉียอมรับว่าของเหล่านี้มาจากการล่า

แต่ทว่าในความคิดของอันยี่ เขาไม่เชื่อว่าเด็กอายุ 16 จะสามารถล่าสัตว์กลายพันธ์ุได้ด้วยดาบ เพราะแม้กระทั่งทีมของเขาก็ยังยากจะจัดการกับหมีน้ำตาลหุ้มเหล็กและจระเข้ยักษ์ เขาคิดว่าอู่ฉีแค่โชคดี มันก็แค่เด็กหนุ่มอายุ 16 ที่สามารถอาศัยลำพังในป่านอกเขตปลอดภัยและมีสัตว์เลี้ยงเป็นจิ้งจอกแดง แต่ก็ยังมีความลับมากมายบนตัวเขาที่อันยี่ไม่เข้าใจ

หากวางคำว่า’ลึกลับ’ไว้บนตัว’ผู้บุกเบิก’ งั้นหมอกทั้งหมดก็จะสลายหายไป ความเคารพของอันยี่และความ’กลัว’นั้นมาจากความ’ลึกลับ’ที่เขายังหาคำตอบไม่พบ

....

ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆมืด ดวงจันทร์ส่องแสงลงมา แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกขวางด้วยเมฆ แสงของดาวหม่นหมอง โคมไฟบนถนนเก่าหยุดทำงานไปหลายสิบปีแล้ว ถนนมืดมีแต่หลุม แอ่งน้ำเล็กๆสะท้อนจุดแสง อีกาดำสองสามตัวยืนอยู่บนลวดหนามไฟฟ้าแรงสูง

ค่ำคืนในเขตปลอดภัยไม่ได้สงบ

หลังอู่ฉีย้ายเข้าห้อง 202 เขาก็ทำความสะอาดห้องคร่าวๆด้วยไม้กวาดที่มี เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทและยืนยันว่าปริมาณฝุ่นในห้องจะไม่ส่งผลต่อระบบหายใจเขา เก้าปีของการใช้ชีวิตในถ้ำช่วยให้เขาพัฒนานิสัยกินและประหยัดน้ำเหมือนงู เขากินอย่างพอเพียง ดื่มน้ำครึ่งขวดและเปิดอาหารกระป๋องหายากให้ฉีเยวี่ย หลังจากนั้น เขาก็ห่อตัวเองในผ้าห่มหนา ทิ้งตัวนอนบนเตียงที่นุ่มสะบายกว่าพรมหนังสัตว์นับร้อยเท่า

ในห้องสลัว ดวงตาของอู่ฉีจ้องเพดานมืดและเขาก็นึกถึงภาพของรั่วหรงในหัว คิดว่าจะถามอันยี่ถึงพี่สาวรั่วหรงพรุ่งนี้ เพียงเมื่อเขากำลังจะอุ้มฉีเยวี่ยมานอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 9 กลางดึก

คัดลอกลิงก์แล้ว