เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 พิชิตราชาอสูร

ตอนที่ 4 พิชิตราชาอสูร

ตอนที่ 4 พิชิตราชาอสูร


กรงเล็บแหลมทรงพลังของมังกรเสือหัวจระเข้ตะปบลงพื้นอย่างแรง เผยให้เห็นรากไม้บนพื้น และยกกองดินขึ้นสูง มันคำราม พ่นกรดและลิ้นพิษอีกครั้ง  อู่ฉีเห็นการกระทำมันล่วงหน้าและหลบ แต่กรดส่วนหนึ่งก็ยังหลุดจากลิ้นมาโดนบนไหล่ของอู่ฉีและกัดกร่อนหนังสัตว์บนไหล่อย่างรวดเร็ว

วินาทีที่ดาบและกรงเล็บปะทะกัน อู่ฉีก็หลั่งอะดรีนาลีนจำนวนมาก ร่างเขารัดแน่นขึ้น การเคลื่อนไหวของเขาพลันเร็วขึ้น!

ฉันต้องฉวยโอกาสนี้!

เมื่ออู่ฉีเห็นข้อบกพร่องเล็กน้อยที่เกิดจากการขาดสมดุลของมังกรเสือจระเข้ เขาก็ใช้พลังเก้าส่วนเพื่อแทงดาบยาวใส่คอของมันที่มีแผลอยู่แล้ว ดาบยาวนี้ ซึ่งไม่กลัวกรดและสามารถตัดเปิดหนังหนาได้เจาะไปในหลังคอของมังกรเสือหัวจระเข้ และกรดที่ยังเคลือบดาบก็กัดกร่อนเนื้อที่เปิดอยู่ของมันเอง

มังกรเสือโหยหวน มันยกขาหน้าทรงพลังขึ้นแต่ก็ไม่สามารถโจมตีโดนตัวอู่ฉีได้ ประตูแห่งชีวิตของมันถูกตรึงไว้ด้วยดาบดำเล่มยาว มันดิ้นรนเอาชีวิตรอดและร่างใหญ่โตของมันก็เหมือนขวดแตกที่ระบายพลังชีวิตออกมาจำนวนมาก

แม้มันจะบาดเจ็บ พละกำลังของมันก็ยังคงอยู่ และด้วยร่างกายที่อึดทน มันจึงทนได้ถึง20นาทีก่อนจะตายด้วยความอาฆาตที่ไม่อาจโจมตีโดนตัวอู่ฉีได้เลย

เขาดึงดาบยาวออกจากคอของเหยื่อที่ชโลมด้วยเลือด อู่ฉีดูเหมือนได้รับการจุติ เขากำหมัดด้วยความตื่นเต้นที่สามารถทำลายประตูที่ขวางกั้นในหัวใจเขาได้

ในที่สุดรั้วที่พี่สาวรั่วหลงตั้งไว้ให้เขาก็ถูกทำลาย!

หลังจากนั้น ในขั้นตอนการตรวจศพของมังกรเสือหัวจระเข้ อู่ฉีแปลกใจที่พบว่าหางของมันมีการงอก อู่ฉีเชื่อมั่นในพลังเขา แต่ก็ไม่คิดว่าจะเอาชนะได้100%ตั้งแต่ต้น เขารู้ว่าเขาโชคดี มังกรเสือหัวจระเข้นั้นกลืนสัตว์กลายพันธุ์ที่มีความสามารถฟื้นฟูไป หากมันมีเวลาอีกสักนิด การล่าอาจล้มเหลวหรือเขาอาจตายไปแล้ว

แต่นั่นจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก

เขาไม่คิดลากศพของมังกรเสือหัวจระเข้กลับถ้ำ อู่ฉีตัดส่วนที่เขาต้องการ เก็บไว้ในกระเป๋าเขาและนำมันกลับไปถ้ำ ตามหลักสูตร ข้อมูลของมังกรเสือหัวจระเข้ถูกบันทึกลงสมุดหนัง

เมื่อเขากำลังจะทิ้งถ้ำแสนคุ้นเคยที่อยู่มาเก้าปี หัวใจของอู่ฉีที่เย็นเหมือนเหล็กก็อ่อนไหว

เขาดูเหมือนจะมองเห็นภาพรั่วหลงที่นั่งบนหิน ย่างเนื้อและสอนความรู้ให้เขา หญิงสาวหน้าตางดงามและเสียงกับรอยยิ้มที่หลอมละลายหัวใจ มันทำให้เขาเต็มใจฝึกฝน

“ทำไมถึงทิ้งผมไว้ พี่สาวรั่วหรง?”อู่ฉีกล่าวกับตัวเอง จากนั้นก็สะบัดไล่ความทรงจำเก่าๆออกไป

หลังนำผ้าห่มหนังสัตว์ผืนใหญ่เก็บเข้ากระเป๋า อู่ฉีก็พร้อมออกเดินทาง รั่วหรงบอกว่าขนของสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้สามารถนำลงภูเขาไปเพื่อแลกเป็นเงินได้ แต่สถานการณ์ด้านล่างภูเขาเป็นยังไง?

มันอาจซับซ้อนกว่าภูเขาลูกนี้ แต่มันจะอันตรายสักแค่ไหน?นอกจากนี้ คุณยังบอกว่าผมไม่ได้เกิดบนภูเขานี้

อู่ฉีพร่ำถามหัวใจเขา และในที่สุดก็ยกกระเป๋าขึ้น

การเดินทางลงภูเขายาวไกลมากและอู่ฉีก็พร้อมเดินทางไกลแล้ว แต่หลังออกถ้ำได้สิบเมตร เขาก็สัมผัสถึงสิ่งผิดปกติรอบเขา

อู่ฉีชักดาบออกมาและตัดเปิดพุ่มไม้ เผยให้เห็นร่างของสัตว์ตัวน้อยที่ซุ่มซ่อนอยู่

นี่คือจิ้งจอกแดงที่มีขนเนียนนุ่มสีแดงเพลิง มันเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังจะโต เมื่ออู่ฉีเห็นหน้าตาของมัน เขาก็เก็บดาบ เขาเห็นพวกจิ้งจอกแดงมามากและมันก็ไม่ได้เป็นภัยอะไร

เก้าปีก่อนในความทรงจำเขา จิ้งจอกแดงได้คาบอวัยวะของเหยื่อที่รั่วหรงฆ่าไปตรงทางเข้าถ้ำ หลังรั่วหรงจากไปโดยไม่กล่าวอำลาสามปีก่อน เขาก็ทำตามความทรงจำวัยเด็กและนำของกินไปวางไว้ที่เดิมเพื่อแจกจ่ายพวกมัน แต่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์อะไรด้วย

ฉันกำลังจะไป แกเลยมาหาฉัน?

อู่ฉีสับสนและมองจิ้งจอกหนุ่มตนนี้ มองไปในตามัน รั่วหรงบอกว่าสุนัขจิ้งจอกนั้นเหมือนมนุษย์ อู่ฉีเคยสงสัย และตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ทันใดนั้น จิ้งจอกตัวน้อยก็ร้องใส่อู่ฉี เสียงมันแผ่วเบาราวกับเสียงสะอื้น มันยกหางฟู เดินถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนหันมามองอู่ฉี

อู่ฉีดูเหมือนจะเข้าใจ เขาจึงตามไป จากนั้นเขาก็เห็นรังสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเขาไม่เคยเห็นเลย

น่าเสียดาย มันเป็นรังจิ้งจอกที่ถูกเหยียบย้ำโดยรอยเท้าของอสูรยักษ์ จิ้งจอกสาวที่มักมาคาบเอาอวัยวะภายในไปกลับเหลือแค่ครึ่งตัวและมีคราบเลือดอยู่รอบมัน อู่ฉีเคยชินกับศพสัตว์ แต่เมื่อจิ้งจอกน้อยเลียร่างของจิ้งจอกสาว หัวใจเขาก็ดูเหมือนจะอ่อนไหว

อู่ฉีตรวจสอบรังจิ้งจอกและไม่พบจิ้งจอกน้อยตัวอื่น มีเลือดไม่มากบนพื้น แต่ทว่า ขนาดของรอยเท้าอสูรอาจมากพอจะกลืนจิ้งจอกน้อยทั้งหมดไป

มันแค่ว่ากลิ่นของอสูรตนนี้ดูคุ้นๆ

ในไม่ช้าอู่ฉีก็เข้าใจว่ามันคือมังกรเสือหัวจระเข้ที่บุกรังจิ้งจอกนี้

เขามองจิ้งจอกน้อยด้วยสายตาสงสาร ตอนนี้เอง เขาเชื่อในคำพูดที่ว่าจิ้งจอกก็เหมือนมนุษย์

“การเอาจิ้งจอกน้อยไปด้วยไม่ได้เป็นภาระต่อฉันสักเท่าไร”อู่ฉีกล่าว จากนั้นก็อุ้มจิ้งจอกน้อยขึ้น เขาเห็นแผลบนขนสีขาวของมัน ราวกับมันถูกกิ่งไม้บาดตอนวิ่งหนี

“บาดเจ็บ ติดเชื้อ”

อู่ฉีส่ายหัว ความสามารถเขาไม่มากพอจะช่วยจิ้งจอกน้อยแสนน่าสงสารให้ต่อสู้กับแบคทีเรียกลายพันธุ์ในป่า แต่เมื่อเขากำลังตัดสินใจจะปล่อยจิ้งจอกไป เขาก็พลันเห็นว่าแผลบนต้นขาของมันกำลังฟื้นตัวอย่างน่าทึ่ง แม้ความเร็วจะช้า มันก็เกินกว่าความเร็วในการรักษาตามธรรมชาติ

นี่คือความสามารถ’การฟื้นฟู’ มันกลายเป็นว่าความสามารถฟื้นฟูของมังกรเสือหัวจระเข้นั้นมาจากพวกจิ้งจอก

ความสงสัย ความสับสนบังเกิดขึ้นและในที่สุดมุมปากของเขาก็ยกขึ้น หลังรั่วหรงจากไป นี่คือครั้งแรกที่เขายิ้ม เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่รอยยิ้มเขามาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ

“หากแกเต็มใจตามฉันมา จากนี้ไป แกจะชื่อว่าฉีเยวี่ย(เดือน7)”

จิ้งจอกแดงตัวน้อยมีความสุข เสียงมันแตกต่างจากเสียงเศร้าโศกก่อนหน้านี้ ดวงตามันเป็นประกายด้วยแสงแปลกๆของอสูร แต่อู่ฉีดูเหมือนจะเข้าใจ

การเดินทางได้เริ่มขึ้นแล้ว

ถนนยังอีกยาวไกล และฉันจะต้องหาทางลงไปให้ได้

จบบทที่ ตอนที่ 4 พิชิตราชาอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว