- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 16 กล่องสมบัติจำนวนมาก
บทที่ 16 กล่องสมบัติจำนวนมาก
บทที่ 16 กล่องสมบัติจำนวนมาก
บทที่ 16 กล่องสมบัติจำนวนมาก
[ได้รับกล่องสมบัติระดับสีขาว]
[ได้รับกล่องสมบัติระดับสีเขียว]
[ได้รับกล่องสมบัติระดับสีฟ้า]
[ได้รับกล่องสมบัติระดับสีฟ้า]
[ได้รับกล่องสมบัติระดับสีฟ้า]
เสียงอันไพเราะของระบบดังขึ้นในหัวของฉินฉางเซิงอย่างต่อเนื่อง
"กล่องสมบัติระดับสีขาว 20 ใบ กล่องสมบัติระดับสีเขียว 20 ใบ กล่องสมบัติระดับสีฟ้า 3 ใบ คราวนี้รวยเละแน่"
"หลอมรวมเป็นกล่องสมบัติระดับสีเขียว!"
[ได้รับกล่องสมบัติระดับสีเขียวสองใบ!]
"หลอมรวมเป็นกล่องสมบัติระดับสีฟ้า!"
[ได้รับกล่องสมบัติระดับสีฟ้าหนึ่งใบ!]
"กล่องสมบัติระดับสีฟ้าสี่ใบ กล่องสมบัติระดับสีเขียวสองใบ กำไรเห็นๆ!"
"เปิดกล่องสมบัติระดับสีฟ้าสามใบ!"
[ได้รับโอสถเซียนเทียนหนึ่งเม็ด!]
(หมายเหตุ: โอสถเซียนเทียนสามารถช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับโฮ่วเทียนขั้นที่สิบสองทะลวงสู่ระดับเซียนเทียนขั้นที่หนึ่งได้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ของที่ระบบผลิตล้วนเป็นของชั้นเลิศ)
[ได้รับตัวละครเฉินจิ้นหนาน!]
[ได้รับตัวละครจางจ้าวจ้ง!]
[ได้รับตั๋วเงินจากโรงรับฝากเงินเทียนตี้จำนวนหนึ่งพันตำลึง!]
จากนั้นหน้าจอข้อมูลของทั้งสองคนก็ปรากฏขึ้นในหัวของฉินฉางเซิง
เฉินจิ้นหนาน เป็นตัวละครจากนิยายกำลังภายในเรื่อง 'อุ้ยเสี่ยวป้อ' ของกิมย้ง เขาคือประมุขพรรคฟ้าดิน มีเพลงกระบี่ล้ำเลิศ เปี่ยมด้วยความกล้าหาญและคุณธรรม คอยช่วยเหลือผู้คนและกอบกู้แผ่นดิน
ระดับพลัง: เซียนเทียนขั้นที่สอง!
จางจ้าวจ้ง เป็นตัวละครจากนิยายกำลังภายในเรื่อง 'จอมใจจอมยุทธ์' ของกิมย้ง เขาคือศิษย์คนที่สามของสำนักบู๊ตึ๊ง ฉายายมทูตมืออัคคี ครอบครองกระบี่วิเศษนามว่ากระบี่หนิงปี้ มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ เพลงกระบี่สูงส่ง ทว่ามักใหญ่ใฝ่สูง จึงรับใช้ราชสำนักและตั้งตัวเป็นศัตรูกับพรรคดอกไม้แดง
ระดับพลัง: เซียนเทียนขั้นที่หนึ่ง!
(จางจ้าวจ้งที่มีและไม่มีกระบี่หนิงปี้นั้นแตกต่างกัน แท้จริงแล้วระดับพลังดั้งเดิมของเขานั้นพอๆ กับจ้าวป้านซาน ทว่าเมื่อมีอาวุธวิเศษเสริมพลัง จึงทำให้แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย ประกอบกับการที่เขาปรากฏตัวทีหลัง ระดับพลังของตัวละครจึงถูกยกระดับขึ้นเล็กน้อย)
"คุณชาย พวกเราลงไปช่วยนายท่านผู้เฒ่าฉินกันเถิดขอรับ" เหวินไท่ไหลเอ่ยขึ้น
"ยังไม่ต้องรีบร้อน!"
"รอก่อน!"
ตระกูลฉินเตรียมการมาเป็นอย่างดี ในสมรภูมิของผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับเซียนเทียน ตระกูลฉินหาได้เสียเปรียบไม่ ในทางกลับกันยังถือว่าได้เปรียบอยู่เล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ
ส่วนสมรภูมิของยอดฝีมือระดับเซียนเทียนนั้น ก็ยังไม่อาจตัดสินแพ้ชนะได้ในเวลาอันสั้น
บนเนินเขา
ฉินฉางเซิงเอามือไพล่หลังมองลงไปยังสมรภูมิเบื้องล่าง โดยมีพวกของเฉินเจียลั่วทั้งสี่คนยืนอยู่เบื้องหลัง
ในขณะนั้นเอง
เงาร่างสองสายก็พุ่งทะยานจากที่ไกลเข้ามาใกล้ เพียงการกระโดดเคลื่อนไหวไม่กี่ครั้งก็มาปรากฏตัวอยู่ห่างจากเบื้องหน้าของฉินฉางเซิงเพียงหนึ่งจั้ง
"เป็นผู้ใดกัน?" พวกของเฉินเจียลั่วทั้งสี่คนรีบก้าวมาขวางหน้าฉินฉางเซิงพลางร้องถาม
"จางจ้าวจ้ง!"
"เฉินจิ้นหนาน!"
"คารวะคุณชาย!" ทั้งสองประสานมือโค้งคำนับ
"ทั้งสองท่านรีบลุกขึ้นเถิด การได้พวกท่านทั้งสองมาช่วยเหลือนั้นราวกับพยัคฆ์ติดปีก!" ฉินฉางเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณคุณชาย!"
"จางจ้าวจ้ง ที่แท้ก็เป็นเจ้า!" เฉินเจียลั่วมองไปทางจางจ้าวจ้งที่อุ้มกระบี่หนิงปี้ไว้ในอ้อมอกพร้อมกัดฟันกรอด
"ประมุขเฉิน นักพรตอู๋เฉิน นายท่านสามจ้าว นายท่านสี่เหวิน ไม่พบกันเสียนาน!" จางจ้าวจ้งทอดถอนใจ
"จางจ้าวจ้ง มอบชีวิตของเจ้ามาซะ!" กระบี่ยาวในมือของพวกเฉินเจียลั่วทั้งสี่คนถูกชักออกจากฝัก ท่าทางราวกับหมายจะชี้เป็นชี้ตาย
"หยุดเดี๋ยวนี้!" ฉินฉางเซิงตวาดลั่น
"ทุกท่าน เรื่องราวในอดีตชาติล้วนผ่านไปราวกับควันไฟ ไฉนจึงต้องยึดติดอยู่กับอดีต อีกอย่างพวกท่านก็เพียงแค่รับใช้ผู้เป็นนายของตน หาได้มีความแค้นฝังลึกต่อกันไม่ บัดนี้เมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกคราก็ควรมองไปข้างหน้า ห้ามเข่นฆ่ากันเองโดยเด็ดขาด!" ฉินฉางเซิงกล่าวตักเตือน
"ขอรับ คุณชาย!"
จากนั้นฉินฉางเซิงก็เริ่มอธิบายสถานการณ์ในปัจจุบันให้ทั้งสองฟังอย่างคร่าวๆ
"ลงมือได้ ยกเว้นคนของตระกูลฉิน ที่เหลือสังหารให้หมดอย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!" ฉินฉางเซิงกล่าวเสียงเรียบ
"ขอรับ!"
เฉินเจียลั่ว จางจ้าวจ้ง และเฉินจิ้นหนานทั้งสามคนใช้ผ้าปิดหน้า แล้วใช้วิชาตัวเบากระโจนทะยานลงไปในสมรภูมิโดยตรง
"พวกเจ้าเป็นใครกัน?" เมื่อเห็นยอดฝีมือระดับเซียนเทียนสามคนปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ยอดฝีมือทั้งเจ็ดคนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"มือสังหารหอเจิงเย่ว์แห่งสมาคมมังกรเขียวมารับเอาชีวิตพวกเจ้า!" จางจ้าวจ้งกล่าวเสียงเรียบ
"สมาคมมังกรเขียว?" ทั้งเจ็ดคนมองหน้ากันไปมา เห็นได้ชัดว่าไม่เคยได้ยินชื่อขุมกำลังนี้มาก่อน
ยอดฝีมือทั้งเจ็ดคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดมาเป็นเวลาหนึ่งก้านธูป ปราณพลังในร่างถูกใช้ไปไม่น้อย ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม จึงไม่ใช่คู่มือของทั้งสามคนเลยแม้แต่น้อย
ผู้อาวุโสของตระกูลเกาและตระกูลฟางที่มีระดับพลังอ่อนแอที่สุดตกตายลงตรงนั้นทันที
เฉินเจียลั่วถือกระบี่พุ่งเข้าสังหารสวีม่านเทียน ผู้อาวุโสแห่งพรรคพญามังกรดำ
จางจ้าวจ้งเข้าปะทะกับสวีเหวิน ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายมารบัวดำ
เฉินจิ้นหนานเข้าปะทะกับลี่จือฉิง ผู้ดูแลแห่งนิกายมารบัวดำ
เฉินเจียลั่วจบการต่อสู้ก่อนเป็นคนแรก เขาใช้เพียงสามกระบวนท่าก็สามารถจัดการผู้อาวุโสสายนอกแห่งพรรคพญามังกรดำที่บาดเจ็บหนักอยู่แล้วได้อย่างง่ายดาย
"ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ รีบหนีไป ข้าจะรับหน้าไว้เอง!" ลี่จือฉิงซัดฝ่ามือผลักเฉินจิ้นหนานให้ถอยร่นไป ก่อนจะพุ่งทะยานมาอยู่ข้างกายสวีเหวิน
"พวกเจ้าหนีไม่พ้นหรอก!" เฉินจิ้นหนานตวัดปราณกระบี่ออกไปตัดหนทางหลบหนีของสวีเหวิน
ในเวลาเดียวกัน จางจ้าวจ้งและเฉินเจียลั่วก็ตีวงล้อมเข้ามาจากทั้งซ้ายและขวา
ฉินเหวินจิงและฉินไท่ซานที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างมองหน้ากันไปมา ในใจยิ่งรู้สึกฉงน "เหตุใดคนเหล่านี้จึงไม่ลงมือกับพวกเรา?"
"ตระกูลฉินของพวกเจ้าช่างไร้ยางอายสิ้นดี! ถึงกับใช้วิธีต่ำช้าส่งมือสังหารมาดักซุ่มโจมตีพวกเรา การกระทำเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก! นับแต่นี้ไปนิกายมารบัวดำและตระกูลฉินของพวกเจ้าจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อีกต่อไป ข้าจะขอสู้ตายกับพวกเจ้า!" ลี่จือฉิงโกรธจนผมชี้ชัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาลขณะตะโกนด่าทอ
เมื่อฉินเหวินจิงและฉินไท่ซานได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากัน แววตาเผยให้เห็นถึงความตกตะลึงและรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ทว่าพวกเขากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเฉินจิ้นหนานที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม แม้ลี่จือฉิงจะงัดเอาวิชาทั้งหมดที่มีออกมาใช้ แต่ก็สามารถต้านทานได้เพียงไม่กี่สิบกระบวนท่า ก่อนจะถูกกระบี่อันดุดันของเฉินจิ้นหนานสังหารลงในที่สุด
ในขณะนี้ กลางสมรภูมิเหลือเพียงสวีเหวิน ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายมารบัวดำที่ยังคงดิ้นรนต่อสู้อย่างยากลำบาก นางต้องรับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งถึงสามคนอย่างเฉินเจียลั่ว เฉินจิ้นหนาน และจางจ้าวจ้งเพียงลำพัง เรียกได้ว่าตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายและแขวนอยู่บนเส้นด้ายอย่างแท้จริง
"น่าเจ็บใจนัก! พวกเจ้าเป็นคนบีบบังคับข้าเอง!" สวีเหวินโกรธจัดจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ดวงตากลมโตของนางลุกโชนไปด้วยไฟแค้นพร้อมกับตวาดกร้าว
สิ้นเสียงคำราม พลังงานสีดำอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งก็ปะทุออกมาจากร่างของนางราวกับภูเขาไฟระเบิด พลังงานนั้นก่อตัวเป็นดอกบัวสีดำขนาดมหึมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเบ่งบานอยู่กลางอากาศ
"บัวดำทะยานฟ้า!" สวีเหวินตวาดลั่น สองมือสะบัดไปข้างหน้าอย่างแรง ดอกบัวสีดำดอกนั้นก็พุ่งทะยานออกไปราวกับดาวตก พุ่งตรงเข้าใส่เฉินเจียลั่ว เฉินจิ้นหนาน และจางจ้าวจ้งทั้งสามคน
ชั่วพริบตา ดอกบัวสีดำก็หมุนวนอย่างรวดเร็วอยู่กลางอากาศ ก่อให้เกิดพายุหมุนสีดำอันทรงพลังราวกับกระแสน้ำวนที่ม้วนตัวเข้าหา กลิ่นอายอันน่าเกรงขามนั้นชวนให้ใจสั่นสะท้าน
"พรวด! พรวด! พรวด!"
เฉินเจียลั่ว เฉินจิ้นหนาน และจางจ้าวจ้งทั้งสามคนกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน
อาศัยจังหวะนี้ ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายมารบัวดำก็ใช้วิชาตัวเบากลายเป็นควันสีดำหายไปจากสายตาของทุกคน เหลือทิ้งไว้เพียงน้ำเสียงอันเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารที่ดังก้องอยู่ในหูของทุกคน
"ยอดเยี่ยมมากตระกูลฉิน ยอดเยี่ยมมากสมาคมมังกรเขียว ความแค้นในวันนี้ วันหน้าข้าจะมาเอาคืนเป็นร้อยเท่า!!!!"
"ตามไป!" ทั้งสามคนเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก เมื่อสบตากันก็เตรียมจะพุ่งตามไปสังหารนาง
"ศัตรูที่จนตรอกแล้ว อย่าได้ตามไป!" เสียงของฉินฉางเซิงที่ถูกดัดแปลงดังมาจากบนเนินเขา
"ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือ ตระกูลฉินของข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก วันหน้าหากพวกท่านต้องการสิ่งใด ข้าจะช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง!" ฉินไท่ซานและฉินเหวินจิงสบตากันก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ในใต้หล้านี้ไม่มีของฟรี พวกเราหาได้ช่วยเหลือพวกเจ้าเปล่าๆ ไม่ หินเทียนหลานในเหมืองแร่แห่งนี้ สมาคมมังกรเขียวของข้าขอครึ่งหนึ่ง!" เฉินจิ้นหนานกล่าวเสียงเรียบ
ฉินไท่ซานไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่ปรายตามองไปทางฉินเหวินจิง หลังจากฉินเหวินจิงไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็พยักหน้าตอบ "ตกลง!"
"จริงสิ ตระกูลฉินของพวกเจ้าสามารถโยนความผิดเรื่องการสังหารคนของขุมกำลังอื่นๆ มาให้สมาคมมังกรเขียวของพวกเราได้เลยนะ!"
"ขอลา!"
เฉินจิ้นหนานและพวกอีกสองคนใช้วิชาตัวเบาเร้นกายจากไปจากหุบเขา