- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 10 หลี่จื่อเวยตกตาย
บทที่ 10 หลี่จื่อเวยตกตาย
บทที่ 10 หลี่จื่อเวยตกตาย
บทที่ 10 หลี่จื่อเวยตกตาย
"ขอแสดงความยินดีกับผู้นำตระกูลเฒ่าหลงที่ทะลวงระดับได้สำเร็จ!" ผู้ดูแลหลี่กล่าวแสดงความยินดี
"ขอบคุณผู้ดูแลหลี่มาก!"
"ท่านพ่อ ท่านทะลวงระดับได้แล้วหรือขอรับ?"
"โชคดีที่สามารถทะลวงด่านได้สำเร็จ!"
"คนอื่นๆ ถอยออกไปให้หมด ผู้อาวุโสสี่อยู่ก่อน!" หลงจื่อไจ้เอ่ยปาก
"ขอรับ!"
"ลองเล่ามาสิว่าตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ระดับโฮ่วเทียนขั้นแปดของอวิ๋นเอ๋อร์ไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับคนไร้ชื่อเสียงเรียงนามได้หรอก คนผู้นั้นมีระดับพลังฝีมือเช่นไร?" หลงจื่อไจ้มองไปยังผู้อาวุโสสี่พลางเอ่ยถาม
"เรียนผู้นำตระกูลเฒ่า ข้าไม่อาจมองระดับพลังของคนผู้นั้นออกขอรับ เพลงหมัดของคนผู้นั้นช่างดุดันและทรงพลังแข็งกร้าวนัก ยามที่ปล่อยหมัดออกมายังมีเสียงฟ้าร้องดังแว่วมาให้ได้ยินอีกด้วย คนผู้นั้นอ้างว่าเคล็ดวิชาของตนมีนามว่า 'หมัดอัสนีบาต' ประเมินระดับพลังฝีมือขั้นต่ำน่าจะอยู่ที่ระดับโฮ่วเทียนขั้นสิบหรืออาจจะเหนือกว่านั้นขอรับ" ผู้อาวุโสสี่กล่าวตามความจริง
"หมัดอัสนีบาต?"
"ข้าผู้เฒ่าช่างกบในกะลาเสียจริง เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินชื่อเพลงหมัดนี้มาก่อนเลย?"
"ผู้ดูแลหลี่ ท่านหูตากว้างไกล เคยได้ยินชื่อเพลงหมัดนี้หรือไม่?"
"หากกล่าวถึงเพลงหมัดแล้ว ในยุทธภพจงหยวน สำนักเสินเฉวียนถือว่าแข็งแกร่งที่สุด ทว่าไม่ทราบว่าเขาจะมาจากสำนักเสินเฉวียนหรือไม่"
"สำนักเสินเฉวียน หนึ่งในหกสำนักใหญ่แห่งยุทธภพจงหยวนอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่ผิด!"
"ดูเหมือนว่าคงต้องส่งคนไปสืบหาที่มาที่ไปของพวกมันอย่างละเอียดเสียก่อน แล้วค่อยคิดอ่านวางแผนกันต่อไป"
"ท่านพ่อ หากพวกมันเป็นคนของสำนักเสินเฉวียนเล่า พวกเราควรจะทำเช่นไร?"
"ข้าผู้เฒ่าจะไปขอขมาด้วยตัวเอง!"
"แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะขอรับ?"
"ฮึ!"
"เช่นนั้นศิษย์ตระกูลหลงของข้าก็จะทุ่มกำลังทั้งหมดไปกวาดล้างพรรคดอกไม้แดงให้สิ้นซาก!"
ตระกูลฉิน ภายในห้องของฉินฉางเซิง
[ได้รับหีบสมบัติสีเขียว]
"ระบบ หีบสมบัติสีเขียวสิบใบรวมเป็นหีบสมบัติสีฟ้าหนึ่งใบ"
[หีบสมบัติสีเขียวมีจำนวนไม่เพียงพอ หีบสมบัติสีเขียวยี่สิบใบรวมเป็นหีบสมบัติสีฟ้าหนึ่งใบ!]
"หืม?"
"บัดซบ ระบบ เจ้ามันตัวหลอกลวงชัดๆ นี่อย่าบอกนะว่ายิ่งระดับสูงขึ้นก็ยิ่งต้องใช้จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น่ะ?"
ระบบไม่มีการตอบรับ
"การปฏิวัติยังไม่สำเร็จ สหายยังต้องพยายามต่อไป"
"ดูเหมือนว่าคงต้องสังหารผู้ที่อยู่ในระดับโฮ่วเทียนอีกสักสิบคนถึงจะพอนะเนี่ย"
จวนตระกูลหลี่ ภายในห้องลับใต้ดิน
"ใต้เท้า หลงอ้าวเทียนกลับมาจากพรรคแล้ว พวกเราควรจะติดต่อเขาหรือไม่ขอรับ?" พ่อบ้านเอ่ยปาก
หลี่จื่อเวยที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาแล้วลืมตาขึ้น "รอไปก่อนเถอะ!"
"ตอนนี้ตระกูลหลงกำลังตกอยู่ในวังวนแห่งความวุ่นวาย ทั้งคนของพรรคดอกไม้แดง ที่ว่าการอำเภอ และสำนักลิ่วซ่านเหมินต่างก็กำลังจับตามองทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่ หากไปติดต่อพวกเขาในเวลานี้ ย่อมเป็นการเปิดเผยร่องรอยของพวกเราได้ง่าย"
"ขอรับ!"
ในตอนนั้นเอง
ลูกน้องคนหนึ่งก็เข้ามารายงาน "เรียนใต้เท้า แย่แล้วขอรับ มีคนบุกเข้ามาเข่นฆ่าแล้ว!"
"หืม?"
"เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?"
"ห้องลับแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ซ่อนเร้นเอาไว้อย่างมิดชิดมาก ช่างฝีมือที่ก่อสร้างห้องลับแห่งนี้ในตอนแรกก็ถูกฆ่าปิดปากไปจนหมดสิ้นแล้วด้วย" พ่อบ้านรู้สึกแทบไม่อยากจะเชื่อ
"รีบหนีออกไปทางประตูหมุนลับเร็วเข้า!" หลี่จื่อเวยลุกขึ้นยืนในทันทีหมายจะหลบหนีไป
"ปัง!" ร่างคนผู้หนึ่งถูกโยนเข้ามาจากด้านนอก
"คิดจะหนีในเวลานี้มันสายไปแล้ว!"
จ้าวป้านซานและเหวินไท่ไหลเดินเข้ามาจากทางประตูใหญ่ของห้องลับ
"ขวางพวกมันเอาไว้!" หลี่จื่อเวยออกคำสั่ง
"ขอรับ!"
พ่อบ้านและนักฆ่าอีกคนหนึ่งพุ่งเข้าไปสังหารจ้าวป้านซานและเหวินไท่ไหลอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนหลี่จื่อเวยนั้นก็เข้าไปในประตูหมุนลับที่อยู่ด้านหลังเพื่อตั้งใจจะหลบหนี ทว่า หลี่จื่อเวยที่เพิ่งจะเข้าไปในประตูหมุนลับก็ต้องถอยกลับออกมาด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ
"ใต้เท้า ท่าน..." พ่อบ้านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าเหตุใดหลี่จื่อเวยจึงถอยกลับออกมาอีกครั้ง
"ปัง ปัง!" พ่อบ้านและนักฆ่าถูกเหวินไท่ไหลและจ้าวป้านซานซัดจนล้มลงกองกับพื้น
เห็นเพียงเงาร่างสองร่างเดินออกมาจากประตูหมุนลับ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นนักพรตอู๋เฉินและจ้าวเฮยหูนั่นเอง
"พวกเจ้า... พวกเจ้ารู้ตำแหน่งของประตูหมุนลับในห้องลับแห่งนี้ได้อย่างไรกัน?" หลี่จื่อเวยไม่เข้าใจเล็กน้อย
"แหะๆ แน่นอนว่าต้องเป็นข้าอยู่แล้ว!" จ้าวเฮยหูที่อยู่ด้านข้างกล่าวกลั้วรอยยิ้ม
"ข้ากับพรรคดอกไม้แดงของพวกเจ้าไม่มีความแค้นต่อกัน เหตุใดพวกเจ้าจึงตามรังควานข้าไม่เลิกเสียที?" หลี่จื่อ
เวยมองไปยังพวกของจ้าวป้านซานทั้งสามคน เพราะถึงอย่างไรเมื่อครั้งก่อนก็เป็นจ้าวป้านซานนี่แหละที่ลงมือกับเขา
"พวกข้าคือนักฆ่าของสมาคมมังกรเขียว มีคนจ่ายเงินซื้อชีวิตของเจ้า วันนี้เจ้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!" จ้าวป้านซานเอ่ยปาก
สิ้นเสียงคำกล่าว นักพรตอู๋เฉินก็ลงมือเป็นคนแรก แทงกระบี่เข้าใส่หลี่จื่อเวย
"เคร้ง!"
ในมือของหลี่จื่อเวยปรากฏพัดเหล็กกล้ายาวเล่มหนึ่งขึ้นมาสกัดกั้นกระบี่ของนักพรตอู๋เฉินเอาไว้ได้
"มิน่าเล่าเจ้าถึงสามารถรอดชีวิตไปจากอาวุธลับของข้าได้เมื่อคราวก่อน ที่แท้เจ้าก็อยู่ในระดับโฮ่วเทียนขั้นสิบสองนี่เอง" จ้าวป้านซานมองไปยังหลี่จื่อเวย
หลี่จื่อเวยไม่มีเวลาไปสนใจจ้าวป้านซาน เขาเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับการตั้งรับกระบวนท่ากระบี่ของนักพรตอู๋เฉิน ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งรู้สึกตกใจ เขาไม่อาจคิดออกเลยว่าเหตุใดอำเภอชิงเฟิงเล็กๆ แห่งนี้ถึงได้มียอดฝีมือระดับนี้อยู่ด้วย
เขาไม่ใช่ไก่รองบ่อน แต่เป็นถึงศิษย์ของพรรคพญามังกรดำ หนึ่งในเก้าพรรคใหญ่แห่งยุทธภพจงหยวน ทว่าในยามนี้กลับถูกผู้อื่นกดข่มอยู่ฝ่ายเดียวตลอดการต่อสู้ ซึ่งทำให้เขายากที่จะรับได้
"ฟึ่บ!" เห็นเพียงร่างของนักพรตอู๋เฉินพุ่งทะยานออกไป พร้อมกับประกายกระบี่อันคมกริบวาบผ่าน
"ฉัวะ!"
แขนซ้ายของหลี่จื่อเวยขาดสะบั้นลงตามเสียงนั้น
"เจ้า... เจ้านี่มันเพลงกระบี่อันใดกัน?" หลี่จื่อเวยกุมไหล่ซ้ายที่แขนขาดสะบั้นพลางเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
"กระบี่ปลิดวิญญาณเจ็ดสิบสองกระบวนท่า!"
"ข้าจะจ่ายเงินให้เป็นสิบเท่าเพื่อซื้อชีวิตของข้าเอง จะว่าอย่างไร?" หลี่จื่อเวยรู้ตัวดีว่าไม่อาจสู้ได้ จึงทำได้เพียงร้องขอชีวิต เพราะถึงอย่างไรข้างกายเขาก็ยังมีศัตรูในระดับโฮ่วเทียนขั้นสิบสองอีกสองคนจ้องมองอย่างมาดร้ายอยู่
"สมาคมมังกรเขียวของข้าถือความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง จะให้เสียสัจจะกับผู้ว่าจ้างได้อย่างไร วันนี้เจ้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!" จ้าวป้านซานเอ่ยปาก แท้จริงแล้วก็คืออยากให้หลี่จื่อเวยเปิดเผยข้อมูลออกมาให้มากกว่านี้
นักพรตอู๋เฉินเห็นดังนั้นก็ถือกระบี่เดินเข้าไปหา เหวินไท่ไหลก็เดินเข้าไปหาเขาเช่นเดียวกัน
"หยุดมือนะ!"
"ข้าคือคนของพรรคพญามังกรดำ ท่านอาของข้าคือผู้อาวุโสสำนักในของพรรคพญามังกรดำ เจ้าของฉายากระบี่ขนนกหมึก หลี่เฉินเฟิง หากพวกเจ้าลงมือกับข้า ท่านอาของข้าและพรรคพญามังกรดำไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไปแน่" หลี่จื่อเวยเปิดเผยตัวตนของตนเอง หมายจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขู่คน
เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่เคยได้ยินชื่อของสมาคมมังกรเขียวมาก่อน ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเพียงขุมกำลังเล็กๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่างพรรคพญามังกรดำ ย่อมต้องล่าถอยไปอย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินชื่อของพรรคพญามังกรดำ จ้าวเฮยหูที่อยู่ด้านข้างก็ตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือด
จ้าวเฮยหูรีบอธิบาย "ใต้เท้า พรรคพญามังกรดำคือหนึ่งในเก้าพรรคใหญ่แห่งยุทธภพจงหยวน มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ราชวงศ์ต้าเฉียนก็ยังให้ความเคารพต่อการดำรงอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างมากขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น แม้ว่าพวกของจ้าวป้านซานทั้งสามคนจะรู้สึกตกใจอยู่บ้าง แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เพราะถึงอย่างไรสมาคมมังกรเขียวของพวกเขาก็ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคน ในอนาคตจะต้องมียอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นมาอีกอย่างไม่ขาดสายแน่นอน
พรรคพญามังกรดำเพียงพรรคเดียวยังไม่ถึงขั้นที่จะทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนต้องถอยหนี!
"ฟึ่บ!" เห็นเพียงแสงกระบี่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่จื่อเวยกุมลำคอที่มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาแล้วหงายหลังล้มลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ จนตายเขาก็ไม่คิดว่าสมาคมมังกรเขียวจะกล้าสังหารเขาจริงๆ
จ้าวเฮยหูกล่าวเตือน "ใต้เท้าทั้งสาม คราวนี้แย่แล้วขอรับ พวกท่านอาจจะไม่รู้ พรรคพญามังกรดำแห่งนี้เป็นพวกที่เจ้าคิดเจ้าแค้น จะต้องได้รับการแก้แค้นอย่างรุนแรงจากพวกเขาอย่างแน่นอน"
จ้าวป้านซานตบไหล่ของจ้าวเฮยหูเบาๆ พลางหัวเราะร่า "ก็แค่พรรคพญามังกรดำ ไม่เห็นน่าเป็นห่วงเลย สมาคมมังกรเขียวของพวกเราหาได้หวาดหวั่นไม่"
"พวกเจ้าหนีไปทางช่องทางลับเถอะ ข้าจะจัดการสถานที่เกิดเหตุเอง"
"ตกลง!"
จากนั้น นักพรตอู๋เฉิน เหวินไท่ไหล และจ้าวเฮยหูทั้งสามคนก็หนีไปทางช่องทางลับ
จ้าวป้านซานนำน้ำยาสลายศพที่ฉินฉางเซิงมอบให้ออกมาจากอกเสื้อ แล้วเทลงบนศพของพวกเขา ร่างของทั้งสามละลายหายไปอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ไม่นานก็กลายเป็นเพียงกองเลือดกองหนึ่ง
"แหะๆ น้ำยาสลายศพนี่เป็นของวิเศษในการทำลายศพทำลายหลักฐานจริงๆ คราวนี้ต่อให้ยอดปรมาจารย์มาเองก็สืบหาอะไรไม่เจอหรอก"