- หน้าแรก
- พาเสี่ยวซื่อจื่อเที่ยวเล่นยุคปัจจุบัน สั่นสะเทือนหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 54 ซื่อจื่อกินเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง เฉิงเย่าจินเห็นแล้วน้ำลายสอ
บทที่ 54 ซื่อจื่อกินเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง เฉิงเย่าจินเห็นแล้วน้ำลายสอ
บทที่ 54 ซื่อจื่อกินเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง เฉิงเย่าจินเห็นแล้วน้ำลายสอ
บทที่ 54 ซื่อจื่อกินเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง เฉิงเย่าจินเห็นแล้วน้ำลายสอ
ถึงเวลาอาหาร
"มา ซื่อจื่อกินเนื้อเยอะๆ หน่อยนะ"
ซูเฉินคีบเนื้อวัวสองสามชิ้นใส่ลงในชามของซื่อจื่อ
ซื่อจื่อยื่นมือเล็กๆ ออกมา หยิบตะเกียบขึ้น แล้วพูดกับซูเฉินว่า
"ขอบคุณน้างับ เสี่ยวหลางจวิน~ หนูคีบเองได้ค่า~"
"อ้อ งั้นเหรอ?" ซูเฉินถาม "ซื่อจื่อใช้ตะเกียบเป็นด้วยเหรอ?"
ซาวโส่วที่กินเมื่อเช้านี้ซื่อจื่อใช้ช้อน เมื่อเทียบช้อนกับตะเกียบแล้ว การใช้ตะเกียบยังคงมีความยากมากกว่าเล็กน้อย
โดยทั่วไปแล้ว เด็กๆ มักจะเรียนรู้การใช้ช้อนก่อน แล้วค่อยๆ คุ้นชินกับการใช้ตะเกียบในภายหลัง
ไม่ใช่แค่เพราะว่าเรียนรู้ได้หรือไม่ได้ แต่หลักๆ เป็นเพราะมือของเด็กเล็กเกินไป การใช้ตะเกียบจึงไม่ถนัดเท่ากับการใช้ช้อน
"ต้องให้พี่ไปเอาช้อนมาให้ไหม?" ซูเฉินพูดเสริมอีกประโยค
ซื่อจื่อส่ายหน้าแล้วพูดว่า "เสี่ยวหลางจวิน~ หนูใช้ตะเกียบเป็นน้า~ พี่ดูสิงับ~!"
ซื่อจื่อพูดเสียงหวานจบ จากนั้นก็ยื่นมือเล็กๆ ไปข้างหน้า ส่งตะเกียบไปคีบอาหารในจาน
ซูเฉินสังเกตเห็นว่าวิธีจับตะเกียบของซื่อจื่อแตกต่างจากเขาเล็กน้อย แต่ก็ใช้ได้เลย ถือว่าใช้เป็นจริงๆ พอเห็นว่าเธอจับตะเกียบได้เขาก็เบาใจ
เพียงเห็นซื่อจื่อคีบเนื้อวัวที่ซูเฉินเพิ่งคีบให้เมื่อครู่ขึ้นมาได้อย่างมั่นคง ไม่มีอะไรผิดพลาด
ทว่าผิดคาดตรงที่ซื่อจื่อกลับนำเนื้อวัวชิ้นนี้ไปใส่ในชามของเขาแทน
"เสี่ยวหลางจวิน พี่ก็หม่ำเนื้อด้วยสิงับ~"
"ได้ๆๆ ขอบใจนะ ซื่อจื่อ"
ซูเฉินรู้สึกอบอุ่นในใจ เขาอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงที่คีบอาหารให้เขา ดูเหมือนนอกจากแม่ของเขาแล้ว ก็คงมีแค่เสี่ยวซื่อจื่อตรงหน้านี่แหละ
"ค่า~"
ซื่อจื่อพยักหน้า จากนั้นก็ชักตะเกียบกลับมาที่ชามของตัวเอง แล้วคีบเนื้อวัวในชามขึ้นมา
ซูเฉินนึกถึงตอนซื่อจื่อกิน จึงหั่นเนื้อวัวเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ซื่อจื่อสามารถกินได้พอดีคำ
ซูเฉินเองก็ถือตะเกียบอยู่ แต่เขาไม่ได้ขยับ สายตายังคงจับจ้องไปที่ซื่อจื่อ
อยากรู้ใจแทบขาดว่าอาหารพวกนี้จะถูกปากซื่อจื่อหรือเปล่า
ยังไงซะอาหารพวกนี้ก็ไม่เหมือนกับซาวโส่วที่กินเมื่อเช้า
ซาวโส่วรสชาติก็เป็นแบบนั้นเสมอ ไม่ว่าใครจะต้ม ต้มออกมาก็เหมือนกัน อย่างมากก็แค่ต้องปรุงน้ำจิ้มให้อร่อยหน่อย
แต่อาหารพวกนี้น่ะ ถ้าคนทำต่างกัน รสชาติก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ซูเฉินกลัวจริงๆ ว่าฝีมือทำอาหารครึ่งๆ กลางๆ ของเขา จะเอาชนะกระเพาะของแม่หนูน้อยไม่ได้
"งั่ม~"
ซื่อจื่อเอาเนื้อวัวชิ้นเล็กๆ เข้าปาก เคี้ยวอย่างละเอียด ท่าทางถูกต้องตามมาตรฐานสุดๆ
ซูเฉินยิ่งเกร็งหนักขึ้นไปอีก อยากรอดูท่าทีของซื่อจื่อ
ถัดจากนั้นก็มีเสียง "อึก" ซื่อจื่อเคี้ยวอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กลืนลงไป
พอสังเกตเห็นว่าซูเฉินกำลังจ้องเธออยู่ เธอก็ฉีกยิ้มหวานส่งให้ซูเฉินทันที
"เสี่ยวหลางจวิน~ เนื้อวัวอันนี้อาหย่อยมากเยยงับ~!"
ดวงตากลมโตทั้งสองข้างของเธอเปล่งประกาย สีหน้าจริงใจสุดๆ มองปุ๊บก็รู้ว่าพูดออกมาจากใจจริง ไม่มีแววโกหกแม้แต่น้อย
"อ๋า จริงเหรอ?"
ซูเฉินเห็นท่าทีแบบนั้นของซื่อจื่อ ก็ชักจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองขึ้นมา ฝีมือทำอาหารของเขาดีขนาดนี้เลยเหรอ?
ซื่อจื่อพยักหน้าหงึกๆ เป็นการยืนยัน
"อื้อ~ เสี่ยวหลางจวิน~"
"เนื้ออันนี้หอมๆ ค่า~ แล้วก็ม่ายแข็งด้วย~ อาหย่อยกว่าเนื้อวัวที่หนูเคยหม่ำอีกงับ~"
ขณะเดียวกัน ดูเหมือนซื่อจื่อจะเห็นว่าเขายังไม่ขยับตะเกียบ จึงพูดกับเขาว่า
"เสี่ยวหลางจวิน พี่ก็หม่ำสิงับ~ อาหย่อยน้า~"
"ได้สิ"
เห็นซื่อจื่อมีท่าทีแบบนี้ ซูเฉินก็โล่งใจอย่างสมบูรณ์ เขาเองก็คีบเนื้อวัวเข้าปากแล้วเคี้ยวไปสองสามที
หากตัดสินจากรสชาติเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับอาหารที่เขาทำกินเป็นปกติเท่าไหร่นัก
แต่ดูเหมือนเพราะมีซื่อจื่ออยู่ข้างๆ เนื้อวัววันนี้ถึงได้กินแล้วหอมอร่อยเป็นพิเศษ
เห็นซื่อจื่อพุ้ยข้าวเข้าปากอีกหลายคำ กินอย่างเอร็ดอร่อย ซูเฉินก็คีบมันฝรั่งใส่ชามซื่อจื่ออีกชิ้น
แล้วพูดว่า "มา ซื่อจื่อ ลองชิมมันฝรั่งนี่ดูสิ ลองชิมดูว่ารสชาติเป็นยังไง"
เมื่อก่อนซื่อจื่อเคยมีเนื้อวัวกิน แต่ไม่เคยกินมันฝรั่ง
มันฝรั่งนี้ถือเป็นของแปลกใหม่สำหรับซื่อจื่อจริงๆ ซูเฉินจึงอยากดูว่าซื่อจื่อจะชอบรสชาติของมันฝรั่งหรือเปล่า
ซื่อจื่อคีบมันฝรั่งขึ้นมาแล้วพูดว่า "ได้งับ~ เสี่ยวหลางจวิน หนูจะชิมดูว่ามันฝรั่งรสชาติเป็นยังไงน้า~"
ความจริงแล้วซื่อจื่อสงสัยเรื่องมันฝรั่งมาตั้งนานแล้ว
เธอคีบมันฝรั่งไว้บนตะเกียบ ดวงตากลมโตจ้องเขม็ง มองซ้ายมองขวา
สุดท้ายก็อยากรู้ว่ามันฝรั่งลูกใหญ่ๆ กลมๆ แถมยังมีดินติดอยู่ก่อนหน้านี้ กลายมาเป็นชิ้นเล็กๆ แบบนี้ได้ยังไงกันนะ?
หรือบางทีอาจจะสงสัยว่าทำไมมันฝรั่งที่แข็งโป๊กก่อนหน้านี้ พอคีบด้วยตะเกียบแล้วถึงรู้สึกนุ่มๆ
ก็แหม ตุ๋นในหม้ออัดแรงดันตั้งนาน มันฝรั่งก็เลยเปื่อยนุ่มลงบ้างแล้ว พอซื่อจื่อใช้ตะเกียบคีบ ก็น่าจะรู้สึกได้ ด้วยแรงของเธอ ยังสามารถใช้ตะเกียบคีบจนมันฝรั่งบุ๋มลงไปได้ไม่น้อย
"งั่ม~"
ซื่อจื่อเอามันฝรั่งชิ้นหนึ่งเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ
ซูเฉินเห็นซื่อจื่อกินมันฝรั่งเข้าไปชิ้นหนึ่ง ก็ถามด้วยความคาดหวังว่า "เป็นยังไงบ้าง? ซื่อจื่อ รสชาติมันฝรั่งเป็นยังไงล่ะ?"
ซื่อจื่อส่ายหัวน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี แล้วพูดกับซูเฉินว่า
"เสี่ยวหลางจวิน~ มันฝรั่งอันนี้ก็อาหย่อยงับ~"
"นุ่มๆ ค่า~ แถมยังหอมๆ ด้วย~"
"ใช่แย้ว เสี่ยวหลางจวิน ยังมีความรู้สึกที่อาหย่อยมากๆ อีกอย่างนึง~ แต่หนูม่ายรู้จะพูดยังไงงับ~"
โล่งอกไปที ในที่สุดซื่อจื่อก็รู้สึกว่ามันฝรั่งอร่อย
ก็นะ ของอย่างมันฝรั่งเนี่ย หาคนที่ไม่ชอบกินยากมาก
คนส่วนใหญ่มักจะชอบกินมันฝรั่งกันทั้งนั้น ซื่อจื่อเองก็ไม่ข้อยกเว้นอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนเรื่องที่บอกว่ายังมีความรู้สึกอร่อยอีกอย่างที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงนั้น ซูเฉินก็ถามขึ้นว่า
"ซื่อจื่อ หมายถึงความรู้สึกซุยๆ ร่วนๆ ใช่ไหม? แบบว่าพอกินเข้าไปแล้วมันจะซุยๆ กลายเป็นเม็ดเล็กๆ เยอะแยะเต็มปากเลยน่ะ"
ซูเฉินเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายรสสัมผัสนี้ยังไงดี สรุปแล้ว นี่แหละคือรสสัมผัสปกติของมันฝรั่งตุ๋น
ซื่อจื่อคิดอย่างละเอียด พอเห็นว่าตรงกัน ก็พยักหน้าพูดเสียงหวานว่า
"ช่ายงับ~ เสี่ยวหลางจวิน รสชาติแบบนั้นเลยงับ~"
ต้าถัง
เฉิงเย่าจินมองดูเนื้อวัวแล้วน้ำลายสอจนทนไม่ไหว
เขารู้สึกราวกับได้กลิ่นเนื้อวัวนั่น ก็กลืนน้ำลายแล้วพูดว่า
"โอย เนื้อวัวนี่ดูน่ากินชะมัด ถ้าให้ข้าเหล่าเฉิงกินล่ะก็ ข้าเหล่าเฉิงจะกินเนื้อจานใหญ่นี้ให้เกลี้ยงเลย ไม่สิ ไม่ใช่สิ อย่างน้อยต้องกินได้ตั้งครึ่งตัว!"
แต่น่าเสียดาย กฎหมายของต้าถัง ต่อให้เป็นเขาก็ไม่อาจกินเนื้อวัวอย่างโจ่งแจ้งได้ทุกที่ทุกเวลาหรอก!
ไม่ไกลนัก จ่างซุนฮองเฮาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดูท่าอาหารที่ซูเฉินทำจะอร่อยมากจริงๆ ดูรอยยิ้มบนหน้าซื่อจื่อสิ กินอย่างมีความสุขเชียว"
ซูเฉินเป็นบุรุษแท้ๆ แต่กลับมีฝีมือทำอาหารดีถึงเพียงนี้ ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจจริงๆ
"ใช่แล้วล่ะ ซื่อจื่อกินอย่างมีความสุขจริงๆ นั่นแหละ"
หลี่ซื่อหมินก็พยักหน้าอย่างอิ่มเอิบใจเช่นกัน แต่ก็ยังคงปากแข็งพูดไปว่า
"แต่เจิ้นดูแล้วฝีมือทำอาหารของซูเฉินก็อาจจะไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก หากเทียบกับพ่อครัวหลวง เทียบกับพ่อครัวหลวงของเจิ้นแล้วก็ยังห่างชั้นกันอีกไกล"
"เพียงแต่ว่า เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในยุคหลังของเขา อีกทั้งวิธีการปรุงอาหาร รวมถึงเครื่องปรุงเหล่านั้น ล้วนพิเศษเอามากๆ ถึงทำให้อาหารพวกนี้อร่อยปานนี้กระมัง"
หลี่ลี่จื้อพูดด้วยความอยากอาหารว่า "มันฝรั่งนี่กินคู่กับเนื้อวัว ดูน่าอร่อยจังเลยเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าสองสิ่งนี้ถึงจะเป็นการจับคู่ที่ลงตัวที่สุดในบรรดาของกินนะเพคะ"
หลี่ซื่อหมินพยักหน้า "ใช่แล้วล่ะ แค่ดูก็น่ากินแล้ว"
เมื่อรวมกับสิ่งที่ซูเฉินพูดก่อนหน้านี้ว่า มันฝรั่งนี้สามารถให้ผลผลิตต่อไร่ได้หลายพันชั่ง ทั้งอร่อย ทั้งผลผลิตสูง นี่มันแทบจะไม่มีข้อเสียอะไรเลยนี่นา!
เขาทอดถอนใจ หากต้าถังมีมันฝรั่ง ราษฎรทั้งใต้หล้าก็จะได้กินอิ่มกันถ้วนหน้าไม่ใช่หรือ?
และเขาก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องเสบียงอาหารอีกต่อไป