- หน้าแรก
- พาเสี่ยวซื่อจื่อเที่ยวเล่นยุคปัจจุบัน สั่นสะเทือนหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 40 ปาตูจ๋าปาตู~ เค้าคือซื่อจื่อน้า~
บทที่ 40 ปาตูจ๋าปาตู~ เค้าคือซื่อจื่อน้า~
บทที่ 40 ปาตูจ๋าปาตู~ เค้าคือซื่อจื่อน้า~
บทที่ 40 ปาตูจ๋าปาตู~ เค้าคือซื่อจื่อน้า~
ต้าถัง
หลี่ลี่จื้อเห็นซื่อจื่อตอนข้ามถนนที่ซูเฉินร้อนรนขนาดนั้นและใช้น้ำเสียงรีบร้อน จึงเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที:
"เอ๊ะ? ทำไมเมื่อครู่ซูเฉินถึงได้ดูร้อนรนนักล่ะ? แม้แต่เสียงที่ใช้เรียกซื่อจื่อก็ยังดังขึ้นตั้งเยอะ"
จ่างซุนฮองเฮาทรงวิเคราะห์ว่า "น่าจะเป็นเพราะข้างหน้าคือถนนกระมัง? ซูเฉินถือถุงอยู่ทั้งสองมือย่อมไม่สะดวกที่จะจูงซื่อจื่อเดิน การปล่อยให้ซื่อจื่อเดินนำหน้าไปข้ามถนนตามลำพัง อันตรายมากจริงๆ"
หลี่ลี่จื้อตรัสอย่างไม่เข้าใจ "แต่ว่า... ก็มีสัญญาณไฟจราจรนี่เพคะ? เหมือนที่ซูเฉินเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ไง ว่าไฟเขียวคือผ่านได้ ซื่อจื่อก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ซูเฉินออกจะระวังเกินไปหน่อยกระมัง?"
"ไม่ ไม่ ไม่ ลี่จื้อ ลูกพูดผิดแล้ว"
หลี่ซื่อหมินตรัสขึ้น "ครานี้เจิ้นคงต้องสนับสนุนซูเฉินเสียหน่อยแล้ว"
"การปล่อยให้ซื่อจื่อเดินนำหน้าไปข้ามถนนตามลำพัง ทำเอาเจิ้นก็ใจหายใจคว่ำเช่นกัน"
พร้อมกันนั้น พระองค์ก็ทรงอธิบายให้หลี่ลี่จื้อฟัง "ลี่จื้อเอ๋ย ลำพังแค่สัญญาณไฟจราจรนี่ ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของซื่อจื่อตอนข้ามถนนได้หรอกนะ"
หลี่ลี่จื้อตรัสถาม "ทำไมล่ะเพคะ? ตอนที่ไฟเขียวสว่างขึ้น รถยนต์พวกนั้นก็ขยับไม่ได้ บนถนนเส้นนี้มีเพียงคนเท่านั้นที่ข้ามได้ นี่ไม่ปลอดภัยหรอกหรือเพคะ?"
หลี่ซื่อหมินทรงส่ายพระเศียร "ลี่จื้อเอ๋ย ลูกยังไร้เดียงสาเกินไป"
"สัญญาณไฟจราจรนี่ เป็น 'กฎหมาย' ที่ใช้ควบคุมรถยนต์พวกนั้น อย่างที่ซูเฉินบอก ไฟแดงคือหยุด ไฟเขียวคือผ่านได้ ในทางกลับกัน สำหรับรถยนต์เหล่านี้ หากไฟทางฝั่งคนข้ามเป็นไฟเขียว พวกมันก็ต้องหยุด หากไฟทางฝั่งคนข้ามเป็นไฟแดง พวกมันถึงจะผ่านได้"
"ฟังดูเผินๆ เหมือนว่าตอนคนข้ามถนน หากเป็นไฟเขียวจะปลอดภัยอย่างแท้จริง แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่!"
"ในเมื่อมีรถยนต์ที่เคารพกฎหมาย ก็ย่อมมีรถยนต์ที่ไม่เคารพกฎหมายและฝ่าฝืนกฎอยู่เป็นแน่"
"หากเป็นรถยนต์ของคนเหล่านั้น พวกเขาคงไม่สนหรอกว่าจะเป็นไฟแดงหรือไฟเขียว ย่อมขับพุ่งทะยานไปตามอำเภอใจ เช่นนั้นแล้วผู้ที่เคารพกฎย่อมต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย"
"ก็เหมือนกับซื่อจื่อเมื่อครู่นี้ ต่อให้ไฟจราจรจะแสดงเป็นไฟเขียว แต่ก็ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของนางได้"
หลี่ลี่จื้อตรัสอย่างขัดเคือง "เช่นนั้นคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายพวกนี้ก็เลวร้ายเกินไปแล้วนะเพคะ? จะมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ หรือเพคะ?"
จ่างซุนฮองเฮาทรงถอนพระทัยด้วยความกังวล "จะไม่มีได้อย่างไรเล่า? เอาแค่ใกล้ๆ นี่ อย่างบรรดาพระญาติพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางใหญ่ในเมืองฉางอันของเรา ก็มีมากมายที่ไม่เห็นกฎหมายของต้าถังอยู่ในสายตา"
"ในเมืองฉางอันก็มีเหตุการณ์ม้าตื่นตระหนกทำร้ายผู้คนเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง"
หลี่ซื่อหมินทรงพยักพระพักตร์ "นั่นน่ะสิ หากในยุคหลังมีคนเช่นนี้อยู่ด้วยล่ะก็ เวลาพวกเขาขับรถยนต์ ย่อมไม่เห็นสัญญาณไฟจราจรอยู่ในสายตาเป็นแน่"
โลกปัจจุบัน
ซื่อจื่อเดินอยู่ข้างหน้า ซูเฉินเดินตามหลังอย่างใกล้ชิด
ระหว่างนั้น ซูเฉินรู้สึกตึงเครียดมาตลอด เพราะกลัวว่าจะมีรถคันไหนฝ่าไฟแดง
โชคดีที่ยุคนี้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก้าวหน้า ใครกล้าฝ่าไฟแดงเป็นต้องโดนถ่ายรูปจับได้แบบเป๊ะๆ จับได้ปุ๊บก็ต้องโดนหักคะแนนใบขับขี่ปั๊บ ดังนั้นรถที่ฝ่าไฟแดงจึงมีน้อยมาก ซูเฉินกับซื่อจื่อจึงไม่เจอเข้า
ไม่นาน ทั้งสองคนก็ข้ามถนนได้สำเร็จ
"พี่จ๋า พวกเราข้ามถนนสำเย็จแย้วน้า~!"
ซื่อจื่อพูดกับซูเฉินด้วยความดีใจสุดๆ
"ฮ่าๆ พวกเราเก่งจริงๆ เลย!"
ซูเฉินส่งยิ้มให้ซื่อจื่อ เมื่อครู่เขาสังเกตเห็นว่า ตอนที่ซื่อจื่อข้ามถนน ร่างกายของเธอดูเกร็งไปหมด
อืม จำไว้นะซื่อจื่อ เวลาข้ามถนนต้องจดจ่อให้ดี จะลดความระมัดระวังเพียงเพราะเห็นว่าเป็นไฟเขียวไม่ได้เด็ดขาด
หน้าโครงการที่พัก
ซูเฉินกับซื่อจื่อกลับมาถึงโครงการที่พักอย่างราบรื่น
สิ่งที่ทำให้ซูเฉินประหลาดใจไม่น้อยก็คือ ซื่อจื่อที่เดินอยู่ข้างหน้าเขาเพียงครึ่งก้าว ไม่จำเป็นต้องให้เขาคอยนำทางหรือบอกทางเลย เธอก็สามารถหาทางกลับมายังโครงการที่พักได้แล้ว
ดูท่าแค่เดินไปเมื่อกี้รอบเดียว ซื่อจื่อก็จำทางกลับมาได้แล้ว
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องกังวลเลยว่าซื่อจื่อจะหลงทาง
ซูเฉินอดทอดถอนใจไม่ได้ คนหลงทิศอย่างเขาเนี่ย แค่เดินรอบเดียวยังไม่แน่ว่าจะจำทางได้เลย
"ติ๊ด——"
ทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ ประตูก็เปิดระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ เด้งถอยหลังแล้วเปิดออก
ซูเฉินกับซื่อจื่อเดินเข้าไปในโครงการที่พัก จู่ๆ ซื่อจื่อก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย:
"พี่จ๋า ทำมายปาตูบานเน้มันเปิดเองงับ~?"
ประตูเปิดออกโดยตรง
นี่ไม่ใช่เพราะประตูของโครงการเป็นระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติแบบมีคนเดินมาแล้วจะเปิดเองแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะซูเฉินได้บันทึกข้อมูลในระบบจดจำใบหน้าของโครงการไว้แล้ว
เพียงแค่มีระบบสแกนเพื่อเข้าออกที่ประตูบานนี้ ใบหน้าของซูเฉินก็จะถูกจับคู่และประตูจะเปิดออกอัตโนมัติ
แต่ตอนที่ซูเฉินกับซื่อจื่อเดินออกไปเมื่อกี้ สายตาของซื่อจื่อมัวแต่จับจ้องไปที่ตึกสูงระฟ้าพวกนั้น จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าประตูด้านหน้ามันเปิดออกเอง
ซึ่งก็ไม่เหมือนกับประตูลิฟต์ ถึงจะเป็นประตูอัตโนมัติเหมือนกัน แต่ยังไงก็ต้องกดปุ่ม
ไม่เหมือนประตูหน้าโครงการนี้ ที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่สแกนหน้าก็เข้ามาได้แล้ว
จะอธิบายเรื่องระบบจดจำใบหน้ากับซื่อจื่อยังไงดีนะ?
ซูเฉินจึงพูดกับซื่อจื่อว่า "ซื่อจื่อ ประตูบานนี้เนี่ย มันรู้จักพี่แล้วล่ะ ดังนั้นพอมันเห็นพี่ปุ๊บ มันก็เลยเปิดให้เองโดยอัตโนมัติไง"
"และมันก็รู้จักคนอื่นๆ ในโครงการนี้ด้วยนะ แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่คุ้นหน้ามาล่ะก็ มันไม่รู้จัก มันก็จะไม่เปิดให้หรอก"
ซื่อจื่อเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "ที่แท้ก้อเป็งแบบเน้นี่เองน้า~"
"แย้วปาตูบานเน้ มานรู้จักเค้ามั้ยงับ~?"
แน่นอนว่ามันย่อมไม่รู้จักซื่อจื่ออยู่แล้ว ก็ซื่อจื่อไม่ได้บันทึกข้อมูลไว้ในระบบจดจำใบหน้าของโครงการนี่นา
แต่ซูเฉินก็ไม่ได้พูดออกไปตรงๆ เพื่อตัดความหวังของซื่อจื่อ
ดังนั้นเขาจึงบอกว่า "ซื่อจื่อลองไปทดสอบดูด้วยตัวเองสิ จะได้รู้ไง"
เนื่องจากประตูที่พวกเขาเข้ามาเป็นประตูเล็กของโครงการ ปกติคนที่จะเดินเข้าประตูเล็กก็มีไม่มากอยู่แล้ว การให้ซื่อจื่อไปลองทดสอบดูจึงไม่ได้เป็นการเกะกะคนอื่นที่จะเข้าประตู
"ได้ค่า~"
ซื่อจื่อตื่นเต้นมาก รีบวิ่งเหยาะๆ ไปอยู่หน้าประตูของโครงการ
เธอมองซ้ายมองขวา รอแล้วรอเล่า แต่ประตูก็ไม่ยอมเปิดสักที
เธอจึงได้แต่หันศีรษะกลับมา ลูบหัวเล็กๆ ของตัวเอง แล้วบอกกับซูเฉินว่า:
"พี่จ๋า ปาตูบานเน้มานม่ายรู้จักเค้างับ~"
ซูเฉินบอก "อืม ดูเหมือนว่าประตูบานนี้จะยังไม่รู้จักหนูนะซื่อจื่อ ไม่เป็นไรหรอก รอต่อไปพอหนูคุ้นเคยกับมันแล้ว พอมันรู้จักหนู เห็นหนูปุ๊บมันก็จะเปิดให้หนูเข้าไปเองโดยอัตโนมัติแหละ"
"ได้ค่า~"
ซื่อจื่อพยักหน้า จากนั้นก็เริ่มแนะนำตัวเองกับประตู:
"ปาตูจ๋าปาตู~ เค้าคือซื่อจื่อน้า~"
"ต้องรีบจำเค้าให้ได้น้า~ คราวหน้าต้องเปิดปาตูให้เค้าด้วยน้า~"
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ ซูเฉินก็อดขำไม่ได้
ความจริงแล้ว การจะทำให้ประตูรู้จักซื่อจื่ออย่างรวดเร็วนั้นง่ายมาก ก็คืออัปโหลดใบหน้าของซื่อจื่อเข้าไปในระบบจดจำใบหน้าของโครงการ จากนั้นพอประตูมันสแกนหน้าซื่อจื่อก็จะเปิดให้เองโดยอัตโนมัติ
เพียงแต่ซูเฉินยังคงกังวลว่า หากบันทึกใบหน้าของซื่อจื่อเข้าสู่ระบบของโครงการแล้ว จะมีปัญหาอะไรตามมาหรือไม่
ถ้าระบบจดจำใบหน้านี้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แล้วตอนที่อัปโหลดขึ้นไปกลับพบว่าข้อมูลใบหน้าของซื่อจื่อไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยล่ะก็...
สถานการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว ก็เทคโนโลยีสมัยนี้มันก้าวหน้าขนาดนี้นี่นา
ทุกอย่างปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า