เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 355 ปิดคดีได้ภายในบ่ายเดียว

บทที่ 355 ปิดคดีได้ภายในบ่ายเดียว

บทที่ 355 ปิดคดีได้ภายในบ่ายเดียว


ภายในห้องทรงพระอักษร เซียวเฉิงจิ่งทอดพระเนตรฉีอ๋องที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างเงียบๆ น้ำเสียงสงบนิ่งดั่งผืนน้ำในทะเลสาบ

"เจ้ารู้ความผิดของตนหรือไม่?"

เซียวหรงเช่อค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ตาขวาที่ถูกผ้าดำคาดปิดไว้ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ

หากมองข้ามอาภรณ์ราชวงศ์อันหรูหราราคาแพงบนร่าง เขาดูไม่ต่างอันใดกับโจรป่าหรือโจรสลัดที่ตกระกำลำบากมาเป็นโจร

เพียงไว้หนวดเคราสักหน่อย ใบหน้าคล้ำลงอีกนิด ถือมีดสักเล่มก็ออกปล้นชิงได้แล้ว

"ลูกรู้ความผิดพ่ะย่ะค่ะ ทว่าลูกไม่มีทางเลือกอื่น"

เขายกมือข้างหนึ่งทาบอก น้ำตาร่วงหล่นดั่งสายฝน ราวกับพร้อมจะหมดสติไปได้ทุกเมื่อ

"แม้จะอยู่ใกล้เพียงนี้ ลูกก็แทบจะมองพระพักตร์ของเสด็จพ่อไม่ชัดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"กงหลินเจวี๋ยบอกลูกว่า หมอหลวงของแคว้นโส่วเป่ยสามารถรักษาตาซ้ายของลูกไว้ได้ ลูกเพียงไม่อยากกลายเป็นคนตาบอด ลูกไม่อยากสูญเสียการมองเห็นไปพ่ะย่ะค่ะ"

เมื่อพูดถึงจุดที่เจ็บปวด เซียวหรงเช่อก็รู้สึกหัวใจกระตุกวูบ ทั้งน้ำตาและสีหน้าล้วนไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ

บนพระที่นั่ง เซียวเฉิงจิ่งทอดพระเนตรโอรสองค์โตที่ร่ำไห้น้ำตานองหน้า พลันอดนึกถึงท่าทีสง่างามฮึกเหิมของเขาในกาลก่อนไม่ได้

ระหว่างคิ้วของพระองค์แฝงความเคลือบแคลงสงสัยไว้สายหนึ่ง "แม้แต่ซ่งจินเจายังบอกว่าหมดหนทาง หมอหลวงแคว้นโส่วเป่ยจะรักษาตาซ้ายของเจ้าไว้ได้จริงหรือ?"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ เซียวหรงเช่อก็ผงกศีรษะอย่างบ้าคลั่งราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้

"กงหลินเจวี๋ยบอกว่าแคว้นโส่วเป่ยมีคนที่มีอาการเช่นเดียวกับลูก ตาซ้ายของเขาบอดไป ทว่าตาขวากลับรักษาไว้ได้พ่ะย่ะค่ะ"

เซียวเฉิงจิ่งขมวดพระขนมงวดพลางถอนหายใจ

"เรื่องพรรค์นี้เจ้ากลับจัดการได้ไม่สะอาดหมดจด ซ้ำยังปล่อยให้ผู้อื่นจับได้เสียอีก"

"ครั้งนี้ถือว่ามีเหตุผลจำเป็น เสด็จพ่อจะช่วยปกปิดให้เจ้า ทว่าหากมีครั้งหน้า แม้แต่เจิ้นก็ไม่อาจปกป้องเจ้าได้"

ในแววตาของเซียวหรงเช่อเปี่ยมไปด้วยความหวัง เขาโขกศีรษะขอบพระทัย "ขอบพระทัยเสด็จพ่อ ลูกขอรับรองว่าจะไม่มีครั้งหน้าอีกพ่ะย่ะค่ะ หากไม่ใช่เพื่อดวงตา ลูกเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้"

เซียวเฉิงจิ่งโบกพระหัตถ์ด้วยความหงุดหงิด ไม่อยากทอดพระเนตรอีกต่อไป

"เจ้าถอยไปเถิด รอจนหมอหลวงแคว้นโส่วเป่ยเดินทางมาถึง หากเขารักษาตาซ้ายของเจ้าไว้ได้จริง ก็ไม่ต้องส่งตัวกลับไปแล้ว"

ความประหลาดใจพาดผ่านก้นบึ้งดวงตาอันพร่ามัวของเซียวหรงเช่อ หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่งเขาก็พยักหน้ารับคำ

"ลูกเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ ถึงเวลาลูกจะส่งตัวคนเข้าไปในวัง"

หลังจากเซียวหรงเช่อออกจากห้องทรงพระอักษรไปแล้ว ฮ่องเต้ก็ขมวดพระขนมงวดรับสั่งกับจ้าวเหยียนเต๋อ "เรียกเสนาบดีกรมอาญาสุยจวงหลิงเข้าเฝ้า"

"พ่ะย่ะค่ะ" กงกงจ้าวรับคำเสียงเบา ก่อนจะเร่งรีบเดินออกจากห้องทรงพระอักษรไปทันที

ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม สุยจวงหลิงก็เร่งรุดมาถึงด้วยความกระวนกระวายใจ

ทันทีที่เดินเข้ามาภายในห้องและคุกเข่าลง เซียวเฉิงจิ่งก็ตรัสขึ้นอย่างตรงไปตรงมาว่า "สุยอ้ายชิง คดีมันฝรั่งถูกขโมย เจิ้นขอมอบหมายให้เจ้ารับผิดชอบ"

พระองค์ทรงโยนจดหมายสามฉบับและคำให้การลงบนโต๊ะ "นี่คือหลักฐานพยานวัตถุที่จงฉินป๋อปลอมแปลงขึ้นมา รวมถึงคำให้การของผู้นำส่งจดหมาย ซึ่งล้วนเป็นคนของจงฉินป๋อทั้งสิ้น"

"ยามนี้ตัวคนถูกคุมขังอยู่ในคุกเมืองจิงจ้าว หลังจากเจ้าเบิกตัวคนมาแล้วจงไต่สวนใหม่ และรีบปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด ราชสำนักต้องการผลสรุป"

สุยจวงหลิงบีบจดหมายและคำให้การที่กงกงจ้าวส่งให้แน่น ในใจมีคำตอบอยู่แล้ว

ทุกถ้อยดำรัสของฮ่องเต้ล้วนไม่ห่างจากจงฉินป๋อ แสดงว่าความผิดทั้งหมดจงฉินป๋อต้องเป็นผู้รับไว้แต่เพียงผู้เดียว

จวนหลีอาจถูกริบทรัพย์ประหารเก้าชั่วโคตรได้ ทว่าฉีอ๋องจะต้องถูกกันตัวออกมาให้สะอาดหมดจด

เขาโขกศีรษะตอบกลับอย่างหนักแน่น "กระหม่อมน้อมรับพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ"

หลังจากออกจากห้องทรงพระอักษร สุยจวงหลิงก็ตรงไปยังเมืองจิงจ้าวเพื่อย้ายนักโทษไปคุมขังยังคุกกรมอาญาทันที

หนึ่งชั่วยามให้หลัง เขาเดินออกมาจากคุกใต้ดินพร้อมด้วยคำให้การฉบับใหม่เอี่ยม

ในคืนนั้นเอง จวนจงฉินป๋อก็ถูกริบทรัพย์

คนในจวนห้าสิบหกชีวิตถูกจับเข้าคุก ฎีกาถูกส่งขึ้นไปในกลางดึกและเซียวเฉิงจิ่งก็ทรงอนุมัติในคืนนั้นทันที

ตัดหัวประจานให้หมด ไม่ละเว้นแม้แต่คนเดียว

เย่เหลียงอวี้และเฟ่ยเหยียนจางฟื้นคืนสติขึ้นมาในช่วงรุ่งสางของวันถัดมา

ในยามนี้ท้องฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ ประกอบกับมีฝนตก นอกหน้าต่างจึงดูมืดครึ้ม

วินาทีที่ลืมตาขึ้น ทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด กระดูกท่อนล่างทั้งร่างปวดร้าวไปหมด

สาวใช้ที่เฝ้าอยู่ในห้องยาเห็นทั้งสองฟื้นแล้ว คนหนึ่งก็รีบวิ่งออกไปตามคนทันที

"คุณชายใหญ่ ใต้เท้าทั้งสองฟื้นแล้วเจ้าค่ะ"

ซ่งฉี่หมิงที่กำลังรับประทานอาหารเช้าอยู่วางช้อนลงแล้ววิ่งตรงไปยังห้องยาทันที

เมื่อเขาไปถึง คุณชายเฟ่ยที่รั้งอยู่ค้างคืนที่จวนเซี่ยนจู่เมื่อคืนนี้ก็ยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยของเฟ่ยเหยียนจางแล้ว

"ท่านพ่อ รู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง ปวดมากหรือไม่ขอรับ?"

เฟ่ยเหยียนจางเพิ่งจะอ้าปาก ร่างกายท่อนล่างก็ปวดแปลบขึ้นมา ปากที่อ้าออกเบี้ยวเหยเกเกร็งไปหมด คำพูดที่มาถึงลำคอจำต้องกลืนกลับลงไป

เขาส่ายหน้าไม่เอ่ยคำ ปรับตัวอยู่พักใหญ่จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเบาๆ "ไม่ขยับก็ปวดนิดหน่อย ขยับแล้วปวดเจียนตาย"

คุณชายเฟ่ยค้อมเอวลงใช้มือประคองแขนของเฟ่ยเหยียนจางไว้อย่างแผ่วเบา "ท่านเซี่ยนจู่บอกว่าท่านบาดเจ็บที่กระดูก ขยับตัวไม่ได้ ต้องพักฟื้นให้ดี มิเช่นนั้นจะทิ้งร่องรอยผลข้างเคียงไว้ขอรับ"

จบบทที่ บทที่ 355 ปิดคดีได้ภายในบ่ายเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว