เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - แค่ชั่วพริบตา

บทที่ 20 - แค่ชั่วพริบตา

บทที่ 20 - แค่ชั่วพริบตา


บทที่ 20 - แค่ชั่วพริบตา

เย่ซีเหวินและหวังเลี่ยมาเจอกันแล้วมุ่งหน้าไปยังลานประลอง หวังเลี่ยพูดด้วยความตื่นเต้นว่า "อาเหวิน คราวนี้เจ้าต้องคว้าอันดับดีๆ มาให้ได้นะ!"

คราวนี้หวังเลี่ยไม่ได้เข้าร่วมประลองด้วย การจะติดหนึ่งในร้อยอันดับแรก อย่างน้อยก็ต้องเป็นขั้นก่อเกิดระดับสี่ขั้นปลาย เขาเพิ่งจะทะลวงระดับมาหมาดๆ คงไม่มีโอกาสเท่าไหร่ อีกอย่างเขาก็ไม่ได้มุ่งมั่นกับเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"อืม!" เย่ซีเหวินพยักหน้า

"แต่เจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ ข้าได้ยินมาว่าหม่าอิงจะจัดการเจ้า!" หวังเลี่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "หม่าอิงประกาศกร้าวว่าจะซัดเจ้าให้พิการ เพื่อแก้แค้นให้น้องชายของเขา!"

"ซัดข้าให้พิการเหรอ? หึหึ ดูสิว่ามันจะมีปัญญาหรือเปล่า!" เย่ซีเหวินแค่นเสียงเย็นพลางกล่าว

ลานประลองคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เย่ซีเหวินและหวังเลี่ยมาถึงก็ตรงไปจับฉลากหมายเลขของตัวเองก่อน เย่ซีเหวินจับได้หมายเลข 127 หมายเลขเหล่านี้จะมีคู่ที่เหมือนกัน คนที่จับได้หมายเลขเดียวกันก็คือคู่ต่อสู้ในรอบแรก เมื่อถึงเวลา ผู้บริหารระดับสูงของสำนักอี้หยวนก็ทยอยกันเดินทางมา เหาะเหินเดินอากาศร่อนลงบนปะรำพิธี

แววตาของบรรดาศิษย์ต่างเปล่งประกายด้วยความอิจฉา การเหาะเหินเดินอากาศนี้แม้จะไม่ใช่การบิน แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนระดับก่อเกิดจะทำได้

ทุกคนต่างตั้งใจจะแสดงฝีมือให้ดีที่สุด คนเหล่านี้คือผู้บริหารระดับสูงของสำนักอี้หยวน เป็นเสาหลักและที่พึ่งที่แท้จริงของสำนัก เพียงแค่มีพวกเขา สำนักอี้หยวนก็เป็นขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเทียบเคียงกับตระกูลจางในละแวกเขาชิงเฟิงแล้ว หากพวกเขาทำผลงานได้ดี ก็อาจเข้าตาผู้อาวุโสท่านใดท่านหนึ่งและถูกรับเป็นศิษย์ ซึ่งนั่นหมายถึงเส้นทางสู่อนาคตอันสดใสเลยทีเดียว และเรื่องแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต!

ในหมู่คนเหล่านั้น เย่ซีเหวินมองเห็นร่างของเย่คงหมิงผู้เป็นบิดา ซึ่งไม่ได้ดูโดดเด่นอะไรเมื่ออยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้อาวุโส

ลานประลองกว้างขวางมาก มีเวทีประลองตั้งอยู่ถึงสองร้อยเวที

เย่ซีเหวินและหวังเลี่ยเดินมาที่เวทีประลองหมายเลขหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ด

"เจ้าก็คืออีกคนของคู่หมายเลขหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดงั้นเหรอ" เย่ซีเหวินเพิ่งจะเดินไปถึง ก็เห็นศิษย์ร่างใหญ่บึกบึนคนหนึ่งเดินหัวเราะร่วนเข้ามาพูดว่า "เจ้าช่างโชคร้ายจริงๆ ที่ต้องมาเจอกับศิษย์พี่สือเฟิง ข้าว่าเจ้ารีบยอมแพ้ไปเสียเถอะ!"

"ศิษย์พี่สือเฟิงเป็นยอดฝีมือขั้นก่อเกิดระดับห้าขั้นสูงสุดเลยนะ ต่อให้เป็นการชิงชัยห้าสิบอันดับแรก ก็มีความหวังสูงมาก!" ศิษย์ร่างใหญ่บึกบึนคนนั้นพูดต่อ "ถ้าเจ้าไม่รีบยอมแพ้ เกิดชิ้นส่วนร่างกายชิ้นไหนขาดหายไปขึ้นมา ก็คงบอกยากนะ!"

สีหน้าของหวังเลี่ยเปลี่ยนไปทันที "ไม่คิดเลยว่าจะเป็นสือเฟิง!"

"อาเหวิน แย่แล้ว คู่ต่อสู้คนแรกของเจ้ากลับเป็นสือเฟิง หมอนี่มันโหดเหี้ยมอำมหิตมาก งานประลองใหญ่ประจำสำนักเมื่อสามปีก่อน มีศิษย์หลายคนยอมแพ้ช้าไปนิดเดียว ก็ถูกมันหักกระดูกจนต้องพักฟื้นเป็นครึ่งปีกว่าจะหาย!"

"ช่างอวดดีเสียจริง!" เย่ซีเหวินพูด

"อวดดี ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ได้ยินคนบอกว่าข้าอวดดีมาตั้งนานแล้ว!" จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะลั่นดังมาจากบนเวทีประลอง "เจ้าช่างโชคร้ายจริงๆ มีคนสั่งให้ข้าหักขาเจ้า!"

เย่ซีเหวินและหวังเลี่ยเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นชายหนุ่มร่างใหญ่โตราวกับหอคอยเหล็กคนหนึ่งกำลังมองเย่ซีเหวินด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

น่าจะเป็นสือเฟิงคนนั้นแหละ

"ไอ้หนู คงไม่ได้ขี้ขลาดจนไม่กล้าขึ้นมาหรอกนะ!" สือเฟิงยิ้มเหี้ยม "แค่เจ้าคุกเข่าโขกศีรษะร้อยครั้ง ข้าจะปล่อยเจ้าไป!"

"คิดว่าเจ้าเก่งนักเหรอ!" เย่ซีเหวินแค่นเสียงเย็น ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนเวที "ในเมื่อเจ้ารับผลประโยชน์จากคนอื่นมาเพื่อจะหักขาข้า ข้าก็จะให้เจ้าได้รับผลกรรมนั้นเอง!"

"ดีมากไอ้หนู กล้าขึ้นมาจริงๆ หนึ่งกระบวนท่า ข้าจะใช้แค่หนึ่งกระบวนท่าซัดเจ้าให้พิการ!" สือเฟิงหัวเราะลั่น

"การประลองใหญ่ประจำสำนักคู่ที่หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ด เริ่มได้!" กรรมการที่อยู่ข้างๆ เห็นทั้งสองคนขึ้นมาบนเวทีแล้วก็เอ่ยปากบอก ทำเป็นหูทวนลมกับบทสนทนาของทั้งสองคนเมื่อครู่ ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย

สิ้นเสียงกรรมการ สือเฟิงก็พุ่งตัวออกไปราวกับลูกปืนใหญ่ แม้ร่างกายจะใหญ่โต แต่ความเร็วกลับไวปานสายฟ้าฟาด พุ่งเข้าใส่เย่ซีเหวิน

แม้หมอนี่จะหยิ่งยโส แต่ฝีมือก็เป็นของจริง แม้วิชาตัวเบาจะไม่สูงส่งนัก แต่พลังปะทุนั้นรุนแรงมาก เพียงพริบตาก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าเย่ซีเหวินแล้ว

สือเฟิงยิ้มเหี้ยม กางมือใหญ่ออก หมายจะบิดคอเย่ซีเหวินให้ขาดสะบั้น

"ผู้อาวุโสเย่ คนที่อยู่บนเวทีประลองหมายเลขหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคือบุตรชายคนเล็กของท่านใช่หรือไม่!" ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันไปถามเย่คงหมิง

"ใช่แล้ว บุตรชายข้าเอง!" เย่คงหมิงพยักหน้ายิ้มตอบ

"ยังจำได้เลยว่าตอนที่ผู้อาวุโสเย่เพิ่งอุ้มเขามาเมื่อสิบกว่าปีก่อน ข้าเคยเห็นเขาครั้งหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าเผลอแป๊บเดียว จะผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว เขาโตขนาดนี้แล้วเชียว!" ผู้อาวุโสคนนั้นพูดด้วยความทอดถอนใจ

"คู่ต่อสู้ของเขารับมือยากน่าดู!" ผู้อาวุโสคนนั้นจ้องมองไปที่เวทีประลองอย่างไม่วางตาแล้วพูดต่อ "เกิดมามีพละกำลังมหาศาล รับมือยากกว่าคนทั่วไปเสียอีก!"

"ไม่เป็นไรหรอก ข้าแค่ให้เขามาหาประสบการณ์เท่านั้นแหละ!" เย่คงหมิงยิ้มบางๆ ทำทีเป็นไม่ใส่ใจ แต่สายตากลับจับจ้องไปที่เวทีประลองอย่างไม่วางตา แฝงไปด้วยความกังวลอยู่ลึกๆ

"ปัง!" เย่ซีเหวินยื่นมือออกไปปะทะกับมือใหญ่ของสือเฟิงอย่างจัง การปะทะกันของลมปราณทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดเสียงระเบิดของอากาศดังสนั่น

เย่ซีเหวินยืนนิ่งไม่ไหวติง สือเฟิงเกิดมามีพละกำลังมหาศาล แม้จะอยู่เพียงขั้นก่อเกิดระดับห้าขั้นสูงสุด แต่พละกำลังของมือเปล่าก็เกินหกพยัคฆ์อย่างแน่นอน เทียบเท่ากับยอดฝีมือขั้นก่อเกิดระดับหกทั่วไป แต่กลับไม่สามารถทำให้เย่ซีเหวินขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย

"เป็นไปได้อย่างไร!" ดวงตาเบิกโพลงราวกับกระดิ่งของสือเฟิงจ้องมองเย่ซีเหวินด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แม้แต่ยอดฝีมือขั้นก่อเกิดระดับหก พละกำลังก็ยังไม่ด้อยไปกว่าเขา แต่เย่ซีเหวินกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง

"ครืน!"

พร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำราม เย่ซีเหวินซัดฝ่ามือพร้อมกับลมปราณรูปลักษณ์สายฟ้าออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด พลังมหาศาลประทับลงบนหน้าอกของสือเฟิงอย่างจัง

"ตู้ม!" ร่างกายอันใหญ่โตราวกับหอคอยเหล็กของสือเฟิงถูกเย่ซีเหวินซัดกระเด็นไป เขากระอักเลือดคำโต กระดูกทั่วร่างหักไปเกินครึ่ง ร่วงหล่นลงจากเวทีไปในทันที

"อะไรกัน เป็นไปได้ยังไง!"

ผู้คนทั้งสนามต่างตกตะลึง ทุกคนที่จับตาดูการประลองคู่นี้ต่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง สือเฟิงที่พวกเขาเคยชื่นชม กลับทนกระบวนท่าของเย่ซีเหวินไม่ได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว ถูกซัดกระเด็นไปจนไม่รู้เป็นตายร้ายดี

"โกง มันต้องโกงแน่ๆ!" ศิษย์ที่สนิทกับสือเฟิงหลายคนร้องโวยวายด้วยความรับไม่ได้ "มันต้องลอบกัดศิษย์พี่สือเฟิงแน่ๆ!"

ถูกซัดกระเด็นภายในชั่วพริบตาเดียวเนี่ยนะ เป็นไปได้ยังไง

"หุบปาก!" กรรมการที่อยู่ข้างๆ ตวาดเสียงเย็น เรื่องถูกผิดเขาเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ต้องให้พวกรุ่นเยาว์พวกนี้มาสอนอีกหรือไง

"การประลองคู่นี้ เย่ซีเหวินเป็นฝ่ายชนะ ผ่านเข้าสู่รอบที่สอง!"

"พวกโง่!" เย่ซีเหวินปรายตามองกลุ่มศิษย์ที่สนิทกับสือเฟิง

สือเฟิงเป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆ คนบงการที่แท้จริงก็คงจะเป็นหม่าอิงนั่นแหละ แต่ไม่เป็นไร หม่าอิงเป็นตัวเต็งแชมป์ ยังไงก็ต้องได้เจอกันช้าก็เร็วอยู่แล้ว

"ไม่เลว ไม่เลว ไม่คิดเลยว่าจะเกือบมองพลาดไปซะแล้ว!" ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ เย่คงหมิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 20 - แค่ชั่วพริบตา

คัดลอกลิงก์แล้ว