- หน้าแรก
- ระบบร้านค้าในยุควันสิ้นโลก
- บทที่ 39: เถาเที่ยตื่นจากการหลับใหล
บทที่ 39: เถาเที่ยตื่นจากการหลับใหล
บทที่ 39: เถาเที่ยตื่นจากการหลับใหล
บทที่ 39: เถาเที่ยตื่นจากการหลับใหล
โลกแห่งขุนเขาและท้องทะเล
ภูเขาโกวอู๋ ตะวันขึ้นทางทิศตะวันออกและลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก
หน้าภูเขาโกวอู๋ ผู้คนจากไปงานเลี้ยงเลิกรา
บรรยากาศกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
ไฟแห่งพิธีบูชาของหลวนอวี่ดับลง
แม้ว่ากิเลนหงเหมิงและจิ้งจอกเก้าหางจะมีความตั้งใจเพียงใด
แต่เมื่อขาดสื่อกลาง พวกเขาก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ ทำได้เพียงรอให้หลวนอวี่ทางฝั่งนั้นเสริมความแข็งแกร่งของโชคชะตา แล้วจึงจุดไฟแห่งพิธีบูชาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
จิ้งจอกเก้าหางแอบสอบถามเสวียนอู่ หนึ่งในสี่สัตว์เทพ ถึงได้รู้ว่าเหล่าทวยเทพไม่ได้เข้มงวดจนเกินไปนัก แต่ยังมอบโอกาสในการ "ตื่นพลังครั้งที่สอง" ให้แก่โลกมนุษย์
หากครั้งแรกไม่สามารถตื่นพลังพิเศษได้ เมื่อสั่งสมเวลาครบ 100 ปี ก็สามารถเข้าร่วมการตื่นพลังครั้งที่สองได้ และหากครั้งที่สองยังไม่ได้อีก นั่นก็แปลว่าไร้ซึ่งพรสวรรค์โดยแท้จริง
"โฮก~!!" เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวจู่ๆ ก็ดังกระหึ่มไปทั่วเทือกเขาแห่งการกลืนกิน
พลังอำนาจสั่นสะเทือนฟ้าดิน ราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม
เหล่าสัตว์ป่าในป่าต่างชะงักค้าง วินาทีต่อมาใบหน้าก็ฉายแววหวาดกลัว รีบหันหลังกลับวิ่งหนีเข้าถ้ำของตนไปพร้อมกัน
อ๊ากกกก! จอมตะกละที่อยู่ใจกลางภูเขาตื่นขึ้นแล้ว!
ทันทีที่เถาเที่ยตื่นขึ้นมา
เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันหนาแน่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานกำลังเผาไหม้อยู่ภายในร่าง
แม้ว่าจะยังห่างไกลจากพลังในระดับสูงสุดอยู่มาก...
แต่เพียงแค่พลังที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็เหมือนกับมนุษย์ที่ขับความชื้นออกจากร่าง ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกหนักอึ้งอีกต่อไป เขาส่งเสียงคำรามด้วยความตื่นเต้น
พลังกดดันทั่วร่างกระเพื่อมไหวจนพื้นที่รอบข้างบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ตอนนี้เขาอยากจะพุ่งไปหาเจ้ากิเลนแล้วตะลุมบอนกันสักยกเดี๋ยวนี้เลย เอาให้มันสะใจไปข้าง!
ทว่า... โครกคราก~~ เสียงร้องดังราวกับฟ้าร้องดังออกมาจากท้องของเขา
สีหน้าของเขาก็ชะงักไป หิวจังเลย จะไปสู้ทำไมล่ะ กินสิ กิน!
ตอนนี้เขาสามารถกินข้าวหน้าเป๋าฮื้อขนาดเท่าภูเขาทั้งลูกได้เลย เมื่อคิดได้ดังนั้น กรงเล็บสีดำก็จิ้มเข้าไปในร้านของหลวนอวี่ทันที หน้าจอที่ว่างเปล่า หรือแม้กระทั่งร้านที่ดูเหมือนจะปิดไปทั้งวันแล้วปรากฏสู่สายตา
"หืม?" ลูกรักทำไมถึงได้ละเลยหน้าที่ขนาดนี้? พ่อหิวแล้วนะ!!
เมื่อไม่เห็นอาหารที่ต้องการ เถาเที่ยก็เปลี่ยนไปที่หน้าต่างบริการลูกค้า แล้วรัวนิ้วพิมพ์หาหลวนอวี่ทันที
เขาส่งข้อความไปรวดเดียวสิบกว่าข้อความ
ในขณะที่กำลังจะส่งข้อความที่สิบสาม
เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นตัวอักษรสีเทาเล็กๆ ที่เลื่อนผ่านอยู่ด้านบนสุดของหน้าจอ "เลิกงานแล้ว ลูกค้าสัมพันธ์เสี่ยวอวี่กำลังพักผ่อน..."
เถาเที่ย: ......... เวรเอ๊ย ก็จริง ลูกรักเวลานี้ควรจะนอนได้แล้ว
แต่ว่านะ! เขาหลับไม่ลงแล้ว!! ช่างเถอะ ไปหาเจ้ากิเลนอัลไซเมอร์ตัวนั้นเพื่อหาเรื่องสู้สักยกดีกว่า
ตอนนี้เขารู้สึกกระวนกระวายเหลือเกิน กระวนกระวายสุดๆ
เขารีบพุ่งออกจากถ้ำ ใช้ฝ่ามือขนาดใหญ่เหยียบย่ำลงบนพื้นดินภายนอก
เขาสีดำพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ขนที่หนาแน่นราวกับผ้าแพรทำให้เกิดลมหมุนที่รุนแรง พัดพาใบไม้บนภูเขาให้ร่วงหล่นลงมาเป็นทิวแถว
เขาเหลือบมองทิศทาง เตรียมที่จะขี่เมฆมุ่งหน้าไปยังเขตพลังวิญญาณทางทิศตะวันออก
แต่ทว่าในจังหวะที่จะรวบรวมลมปราณนั้น กลิ่นอายอันเผด็จการของสัตว์อสูรบรรพกาลชนิดเดียวกันก็แผ่ออกมาจากอากาศในเขตแดน กลิ่นอายหลายสายแทรกซึมเข้าสู่โพรงจมูก สีหน้าของเถาเที่ยพลันเปลี่ยนไปในทันที
พวกเขา... กิเลนหงเหมิง จิ้งจอกเก้าหาง และฝูงสัตว์ชั้นกลางที่อ่อนแอนั่น!
เมื่อพวกมันไม่คิดจะลบกลิ่นอายทิ้ง
นั่นหมายความว่าพวกมันกำลังส่งสารบางอย่างมาให้เขาอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ทว่า หึ!
เขาจำเป็นต้องสนใจด้วยหรือว่าพวกมันมาด้วยจุดประสงค์ใด! กล้าดีอย่างไรถึงเข้ามารุกรานเขตแดนของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นทีคงเตรียมใจตายไว้แล้วสินะ โฮก!!
"เถาเที่ย ก่อนจะพุ่งมาที่นี่ เจ้าควรดูกระแสภาพย้อนอดีตก่อนจะดีกว่านะ"
มีเพียงกิเลนหงเหมิงเท่านั้นที่เข้าใจนิสัยของเถาเที่ยดี รู้ว่าด้วยนิสัยใจร้อนของเขา
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เขาจะต้องพุ่งเข้ามาหาเรื่องทันที กิเลนหงเหมิงไม่ได้มีเจตนาอื่น
เพียงแค่อยากเตือนเขาว่าได้พลาดเรื่องอะไรไป
ตามหลักแล้ว หากเขาไม่ได้บังเอิญหลับใหลอยู่ หลวนอวี่ผู้ได้รับพลังของเขาไป จะต้องมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแน่นอน
หลังจากนั้น นางก็จะนำอาหารระดับสูงมาให้มากขึ้น เช่น ผัดเนื้อครึ่งมังกร, แกงเนื้อสัตว์เทพ... ของพวกนั้นต่างหากที่สร้างผลประโยชน์มหาศาลแก่พวกเขาจริงๆ ไม่ใช่เหมือนตอนนี้ ที่อาหารมีระดับต่ำเกินไป การบำรุงเพียงเล็กน้อยนั้นไม่ต่างอะไรกับหมัดของแมลงวัน แทบไม่มีค่าอะไรเลย
เมื่อจู่ๆ ได้ยินเสียงฝากข้อความของกิเลน เถาเที่ยก็ชะงักไป
หลังจากฟังเนื้อความชัดเจน
เขาก็แสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม แต่เท้ากลับกระทืบลงบนพื้นอย่างรุนแรง คลื่นพลังพิเศษแผ่กระจายออกไปตามพื้นผิว เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นบนผืนดินแห่งนี้ก็ถูกจำลองออกมาเป็นภาพโฮโลแกรมสามมิติ ปรากฏชัดเจนตรงหน้าเถาเที่ย
ภาพของกิเลนหงเหมิง จิ้งจอกเก้าหาง และหวงจิงปรากฏขึ้น
พวกเขากำลังล้อมรอบบางอย่างและครุ่นคิดด้วยสีหน้าลำบากใจ
"อะไรน่ะ?" มุมมองของเถาเที่ยยืนอยู่หลังจิ้งจอกเก้าหาง
หางฟูฟ่องทั้งเก้าหางของนางบดบังหลายสิ่งหลายอย่างไป
เขาด่าด้วยความหงุดหงิดพร้อมกับย้ายที่ไปยืนตรงอื่น ครั้งนี้เขาได้ยืนอยู่หลังหวงจิงพอดี ร่างเล็กๆ ของเจ้าตัวนั้นไม่สามารถบดบังทัศนวิสัยของเขาได้เลย "ดอกบัวแห่งโชคชะตา?"
ดอกบัวแห่งโชคชะตาของหลวนอวี่ปรากฏสู่สายตาของเขาในที่สุด
เถาเที่ยจับจ้องไปยังสีของมัน คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น "อะไรวะเนี่ย ระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินของใครกัน แล้วไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง..."
เสียงของเขาขาดหายไป เพราะเขาเพิ่งได้ยินชื่อของหลวนอวี่
นี่มัน... ของลูกรักเขาหรือ? หยุดมือซะ! เจ้าจิ้งจอกเก้าหาง หยุดเดี๋ยวนี้! นั่นมันของข้า ข้าจะให้เด็กคนนั้น!!
ทว่าภาพตรงหน้าไม่ได้หยุดลงเพียงเพราะความบ้าคลั่งของเถาเที่ย
ท้องฟ้าจู่ๆ ก็ถูกย้อมเป็นสีม่วง ทางด้านทะเลตะวันวันออก...
"หืม?"
"หือ?!"
"ไอ้เวรนั่นใคร?" นั่นใคร!! กล้าดีอย่างไรถึงมาทำร้ายดอกบัวแห่งโชคชะตาของลูกรักเขา
เขาจะไปฆ่ามัน!!
ในดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความโกรธของเถาเที่ย
ภาพในเหตุการณ์นั้นมีคลื่นพลังบางอย่างกวาดผ่านไป
ดอกบัวแห่งโชคชะตาของหลวนอวี่สูญเสียรัศมีไปในทันที
ก่อนจะถูกฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรง