- หน้าแรก
- อาณาจักรของหลินหย่วน เริ่มต้นจากสืบทอดฟาร์มหมู
- บทที่ 17 การจัดการมูลหมู
บทที่ 17 การจัดการมูลหมู
บทที่ 17 การจัดการมูลหมู
นอกจากสอนนักเรียนแล้ว หลินหย่วนก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำสิ่งอื่นเลย
เช่นตอนเดือนมีนาคม หลินหย่วนได้ไปที่รัฐบาลตำบลพบนายอำเภอเกาอีกครั้ง อยากจะแก้ปัญหาการจัดการมูลหมู และขอโควตาการจัดสรรนักเรียนวิชาชีพ
“เรื่องมูลหมูพูดง่าย ข้างๆ ตำบลเหอโข่วมีฐานผักขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง พวกเขาช่วงนี้กำลังทำอาหารสีเขียว มูลหมูของฟาร์มหมูพวกคุณไม่เพียงแต่ราคาถูก ยังเป็นปุ๋ยธรรมชาติ พวกเขายินดีรับแน่นอน”
เกาเหว่ยเหลียงได้ยินความต้องการของหลินหย่วน ใบหน้าเผยรอยยิ้มวางใจ ยกชาขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน
“แต่ว่าในฟาร์มหมูของผมปริมาณมูลที่ผลิตออกมาแต่ละวันไม่น้อยเลย พวกเขาจะใช้หมดเหรอครับ”
หลินหย่วนแม้จะเชื่อเกาเหว่ยเหลียง แต่ยังคงเสนอความสงสัยของตัวเองได้ถูกเวลา ในยุคที่ยังคงต่อสู้เพียงลำพังนี้ ฟาร์มที่สามารถใช้ปุ๋ยได้มากขนาดนี้มีไม่มาก
“วางใจเถอะ ฐานผักที่ฉันพูดถึงไม่ใช่ฟาร์มแห่งหนึ่ง แต่เป็นรัฐบาลตำบลเหอโข่วจัดตั้งชาวบ้านทำขึ้นมา ตอนนี้พวกเขากำลังพัฒนาการปลูกแบบสีเขียวอย่างเต็มที่ สร้างฐานผักระดับเมือง ตอนนี้ความต้องการปุ๋ยค่อนข้างมาก ช่วงก่อนหน้านี้นายกตำบลของพวกเขายังมาถามฉันเลยว่ามูลหมูในฟาร์มหมูของเธอขายไหม
อย่าว่าแต่หมูตอนนี้ของเธอเลย ต่อให้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าก็ใช้หมด
และไม่เพียงแต่ตำบลเหอโข่ว ตำบลและหมู่บ้านอื่นๆ ในอำเภอเหอเสี้ยนของพวกเราเห็นผลสำเร็จการปลูกผักของตำบลเหอโข่ว ตอนนี้ก็กำลังพยายามเรียนรู้ เตรียมพัฒนาการปลูกผักอย่างเต็มที่
ถึงเวลานั้นดีไม่ดีลำพังแค่งานฐานผักของตำบลไป๋สุ่ยพวกเรา ก็สามารถใช้มูลหมูของฟาร์มหมูเธอได้หมดแล้ว”
เกาเหว่ยเหลียงเดาความคิดของหลินหย่วนได้ ยิ้มอธิบาย
“แบบนี้ผมก็วางใจ นายอำเภอเกาคุณวางใจได้เลย มูลหมูที่ผมขายรับรองว่าคุ้มค่าที่สุด”
หลินหย่วนก็ถอนหายใจยาว นี่คือข้อดีของการอยู่ในมณฑลเกษตรกรรมขนาดใหญ่ ไม่เพียงแต่อาหารสัตว์ไม่ขาดแคลน มูลสัตว์ก็มีช่องทางขายที่สะดวกมาก ตอนนี้อย่างน้อยในระยะสั้น ตัวเองไม่ต้องกลุ้มใจกับมูลสัตว์ของฟาร์มหมูแล้ว
“งั้นเรื่องบุคลากรล่ะครับ” หลินหย่วนเอ่ยปากหยั่งเชิงต่อ
“สำหรับบุคลากรทางเทคนิคที่คุณพูดถึง เรื่องนี้ฉันก็ไม่กล้ารับประกัน ตอนนี้ฉันกำลังหารือกับโรงเรียนวิชาชีพอำเภอเหอเสี้ยน ดูว่านักเรียนวิชาชีพที่จบปีนี้จะจัดสรรมาได้สักกี่คน
เธอก็ทันเวลาที่ดีพอดี ประเทศตอนนี้ก็กำลังปฏิรูประบบการจัดสรรของโรงเรียนวิชาชีพ เมื่อก่อนไหนเลยจะมีโอกาสแบบนี้”
เกาเหว่ยเหลียงแม้ปากจะไม่พูดจนเต็มเกินไป แต่จากมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย หลินหย่วนรู้ว่าเรื่องนี้น่าจะมั่นคงแล้ว ก็คือปัญหาเรื่องจะรับได้กี่คน
“ขอบคุณนายอำเภอเกาครับ!” หลินหย่วนรีบแสดงความขอบคุณต่อเกาเหว่ยเหลียง
“ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราก็ตอบสนองนโยบายรัฐพอดี ประจวบเหมาะเริ่มทดลองจากฟาร์มหมูของพวกคุณ นี่เป็นกรณีแรกของเมืองพวกเรา เธอห้ามทำพังเด็ดขาด ต้องเริ่มต้นให้ดี”
เกาเหว่ยเหลียงโบกมือ เรื่องรับนักเรียนวิชาชีพจบใหม่นี้ หากหลินหย่วนทำได้ดี สำหรับเขาที่เป็นผู้นำตำบลที่หยวนเฟิงตั้งอยู่ และผู้เสนอเรื่องก็มีประโยชน์ไม่น้อยเช่นกัน
“วางใจได้เลยครับนายอำเภอเกา ทัศนคติของผมต่อบุคลากร คุณยังไม่ชัดเจนอีกเหรอครับ? อยู่กับผมรับรองว่าจะทำให้พวกเขาทุกคนได้เปล่งประกายในตำแหน่งหน้าที่ และได้รับผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อและมากมายครับ”
หลินหย่วนเก็บรอยยิ้มทันที รับประกันอย่างจริงจัง
การกระทำของเกาเหว่ยเหลียงรวดเร็วมาก ไม่นานเลขาเจ้าก็พากนจากตำบลเหอโข่วมาที่ฟาร์มหมูของหลินหย่วน
หลังจากรู้จุดประสงค์การมาของสองสามคน หลินหย่วนพาสองสามคนมาที่โรงหมักปุ๋ยขนาดเล็กที่สร้างไว้รอบนอกฟาร์มหมูโดยตรง
ชาติก่อนคลุกคลีกับหมูมาทั้งชีวิต สำหรับการจัดการมูลหมู หลินหย่วนก็มีประสบการณ์บ้าง เมื่อก่อนปริมาณมูลไม่มาก ยังมีชาวบ้านมาขนไปเอง ก็เลยไม่ได้จัดแจง
ตอนนี้ย่อมไม่สามารถเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นตอนสร้างโรงเรือนหมู หลินหย่วนก็สร้างโรงหมักปุ๋ยขนาดเล็กไว้ด้วย สามารถหมักมูลดิบให้กลายเป็นมูลสุกที่สามารถใช้ได้โดยตรง ไม่เพียงแต่เหมาะกับการขายมากขึ้น ราคาก็สามารถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อย
โรงหมักปุ๋ย จางไห่ซิงไม่ได้รังเกียจที่มาของปุ๋ยเหล่านี้ หยิบบดมูลหมูที่หมักดีแล้วจากบนพื้นขึ้นมาดม ใบหน้าเผยความยินดีเล็กน้อย
“เถ้าแก่หลินสมกับเป็นคนมาจากสายเทคนิคสูง สำหรับการหมักปุ๋ยก็เชี่ยวชาญขนาดนี้ คุณภาพปุ๋ยนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว”
จางไห่ซิงตบมือ ชูนิ้วโป้งให้หลินหย่วน
“เถ้าแก่จางชมเกินไปแล้ว ผมก็แค่ลองทำดูมั่วๆ ไม่กี่ครั้งเท่านั้น พวกคุณพอใจก็ดีแล้วครับ”
“ไม่ทราบว่าปุ๋ยเหล่านี้ของเถ้าแก่หลินราคาคำนวณยังไงครับ”
ชายวัยกลางคนอีกคนที่มาพร้อมกับจางไh่ซิง ตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยเสร็จเช่นกัน มองมาที่หลินหย่วน
“ตอนนี้ในท้องตลาดยังไม่มีใครทำมูลหมูมาซื้อขายกันเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่กล้าเรียกราคาแพง ขอคิดแค่ค่าเหนื่อยค่าน้ำพักน้ำแรงเล็กๆ น้อยๆ ตันละ 5 หยวนแล้วกันครับ”
นี่เป็นราคาที่หลินหย่วนคิดทบทวนอย่างละเอียดแล้วถึงกำหนดขึ้น เพราะตอนนี้ราคาผักเท่าไหร่เอง ราคามูลหมูสูงก็ขายไม่ออก
ไม่มีวิธี ยุคนี้คนเลี้ยงหมูมากเกินไป ในเขตชนบทมูลหมูไม่นับเป็นทรัพยากรขาดแคลนอะไร หากไม่ใช่เพราะฐานผักมีความต้องการปุ๋ยค่อนข้างมาก มูลหมูของหลินหย่วนก็ไม่แน่ว่าจะขายออก ได้แต่ลองตลาดด้วยราคาตันละ 5 หยวนก่อน
ตามขนาดของฟาร์มหมูหลินหย่วน รอจนหมูในฟาร์มถึง 2,000 ตัว เฉลี่ยแต่ละวันมูลหมูที่ผลิตออกมาเพียงพอหมักเป็นมูลสุก 3 ตัน
เทียบเท่ากับแต่ละวันมีรายได้เสริม 15 หยวน ถึงไม่มาก แต่ขาตั๊กแตนก็เป็นเนื้อ สำหรับฟาร์มหมูของหลินหย่วนก็นับเป็นส่วนเติมเต็มค่อนข้างดี ปีหนึ่งผ่านไปก็มีรายได้เกิน 5,000 หยวนแล้ว
“5 หยวน!”
คนสองสามคนของตำบลเหอโข่วใบหน้าฉายความยินดี ราคานี้ถูกกว่าปุ๋ยเคมีมาก ยังสามารถชูชื่อปุ๋ยสีเขียวปลอดสารพิษได้
“เถ้าแก่หลิน ราคานี้พวกเราตกลงแล้ว ฟาร์มหมูของคุณมีเท่าไหร่ พวกเราเอาเท่านั้น!”
จางไห่ซิงสบตากับคนอื่น พยักหน้า ยิ้มมองหลินหย่วน
“ดูท่าราคานี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นอีกนะ”
หลินหย่วนสังเกตเห็นสีหน้าของพวกจางไห่ซิง คิดในใจ แต่หลินหย่วนก็ไม่ใช่คนโลภไม่รู้จักพอ เขาไม่ได้หวังรวยจากสิ่งนี้ และเมื่อเทียบกับฟาร์มหมูอื่นที่ใช้วิธีให้ฟรี อย่างน้อยตัวเองยังสามารถขายได้เงินบ้าง
“ตกลง งั้นเเอนเถ้าแก่จาง พวกคุณถ้าต้องการมูลหมูก็มาขนได้เลย ยื่นหมูยื่นแมว จ่ายเงินปุ๊บรับของปั๊บ”
หลินหย่วนพยักหน้า เรื่องก็กำหนดลงตามนี้ การซื้อขายหลังจากนั้นย่อมมีพนักงานรับผิดชอบ ไม่ต้องให้หลินหย่วนจัดการ
ส่งคนของตำบลเหอโข่วไปแล้ว หลินหย่วนก็ทุ่มเทจิตใจทั้งหมดเข้าสู่การพัฒนาฟาร์มหมูอีกครั้ง สอนนักเรียน รับประกันการโตของหมู ยังต้องดูการสร้างโรงเรือนหมูใหม่ควบคู่ไปด้วย
(จบตอน)