- หน้าแรก
- ระบบเพ่งนิมิต พิชิตมาร
- บทที่ 6 - ภารกิจระดับแปด
บทที่ 6 - ภารกิจระดับแปด
บทที่ 6 - ภารกิจระดับแปด
บทที่ 6 - ภารกิจระดับแปด
หอภารกิจตั้งอยู่ติดกับประตูทางทิศตะวันออกของหน่วยปราบมาร
เมื่อได้รับภารกิจจากหอภารกิจแล้ว เหล่าสมาชิกหน่วยปราบมารมักจะเดินทางออกทางประตูทิศตะวันออก ซึ่งมีความหมายแฝงว่า 'ตะวันเบิกฟ้า รุ่งอรุณแห่งความหวัง' ถือเป็นการอวยพรให้แก่พวกเขานั่นเอง
แต่ที่น่าขันก็คือ สมาชิกส่วนใหญ่ที่ได้รับภารกิจมักจะจบลงด้วยการ 'ตะวันลับขอบฟ้า' หรือก็คือตกตายระหว่างปฏิบัติภารกิจ
และนี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมหน่วยปราบมารจึงขาดแคลนกำลังพลอยู่เสมอ อัตราการเสียชีวิตนั้นสูงลิ่วจนผู้มาใหม่เข้ามาทดแทนไม่ทัน
ทว่านี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ในโลกที่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจและความชั่วร้ายเช่นนี้ หากอัตราการเสียชีวิตของหน่วยปราบมารไม่สูง อัตราการเสียชีวิตของชาวบ้านตาดำๆ ก็จะพุ่งสูงขึ้นแทน
หลี่เหิงเดินมาถึงหอภารกิจ
มันคือโถงกว้างรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่โตราวกับลานกว้าง
เสาทุกต้นที่ค้ำยันโถงแห่งนี้ล้วนถูกสลักด้วยอักขระลึกลับซับซ้อนที่ประกอบเข้าด้วยกันจนกลายเป็นค่ายกล มีจุดประสงค์เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ปราบมาร และขจัดพลังสาง
ท้ายที่สุดแล้ว การที่สมาชิกหน่วยปราบมารต้องรับมือกับภูตผีปีศาจ แม้จะสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาได้ แต่ก็มักจะถูกความชั่วร้ายแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย
ทว่าเมื่อพวกเขาเดินทางมาส่งมอบภารกิจที่นี่ ค่ายกลเหล่านี้จะทำการชำระล้างความชั่วร้ายเหล่านั้นจนสิ้น หรือไม่ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบว่าบุคคลผู้นั้นยังคงเป็นคนเดิมอยู่หรือไม่
ในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้น
สมาชิกหน่วยปราบมารผู้หนึ่งเดินทางกลับมาจากการปราบมาร ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่หอภารกิจ เขากลับถูกค่ายกลเหล่านี้สะกดเอาไว้
สมาชิกผู้นั้นตื่นตระหนกและมึนงงเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดผิดและไม่เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้น
ทว่าหลังจากการตรวจสอบก็พบความจริงว่า สมาชิกผู้นั้นได้ตกตายไปนานแล้ว และร่างของเขากำลังถูกควบคุมโดยภูตผีปีศาจตนหนึ่ง
เจ้าคิดว่าตัวเจ้ายังคงเป็นตัวเจ้า ทว่าแท้จริงแล้วมันหาใช่ไม่...
และนี่ก็คือความอันตรายของโลกใบนี้
หลี่เหิงเดินมาที่กระดานประกาศเพื่อหาภารกิจที่เหมาะสม หลังจากใช้แต้มผลงานแลกภาพเพ่งจิตมหาตะวันไป เขาก็เหลือแต้มผลงานเพียงหยิบมือ จึงถึงเวลาที่ต้องหาเพิ่มเสียหน่อย
แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ภูตผีปีศาจสามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นพลังต้นกำเนิดได้
"หมู่บ้านร้างนอกเมือง มีแสงไฟและเงาคนเดินไปมาในยามวิกาล"
"ทิศตะวันออกของเมือง ปรากฏตรอกซอกซอยลี้ลับในยามค่ำคืน"
"บ้านบัณฑิตจางทางตอนเหนือของเมือง มีเทพธิดามาเคาะประตูในยามราตรี?"
หลี่เหิงส่ายหน้าไปมา มีแต่ภารกิจไร้สาระทั้งนั้น ร้อยทั้งร้อยคงเป็นแค่เรื่องมโนไปเอง
โลกใบนี้มีภูตผีปีศาจอยู่จริง นั่นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ชุกชุมจนถึงขั้นคุกคามชีวิตผู้คนในเมืองได้ขนาดนั้น
อย่างน้อยก็ในตอนนี้ล่ะนะ มิเช่นนั้นราชวงศ์แคว้นต้าหลีคงถึงคราวล่มสลายไปนานแล้ว ส่วนใหญ่คงเป็นเพียงความตื่นตูมของชาวบ้านไปเอง
ส่วนสาเหตุที่เขาค่อนข้างมั่นใจ นั่นก็เป็นเพราะในอดีตเขาเคยรับภารกิจจำพวกนี้มาแล้ว และส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยความว่างเปล่า
ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือน่ะหรือ
นั่นก็เพราะเขาจะได้แวะซื้อของอร่อยๆ กลับไปกิน จึงถือว่าไม่เสียเที่ยวเสียทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจบนกระดานประกาศเหล่านี้ก็มีเพียงแค่ข้อมูลคร่าวๆ เท่านั้น ระดับความยากหรือแต้มรางวัลผลงานใดๆ ล้วนไม่มีการระบุ
เห็นได้ชัดว่าแม้แต่หน่วยปราบมารเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้นัก
ในฐานะยอดฝีมือระดับขอบเขตหล่อเลี้ยงปราณ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับภารกิจที่จับต้องไม่ได้เหล่านี้ ช่างน่าเบื่อสิ้นดี
บางคนอาจจะบอกว่านี่เป็นการละเลยชีวิตผู้คน
ทว่าหากเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงล่ะ มันย่อมต้องมีผู้เสียชีวิตและถูกภูตผีปีศาจทำร้ายใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็รอให้มีคนตายก่อนค่อยว่ากัน
เป้าหมายหลักของหน่วยปราบมารในการปราบปรามปีศาจก็คือการรักษาความสงบสุขของสังคม หาใช่การไขว่คว้าความฝันในการคืนความสงบสุขให้แก่ใต้หล้าไม่
ประกอบกับกำลังพลที่ขาดแคลนอย่างหนัก ดังนั้นหากไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงจริงๆ โดยทั่วไปแล้วก็มักจะไม่ได้รับความสนใจ
ท้ายที่สุดแล้ว สมาชิกหน่วยปราบมารก็ไม่ใช่มือปราบที่คอยผดุงความยุติธรรมเสียหน่อย
"หืม ภารกิจนี่มัน..."
หลี่เหิงขมวดคิ้วเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นภารกิจหนึ่งที่ถูกติดไว้ตรงมุมของกระดานประกาศ
"รองหัวหน้าพรรคจวี้ล่างทางทิศตะวันตกถูกสังหาร?"
"ถูกแขวนคอตายหน้าประตูอย่างเงียบเชียบ?"
"ระดับความยากแปด แต้มผลงานหนึ่งพัน?"
เขามองดูข้อมูลเหล่านั้นด้วยความสนใจ
แต้มผลงานหนึ่งพันแต้ม มากพอที่จะนำไปแลกเคล็ดวิชาได้เลยนะ ภารกิจระดับแปดเหตุใดถึงให้รางวัลผลงานมากมายปานนี้
แถมดูเหมือนว่าหน่วยปราบมารจะไม่ค่อยใส่ใจภารกิจนี้เสียด้วย เพราะมันถูกนำมาติดไว้ที่มุมกระดานประกาศอย่างลวกๆ ราวกับจะบอกว่าอย่าได้ไปสนใจมันเลย
หลี่เหิงแค่นยิ้ม ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านี่ต้องเป็นฝีมือของตาเฒ่าหัวหน้าหน่วยที่เกลียดชังความชั่วร้ายเข้าไส้อย่างแน่นอน
ในเมื่อพวกมันเป็นพวกนักเลงหัวไม้ที่ชอบรังแกผู้คน ตายไปให้หมดก็ดีแล้ว
"แต่แต้มผลงานหนึ่งพันแต้ม แลกกับการต้องรับมือกับภูตผีปีศาจที่สามารถแขวนคอยอดฝีมือขอบเขตหล่อเลี้ยงปราณขั้นสูงสุดได้งั้นหรือ..."
เขาครุ่นคิดในใจ ก่อนที่ดวงตาจะทอประกายวาบ
ครั้งนี้เขาจะได้กอบโกยผลประโยชน์อย่างงาม!
มีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่ต้องเลือก ผู้ใหญ่อย่างเขาเหมาหมด! ทั้งแต้มผลงานและพลังต้นกำเนิด เขาจะคว้ามันมาให้หมด
แม้ระดับการฝึกตนของเขาจะหยุดอยู่แค่ขอบเขตหล่อเลี้ยงปราณขั้นสูงสุด ทว่าพลังรบที่แท้จริงของเขานั้นสามารถบดขยี้ยอดฝีมือที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้อย่างสบายๆ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิชาเพ่งจิตมหาตะวันที่เป็นดาวข่มของเหล่าภูตผีปีศาจ
เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์ด้านข้างเพื่อติดต่อข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ว่างจนถึงขั้นแคะหูเล่น เพื่อขอรับภารกิจนี้
ในขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
งานเอกสารนี่มันช่างสบายเสียจริง เหมือนพวกข้าราชการกรมกองในชาติก่อนไม่มีผิด แค่นั่งเปื่อยไปวันๆ พอถึงเวลาก็เลิกงาน รับเงินเดือนสบายใจเฉิบ
หากโลกใบนี้ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติและเขาไม่มีของวิเศษคอยช่วยล่ะก็ เขาคงเลือกทำงานแบบนี้ไปแล้ว
นั่งกินนอนกินรอรับเงินเดือน มันจะไม่ดีกว่าหรือ!
"หลี่เหิง เจ้าจะรับภารกิจนี้จริงๆ หรือ"
"อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ เมื่อสามวันก่อนมีสมาชิกหน่วยปราบมารหญิงผู้หนึ่งมารับภารกิจนี้ไป แต่สุดท้ายนางก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย"
ข้าราชการผู้นั้นเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเห็นภารกิจที่หลี่เหิงเลือก
หลี่เหิงชะงักไปครู่หนึ่ง
มีสมาชิกหน่วยปราบมารหายตัวไปอย่างนั้นหรือ เขารู้ดีว่าการหายสาบสูญเป็นเพียงคำพูดที่ดูสวยหรู ทว่าความจริงอาจจะตายไปแล้วก็เป็นได้
ในโลกที่อันตรายเช่นนี้ การหายสาบสูญก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับความตาย ยิ่งต้องเผชิญหน้ากับภูตผีปีศาจด้วยแล้ว เพราะพวกมันไม่มีวันปรานีผู้ใด
แต่แบบนี้สิถึงจะน่าสนุก แบบนี้สิถึงจะสะใจ!
หลี่เหิงแอบหัวเราะในใจ ไม่แน่ว่าภูตผีตนนี้อาจจะช่วยให้เขารวบรวมพลังต้นกำเนิดได้มากขึ้นก็ได้ สิ่งที่เขาต้องการก็มีไม่มาก...
ขอตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ก่อนแล้วกัน นั่นคือการเนรมิตดวงตะวันที่เขาเพ่งจิตสร้างไว้ออกมาให้จงได้!
ถึงเวลานั้นต่อให้พวกเจ้าเป็นภูตผีปีศาจที่เก่งกาจมาจากไหน ข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าจะทนรับการบดขยี้จากดวงตะวันดวงนี้ได้!
หากทนได้ เขาก็แค่รวมดวงตะวันระดับดาวฤกษ์เข้าไปด้วย
ผสานแนวคิดการทำลายล้างความชั่วร้าย ปราบปรามปีศาจ สาดแสงส่องโลก พร้อมกับมวลน้ำหนักมหาศาลอันน่าสะพรึงกลัว เพียงแค่ยืนนิ่งๆ ก็สามารถบิดเบือนมิติกาลเวลาได้แล้ว!
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าขอรับภารกิจนี้"
หลี่เหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ข้าราชการชั้นผู้น้อยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เด็กเส้นของท่านหัวหน้าหน่วยผู้นี้ช่างใจกล้าบ้าบิ่นเสียจริง แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังที่เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าเขาจะเลื่อนระดับการฝึกตนแล้วกระมัง
เขาส่ายหน้าไปมาในใจ
ในสายตาคนทำงานมานานอย่างเขา นี่มันก็แค่พวกลำพองตัว เพราะเขาเคยเห็นโศกนาฏกรรมเช่นนี้มานักต่อนักแล้ว
พวกที่เพิ่งเลื่อนระดับการฝึกตนมักจะมีความมั่นใจล้นเปี่ยม จากนั้นก็ไปรับภารกิจ แล้วก็ไม่เคยได้กลับมาอีกเลย
ทว่าเมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของหลี่เหิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต่อให้เกลี้ยกล่อมไปก็คงไร้ผล คงตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้วล่ะสิ คำเตือนที่ดีไม่อาจรั้งคนรนหาที่ตายได้จริงๆ
หลังจากกรอกข้อมูลและรับภารกิจเรียบร้อยแล้ว หลี่เหิงก็ค่อยๆ เดินออกจากหอภารกิจผ่านทางประตูทิศตะวันออก
ข้าราชการผู้นั้นทอดสายตามองแผ่นหลังของเขาพลางขมวดคิ้ว ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ท่านหัวหน้าหน่วยทราบก็แล้วกัน
ทิศตะวันตกของเมือง ณ หอบัญชาการพรรคจวี้ล่าง
ยามนี้ผู้คนทั่วทั้งพรรคต่างสวมชุดไว้ทุกข์กันถ้วนหน้า
"ท่านหัวหน้าพรรค ยังไม่เคลื่อนศพอีกหรือขอรับ นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วนะ"
[จบแล้ว]