- หน้าแรก
- ยอดกวีขยี้บัลลังก์
- บทที่ 1734 - ดอกเบี้ย
บทที่ 1734 - ดอกเบี้ย
บทที่ 1734 - ดอกเบี้ย
บทที่ 1734 - ดอกเบี้ย
เป็นที่รู้กันดีว่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าคือของวิเศษไร้คู่เปรียบ ดังนั้น ต่อให้ซูเฉิงจะตั้งราคาขายหลายแสนกวั้นต่อเครื่อง ก็คงไม่มีใครหาว่าเขาตั้งราคาแพงเกินไป
นี่ไม่ใช่การขูดรีด ไม่ใช่การหลอกลวง แต่มันคือสำนวนที่ว่า 'โจวอวี๋โบยหวงก้าย คนหนึ่งเต็มใจตีอีกคนเต็มใจรับ' ต่างหาก
พวกตระกูลชุยต่างก็เต็มใจจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟ และเตรียมใจที่จะเสียเลือดเนื้อก้อนโตไว้แล้ว
เงินมากมายมหาศาลมากองอยู่หน้าจวนกั๋วกง แค่ซูเฉิงพยักหน้า เงินทั้งหมดนั้นก็จะถูกส่งเข้าไปในจวนกั๋วกงทันที
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเชื่อว่าซูเฉิงก็ควรจะขายในราคาแพงลิบลิ่ว เพราะสำหรับซูเฉิงแล้ว นี่ก็คือการค้าแบบครั้งเดียวจบ พวกตระกูลชุยซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟไปก็เพื่อนำไปสร้างเลียนแบบ
ดังนั้น แม้จะรู้ว่าซูเฉิงร่ำรวยมหาศาล ไม่ได้ขัดสนเงินทอง แต่หวังชิงหยุนก็ยังคิดว่าซูเฉิงโง่เขลา เงินหลายแสนหรือเป็นล้านกวั้นที่ลอยมาอยู่ตรงหน้ากลับไม่ยอมคว้าเอาไว้ ไม่เรียกว่าโง่เขลาแล้วจะเรียกว่าอะไร?
หวังเซิ่งหนานกลอกตาใส่หวังชิงหยุน ก่อนจะค้อนขวับ "พี่นั่นแหละที่โง่เขลา!"
หวังชิงหยุนผายมือออก "ตระกูลชุยยินดีจ่ายในราคาสูงเพื่อซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟ ซึ่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟที่น่าอัศจรรย์นี้ก็คู่ควรกับราคาสูงลิบลิ่วเช่นกัน ที่สำคัญก็คือ พวกเขาซื้อไปเพื่อสร้างเลียนแบบ นี่ก็คือการค้าแบบครั้งเดียวจบ จึงสมควรที่จะต้องจ่ายในราคาแพงลิบลิ่ว ดังนั้น การที่ซูเฉิงตั้งราคาแค่หลายร้อยกวั้น ไม่เรียกว่าโง่เขลาแล้วจะเรียกว่าอะไร?"
หวังเซิ่งหนานคลี่ยิ้มบางๆ "หากขายในราคาแพงลิบลิ่วให้พวกตระกูลชุย แน่นอนว่ามันจะเป็นการค้าแบบครั้งเดียวจบ แต่ถ้าขายในราคาถูกให้พวกเขา มันก็จะไม่ใช่การค้าแบบครั้งเดียวจบ ซูเฉิงเคยประกาศปณิธานอันยิ่งใหญ่เอาไว้ว่า เขาปรารถนาจะให้คนทั่วหล้าได้ใช้หลอดไฟ แล้วเขาจะขายในราคาแพงได้อย่างไร?"
"การขายในราคาถูกให้ตระกูลชุยแล้วมันจะไม่ใช่การค้าแบบครั้งเดียวจบได้อย่างไร? พวกตระกูลชุยต้องการจะสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเลียนแบบ พอพวกเขาสร้างได้สำเร็จ ต่อให้ซูเฉิงจะตั้งราคาถูกแค่ไหน พวกเขาก็คงไม่ไปซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของซูเฉิงอีกแล้ว!" หวังชิงหยุนโต้แย้ง
ขณะที่หวังชิงหยุนยังคงไม่เข้าใจ หวังหยวนฮุ่ยกลับเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขาถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า "ซูเฉิงยอมเสียสละเพื่อปณิธานอันยิ่งใหญ่นี้จริงๆ ซูเฉิงคือสุภาพบุรุษที่แท้จริง หากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขายเพียงหลายร้อยกวั้น ก็จะมีคนอีกมากมายที่มีกำลังซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟ"
"หากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสร้างเลียนแบบได้ง่ายขนาดนั้น การที่พวกตระกูลใหญ่ได้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว! หากมีแค่ตระกูลใหญ่ของพวกเราที่ซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไป พวกเรายังสามารถรวมหัวกันสั่งห้ามไม่ให้คนอื่นสร้างเลียนแบบได้ แต่ในเมื่อคนอื่นก็สามารถซื้อจากซูเฉิงได้ แล้วตระกูลใหญ่ของพวกเราจะมีสิทธิ์อะไรไปห้ามไม่ให้พวกเขาคิดสร้างเลียนแบบล่ะ?"
เมื่อหวังชิงหยุนได้ฟัง ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที และเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก "ถ้าอย่างนั้น... การที่พวกเราซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟมา มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยน่ะสิ?"
หวังหยวนฮุ่ยถอนหายใจด้วยความผิดหวัง "ใช่แล้วล่ะ หากซูเฉิงขายในราคาแค่หลายร้อยหรือไม่กี่กวั้น ตระกูลใหญ่ของพวกเราก็คงหมดสิทธิ์ที่จะกอบโกยผลประโยชน์จากเรื่องนี้แล้วล่ะ"
หวังชิงหยุนได้ยินดังนั้นก็หมดความสนใจในทันที เขาถอนหายใจ "สรุปว่าพวกเราลงแรงไปเปล่าๆ สินะ!"
ไม่ใช่แค่หวังชิงหยุนเท่านั้น แม้แต่หวังหยวนฮุ่ยเองก็รู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ แต่เพียงชั่วครู่เขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาได้ เพราะตระกูลหวังแห่งไท่หยวนของเขายังมีเครื่องจักรไอน้ำอยู่ในมือนี่นา แม้ว่าซูเฉิงจะบอกว่าสามารถใช้แรงคนในการขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ แต่การใช้แรงคนขับเคลื่อนมันก็ไม่ใช่ทางออกในระยะยาว
"เมื่อไหร่ที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟแพร่หลายออกไป ความต้องการเครื่องจักรไอน้ำก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย"
หวังชิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นก็จริง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าอาจจะสร้างเลียนแบบได้ง่าย แต่เครื่องจักรไอน้ำนั้นสร้างเลียนแบบได้ไม่ง่ายเลย แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าในเครื่องจักรไอน้ำมียางพาราเป็นส่วนประกอบ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ายางพาราพวกนั้นมันสร้างขึ้นมาได้อย่างไร? สูตรลับในการทำยางพาราไม่ใช่สิ่งที่ใครจะคิดออกได้ง่ายๆ หรอกนะ"
หวังหยวนฮุ่ยพยักหน้า "เหตุผลมันก็เป็นเช่นนั้นแหละ การจะหายางพาราก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ราชสำนักต้องดัดแปลงทั้งเรือรบและเรือสินค้า แถมยังต้องสร้างทางรถไฟ จึงต้องการเครื่องจักรไอน้ำจำนวนมาก และคงไม่มีปัญญานำออกไปขายให้ใครได้ แม้ซูเฉิงจะขายเครื่องจักรไอน้ำเหมือนกัน แต่ซูเฉิงก็อาศัยอยู่แต่ในแดนเหนือ การค้านี้เขาคนเดียวทำไม่หมดหรอก!"
หวังเซิ่งหนานที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร เพราะนางรู้ดีว่า ตอนที่ซูเฉิงมอบแบบแปลนเครื่องจักรไอน้ำให้นาง เขาก็คงจะคิดถึงจุดนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ทว่า บางครั้งนางก็อดรู้สึกเสียดายแทนซูเฉิงไม่ได้
หากพิจารณาจากผลกำไรที่ตระกูลหวังแห่งไท่หยวนจะได้รับจากเครื่องจักรไอน้ำ เกรงว่ามันคงมากพอที่จะสร้างรูปปั้นทองคำแท้ขนาดเท่าตัวนางได้เลยกระมัง?
นี่หมายความว่า ซูเฉิงยอมแลกทองคำที่มีน้ำหนักเท่าตัวนางเพื่อที่จะได้นางมาครอบครองงั้นหรือ!
เดี๋ยวก่อน ยังแลกไม่สำเร็จนี่นา นางยังไม่ได้ตกเป็นของซูเฉิงเลย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภายในใจของหวังเซิ่งหนานก็ยิ่งร้อนรุ่มขึ้นมา
ซูเฉิงคนทึ่ม ไม่รู้จักเก็บดอกเบี้ยบ้างเลยหรือไง!
ขณะที่หวังเซิ่งหนานกำลังคิดฟุ้งซ่าน จู่ๆ หวังชิงหยุนก็เรียกนาง
"ท่านอาสาม น้องพี่ พวกท่านคิดว่าพวกเราควรจะซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหลอดไฟมาดีไหม?" หวังชิงหยุนเอ่ยถาม
หวังหยวนฮุ่ยรีบตอบ "ถามแปลกๆ ก็ต้องซื้อสิ ตระกูลของพวกเราขาดเงินแค่หลายร้อยกวั้นหรือไง? แน่นอนว่าต้องซื้อมาศึกษาดูให้ละเอียด แม้จะกอบโกยผลกำไรมหาศาลไม่ได้ แต่ได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี"
จู่ๆ หวังชิงหยุนก็ตบหน้าผากตัวเองดังฉาด "จริงสิ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าอาจจะสร้างเลียนแบบได้ง่าย แต่หลอดไฟนั้นสร้างเลียนแบบไม่ง่ายเลยนะ แล้วทำไมซูเฉิงถึงขายถูกขนาดนั้นล่ะ? จริงสิ น้องพี่ เจ้ารู้หรือเปล่าว่าสุญญากาศมันสร้างขึ้นมาได้อย่างไร?"
หวังเซิ่งหนานถึงกับกลอกตาใส่พี่ชาย บ่นอุบอิบ "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะว่าสุญญากาศมันทำยังไง?"
นางย่อมเข้าใจความหมายของหวังชิงหยุนดี เขาอยากจะให้นางไปสืบดูว่าหลอดไฟมันถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร
แต่ทว่า นางไม่อยากจะทำแบบนั้นหรอกนะ
เพราะนางรู้สึกว่า แม้ตระกูลหวังแห่งไท่หยวนจะมีบุญคุณเลี้ยงดูนางมา แต่ซูเฉิงก็ตอบแทนบุญคุณนั้นแทนตัวนางไปหมดแล้ว แบบแปลนเครื่องจักรไอน้ำฉบับนั้นมันก็เพียงพอแล้ว
นางตัดสินใจมาเป็นสหายรู้ใจของซูเฉิงเพราะความรักที่นางมีให้เขา ไม่ใช่เพื่อให้มาเป็นสายสืบ
แม้นางจะไม่ได้แต่งงานกับซูเฉิง แต่นางก็ถือว่าตัวเองเป็นคนของซูเฉิงไปแล้ว นางจะยอมเข้าข้างฝั่งบ้านเกิดของตัวเองตลอดเวลาได้อย่างไร?
นางน่าจะไปสืบดูเสียมากกว่าว่าสุญญากาศมันถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร แน่นอนว่า หวังชิงหยุนก็ฟังออกว่าน้องสาวของเขาไม่อยากจะไปสืบเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
เรื่องแบบนี้คงบังคับกันไม่ได้ หวังหยวนฮุ่ยจึงหัวเราะหึๆ "เมื่อเทียบกับตระกูลชุย อย่างน้อยพวกเราก็รู้ว่าข้างในหลอดไฟมันต้องเป็นสุญญากาศ ขอแค่ให้พวกช่างฝีมือหมั่นศึกษาค้นคว้า สักวันก็ต้องหาคำตอบได้เองนั่นแหละ"
หวังชิงหยุนพยักหน้ารัวๆ "ใช่ขอรับ ใช่ ท่านอาสามพูดถูกแล้ว!"
ใช่แล้ว ซูเฉิงก็อุตส่าห์บอกพวกเขาแล้วว่าข้างในหลอดไฟมันต้องเป็นสุญญากาศ แค่นี้ก็ถือว่าซูเฉิงมีน้ำใจกับพวกเขามากพอแล้ว หวังเซิ่งหนานจึงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม "ท่านอาสาม พวกเราสมควรกลับเข้าเมืองกันได้แล้วกระมัง?"
หวังหยวนฮุ่ยพยักหน้ายิ้มรับ "ใช่แล้ว พวกเราสมควรกลับเข้าเมืองกันได้แล้ว"
หวังเซิ่งหนานนั่งรถม้ากลับเข้าเมืองฉางอัน ภายในใจของนางกำลังครุ่นคิดวางแผนตลอดการเดินทาง
จะทำอย่างไรดีนะ ถึงจะทำให้ซูเฉิงคนทึ่มนั่นยอมเก็บดอกเบี้ยจากนางเสียที?
จะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว!
(จบแล้ว)