เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: ซื้อไก่กลับบ้านกันเถอะ!

บทที่ 9: ซื้อไก่กลับบ้านกันเถอะ!

บทที่ 9: ซื้อไก่กลับบ้านกันเถอะ!


"กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก~"

"เอกอีเอ้กเอ้ก เอกอีเอ้กเอ้ก~"

"ก้าบ ก้าบ ก้าบ~"

"จุ๊กกรู จุ๊กกรู~"

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในตลาดสด ชิงชิงกับเวยเวยก็ถูกดึงดูดด้วยบรรดาไก่ เป็ด และนกพิราบในโซนสัตว์ปีก พวกเธอไปนั่งยองๆ อยู่หน้าแผงขายไก่ จ้องมองพวกนกที่ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กแคบๆ อย่างใจจดใจจ่อ แถมยังเลียนแบบเสียงร้องของพวกมันอย่างตื่นเต้น

เรียกอย่างไรก็ไม่ยอมลุก!

หวงจวิ้นจะทำอย่างไรได้ นอกจากจำใจอยู่เป็นเพื่อนพวกเด็กๆ

โชคดีที่เถ้าแก่แผงขายไก่มีท่าทีเข้าใจโลกและไม่ได้ไล่พวกเธอไปไหนแม้จะยังไม่ได้ซื้ออะไร เขาเพียงแค่มองดูพวกเด็กๆ ด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

แต่การมายึดพื้นที่หน้าร้านคนอื่นเสียนานโดยไม่ซื้ออะไรเลยก็ทำให้หวงจวิ้นรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง เขาจึงเสนอขึ้นว่า "ชิงชิง เวยเวย เราซื้อไก่กลับบ้านสักตัวดีไหมลูก"

"ปะป๊า เราจะซื้อกุ๊กกุ๊กไปทำไมเหรอคะ"

เวยเวยแหงนหน้าดวงน้อยขึ้นมาด้วยความสงสัย จากนั้นราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ดวงตาของเธอก็สว่างวาบราวกับหลอดไฟ "เราจะเอามันไปเลี้ยงใช่ไหมคะ"

เถ้าแก่ขายไก่: ヾ(●`●)

หวงจวิ้น: (||)

ลูกรัก หนูช่างกล้าฝันจริงๆ...

"ปะป๊า เราจะเอามันไปเลี้ยงจริงๆ เหรอคะ" ชิงชิงถามด้วยสายตาคาดหวัง

หวงจวิ้น: (||)

ลูกรัก ทำไมหนูถึงมาร่วมวงผสมโรงด้วยล่ะเนี่ย...

เฮ้อ!

เขาบอกความจริงกับพวกเด็กๆ อย่างจนใจ "อืม ก็ต้องซื้อไปกินน่ะสิลูก!"

"อ๊ะ!"

ชิงชิงกับเวยเวยทำหน้าเหมือนเห็นผี ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

ชิงชิงอ้าปากค้างและกระซิบเสียงแผ่ว "ปะป๊า กุ๊กกุ๊กน่ารักขนาดนี้ เราจะกินกุ๊กกุ๊กได้ยังไงคะ"

"ใช่ค่ะๆ กุ๊กกุ๊กออกจะน่ารัก ทำไมเราต้องกินกุ๊กกุ๊กด้วย"

เวยเวยมองพวกไก่ในกรงด้วยความปวดใจ

ถ้าต้องเอาไปกิน...

ถ้างั้น เธอขอยอมไม่ซื้อดีกว่า

เมื่อเผชิญกับคำถามของลูกสาวทั้งสอง หวงจวิ้นก็ทำหน้าปลงตกอย่างที่สุด

เรื่องนี้ต้องมีเหตุผลด้วยหรือ ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ไก่ก็มีไว้ให้คนกินไม่ใช่หรือไง

แต่พอเห็นแก้วตาดวงใจทั้งสองทำหน้าเหมือนจะไม่ยอมเลิกราหากไม่ได้เหตุผล เขาจึงจำใจต้องอธิบาย "ก็เพราะว่าเนื้อไก่มันอร่อยมากยังไงล่ะ ถ้าเอาไปตุ๋นกับเห็ดนะ ทันทีที่เปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมฟุ้งก็จะลอยเตะจมูก อบอวลไปด้วยกลิ่นไก่ไปทั้งบ้านเลยล่ะ แล้วพอได้กัดเข้าปาก เนื้อไก่ก็จะไม่เปื่อยหรือเหนียวจนเกินไป แถมยังดูดซับรสชาติของเห็ดเอาไว้ ยิ่งทำให้อร่อยล้ำ เห็ดก็นุ่มละมุน ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุปไก่ รสชาติเข้มข้น อร่อยสุดยอดไปเลย..."

เขาบรรยายความอร่อยของเมนูไก่ตุ๋นเห็ดได้อย่างเห็นภาพ

"อึก~"

"อึก~"

เมื่อได้ฟังคำบรรยายของปะป๊า ชิงชิงกับเวยเวยก็คล้ายจะได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลายและมองเห็นไก่ตุ๋นเห็ดแสนอร่อยอยู่ตรงหน้า ยิ่งพอนึกถึงความอร่อยของบะหมี่ซี่โครงหมูและกุ้งผัดซอสน้ำมันฝีมือปะป๊า พวกเธอก็เผลอน้ำลายสอและกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่อยู่

แม้แต่เถ้าแก่ร้านขายไก่ก็ยังถูกคำพูดของหวงจวิ้นตกจนเผลอ 'อึก' กลืนน้ำลายลงคอไปตามๆ กัน เขาคิดในใจว่าเดี๋ยวต้องเชือดไก่สักตัว แล้วให้เมียรักทำเมนูไก่ตุ๋นเห็ดเป็นมื้อเย็นเพื่อสนองความอยากบ้างแล้ว

"ปะป๊า เมนูไก่ตุ๋นเห็ดที่ปะป๊าบอก มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอคะ"

ในตอนนี้ มีคนตัวเล็กๆ สองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ในหัวของเวยเวย

พลิกไปพลิกมาระหว่างจะกินกับไม่กิน

ชิงชิงเองก็เป็นเช่นนั้น

ช่างน่าหนักใจเหลือเกิน!

หวงจวิ้นยิ้มรับ "อร่อยแน่นอนสิลูก ปะป๊าเคยโกหกพวกหนูที่ไหนกัน"

"ถ้างั้น..."

เวยเวยเอานิ้วชี้สองข้างมาจิ้มหมุนวนไปมา ลังเลอยู่นานก่อนจะเอ่ยปาก "ถ้างั้นปะป๊าซื้อก็ได้ค่ะ..."

ชิงชิงก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน

เมื่อได้รับคำอนุญาตจากพวกเธอ หวงจวิ้นจึงขอให้เถ้าแก่ร้านช่วยเลือกไก่ตัวที่มีน้ำหนักไม่เกินสามชั่งให้หนึ่งตัว

เวยเวยเอ่ยปากเตือน "คุณตาคะ ต้องเลือกตัวที่สวยที่สุดนะคะ"

โอ้โห!

เด็กตัวแค่นี้ก็ยังใส่ใจเรื่องหน้าตาด้วยเหรอเนี่ย...

แม้เถ้าแก่จะรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง แต่เขาก็ขบขันกับเสียงใสแจ๋วของเวยเวยและรับคำ "ได้เลย เดี๋ยวตาจะเลือกตัวที่สวยที่สุดให้หนูเองนะ"

"ขอบคุณค่ะคุณตา!"

เวยเวยทำปากจู๋สีชมพูระเรื่อแล้วพูดต่อ "คุณตาคะ ลดราคาให้อีกหน่อยได้ไหมคะ~"

คำพูดนี้ทำเอาเถ้าแก่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบชื่นชมเธออยู่ในใจ

โอ้โห!

นี่มันแม่หนูน้อยอัจฉริยะชัดๆ!

ตัวแค่นี้ก็รู้จักต่อรองราคาช่วยพ่อแม่แล้ว

ยอดเยี่ยมจริงๆ!

โตขึ้นไปต้องได้ดีแน่ๆ!

ก่อนที่เขาจะได้ตอบกลับ ชิงชิงก็เงยหน้าดวงน้อยสีชมพูระเรื่อขึ้นมา และพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา "คุณตาคะ ปะป๊าของหนูเป็นพ่อครัวอยู่ที่โรงเรียนอนุบาล แล้วในครัวก็ต้องใช้วัตถุดิบเยอะแยะเลย ถ้าคุณตาลดราคาให้เรา ปะป๊าของหนูก็จะกลับมาซื้อของร้านคุณตาอีกแน่นอนเลยค่ะ..."

เถ้าแก่ร้านเบิกตากว้าง

โอ้โห!

คนนี้ยิ่งร้ายกาจกว่าอีก!

อายุแค่นี้ก็รู้จักหว่านล้อมซะแล้ว

ร้ายกาจจริงๆ ร้ายกาจจริงๆ...

เถ้าแก่ร้านเอ่ยชมพวกเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในใจ ขณะเดียวกันก็มองหวงจวิ้นด้วยความอิจฉา พลางคิดว่าในเมื่อหวงจวิ้นเป็นพ่อครัวที่โรงเรียนอนุบาล ในอนาคตก็คงต้องมาซื้อวัตถุดิบอยู่บ่อยๆ แน่นอน

ขอแค่รักษาสายสัมพันธ์อันดีเอาไว้ วันข้างหน้าเวลาจะซื้อเนื้อไก่เนื้อเป็ด หวงจวิ้นจะต้องนึกถึงเขาอย่างแน่นอน

ดังนั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางอารมณ์หรือเหตุผลทางธุรกิจ เขาก็จำต้องลดราคาให้พวกเธอสักหน่อยแล้ว

"ตกลง แค่เห็นแก่ที่หนูสองคนเรียกฉันว่าคุณตา ฉันก็ต้องลดให้แล้วล่ะ ทั้งหมดสามสิบห้าหยวน แต่ตาคิดแค่สามสิบหยวนก็แล้วกัน"

"ขอบคุณค่ะคุณตา!"

ชิงชิงกับเวยเวยเงยหน้ามองหวงจวิ้นอย่างมีความสุข บนใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยสีหน้า 'ช่วยชมหนูหน่อยสิ' เพื่อรอคำชม

หวงจวิ้นย่อมเอ่ยปากชมพวกเธออย่างไม่ลังเล "ชิงชิง เวยเวย พวกหนูเก่งมากเลยลูก!"

"ฮิฮิ~"

เมื่อได้รับคำชมจากปะป๊าโดยตรง ชิงชิงกับเวยเวยก็ยิ้มจนตาหยีเป็นรูปสระอิพร้อมกับโชว์ลักยิ้มตื้นๆ

หลังจากซื้อไก่เสร็จ หวงจวิ้นก็พาแก้วตาดวงใจทั้งสองไปที่โซนอาหารทะเลและโซนผักสดเพื่อซื้อวัตถุดิบที่จำเป็น

เมื่อได้ของครบทุกอย่าง เขาก็จูงมือเด็กน้อยทั้งสองเดินกลับบ้าน

ทันทีที่เดินมาถึงชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์ พวกเขาก็บังเอิญเจอกับป้าเจียง คุณป้าเจ้าของบ้านเช่า ที่เพิ่งกลับจากการไปนั่งคุยเล่นที่ห้องสันทนาการของชุมชนพอดี

"สวัสดีค่ะคุณย่าเจียง!"

"อ้าว ชิงชิงกับเวยเวยนี่เอง..."

ป้าเจียงเห็นเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าของพวกเธอ จึงรีบหยิบพัดใบปาล์มในมือขึ้นมาพัดให้ "ดูสิ เหงื่อท่วมเลยลูก ไปไหนกันมาล่ะเนี่ย"

ชิงชิงยิ้มหวาน "คุณย่าเจียง พวกเราไปมอบตัวเข้าโรงเรียนอนุบาลมาค่ะ"

"คุณย่าเจียงคะ คุณย่าเจียงรู้ไหมคะ วันนี้ปะป๊าไปสมัครงานที่โรงเรียนอนุบาลมาด้วยล่ะ แล้วต่อไปปะป๊าก็จะได้เป็นพ่อครัวที่โรงเรียนอนุบาลของพวกเราด้วยนะคะ~"

เวยเวยเล่าอย่างมีความสุข

แต่คำพูดเหล่านี้ทำให้ป้าเจียงมีสีหน้าประหลาดใจ และมองไปที่หวงจวิ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อนัก

"ใช่ครับ"

หวงจวิ้นตอบรับ จากนั้นจึงอธิบายสถานการณ์การไปสมัครงานของเขาให้ป้าเจียงฟัง

ป้าเจียงรู้สึกยินดีกับเขาจากใจจริง "ดีจริงๆ เลยนะ การเป็นพ่อครัวที่โรงเรียนอนุบาลน่ะ นอกจากงานจะมั่นคงแล้ว ยังได้ดูแลเด็กๆ แถมยังสะดวกตอนรับส่งพวกแกอีกด้วย"

หวงจวิ้นยิ้ม "ผมก็คิดแบบนั้นแหละครับ"

พูดกันตามตรง โชคดีที่สุดของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็คือการได้พบกับเจ้าของบ้านเช่าผู้ใจดีคนนี้นี่แหละ

เธอไม่เพียงแต่ช่วยดูแลชิงชิงกับเวยเวยในชีวิตประจำวัน แต่บางครั้งก็ยังคอยแบ่งปันอาหารและข้าวของเครื่องใช้ให้พวกเขาอีกด้วย

แถมค่าเช่ารายเดือนก็เก็บเพียงห้าร้อยหยวนพอเป็นพิธีเท่านั้น

ต้องรู้ไว้เลยว่า ต่อให้จะเป็นอพาร์ตเมนต์ชั้นบนสุด มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเช่าห้องที่มีห้องครัวในเมืองด้วยเงินเพียงห้าร้อยหยวน

"เสี่ยวจวิ้น ในเมื่อตอนนี้เธอได้งานทำแล้ว ก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดีนะ เข้าใจไหม" ป้าเจียงกำชับ

หวงจวิ้นพยักหน้า "เข้าใจแล้วครับ!"

ป้าเจียงหันไปมองเด็กน้อยทั้งสองแล้วเอ่ยด้วยความเอ็นดู "ชิงชิงกับเวยเวยเองก็ต้องตั้งใจเรียนด้วยนะลูก"

"อื้อ อื้อ~"

เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าหงึกหงัก

ระหว่างที่พูดคุยกัน ทุกคนก็เดินขึ้นบันไดไป

ป้าเจียงเห็นว่าหวงจวิ้นถือถุงพะรุงพะรังจนดูเหนื่อยล้า จึงเสนอตัวช่วยถือของบางส่วน แต่หวงจวิ้นปฏิเสธไปอย่างสุภาพ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้ และเดินขึ้นบันไดต่อไปโดยจูงมือเล็กๆ ของชิงชิงและเวยเวยเอาไว้

เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องของป้าเจียง ชิงชิงกับเวยเวยก็โบกมือน้อยๆ พลางเอ่ย "บ๊ายบายค่ะ" กับเธอ

ป้าเจียงเอ่ยเตือนเด็กน้อยทั้งสองให้ระมัดระวังตอนเดินขึ้นบันได และขณะที่เธอหยิบกุญแจออกมาไขประตู จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ "เสี่ยวจวิ้น เมื่อตอนเที่ยงบ้านเธอทำซี่โครงหมูใช่ไหมจ๊ะ หอมมากเลย ปู่เจียงกับป้าได้กลิ่นเข้าไปถึงในบ้านเลยล่ะ"

"ใช่ครับ เมื่อเที่ยงผมทำบะหมี่ซี่โครงหมู เด็กน้อยสองคนนี้กินไปตั้งคนละสามชามเล็กๆ แน่ะ!"

หวงจวิ้นพูดกลั้วหัวเราะ "ผมซื้อวัตถุดิบมานิดหน่อย กะว่าเย็นนี้จะทำเมนูไก่ตุ๋นเห็ด กุ้งผัดซอสน้ำมัน แล้วก็ปลาจวดนึ่งเพื่อฉลองสักหน่อยครับ เดี๋ยวพอทำเสร็จ ผมจะแบ่งมาให้คุณป้ากับคุณปู่เจียงชิมด้วยนะครับ"

ป้าเจียงยิ้มอย่างมีความสุข "ได้สิ ถ้างั้นป้าจะไม่เกรงใจล่ะนะ เธอรีบพาลูกเข้าบ้านเถอะ ดูสิ เด็กสองคนร้อนแย่แล้ว"

หวงจวิ้นพาลูกน้อยทั้งสองเดินขึ้นบันไดต่อไป

เมื่อกลับมาถึงบ้าน

ไม่ต้องพูดถึงเด็กน้อยทั้งสองที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาทันทีและไม่อยากจะขยับตัวไปไหน แม้แต่เขาที่เป็นผู้ใหญ่ยังต้องวางข้าวของลงก่อน แล้วรีบเปิดแอร์ จากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่ครัวเพื่อรินน้ำดื่ม

หลังจากทั้งสามคนดื่มน้ำเสร็จ ก็พากันนั่งพักบนโซฟาอยู่ครู่หนึ่ง

ดวงตากลมโตเป็นประกายของเวยเวยเต็มไปด้วยการออดอ้อน "ปะป๊า หนูขอดูการ์ตูนสักแป๊บนึงได้ไหมคะ"

"ได้สิลูก ถ้างั้นให้ดูได้สามสิบนาทีนะ"

หวงจวิ้นพยักหน้า และเมื่อเห็นว่าเริ่มเย็นแล้ว เขาจึงบอกเด็กๆ ว่า "ปะป๊าจะไปทำอาหารเย็นให้พวกหนูแล้วนะ"

"ปะป๊า มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ"

ชิงชิงผู้แสนรู้ความเสนอตัวขึ้นมา "ชิงชิงช่วยปะป๊าล้างผักได้นะคะ~"

"ปะป๊า หนูไม่ดูการ์ตูนแล้ว หนูจะไปช่วยปะป๊าล้างผักเหมือนกันค่ะ~" เวยเวยเปลี่ยนใจกะทันหัน

อะไรที่พี่สาวทำได้ เธอก็ทำได้เหมือนกัน!

หวงจวิ้นยิ้มและพยักหน้าตกลง "เอาล่ะ งั้นก็มาเลยลูก..."

เด็กน้อยทั้งสองรีบสไลด์ตัวลงจากโซฟาทันที แล้ววิ่งเตาะแตะด้วยขาสั้นๆ เสียงดังตึกตักตามเขาไป

จบบทที่ บทที่ 9: ซื้อไก่กลับบ้านกันเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว