- หน้าแรก
- นัดเดทของฉันกับซอมบี้
- บทที่ 39 พลังมิติ เทพมังกร: เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน?
บทที่ 39 พลังมิติ เทพมังกร: เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน?
บทที่ 39 พลังมิติ เทพมังกร: เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน?
สิ้นเสียงคำพูด
บนท้องฟ้ายามราตรีก็ปรากฏยันต์สีทองขนาดมหึมาสว่างวาบขึ้นมา
ราวกับเป็นทางเข้าออกของเขตแดน พลังปราณธรรมอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากตัวยันต์
ตามมาด้วยเสียงคำรามของมังกรที่ดังกึกก้อง
หัวมังกรสีทองขนาดมหึมาทะลุโผล่ออกมา ตามติดด้วยลำตัวของมังกรทั้งร่างที่เลื้อยทะยานออกมาจากยันต์อย่างสมบูรณ์
"แย่แล้ว... เทพมังกร" เหออิงฉิวใจหล่นวูบ ในฐานะผู้สืบทอดของเหมาแดนใต้ หม่าแดนเหนือ เขาย่อมรู้ถึงอานุภาพของเทพมังกรตัวนี้เป็นอย่างดี
เมื่อเทพมังกรปรากฏกาย ย่อมถือเป็นการกำหนดจุดจบเอาไว้แล้ว
สิ่งชั่วร้ายใดๆ ล้วนไม่อาจมีชีวิตรอดภายใต้พลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเทพมังกรได้
ต่อให้เป็นทายาทของเจียงเฉิน หากประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตาเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน ทันทีที่เทพมังกรปรากฏกาย ย่อมไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ และมีเพียงสองผลลัพธ์เท่านั้น
ไม่ใช้พลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าต้านทานเทพมังกรให้ถอยกลับไป ก็ต้องถูกเทพมังกรสังหารจนสิ้นซาก
ขวงฟู่เซิงที่อยู่ข้างๆ เองก็เบิกตากว้างเช่นกัน ตั้งแต่กลายร่างเป็นผีดิบมาหกสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเทพมังกรตระกูลหม่า และสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความหวาดกลัวที่มีมาแต่กำเนิดซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเทพมังกรตัวนั้น
หวังเจินเจินที่เพิ่งตามมาถึง ก็เก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไว้ในสายตาเช่นกัน
เธอเห็นกับตาว่าหลังจากที่หม่าเสี่ยวหลิงร่ายคาถาจบ ก็สามารถอัญเชิญเทพมังกรที่มีตัวตนอยู่แค่ในตำนานปรัมปราออกมาได้ แม้จะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าหม่าเสี่ยวหลิงเป็นปรมาจารย์ปราบมาร แต่ในวินาทีที่เทพมังกรปรากฏตัว มันก็เหมือนกับการถูกบังคับอัปเดตระบบ โลกทัศน์ของเธอถูกลบล้างและสร้างขึ้นใหม่อย่างรุนแรงอีกครั้ง
เฉินเสวียนเย่มองดูเทพมังกรที่กำลังบินวนตระหง่านอยู่บนท้องฟ้ายามราตรี ด้วยความที่ในร่างของเขามีสายเลือดผีดิบไหลเวียนอยู่ เขาย่อมรู้สึกอึดอัดกับกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเทพมังกร ทว่ากลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"แย่แล้ว... เสี่ยวหลิงปล่อยเทพมังกรออกมา เทียนโย่วเขา..." เหออิงฉิวเผยสีหน้าโทษตัวเองและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
การไปมาหาสู่กันนานหลายสิบปี ทำให้เขากับขวงเทียนโย่วกลายเป็นสหายรักกันไปตั้งนานแล้ว
เขาเกลียดตัวเองนักที่ไม่อาจห้ามปรามคนทั้งสองที่กำลังโต้เถียงกันเอาไว้ได้
"พ่อ!" ขวงฟู่เซิงพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้า ราวกับมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน
เหออิงฉิวตาไวคว้าตัวเขาเอาไว้ได้ทันท่วงที "ฟู่เซิง อย่าใจร้อน"
"ปล่อยผม ปล่อยสิ!! พ่อ!!!" ขวงฟู่เซิงถูกกอดรัดเอาไว้แน่น ในเวลานี้หัวสมองของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตายและการพลัดพราก จนเขาลืมกระทั่งการกลายร่างเป็นผีดิบเพื่อสลัดหลุดจากการดึงรั้งของเหออิงฉิว
เหออิงฉิวกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "ฟู่เซิง เทพมังกรคือไพ่ตายในการปราบมารที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหม่า ฉายาตระกูลหม่าสายเลือดมังกรปราบมารก็มีที่มาจากสิ่งนี้แหละ เมื่อเทพมังกรปรากฏตัว เราก็ไม่มีพลังพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว"
"ไม่! พ่อ หนีไปเร็วเข้า!!" ขวงฟู่เซิงกรีดร้องตะโกนออกมาอย่างเสียสติ แรงผลักดันในการมีชีวิตอยู่ของเขา จะเป็นสิ่งใดไปได้หากไม่ใช่การมีขวงเทียนโย่วคอยอยู่เคียงข้าง "พี่ชายเฉิน ได้โปรดเถอะครับ ช่วยพ่อผมด้วย ได้โปรด"
เฉินเสวียนเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขามองดูขวงฟู่เซิงที่กำลังร้องไห้อ้อนวอนขอร้องเขาอยู่ตรงหน้า
อีกฝ่ายดูไม่เหมือนผีดิบที่ใช้ชีวิตมานานถึงหกสิบปีเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับดูเหมือนเด็กน้อยที่เห็นพ่อกำลังตกอยู่ในอันตรายตรงหน้า แต่ตัวเองกลับไร้ทางสู้และทำได้เพียงแค่เบิกตามองดูความสูญเสียอย่างไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้มากกว่า
"พี่ชายเฉิน ได้โปรดเถอะครับ ช่วยพ่อผมด้วย พี่จะให้ผมทำอะไรผมก็ยอมตกลงทุกอย่าง ได้โปรดเถอะครับ" ขวงฟู่เซิงคว้าจับมือของเฉินเสวียนเย่เอาไว้แน่น
"สหายเต๋าเฉิน ในเมื่อคุณทำนายถึงการมีตัวตนอยู่ของเทียนโย่วได้ ก็คงจะรู้ด้วยใช่ไหมว่าเทียนโย่วไม่ใช่ผีดิบที่ชั่วร้าย บางทีตอนนี้อาจจะมีแค่คุณเท่านั้นที่จะเกลี้ยกล่อมเสี่ยวหลิงได้" เหออิงฉิวเองก็มองเขาเป็นดั่งฟางเส้นสุดท้ายในการช่วยชีวิตเช่นกัน "ถ้าเทียนโย่วตาย ก็จะไม่มีใครสามารถต่อกรกับยามาโมโต้ คาซึโอะได้อีกแล้วนะ!"
แล้วเมื่อกี้ทำไมลุงไม่เอาเรื่องนี้ไปเกลี้ยกล่อมหม่าเสี่ยวหลิงล่ะ... เฉินเสวียนเย่ปรายตามองเหออิงฉิวแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไปมองเบื้องหน้าอีกครั้ง
เทพมังกรที่ลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศ ดวงตากลมโตดั่งโคมไฟได้ล็อกเป้าหมายไปที่ขวงเทียนโย่วซึ่งกลายร่างเป็นผีดิบไปแล้วเรียบร้อย หลังจากเปล่งเสียงคำรามดังกึกก้อง มันก็พุ่งทะยานเข้าสังหารเขาโดยตรงพร้อมกับพลังปราณธรรมอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านออกมา
ขวงเทียนโย่วเป็นคนดีหรือไม่ เรื่องนี้เขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
ถึงแม้เขาจะไม่ได้หวาดกลัวเทพมังกรของตระกูลหม่า แต่ในตอนนี้ก็ยังไม่มีพลังพอที่จะต่อกรกับมันได้เช่นกัน...
"ผมจะลองดูครับ"
สิ้นเสียงคำพูด
เฉินเสวียนเย่มองไปยังขวงเทียนโย่วที่ยืนอยู่ไกลออกไป เขาเร่งเร้าโลหิตแก่นแท้ ขับเคลื่อนกลุ่มก้อนพลังงานสีฟ้าภายในร่างกาย พลางตะโกนเสียงต่ำ "เคลื่อนย้ายมิติ"
......
ขวงเทียนโย่วยืนหยัดอยู่ที่เดิม เขามองดูมังกรทองยักษ์บนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยสติที่เริ่มเลือนราง ยืนนิ่งงันไม่ไหวติง
ในวินาทีที่เทพมังกรปรากฏตัว เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตาย สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ในหัวอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงหมู่บ้านหงซีเมื่อหกสิบปีก่อน
นึกย้อนไปถึงค่ำคืนที่ดวงดาวทอแสงงดงาม ทั้งสองอิงแอบแนบชิดกันบนภูเขาในหมู่บ้าน ทอดสายตามองดูดวงดาวที่พราวระยับเต็มท้องฟ้า พลางวาดฝันถึงอนาคตร่วมกัน
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายในเสี้ยววินาทีนี้
ภายในใจของเขากลับไม่มีความรู้สึกขลาดกลัวหรืออยากหนีหลบซ่อน ในทางตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ฟู่เซิง..." เขาได้ยินเสียงเรียกของขวงฟู่เซิง แต่ในเวลานี้เขาช่างเหนื่อยล้าเหลือเกิน อยากจะขานรับ แต่กลับพบว่าตนเองไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย
แต่เทพมังกรย่อมไม่ปล่อยเวลาให้เขาได้ตั้งตัว
มันพุ่งทะยานทิ้งตัวลงมาจากกลางอากาศ
ระยะห่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ในช่วงเวลาความเป็นความตายอันตึงเครียด
ขวงเทียนโย่วได้สติกลับคืนมา อยากจะขยับตัวตอบสนองแต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ทันใดนั้นเอง
แสงสีฟ้าสายหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมา
ร่างของขวงเทียนโย่วพลันอันตรธานหายไปในพริบตา
เทพมังกรพุ่งจู่โจมพลาดเป้า ก่อนจะรีบหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางแล้วบินทะยานกลับขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้ง
......
"พ่อ!" ขวงฟู่เซิงรีบก้าวเท้าเข้ามาหา สวมกอดขวงเทียนโย่วเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวจับใจว่าจะสูญเสียเขาไปอีกครั้ง
ในเวลานี้ขวงเทียนโย่วเองก็มองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าอันงุนงง... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เคลื่อนย้ายมิติงั้นหรือ?... เหออิงฉิวมองดูเฉินเสวียนเย่ด้วยสีหน้าตกตะลึง เมื่อครู่นี้เขาได้ยินเสียงของเฉินเสวียนเย่อย่างชัดเจนเต็มสองหู
หวังเจินเจินในตอนนี้เปรียบเสมือนมือใหม่ที่หลงเข้ามาอยู่ในกลุ่มของผู้เล่นระดับเทพที่เลเวลตันแล้ว
ทั้งการปรากฏตัวของเทพมังกร
และขวงเทียนโย่วที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับแสงสีฟ้า จากที่เคยอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตร แต่เพียงชั่วพริบตากลับถูกเคลื่อนย้ายมายืนอยู่ตรงหน้า
เธอจึงทำได้เพียงแค่เบิกตากว้าง แล้วเฝ้ามองภาพเหล่านั้นอย่างเงียบๆ
"การเคลื่อนย้ายมิติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ถึงกับต้องเผาผลาญแต้มโลหิตแก่นแท้ไปตั้งห้าร้อยแต้มเลยเชียว..." เฉินเสวียนเย่รำพึงในใจ
เมื่อมองดูขวงเทียนโย่วที่ถูกตนเองเคลื่อนย้ายมาได้สำเร็จ ในเวลานี้เขากลับรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย
แค่การเคลื่อนย้ายมิติเพียงครั้งเดียว กลับต้องสูญเสียแต้มโลหิตแก่นแท้ของตนเองไปถึงห้าร้อยแต้ม ต้องเข้าใจก่อนนะว่า นี่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เขาได้รับพลังพิเศษด้านมิติมาจากตัวหลัวไคผิงแล้วด้วยซ้ำ อัตราการเผาผลาญพลังงานแบบนี้มันช่างมหาศาลเกินไปแล้วจริงๆ...
"คุณเฉิน?" ขวงเทียนโย่วสามารถคาดเดาได้แทบจะในทันทีว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้
เฉินเสวียนเย่เพียงแค่ปรายตามองเขา ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม "ทำไมคุณถึงไปสู้กับคุณหม่าได้ล่ะครับ?"
"พ่อของผมเขา..." ขวงฟู่เซิงเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูด
ก็เห็นว่าหม่าเสี่ยวหลิงรีบก้าวเท้าเข้ามาซักไซ้ไล่เลียงเสียก่อน
"นี่ ไอ้หมอดูจอมลวงโลก ตกลงว่านายอยู่ข้างใครกันแน่ฮะ?"
เฉินเสวียนเย่หันหน้ากลับไปมองเธอ
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร
น้ำเสียงอันหนักแน่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างหาที่สุดไม่ได้ก็ดังขึ้น "เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงสามารถใช้กฎเกณฑ์แห่งมิติได้"
ทุกคนถึงกับชะงักงัน
ใครเป็นคนพูดกัน?
หม่าเสี่ยวหลิงดึงสติกลับมาได้เป็นคนแรก เธอหันขวับกลับไปมองเทพมังกรที่กำลังขดตัวลอยตระหง่านอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนตามสัญชาตญาณ "ลุงมังกรเหรอคะ?"
เทพมังกรเพียงแค่ปรายตามองหม่าเสี่ยวหลิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาจับจ้องที่เฉินเสวียนเย่อีกครั้ง
ในตอนนั้นเอง ทุกคนจึงเพิ่งจะตั้งสติได้ว่า เป็นเทพมังกรที่เอ่ยปากพูดภาษามนุษย์ออกมา
เฉินเสวียนเย่เงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน
"ผมก็เป็นแค่... ผู้เปิดเผยเรื่องราวล่วงหน้า"
"เปิดเผยเรื่องราวล่วงหน้าคือสิ่งใด?" เทพมังกรที่ลอยตระหง่านอยู่เหนือหัวเบื้องบนเบิกตากลมโตจ้องเขม็งมาที่เฉินเสวียนเย่
เฉินเสวียนเย่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย ทว่าเขากลับยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยน
"เป็นผู้เปิดเผย... บทละครชีวิตของแต่ละบุคคลล่ะมั้ง"
บทละครชีวิต... นั่นมันก็แค่หมอดูไม่ใช่รึ... เทพมังกรนิ่งเงียบไป สายตาคอยพิจารณาเฉินเสวียนเย่ที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มคนเบื้องล่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน
มันรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
เหตุใดร่างของอีกฝ่าย ถึงได้แผ่กลิ่นอายที่... ไม่ใช่ของมนุษย์ออกมาจางๆ
กลิ่นอายนี้... มันช่างคล้ายคลึงกับเจียงเฉินมากเหลือเกิน
กลิ่นอายคล้ายคลึงกับเจียงเฉิน อีกทั้งยังครอบครองกฎเกณฑ์แห่งมิติ ทว่ามันกลับสามารถมั่นใจได้อย่างเต็มอกว่า คนตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่เจียงเฉินอย่างแน่นอน
กลิ่นอายของเจียงเฉิน ไม่มีทางอ่อนแอถึงเพียงนี้หรอก
"เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน"