เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 พลังมิติ เทพมังกร: เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน?

บทที่ 39 พลังมิติ เทพมังกร: เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน?

บทที่ 39 พลังมิติ เทพมังกร: เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน?


สิ้นเสียงคำพูด

บนท้องฟ้ายามราตรีก็ปรากฏยันต์สีทองขนาดมหึมาสว่างวาบขึ้นมา

ราวกับเป็นทางเข้าออกของเขตแดน พลังปราณธรรมอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากตัวยันต์

ตามมาด้วยเสียงคำรามของมังกรที่ดังกึกก้อง

หัวมังกรสีทองขนาดมหึมาทะลุโผล่ออกมา ตามติดด้วยลำตัวของมังกรทั้งร่างที่เลื้อยทะยานออกมาจากยันต์อย่างสมบูรณ์

"แย่แล้ว... เทพมังกร" เหออิงฉิวใจหล่นวูบ ในฐานะผู้สืบทอดของเหมาแดนใต้ หม่าแดนเหนือ เขาย่อมรู้ถึงอานุภาพของเทพมังกรตัวนี้เป็นอย่างดี

เมื่อเทพมังกรปรากฏกาย ย่อมถือเป็นการกำหนดจุดจบเอาไว้แล้ว

สิ่งชั่วร้ายใดๆ ล้วนไม่อาจมีชีวิตรอดภายใต้พลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเทพมังกรได้

ต่อให้เป็นทายาทของเจียงเฉิน หากประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตาเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ทันทีที่เทพมังกรปรากฏกาย ย่อมไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ และมีเพียงสองผลลัพธ์เท่านั้น

ไม่ใช้พลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าต้านทานเทพมังกรให้ถอยกลับไป ก็ต้องถูกเทพมังกรสังหารจนสิ้นซาก

ขวงฟู่เซิงที่อยู่ข้างๆ เองก็เบิกตากว้างเช่นกัน ตั้งแต่กลายร่างเป็นผีดิบมาหกสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเทพมังกรตระกูลหม่า และสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความหวาดกลัวที่มีมาแต่กำเนิดซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเทพมังกรตัวนั้น

หวังเจินเจินที่เพิ่งตามมาถึง ก็เก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไว้ในสายตาเช่นกัน

เธอเห็นกับตาว่าหลังจากที่หม่าเสี่ยวหลิงร่ายคาถาจบ ก็สามารถอัญเชิญเทพมังกรที่มีตัวตนอยู่แค่ในตำนานปรัมปราออกมาได้ แม้จะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าหม่าเสี่ยวหลิงเป็นปรมาจารย์ปราบมาร แต่ในวินาทีที่เทพมังกรปรากฏตัว มันก็เหมือนกับการถูกบังคับอัปเดตระบบ โลกทัศน์ของเธอถูกลบล้างและสร้างขึ้นใหม่อย่างรุนแรงอีกครั้ง

เฉินเสวียนเย่มองดูเทพมังกรที่กำลังบินวนตระหง่านอยู่บนท้องฟ้ายามราตรี ด้วยความที่ในร่างของเขามีสายเลือดผีดิบไหลเวียนอยู่ เขาย่อมรู้สึกอึดอัดกับกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเทพมังกร ทว่ากลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

"แย่แล้ว... เสี่ยวหลิงปล่อยเทพมังกรออกมา เทียนโย่วเขา..." เหออิงฉิวเผยสีหน้าโทษตัวเองและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

การไปมาหาสู่กันนานหลายสิบปี ทำให้เขากับขวงเทียนโย่วกลายเป็นสหายรักกันไปตั้งนานแล้ว

เขาเกลียดตัวเองนักที่ไม่อาจห้ามปรามคนทั้งสองที่กำลังโต้เถียงกันเอาไว้ได้

"พ่อ!" ขวงฟู่เซิงพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้า ราวกับมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน

เหออิงฉิวตาไวคว้าตัวเขาเอาไว้ได้ทันท่วงที "ฟู่เซิง อย่าใจร้อน"

"ปล่อยผม ปล่อยสิ!! พ่อ!!!" ขวงฟู่เซิงถูกกอดรัดเอาไว้แน่น ในเวลานี้หัวสมองของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตายและการพลัดพราก จนเขาลืมกระทั่งการกลายร่างเป็นผีดิบเพื่อสลัดหลุดจากการดึงรั้งของเหออิงฉิว

เหออิงฉิวกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "ฟู่เซิง เทพมังกรคือไพ่ตายในการปราบมารที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหม่า ฉายาตระกูลหม่าสายเลือดมังกรปราบมารก็มีที่มาจากสิ่งนี้แหละ เมื่อเทพมังกรปรากฏตัว เราก็ไม่มีพลังพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว"

"ไม่! พ่อ หนีไปเร็วเข้า!!" ขวงฟู่เซิงกรีดร้องตะโกนออกมาอย่างเสียสติ แรงผลักดันในการมีชีวิตอยู่ของเขา จะเป็นสิ่งใดไปได้หากไม่ใช่การมีขวงเทียนโย่วคอยอยู่เคียงข้าง "พี่ชายเฉิน ได้โปรดเถอะครับ ช่วยพ่อผมด้วย ได้โปรด"

เฉินเสวียนเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เขามองดูขวงฟู่เซิงที่กำลังร้องไห้อ้อนวอนขอร้องเขาอยู่ตรงหน้า

อีกฝ่ายดูไม่เหมือนผีดิบที่ใช้ชีวิตมานานถึงหกสิบปีเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับดูเหมือนเด็กน้อยที่เห็นพ่อกำลังตกอยู่ในอันตรายตรงหน้า แต่ตัวเองกลับไร้ทางสู้และทำได้เพียงแค่เบิกตามองดูความสูญเสียอย่างไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้มากกว่า

"พี่ชายเฉิน ได้โปรดเถอะครับ ช่วยพ่อผมด้วย พี่จะให้ผมทำอะไรผมก็ยอมตกลงทุกอย่าง ได้โปรดเถอะครับ" ขวงฟู่เซิงคว้าจับมือของเฉินเสวียนเย่เอาไว้แน่น

"สหายเต๋าเฉิน ในเมื่อคุณทำนายถึงการมีตัวตนอยู่ของเทียนโย่วได้ ก็คงจะรู้ด้วยใช่ไหมว่าเทียนโย่วไม่ใช่ผีดิบที่ชั่วร้าย บางทีตอนนี้อาจจะมีแค่คุณเท่านั้นที่จะเกลี้ยกล่อมเสี่ยวหลิงได้" เหออิงฉิวเองก็มองเขาเป็นดั่งฟางเส้นสุดท้ายในการช่วยชีวิตเช่นกัน "ถ้าเทียนโย่วตาย ก็จะไม่มีใครสามารถต่อกรกับยามาโมโต้ คาซึโอะได้อีกแล้วนะ!"

แล้วเมื่อกี้ทำไมลุงไม่เอาเรื่องนี้ไปเกลี้ยกล่อมหม่าเสี่ยวหลิงล่ะ... เฉินเสวียนเย่ปรายตามองเหออิงฉิวแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไปมองเบื้องหน้าอีกครั้ง

เทพมังกรที่ลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศ ดวงตากลมโตดั่งโคมไฟได้ล็อกเป้าหมายไปที่ขวงเทียนโย่วซึ่งกลายร่างเป็นผีดิบไปแล้วเรียบร้อย หลังจากเปล่งเสียงคำรามดังกึกก้อง มันก็พุ่งทะยานเข้าสังหารเขาโดยตรงพร้อมกับพลังปราณธรรมอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านออกมา

ขวงเทียนโย่วเป็นคนดีหรือไม่ เรื่องนี้เขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ

ถึงแม้เขาจะไม่ได้หวาดกลัวเทพมังกรของตระกูลหม่า แต่ในตอนนี้ก็ยังไม่มีพลังพอที่จะต่อกรกับมันได้เช่นกัน...

"ผมจะลองดูครับ"

สิ้นเสียงคำพูด

เฉินเสวียนเย่มองไปยังขวงเทียนโย่วที่ยืนอยู่ไกลออกไป เขาเร่งเร้าโลหิตแก่นแท้ ขับเคลื่อนกลุ่มก้อนพลังงานสีฟ้าภายในร่างกาย พลางตะโกนเสียงต่ำ "เคลื่อนย้ายมิติ"

......

ขวงเทียนโย่วยืนหยัดอยู่ที่เดิม เขามองดูมังกรทองยักษ์บนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยสติที่เริ่มเลือนราง ยืนนิ่งงันไม่ไหวติง

ในวินาทีที่เทพมังกรปรากฏตัว เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตาย สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ในหัวอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงหมู่บ้านหงซีเมื่อหกสิบปีก่อน

นึกย้อนไปถึงค่ำคืนที่ดวงดาวทอแสงงดงาม ทั้งสองอิงแอบแนบชิดกันบนภูเขาในหมู่บ้าน ทอดสายตามองดูดวงดาวที่พราวระยับเต็มท้องฟ้า พลางวาดฝันถึงอนาคตร่วมกัน

ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายในเสี้ยววินาทีนี้

ภายในใจของเขากลับไม่มีความรู้สึกขลาดกลัวหรืออยากหนีหลบซ่อน ในทางตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"ฟู่เซิง..." เขาได้ยินเสียงเรียกของขวงฟู่เซิง แต่ในเวลานี้เขาช่างเหนื่อยล้าเหลือเกิน อยากจะขานรับ แต่กลับพบว่าตนเองไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย

แต่เทพมังกรย่อมไม่ปล่อยเวลาให้เขาได้ตั้งตัว

มันพุ่งทะยานทิ้งตัวลงมาจากกลางอากาศ

ระยะห่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ในช่วงเวลาความเป็นความตายอันตึงเครียด

ขวงเทียนโย่วได้สติกลับคืนมา อยากจะขยับตัวตอบสนองแต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

ทันใดนั้นเอง

แสงสีฟ้าสายหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมา

ร่างของขวงเทียนโย่วพลันอันตรธานหายไปในพริบตา

เทพมังกรพุ่งจู่โจมพลาดเป้า ก่อนจะรีบหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางแล้วบินทะยานกลับขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้ง

......

"พ่อ!" ขวงฟู่เซิงรีบก้าวเท้าเข้ามาหา สวมกอดขวงเทียนโย่วเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวจับใจว่าจะสูญเสียเขาไปอีกครั้ง

ในเวลานี้ขวงเทียนโย่วเองก็มองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าอันงุนงง... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เคลื่อนย้ายมิติงั้นหรือ?... เหออิงฉิวมองดูเฉินเสวียนเย่ด้วยสีหน้าตกตะลึง เมื่อครู่นี้เขาได้ยินเสียงของเฉินเสวียนเย่อย่างชัดเจนเต็มสองหู

หวังเจินเจินในตอนนี้เปรียบเสมือนมือใหม่ที่หลงเข้ามาอยู่ในกลุ่มของผู้เล่นระดับเทพที่เลเวลตันแล้ว

ทั้งการปรากฏตัวของเทพมังกร

และขวงเทียนโย่วที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับแสงสีฟ้า จากที่เคยอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตร แต่เพียงชั่วพริบตากลับถูกเคลื่อนย้ายมายืนอยู่ตรงหน้า

เธอจึงทำได้เพียงแค่เบิกตากว้าง แล้วเฝ้ามองภาพเหล่านั้นอย่างเงียบๆ

"การเคลื่อนย้ายมิติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ถึงกับต้องเผาผลาญแต้มโลหิตแก่นแท้ไปตั้งห้าร้อยแต้มเลยเชียว..." เฉินเสวียนเย่รำพึงในใจ

เมื่อมองดูขวงเทียนโย่วที่ถูกตนเองเคลื่อนย้ายมาได้สำเร็จ ในเวลานี้เขากลับรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย

แค่การเคลื่อนย้ายมิติเพียงครั้งเดียว กลับต้องสูญเสียแต้มโลหิตแก่นแท้ของตนเองไปถึงห้าร้อยแต้ม ต้องเข้าใจก่อนนะว่า นี่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เขาได้รับพลังพิเศษด้านมิติมาจากตัวหลัวไคผิงแล้วด้วยซ้ำ อัตราการเผาผลาญพลังงานแบบนี้มันช่างมหาศาลเกินไปแล้วจริงๆ...

"คุณเฉิน?" ขวงเทียนโย่วสามารถคาดเดาได้แทบจะในทันทีว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้

เฉินเสวียนเย่เพียงแค่ปรายตามองเขา ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม "ทำไมคุณถึงไปสู้กับคุณหม่าได้ล่ะครับ?"

"พ่อของผมเขา..." ขวงฟู่เซิงเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูด

ก็เห็นว่าหม่าเสี่ยวหลิงรีบก้าวเท้าเข้ามาซักไซ้ไล่เลียงเสียก่อน

"นี่ ไอ้หมอดูจอมลวงโลก ตกลงว่านายอยู่ข้างใครกันแน่ฮะ?"

เฉินเสวียนเย่หันหน้ากลับไปมองเธอ

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร

น้ำเสียงอันหนักแน่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างหาที่สุดไม่ได้ก็ดังขึ้น "เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงสามารถใช้กฎเกณฑ์แห่งมิติได้"

ทุกคนถึงกับชะงักงัน

ใครเป็นคนพูดกัน?

หม่าเสี่ยวหลิงดึงสติกลับมาได้เป็นคนแรก เธอหันขวับกลับไปมองเทพมังกรที่กำลังขดตัวลอยตระหง่านอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนตามสัญชาตญาณ "ลุงมังกรเหรอคะ?"

เทพมังกรเพียงแค่ปรายตามองหม่าเสี่ยวหลิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาจับจ้องที่เฉินเสวียนเย่อีกครั้ง

ในตอนนั้นเอง ทุกคนจึงเพิ่งจะตั้งสติได้ว่า เป็นเทพมังกรที่เอ่ยปากพูดภาษามนุษย์ออกมา

เฉินเสวียนเย่เงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน

"ผมก็เป็นแค่... ผู้เปิดเผยเรื่องราวล่วงหน้า"

"เปิดเผยเรื่องราวล่วงหน้าคือสิ่งใด?" เทพมังกรที่ลอยตระหง่านอยู่เหนือหัวเบื้องบนเบิกตากลมโตจ้องเขม็งมาที่เฉินเสวียนเย่

เฉินเสวียนเย่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย ทว่าเขากลับยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยน

"เป็นผู้เปิดเผย... บทละครชีวิตของแต่ละบุคคลล่ะมั้ง"

บทละครชีวิต... นั่นมันก็แค่หมอดูไม่ใช่รึ... เทพมังกรนิ่งเงียบไป สายตาคอยพิจารณาเฉินเสวียนเย่ที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มคนเบื้องล่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน

มันรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง

เหตุใดร่างของอีกฝ่าย ถึงได้แผ่กลิ่นอายที่... ไม่ใช่ของมนุษย์ออกมาจางๆ

กลิ่นอายนี้... มันช่างคล้ายคลึงกับเจียงเฉินมากเหลือเกิน

กลิ่นอายคล้ายคลึงกับเจียงเฉิน อีกทั้งยังครอบครองกฎเกณฑ์แห่งมิติ ทว่ามันกลับสามารถมั่นใจได้อย่างเต็มอกว่า คนตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่เจียงเฉินอย่างแน่นอน

กลิ่นอายของเจียงเฉิน ไม่มีทางอ่อนแอถึงเพียงนี้หรอก

"เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน"

จบบทที่ บทที่ 39 พลังมิติ เทพมังกร: เจ้ากับเจียงเฉิน มีความสัมพันธ์อันใดกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว