- หน้าแรก
- นัดเดทของฉันกับซอมบี้
- บทที่ 4 เหออิงฉิว: ขวงเทียนโย่ว นายความแตกแล้ว!
บทที่ 4 เหออิงฉิว: ขวงเทียนโย่ว นายความแตกแล้ว!
บทที่ 4 เหออิงฉิว: ขวงเทียนโย่ว นายความแตกแล้ว!
บทที่ 4 เหออิงฉิว: ขวงเทียนโย่ว นายความแตกแล้ว!
"เป็นอะไรไปคะลุงฉิว ฉันไปดูมาแล้ว ไม่พบไอปราณศพเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ไอปราณหยินก็ยังไม่เจอเลยค่ะ"
หม่าเสี่ยวหลิงถอนหายใจออกมา
เธอรู้ว่าเหออิงฉิวเป็นลูกศิษย์ของนักพรตเหมาเสี่ยวฟาง สมัยหนุ่มๆ เขาก็เคยเป็นนักพรตผู้มีอาคมแก่กล้า คอยปราบปรามความชั่วร้ายและขับไล่สิ่งอัปมงคล ต่อสู้กับปีศาจและภูตผี ทว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ทำให้เขาไม่สามารถยึดมั่นในหน้าที่เดิมได้อีกต่อไป จึงเปลี่ยนอาชีพมาประดิษฐ์ของขลังและกลายเป็นคนทำงานอยู่เบื้องหลังแทน
"เอ่อ... หึๆ ไม่มีอะไรหรอก แค่ไม่ได้ยินคำว่าผีดิบมานานมากแล้วน่ะ" เหออิงฉิวเหมือนจะรู้ตัวว่าแสดงปฏิกิริยามากเกินไป หลังจากตั้งสติได้ครู่หนึ่ง เขาก็หันกลับมามองหม่าเสี่ยวหลิงอีกครั้ง "แต่ว่านะ เสี่ยวหลิง ไอ้หมอผีที่เธอเพิ่งพูดถึงเนี่ย หมายความว่ายังไง ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังหน่อยสิ"
"ก็เมื่อคืนนี้น่ะสิ เจินเจินทนคุณน้าเจียเจียเร่งรัดให้แต่งงานไม่ไหว ก็เลยลากฉันลงมาเดินเล่นข้างล่าง แล้วก็ไปเจอกับเขานี่แหละ" หม่าเสี่ยวหลิงพูดพลางนึกย้อนกลับไป พร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เผชิญมาเมื่อคืนให้ฟังอย่างหมดเปลือก
รวมไปถึงเรื่องหลังจากนั้นด้วย
เพียงแค่หันหลังกลับไปมอง อีกฝ่ายก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แถมยังพาเอาเก้าอี้และม้านั่งทั้งหมดอันตรธานหายไปพร้อมกันด้วย
วิชาการระดับนี้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
"อืม... แม้แต่เก้าอี้และม้านั่งก็หายไปงั้นเหรอ... ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ธรรมดาจริงๆ" เหออิงฉิวพยักหน้ารับและช่วยวิเคราะห์
เมื่อเขาได้รับรู้ถึงตัวตนของผีดิบทั้งสองจากปากของหม่าเสี่ยวหลิง เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่า อีกฝ่ายต้องไม่ใช่ไอ้หมอผีจอมลวงโลกอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถตรวจสอบผีดิบที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทยามาโมโต้ที่ญี่ปุ่นอันห่างไกลได้ก็ตาม
แต่สำหรับผีดิบที่อยู่ในสถานีตำรวจโหยวหมาตี้ตรงหน้านี้ เหออิงฉิวย่อมรู้จักเป็นอย่างดี และเรียกได้ว่าคุ้นเคยกันเอามากๆ เสียด้วยซ้ำ
นั่นไม่ใช่ขวงเทียนโย่วหรอกหรือ?
แถมยังเป็นทายาทของเจียงเฉิน ซึ่งเป็นผีดิบระดับสูงสุดรองลงมาจากเจียงเฉินเลยนะ
"ใช่แล้วล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าสุดท้ายเขาแสดงฝีมือให้เห็นแบบนั้น เมื่อเช้าตรู่ฉันก็คงไม่ถ่อไปดูที่สถานีตำรวจโหยวหมาตี้หรอก..." ตอนนี้หม่าเสี่ยวหลิงเองก็รู้สึกลังเลใจอย่างมาก หากจะบอกว่าอีกฝ่ายเป็นหมอผีจอมลวงโลก แต่เขากลับสามารถหายตัวไปต่อหน้าต่อตาเธอได้อย่างเงียบเชียบ
แต่หากจะบอกว่าเขาไม่ใช่หมอผีจอมลวงโลก หลังจากที่เมื่อเช้าตรู่เธอวิ่งไปตรวจสอบที่สถานีตำรวจแล้ว กลับไม่พบอะไรเลยนี่สิ......
"ลุงฉิว แว่นตาของลุงเนี่ย มันไม่สามารถตรวจสอบหาไอปราณศพได้ใช่ไหม?"
เหออิงฉิวส่งสายตาเอือมระอาให้เธอ "ที่สถานีตำรวจมีจิตสังหารรุนแรงขนาดนั้น ไม่ว่าผีดิบหน้าไหนก็สามารถปกปิดไอปราณศพกับไอปราณหยินเอาไว้ได้หมดนั่นแหละ เรื่องแค่นี้คงไม่ต้องให้ฉันสอนหรอกมั้ง?"
พูดจบ
เหออิงฉิวก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย
แย่แล้ว... แบบนี้มันเท่ากับขายเพื่อนตัวเองชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?
เมื่อหม่าเสี่ยวหลิงได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็พลันเป็นประกาย "มีเหตุผล..."
"อะแฮ่มๆ เอาล่ะๆ เรื่องฝั่งสถานีตำรวจโหยวหมาตี้น่ะ พวกเรายังต้องรอการพิสูจน์ แต่สำหรับผีดิบที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทยามาโมโต้ที่ญี่ปุ่นนั่นล่ะ เมื่อคืนนี้หมอดูคนนั้นมีพูดอะไรอีกไหม?" เหออิงฉิวแสร้งกระอมกระไอสองครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ก่อนจะรีบซักไซ้ต่อ
หม่าเสี่ยวหลิงส่ายหน้า "ไม่มีแล้วค่ะ เขาตอบแค่สามคำถามเท่านั้นเอง ทำตัวลึกลับสุดๆ สงสัยว่าคืนนี้คงต้องไปเสี่ยงดวงดูอีกที"
"ตอบแค่สามคำถามงั้นเหรอ..." เหออิงฉิวขมวดคิ้วครุ่นคิด ภายในหัวเริ่มค้นหาข้อมูล เพื่อพยายามเสาะหาว่ามีสำนักไหนที่มีกฎการทำนายวันละสามครั้งบ้าง
"อืม คำถามละหนึ่งพันเหรียญ แต่ละคนถามได้แค่วันละสามคำถามเท่านั้น" หม่าเสี่ยวหลิงยักไหล่
เหออิงฉิวพยักหน้ารับ แต่แล้วก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาจึงหันไปมองเธอ "ไม่ถูกนี่เสี่ยวหลิง แต่ละคนถามได้วันละสามคำถาม ถ้าอย่างนั้นเมื่อคืนนี้เธอกับเจินเจินสองคน ก็ต้องถามได้ตั้งหกคำถามไม่ใช่เหรอ ตอนที่เธอเล่าให้ฉันฟังเมื่อกี้ มีแต่คำถามสามข้อของเจินเจิน แล้วของเธอล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น
หม่าเสี่ยวหลิงก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย ใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อ "ฉัน... ฉัน..."
"เธอคงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นไอ้หมอผีที่มาหลอกเอาเงิน ก็เลยไม่อยากจะจ่ายเงิน แถมยังคิดจะห้ามไม่ให้เจินเจินจ่ายเงินถามคำถามด้วยซ้ำใช่ไหมล่ะ จนกระทั่งตอนที่เขาจากไปและได้แสดงฝีมือให้เห็น เธอถึงเพิ่งจะรู้ว่าเขาคือของจริง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว?" เหออิงฉิวมองดูเธอ ราวกับว่าคาดเดาพฤติกรรมของหญิงสาวตรงหน้าออกตั้งแต่แรกแล้ว
หม่าเสี่ยวหลิงอึกอักอยู่นาน สุดท้ายก็พูดออกมาด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย "ก็... ขนาดตัวฉันเองยังไม่มีเบาะแสของผีดิบเลย แล้วลุงจะให้ฉันไปเชื่อได้ยังไงล่ะว่าคนอื่นจะมี?"
เหออิงฉิวยิ้มแหยพลางส่ายหน้า "ดูเหมือนว่าคงทำได้แค่ไปลองดูใหม่คืนนี้แล้วล่ะ เธอภาวนาให้บังเอิญเจอเขาอีกก็แล้วกัน"
"ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ" หม่าเสี่ยวหลิงยักไหล่ "เอาล่ะ ในเมื่อแว่นตาไม่มีปัญหาอะไร ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"โอเค ถ้ามีความคืบหน้าอะไร ก็อย่าลืมมาเล่าให้ฉันฟังบ้างล่ะ" เหออิงฉิวลุกขึ้นเดินไปส่งเธอ
หม่าเสี่ยวหลิงตอบรับพร้อมกับเดินจากไป
หลังจากส่งหม่าเสี่ยวหลิงเสร็จ
เหออิงฉิวก็ยืนอยู่ตรงบริเวณบันได
"มีปรมาจารย์ที่สามารถคำนวณทำนายแม่นยำขนาดนี้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมตัวเราถึงไม่รู้เรื่องเลย?"
"คนที่สามารถทำนายหาเทียนโย่วเจอได้โดยตรง ต้องไม่ใช่คนธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน"
พูดจบ
เขาก็เดินตรงไปยังโทรศัพท์บ้าน แล้วกดโทรออกทันที
หลังจากได้ยินเสียงรอสายดังขึ้นสองครั้ง อีกฝ่ายก็รับสาย
"ฮัลโหล? เทียนโย่วเหรอ?"
"ฉันเอง ตอนนี้นายรีบมาหาฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ความลับของนายแตกแล้ว"
หลังจากพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค เหออิงฉิวก็กดวางสายไปทันที
เพิ่งจะวางสายไปได้เพียงไม่กี่นาที
ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาในร้านเกม แล้วตรงดิ่งมาหาเหออิงฉิวที่กำลังนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ในชั่วพริบตา
"ลุงฉิว ที่พูดในโทรศัพท์หมายความว่ายังไง อะไรคือความลับของผมแตกแล้ว?"
มาไวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?... เหออิงฉิวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้าไปทางด้านหลัง "เรื่องนี้มันยาว เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ"
ขวงเทียนโย่วขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เนื่องจากเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเขาและฟู่เซิง สำหรับตัวเขาเองน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่เขาไม่อาจทนดูฟู่เซิงเกิดเรื่องได้ จึงรีบสาวเท้าเดินตามไปอย่างรวดเร็ว
ลานด้านใน
ขวงเทียนโย่วเห็นว่าบนโต๊ะมีถ้วยชาที่ยังมีควันลอยกรุ่นอยู่หนึ่งถ้วย
"ลุงฉิว มีคนมางั้นเหรอ?"
"อืม" เหออิงฉิวเหลือบมองถ้วยชาบนโต๊ะ โดยไม่ได้ปิดบังอะไร "คนที่เพิ่งมาเมื่อกี้นี้ คือผู้สืบทอดรุ่นปัจจุบันของตระกูลหม่าสายเลือดมังกรปราบมารน่ะ"
"เธอมาบอกฉันว่า มีหมอดูคนหนึ่งบอกเธอว่าในสถานีตำรวจโหยวหมาตี้ที่เซียงเจียงของพวกเรา มีผีดิบซ่อนตัวอยู่"
รูม่านตาของขวงเทียนโย่วหดเกร็ง ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น "หมอดู..."
"นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอก" เหออิงฉิวโบกมือปัด "เทียนโย่ว นายยังจำได้ไหมว่าพวกเรามารู้จักกันได้ยังไง?"
เมื่อขวงเทียนโย่วได้ยินเช่นนั้น ความคิดก็ถูกดึงกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน ในตอนที่เขาพาฟู่เซิงหนีการตามล่าของเหออิงฉิว จากนั้นใบหน้าก็เผยให้เห็นถึงความกลัดกลุ้มใจ
"เฮ้ อย่าเพิ่งคิดไปไกลสิ ฉันไม่ได้มาเอาผิดนายหรอกนะ จะว่าไปถ้าไม่ใช่เพราะนายทำให้ขาฉันหักไปข้างหนึ่ง ฉันก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องสร้างเวรกรรมอีกมากมายขนาดไหน เพราะงั้นดูเหมือนว่านายจะทำร้ายฉัน แต่ความจริงแล้วนายคือคนที่ช่วยฉันเอาไว้ต่างหาก" เหออิงฉิวยกมือขึ้นขัดจังหวะ
จากการอยู่ร่วมกันมานานหลายปี เหออิงฉิวย่อมรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของขวงเทียนโย่วเป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผีดิบ แต่ก็เป็นผีดิบที่มีจิตใจดีงาม ซึ่งมันเป็นการพลิกมุมมองโลกทัศน์เกี่ยวกับการศึกษาวิชาเต๋าของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
พูดจบ
เหออิงฉิวก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดต่อ "เทียนโย่ว นายยังจำเรื่องหมู่บ้านหงซีที่นายเคยเล่าให้ฉันฟังตอนนั้นได้ไหม?"
"จำได้สิ เพื่อตามหาตัวฉัน ยามาโมโต้ คาซึโอะถึงกับนำกำลังพลมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหงซี และสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย..." สีหน้าของขวงเทียนโย่วแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด และนี่ก็เป็นฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนเขามาตลอดหลายสิบปีนี้จนไม่อาจสลัดหลุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแผ่นหลังของคนๆ นั้น
ร่างของคนที่ทำให้เขาต้องคอยคิดถึงและรู้สึกผิดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้มาตลอดหลายวันหลายคืน
อาซิ่ว
เหออิงฉิวถอนหายใจออกมา "บางทีความรู้สึกของนายในตอนนั้นอาจจะถูกก็ได้ นายทหารชาวญี่ปุ่นคนนั้นก็กลายมาเป็นผีดิบเหมือนกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น
ขวงเทียนโย่วก็เงยหน้าขึ้นขวับ และจ้องมองไปที่เหออิงฉิว ในขณะเดียวกันทั่วทั้งร่างก็สั่นสะท้านราวกับถูกฟ้าผ่า
"ยามาโมโต้ คาซึโอะ?"
"ลุงฉิว ลุงเจอเขาแล้วงั้นเหรอ?"