- หน้าแรก
- นัดเดทของฉันกับซอมบี้
- บทที่ 2 คำถามสามข้อต่อวันของหวังเจินเจิน โลหิตแก่นแท้สตรีศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 2 คำถามสามข้อต่อวันของหวังเจินเจิน โลหิตแก่นแท้สตรีศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 2 คำถามสามข้อต่อวันของหวังเจินเจิน โลหิตแก่นแท้สตรีศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 2 คำถามสามข้อต่อวันของหวังเจินเจิน โลหิตแก่นแท้สตรีศักดิ์สิทธิ์
"คุณหม่าทำไมถึงกล่าวเช่นนี้ล่ะครับ" เฉินเสวียนเย่ชะงักไป
ฟ้าดินเป็นพยาน ทุกประโยคที่เขาเอ่ยล้วนเป็นความจริง หากมีคำโกหกแม้เพียงครึ่งคำ ขอให้สวรรค์ลงโทษให้ขวงเทียนโย่วชาตินี้หาภรรยาไม่ได้ไปตลอดชีวิต!
"คำตอบสำหรับคำถามแรกของเจินเจิน แกก็ตอบได้กำกวมจะตายอยู่แล้ว ยังจะมีหน้ามาเก็บเงินก้อนที่สองอีกเหรอ!" หม่าเสี่ยวหลิงโกรธจัด เธอเคยเห็นพวกต้มตุ๋นหลอกเอาเงินมาก็เยอะ แต่ไม่เคยเจอใครหลอกเงินหน้าด้านๆ แบบนี้มาก่อน นี่มันไม่ใช่การหลอกลวงแล้ว แต่มันคือการปล้นกันชัดๆ!
เมื่อหวังเจินเจินถูกหม่าเสี่ยวหลิงพูดเช่นนี้ ดูเหมือนเธอจะเพิ่งนึกขึ้นได้ "ใช่ค่ะท่านอาจารย์ คำถามแรกของฉันถึงแม้คุณจะให้คำตอบมาแล้ว แต่ดูเหมือน... มันจะคลุมเครือเกินไปจริงๆ ฉันให้เงินก้อนที่สองนี้ไม่ได้หรอกค่ะ!"
พูดจบ หวังเจินเจินก็ชักมือกลับ เธอซ่อนเงินหนึ่งพันเหรียญนั้นไว้ด้านหลัง ดูราวกับเด็กน้อยที่เผชิญหน้ากับตาลุงแปลกหน้า แล้วพยายามซ่อนลูกอมในมือเอาไว้อย่างสุดชีวิต
ตอบคลุมเครือเกินไปเหรอ... เฉินเสวียนเย่ลองคิดทบทวนดู ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ จากนั้นเขาก็ยิ้มบางๆ "ผมบอกไว้ล่วงหน้าแล้วไงครับว่าหนึ่งคำถามหนึ่งพันเหรียญ เมื่อกี้ผมตอบคำถามแรกของคุณหวังไปแล้ว ตอนนี้จะตอบคำถามที่สอง ก็ต้องเก็บอีกหนึ่งพันเหรียญ ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินี่ครับ"
หวังเจินเจินถามมาตั้งเยอะในรวดเดียว
เขาเองก็ตอบเธอไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่าชาตินี้เธอจะไม่ได้แต่งงาน... นี่ไม่ถือว่าตอบคำถามไปหนึ่งข้อแล้วเหรอ?
เฉินเสวียนเย่มองทั้งสองคนอย่างแปลกใจ
หวังเจินเจินอึ้งไป ดูเหมือน... จะเป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย
หม่าเสี่ยวหลิงเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับหาข้อจับผิดในเรื่องนี้ไม่ได้เช่นกัน
เฉินเสวียนเย่พูดต่อ "คุณหวังถามมาทั้งหมดหกคำถาม จะได้แต่งงานเมื่อไหร่ เนื้อคู่คือใคร เขาอยู่ที่ไหน ชื่ออะไร ทำอาชีพอะไร และมีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ผมก็ตอบคำถามแรกไปแล้วไม่ใช่หรือครับ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น
หญิงสาวทั้งสองลองนึกย้อนไปเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเขาจะตอบคำถามแรกไปแล้วจริงๆ
หม่าเสี่ยวหลิงแทบจะโกรธจนอกแตกตาย แต่ในขณะเดียวกันก็หาข้อจับผิดไม่ได้เลย หากว่ากันตามตรรกะหนึ่งคำถามต่อหนึ่งคำตอบ สิ่งที่เขาพูดก็ถูกต้อง หวังเจินเจินถามรวดเดียวหกคำถามจริงๆ แต่โดยรวมแล้วทั้งหกคำถามนี้มันก็คือคำถามเดียวนั่นแหละ จะโทษก็ต้องโทษเพื่อนสนิทของเธอคนนี้ ที่ดันเผลอตกลงไปในหลุมพรางคำพูดของอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว
"ก็ได้ค่ะ ถือว่าที่คุณพูดมามีเหตุผล งั้นตอนนี้คุณช่วยตอบคำถามที่สองของฉันมาเลยค่ะ" หวังเจินเจินไม่อยากจะคิดเล็กคิดน้อยอีกต่อไป เธอหยิบเงินหนึ่งพันเหรียญที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมา แล้วยื่นให้เขาอีกครั้ง
เฉินเสวียนเย่ปรายตามองหม่าเสี่ยวหลิงที่ยังคงจับแขนของเขาเอาไว้แน่น
หวังเจินเจินมองตามสายตาของเขาไปที่เธอ ก่อนจะดึงแขนเสื้อของเพื่อนเบาๆ "ไม่เป็นไรหรอกเสี่ยวหลิง ก็คิดซะว่าฟังนิทานไง ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าคนสองคนที่ผู้ชายคนนี้พูดถึง เป็นใครกันแน่"
หม่าเสี่ยวหลิงหันกลับมามองเธอ อยากจะด่าเรียกสติเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้ จ่ายเงินไปตั้งพันเหรียญเพื่อซื้อคำตอบที่ผิดเห็นๆ แล้วยังจะยอมจ่ายเงินอีกเหรอ?
ถ้าเธอยังแต่งงานไม่ได้ แล้วบนโลกใบนี้จะมีใครแต่งงานได้อีก?
ต้องรู้ไว้ว่าหากพูดถึงเรื่องรูปร่างหน้าตา หวังเจินเจินถือว่าเป็นหญิงงามคนหนึ่งเลยทีเดียว แถมยังมีหน้าที่การงานที่ดี แม่ของเธอก็ยังเป็นถึงเจ้าของอพาร์ตเมนต์ทั้งหลัง เพียบพร้อมขนาดนี้ยังจะแต่งงานไม่ได้อีกหรือ?
"เสี่ยวหลิง..." หวังเจินเจินกระตุกแขนเสื้อของเธออีกครั้ง
"ครั้งสุดท้ายนะ" หม่าเสี่ยวหลิงเห็นเธออ้อนวอนอย่างหนัก สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เงินสองพันเสียไปก็ช่างมันเถอะ ถือซะว่าซื้อบทเรียน จากนั้นเธอก็หันไปมองเฉินเสวียนเย่ "ไอ้หมอต้มตุ๋น รบกวนช่วยตอบคำถามครั้งนี้ ให้มันชัดเจนตรงไปตรงมาหน่อยนะ"
"ไม่มีปัญหาครับ" เฉินเสวียนเย่ยักไหล่
จากนั้นหม่าเสี่ยวหลิงก็ยอมปล่อยมือออกจากแขนของเขา
เฉินเสวียนเย่รับเงินหนึ่งพันเหรียญที่หวังเจินเจินยื่นมาให้อีกครั้ง ก่อนจะมองเธอแล้วให้คำตอบของตัวเอง "ผีดิบ"
"หา?" หวังเจินเจินอึ้งไป
ผีดิบเหรอ?
คนที่ฉันรัก หรือคนที่รักฉัน?
ทำไมถึงเป็นผีดิบไปได้ล่ะ?
ผีดิบมันต้องกระโดดหย็องแหย็งไม่ใช่เหรอ... พวกมันรู้จักความรักด้วยเหรอ?
สิ่งที่แตกต่างจากปฏิกิริยาของหวังเจินเจินก็คือหม่าเสี่ยวหลิง
ทันทีที่เธอได้ยินคำว่าผีดิบ ราวกับว่าเส้นประสาทบางเส้นที่หลับใหลอยู่เป็นประจำถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่เฉินเสวียนเย่ในทันที
เมื่อเผชิญกับปฏิกิริยาของหญิงสาวทั้งสอง เฉินเสวียนเย่ก็ดูเหมือนจะคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เขายิ้มบางๆ "ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่คุณรักหรือคนที่รักคุณ ทั้งสองคนล้วนแต่เป็นผีดิบ และมนุษย์กับผีดิบย่อมแตกต่างกัน นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่าชาตินี้คุณจะไม่ได้แต่งงานไงล่ะครับ"
พูดจบ
เฉินเสวียนเย่ก็หันไปมองหม่าเสี่ยวหลิง
เป็นไง คำตอบนี้ ชัดเจนและตรงไปตรงมาพอหรือยัง?
"พวกเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน ชื่ออะไร?" หม่าเสี่ยวหลิงโพล่งถามสิ่งที่สงสัยอยู่ในใจออกมาทันที
ในฐานะผู้สืบทอดของตระกูลหม่าสายเลือดมังกรปราบมาร ผู้พิทักษ์ความถูกต้องและปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เธอตั้งปณิธานว่าจะกำจัดสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดบนโลกใบนี้ให้สิ้นซาก และในขณะเดียวกันเธอก็ยังแบกรับภาระหน้าที่ในการไล่ล่าเจียงเฉินผู้เป็นราชันย์ผีดิบ ดังนั้นเมื่อเธอได้รับเบาะแสเกี่ยวกับผีดิบ สัญชาตญาณแรกของเธอก็คือการล้วงเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาให้ได้
หวังเจินเจินอึ้งไป เธอมองหม่าเสี่ยวหลิงด้วยความประหลาดใจ
ทำไมเธอถึงได้ดูอยากรู้อยากเห็นยิ่งกว่าตัวเธอเองเสียอีก...
แต่ก็จริงนะ ตั้งแต่เล็กจนโต เสี่ยวหลิงดูเหมือนจะสนใจเรื่องลี้ลับพวกภูตผีปีศาจอะไรเทือกนี้เป็นพิเศษ ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอทำไมถึงไปสนใจเรื่องพวกนี้ได้ ไม่กลัวบ้างเลยหรือไง...
เธอพอจะจำได้รางๆ ว่า ตอนเด็กๆ เคยมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเล่าเรื่องผีให้พวกเธอสองคนฟังเพื่อตีสนิท ผลปรากฏว่าตัวเธอเองกลัวแทบตาย แต่หม่าเสี่ยวหลิงกลับไม่กลัวเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังเล่าเรื่องผีกลับจนเด็กผู้ชายคนนั้นกลัวจนแทบช็อกตายแทน
เฉินเสวียนเย่ไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของหม่าเสี่ยวหลิงเลย เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไปหาเธอเงียบๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มใสซื่อไร้พิษภัยไปให้
ความหมายนั้นชัดเจนมาก
อยากรู้เหรอ?
จ่ายเงินมาสิ!
หม่าเสี่ยวหลิงเห็นมือขวาที่ยื่นมาของเขา แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายนั้นดี แต่เธอไม่ได้ตั้งใจจะควักเงินจ่ายหรอกนะ
"แกตอบฉันมาก่อน รอฉันพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง แล้วค่อยจ่ายค่าที่ปรึกษาให้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
รอยยิ้มของเฉินเสวียนเย่ก็แข็งค้าง คิ้วของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย
อ้าว... กะจะหลอกถามฟรีงั้นเหรอ?
จากนั้นเขาก็ดึงมือขวากลับ แล้วเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างไม่สนใจใคร แสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังจะเก็บแผงแล้ว
"นี่ แกหมายความว่าไง?" หม่าเสี่ยวหลิงรีบเค้นถาม
เฉินเสวียนเย่เก็บของไปพลาง เงยหน้าขึ้นมองเธอไปพลาง "ในเมื่อคุณหม่าไม่ได้ถามด้วยความจริงใจ แถมฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ผมเองก็ควรจะเลิกงานได้แล้วเหมือนกัน"
เลิกงาน... ช่างกล้าพูดว่าเลิกงานนะ... หางตาของหม่าเสี่ยวหลิงกระตุกยิกๆ
หวังเจินเจินกลับยื่นเงินให้หนึ่งพันเหรียญไปตรงๆ "นี่ค่ะ ฉันจ่ายเอง อื้ม... แต่ดูเหมือนจะเป็นสองคำถาม งั้นให้คุณอีกพันนึงก็แล้วกันนะคะ"
เฉินเสวียนเย่ส่ายหน้า เขาแค่รับเงินของหวังเจินเจินมาเพียงหนึ่งพันเหรียญเท่านั้น
เมื่อหวังเจินเจินเห็นเช่นนั้น ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจขึ้นมาเล็กน้อย ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าการหลอกเอาเงินแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ก็เลยตั้งใจจะรับเงินแค่พันเดียวแล้วตอบคำถามถึงสองข้อเลยล่ะสิ!
เมื่อหม่าเสี่ยวหลิงเห็นดังนั้น มุมมองในใจของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไปบ้าง อย่างน้อยก็พอดูออกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่พวกที่เอาแต่หลอกเอาเงินไปวันๆ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะฐานะผู้สืบทอดตระกูลหม่าสายเลือดมังกรปราบมารของเธอ ทำให้อีกฝ่ายเกิดความเกรงกลัวขึ้นมาบ้างก็เป็นได้
ก็ดีเหมือนกัน
สำนักเต๋าใต้หล้าล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงตอนนั้นถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือ เธอจะยื่นมือเข้าไปช่วยเขาสักหน่อยก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
เฉินเสวียนเย่ย่อมไม่รู้ความคิดของหญิงสาวทั้งสอง หลังจากรับเงินมาแล้ว เขาก็เพียงแต่มองไปที่หวังเจินเจิน "หนึ่งคนจำกัดแค่สามคำถามต่อวันเท่านั้น สำหรับคำถามสุดท้ายนี้ คุณอยากรู้ชื่อของพวกเขา หรืออยากรู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ครับ?"
หวังเจินเจินอึ้งไป
หม่าเสี่ยวหลิงเองก็ยืนนิ่งงันอยู่กับที่
เอาล่ะสิ... ที่แท้พวกเธอก็คิดไปเองงั้นเหรอ?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ไอ้หมอดูต้มตุ๋นมีกฎว่าให้ถามได้แค่สามคำถามต่อคนต่อวันด้วยเนี่ย?
"เอ่อ... ชื่อเหรอคะ?" หวังเจินเจินหันไปมองหม่าเสี่ยวหลิงอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
หม่าเสี่ยวหลิงส่ายหน้า "ชื่อมันเปลี่ยนกันได้ตลอดแหละ แต่ถ้าตำแหน่งแม่นยำล่ะก็ เราสามารถตามหาตัวได้ทันที บอกที่อยู่มา"
เฉินเสวียนเย่พยักหน้า "คนนึงอยู่ที่ญี่ปุ่น กลุ่มบริษัทยามาโมโต้ ส่วนอีกคนอยู่ที่เซียงเจียง สถานีตำรวจโหยวหมาตี้"
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ทำภารกิจระบบสำเร็จ: คำถามสามข้อต่อวัน]
[เป้าหมายที่สำเร็จ: หวังเจินเจิน]
[ได้รับรางวัล: โลหิตแก่นแท้สตรีศักดิ์สิทธิ์ X1 (เมื่อรับประทานจะสามารถยกระดับตบะขึ้นได้อย่างมหาศาล)]