เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - ใช้ผลประโยชน์หลอกล่อเพื่อรักษาชีวิต

บทที่ 43 - ใช้ผลประโยชน์หลอกล่อเพื่อรักษาชีวิต

บทที่ 43 - ใช้ผลประโยชน์หลอกล่อเพื่อรักษาชีวิต


คล้อยหลังนายอำเภอหลิวเพิ่งจะจากไป คนเมาผู้หนึ่งก็เดินโซเซหลงเข้ามาในที่ว่าการอำเภอ

และถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไปขังคุกอย่างรวดเร็ว

ในมุมลับตาคน ชายเมาผู้นั้นปากก็พึมพำจ้อกแจ้ก แต่สายตากลับจดจ้องไปทางซ่งยวนไม่วางตา

ซ่งยวนนับเป็นเป้าหมายสำคัญของพวกเขาในตอนนี้

หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา มันจะไม่ใช่แค่หัวหลุดจากบ่าเท่านั้น

ถ้าซูมู่จิงคิดจะลงมือในคุก เขาก็คงต้องจัดการกำจัดตัวปัญหานี้เสีย

เวลานี้ บริเวณเพิงขายเกี๊ยวน้ำหน้าศาลที่ว่าการอำเภอ

อวี๋ซื่อส่วยกำลังพาพวกพ้องมากินเกี๊ยวไปพลาง บ่นกระปอดกระแปดไปพลาง

"คุณชายบ้านทงพั่นแล้วอย่างไรเล่า? พวกเจ้าดูสิว่าคำพูดแต่ละคำของมันเป็นอย่างไรบ้าง?"

หลายคนพูดจาเซ็งแซ่ นำเอาคำด่าทอที่ซูมู่จิงมีต่อหลิวหย่งไปป่าวประกาศจนทั่ว

ชาวบ้านที่กำลังนั่งกินของอยู่แถวนั้นต่างก็อดที่จะหันมามองไม่ได้

บุตรชายของทงพั่นผู้นี้ ช่างกำเริบเสิบสานจริงๆ...

เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งวัน คำพูดอันเย่อหยิ่งจองหองของซูมู่จิงก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกซอกทุกมุมของอำเภอฝูชาง

บางคนถึงกับยืนยันว่า ตนเองเป็นคนเห็นกับตา!

และยังมีคนเล่าอีกว่า ขาของลูกชายตนเองก็ถูกซูมู่จิงผู้นี้ตีจนหัก

ณ ศาลเจ้าเมือง เมืองเย่ว์หยาง:

ท่านเจ้าเมืองเฉียนกำลังจิบชาชื่นชมภาพอักษรพู่กัน

จู่ๆ บ่าวก็เข้ามารายงาน

"ใต้เท้า นายอำเภอฝูชางมีเรื่องด่วนขอเข้าพบขอรับ!"

หลิวหย่งเดินยิ้มกริ่มเข้ามา แล้วโค้งคำนับท่านเจ้าเมืองเฉียน

ท่านเจ้าเมืองเฉียนพยักพเยิดหน้าให้เขารอไปก่อน ภาพวาดโบราณชิ้นนี้ เขายังชื่นชมไม่จุใจเลย

นั่งรอไปได้ราวๆ หนึ่งเค่อ ท่านเจ้าเมืองเฉียนถึงได้ยอมเก็บภาพวาดนั้น

"ว่ามาสิ? อำเภอฝูชางเล็กๆ จะมีเรื่องใหญ่โตอะไร ถึงขั้นทำให้เจ้าต้องรีบถ่อมาถึงที่นี่!"

หลิวหย่งรีบเอ่ยขออภัย

"เป็นความผิดของผู้น้อยเองที่มารบกวนเวลาชื่นชมภาพวาดของใต้เท้า ความจริงแล้วเรื่องมันเป็นเช่นนี้..."

หลิวหย่งเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ให้ฟัง

"เรื่องนี้ความจริงแล้วไม่เกี่ยวกับคุณชายซูเลยแม้แต่น้อย เป็นเพราะเขาถูกคนยุยงปลุกปั่น ถึงได้ไปอาละวาดที่หมู่บ้านตระกูลหวัง! ใต้เท้า ซ่งยวนผู้นั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง! วันหน้าจะต้องสอบได้ตำแหน่งเป็นแน่! จะปล่อยให้คุณชายซูกระทำตามอำเภอใจไม่ได้นะขอรับ.... แม้ว่าเขาจะลงมือทำร้ายคุณชายซู แต่ทว่า..."

สีหน้าของท่านเจ้าเมืองเฉียนเปลี่ยนไปทันที

"อะไรนะ? ไอ้ชาวนาต้อยต่ำคนหนึ่ง กล้าลงมือกับหลานซูของข้าเชียวรึ? ตัวปัญหาเช่นนี้ สมควรตีให้ปางตาย แล้วจับโยนเข้าคุกไปเลย!!"

พูดจบ เขาก็ถลึงตาใส่หลิวหย่ง! ช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียนี่กระไร!

ในเมืองชิงโจว ไอ้ชาวนาต้อยต่ำคนหนึ่งกล้าลงมือกับลูกหลานขุนนาง ช่างรนหาที่ตายชัดๆ

ถ้าหากหาข้ออ้างดีๆ สั่งประหารซ่งยวนเสีย ฝ่าบาทย่อมต้องทรงเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นแน่....

หลิวหย่งรีบฉีกยิ้มประจบประแจง

"ใต้เท้า ซ่งยวนเพิ่งจะสร้างผลงานชิ้นใหญ่ให้กับชิงโจวของเรานะขอรับ! หากเกิดเรื่องขึ้นในตอนนี้ เกรงว่าใจของราษฎรจะ..."

ท่านเจ้าเมืองเฉียนแค่นเสียงเย็นชา

"นายอำเภอหลิว เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่รึ? ใจของราษฎรเรอะ หึ! มันเป็นตัวอะไรกัน?"

ท่านเจ้าเมืองเฉียนจ้องหน้าหลิวหย่ง เอ่ยทีละคำ

"ก็แค่ฟลุคได้รับเกียรติยศอันยิ่งใหญ่มาก็เท่านั้น ข้าได้ยินมาว่าไอ้เด็กนั่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถึงขั้นไม่เห็นสำนักศึกษาประจำอำเภออยู่ในสายตาด้วยซ้ำ! คนเช่นนี้ สั่งสอนเสียบ้างก็ดี!!"

หลิวหย่งรีบพยักหน้าค้อมเอวรับคำ

"ที่ใต้เท้ากล่าวนั้นถูกต้องที่สุดขอรับ ทว่าซ่งยวนผู้นี้คือผู้ที่นำโชคมาสู่ชิงโจวของเราอย่างแท้จริง เมื่อหลายวันก่อน เขาสังเกตเห็นว่าถนนหนทางเฉอะแฉะ จึงได้ค้นคว้าสิ่งหนึ่งขึ้นมา ไม่ต้องใช้น้ำข้าวเหนียว ก็สามารถนำมาปูถนนได้! ทั้งยังแข็งแกร่งทนทานยิ่งนัก ผู้น้อยคิดว่า นี่อาจจะเป็นผลงานชิ้นใหญ่อีกครั้ง..."

หลิวหย่งยังพูดไม่ทันจบ ท่านเจ้าเมืองเฉียนก็ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้นเสียแล้ว

"ซี๊ด... เจ้าว่ากระไรนะ? ไม่ต้องใช้น้ำข้าวเหนียว?? ก็ปูถนนได้? ของสิ่งนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เจ้านำติดตัวมาด้วยหรือไม่?"

หลิวหย่งรีบพยักหน้า บอกว่าของอยู่บนรถม้า

ไม่นานนัก บ่าวก็ยกปูนซีเมนต์ที่ตากแดดจนแห้งสนิทเข้ามาให้ขุนนางทั้งสองดู

ท่านเจ้าเมืองเฉียนสังเกตดูอยู่ครึ่งค่อนวัน แล้วสั่งให้คนนำขวานมาลองสับดูสองสามที แววตาของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป

"ไอ้หนุ่มนี่ นับเป็นยอดคนนำโชคเสียจริงๆ!!"

หลิวหย่งยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า

"ใครว่าไม่จริงเล่าขอรับ ใต้เท้า ท่านลองคิดดูสิ หากเด็กคนนี้สามารถคิดค้นสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมาได้อีก นั่นก็เป็นเพราะความดีความชอบในการสั่งสอนของใต้เท้ามิใช่หรือ?? เฉพาะของตรงหน้านี้ หากไม่ได้ใต้เท้าคอยชี้แนะ ซ่งยวนที่เป็นเพียงเด็กบ้านนอก จะสามารถคิดค้นขึ้นมาได้อย่างไร?"

ใบหน้าของท่านเจ้าเมืองเฉียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้ม

"การอบรมสั่งสอนราษฎร ย่อมเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว!"

ท่านเจ้าเมืองเฉียนนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง จิบชาพลางหันไปมองหลิวหย่ง

"ตาเฒ่าซูผู้นี้ ตามใจลูกชายเกินไปหน่อยแล้ว..."

คำพูดนี้ หลิวหย่งไหนเลยจะกล้าต่อความยาวสาวความยืด จึงรีบตอบกลับไปว่า

"คุณชายซูย่อมต้องเป็นคนดีอยู่แล้วขอรับ เพียงแต่ถูกคนยุยงปลุกปั่น ประกอบกับเป็นคนรักพวกพ้อง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิด เข้าใจผิดกันทั้งนั้น..."

ท่านเจ้าเมืองเฉียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยต่อ

"ประเดี๋ยวข้าจะส่งคนไปบอกกล่าวกับท่านทงพั่นซูสักหน่อย ให้เขามารับตัวคนกลับไปสั่งสอน! ส่วนซ่งยวนผู้นั้น บังอาจลงมือทำร้ายบุตรชายของทงพั่น ช่างโอหังเสียจริง! ขังเขาสักสองสามวัน ให้เขารู้สำนึกเสียบ้าง ว่าบรรดาศักดิ์กวนเน่ยโหวเล็กๆ ในชิงโจวแห่งนี้ มันไม่มีความหมายอะไรเลย!!"

หลิวหย่งรีบลุกขึ้นประสานมือคำนับ "สิ่งที่ใต้เท้ากล่าวนั้นถูกต้องที่สุดขอรับ ผู้น้อยเป็นคนไม่มีความคิดอ่าน ทุกอย่างขอให้ใต้เท้าเป็นผู้ตัดสินใจ!"

คำพูดประโยคนี้ ทำให้ท่านเจ้าเมืองเฉียนรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ทั้งสองสนทนากันเรื่องปูนซีเมนต์ต่ออีกครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินว่ายังอยู่ในช่วงทดลอง ท่านเจ้าเมืองเฉียนก็แอบผิดหวังเล็กน้อย จึงกำชับให้หลิวหย่งไปเร่งรัดให้ซ่งยวนทำให้เสร็จโดยเร็ว

บนรถม้าขากลับ หลิวหย่งอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว

สิ่งที่สมควรพูด เขาก็ได้พูดไปหมดแล้ว หวังเพียงว่าเฉียนถงซูคงจะไม่ทำเรื่องโง่เขลาอย่างการฆ่าไก่เอาไข่หรอกนะ!

การที่ก้าวขึ้นมานั่งในตำแหน่งเจ้าเมืองได้ เฉียนถงซูย่อมไม่ใช่คนโง่

ซ่งยวนเป็นเพียงเด็กน้อย ไม่อาจกอบโกยผลงานไว้ได้เพียงผู้เดียว แต่กลับสามารถนำผลประโยชน์มากมายมาสู่พวกเขาได้!

ดังนั้น ชีวิตของซ่งยวน น่าจะปลอดภัยแล้ว!

หากปูนซีเมนต์ในครั้งนี้ สามารถสร้างผลงานได้อีก ซ่งยวนก็จะมีเครื่องรางคุ้มภัยเพิ่มขึ้นอีกชิ้น

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังต้องตักเตือนซ่งยวนให้จงหนัก

ไม้แข็งมักหักง่าย เขาไม่อยากให้ซ่งยวนต้องด่วนจากไปเพราะความฉลาดหลักแหลมเกินวัยของตนเอง!

คืนนั้น ซูมู่จิงและกลุ่มสมุนก็ถูกคนรับตัวออกจากคุกอำเภอ

ก่อนจากไป ซูมู่จิงยังหันมาทำท่าปาดคอใส่ซ่งยวน

หลังจากซูมู่จิงจากไป หลิวหมิงหลี่ก็หิ้วปิ่นโตอาหารสองเถาเดินเข้ามา

เถาหนึ่งส่งให้เซี่ยฟาง

เซี่ยฟางคว้าแขนหลิวหมิงหลี่ไว้

"หมิงหลี่ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ข้าไม่รู้ว่าซูมู่เขา... เขา..."

หลิวหมิงหลี่ไม่เอ่ยคำใดแม้แต่ครึ่งคำ

เขาส่งปิ่นโตอีกเถาให้ซ่งยวน

ซ่งยวนไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เปิดฝาออกแล้วสวาปามอย่างเอร็ดอร่อย!

ณ เมืองชิงโจว จวนตระกูลซู!

ทันทีที่รถม้าของซูมู่จิงแล่นเข้ามาใกล้ บริเวณลานบ้านตระกูลซูก็มีกลุ่มแม่นมและสาวใช้พากันออกมารอต้อนรับ

ห้อมล้อมฮูหยินผู้เฒ่าผู้สูงศักดิ์ และฮูหยินอีกหลายคน

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเห็นซูมู่จิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าบวมปูด ก็ปวดใจจนแทบขาดใจ

"โอ๊ย หลานรักของย่า! ไอ้สารเลวหน้าไหน มันกล้าทำร้ายคนของตระกูลซู!! คนพก คนพก!!"

ฮูหยินผู้เฒ่าซูโกรธจนกระทุ้งไม้เท้าลงพื้นดังปังๆ

"รีบไปตามไอ้ลูกเนรคุณซูจือเสียนกลับมาเดี๋ยวนี้ บอดไปเลยว่าลูกชายของมันกำลังจะโดนตีตายอยู่แล้ว! แม่แก่ๆ ของมันก็จะโดนทำให้โกรธตายอยู่แล้ว!! เป็นถึงทงพั่นแห่งมณฑล แต่กลับปกป้องลูกชายตัวเองไม่ได้ ข้าว่ามันรีบลาออกจากราชการเสียเถอะ! ข้าตายไป มันจะได้เฝ้าศพข้าพอดี!"

ซูฉินซื่อ มารดาของซูมู่จิงก็ดึงตัวซูมู่จิงมากอดร้องไห้

"ลูกแม่ต้องทนทุกข์แล้ว ไอ้พวกโจรชั่ว! กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายลูกแม่!!"

ทันทีที่ซูจือเสียนเลิกงาน ก็มีบ่าวรับใช้มารายงานว่านายน้อยไปก่อเรื่องมา! ฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินใหญ่กำลังร้องไห้ฟูมฟายกันยกใหญ่ที่บ้าน

เมื่อนึกถึงคำตักเตือนของท่านเจ้าเมืองเฉียน ซูจือเสียนก็เพียงแค่พยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าซูมู่จิงกำลังนั่งกินอาหารโดยมีกลุ่มสาวใช้และแม่นมคอยปรนนิบัติอยู่

ตอนแรกซูจือเสียนตั้งใจจะต่อว่าซูมู่จิงสักสองสามคำ เพื่อให้เขาทำตัวสงบเสงี่ยมลงบ้าง

ทว่า เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เขากลับมองเห็นรอยนิ้วมือบนใบหน้าของซูมู่จิง!

ดวงตาของเขาพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที!

ไอ้โจรชั่ว ช่างบังอาจนัก!!

ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของตระกูลซู ถึงกับถูกคนตบหน้าเชียวรึ!!

ไอ้โจรชั่วนี่ จงใจเหยียบย่ำใบหน้าของเขา ซูจือเสียน ชัดๆ!!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 43 - ใช้ผลประโยชน์หลอกล่อเพื่อรักษาชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว