เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - ต้องจดจำบุญคุณของผู้อื่นไว้

บทที่ 27 - ต้องจดจำบุญคุณของผู้อื่นไว้

บทที่ 27 - ต้องจดจำบุญคุณของผู้อื่นไว้


เสิ่นฉางชิงส่ายหน้า

"ซ่งยวน อายุแค่นี้แต่เจ้าคิดมาถึงจุดนี้ได้ ก็นับว่าเก่งมากแล้ว ทว่า... สิ่งที่เจ้าคิดนั้นมันออกจะ..."

จะพูดยังไงดีล่ะ มันออกจะคิดการใหญ่เกินไปหน่อย!!

เขาเดินมาหยุดตรงหน้าซ่งยวนเพื่อวิเคราะห์ให้ฟัง

"นายอำเภอคนปัจจุบันแซ่หลิว มารับตำแหน่งที่อำเภอฝูชางเมื่อสามปีก่อน! ปีแรกที่เขามารับตำแหน่ง ได้ยกเลิกภาษีจุกจิกไปไม่น้อย! อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการทำเกษตรกรรมเป็นอย่างมาก!"

ซ่งยวนพยักหน้า เรื่องพวกนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย

เสิ่นฉางชิงกล่าวต่อ

"ปีที่แล้ว นายอำเภอหลิวเกณฑ์แรงงานสองรอบ ซ่อมแซมถนนหลวงสองสาย! อีกทั้งยังซ่อมแซมเขื่อนที่พาดผ่านตัวอำเภอด้วย!"

แม้ซ่งยวนจะไม่รู้ว่าเสิ่นฉางชิงพูดเรื่องนี้ทำไม แต่เขาก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี!

"วาระนายอำเภอคือสามปี ปีนี้เป็นปีที่สามแล้ว!"

ซ่งยวนร้อง "อ้อ!" ออกมา

"ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านอาจารย์ นายอำเภอหลิวคงจะอยากทำอะไรเพื่อเพิ่มผลงาน! แบบนี้การประเมินก็จะออกมาดีด้วย!"

เสิ่นฉางชิงไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่มองซ่งยวนนิ่งๆ

ซ่งยวนหรี่ตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"ไม่สิ! หากนี่เป็นปีสุดท้าย เขาควรจะทำงานแบบประคองตัวไปมากกว่า และควรจะเหลือช่องว่างให้นายอำเภอคนต่อไปได้ทำผลงานบ้าง... ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บค่าผ่านประตูเข้าเมือง ให้ชาวบ้านโกรธเคืองเลย! แสดงว่าเขาต้องการจะรับตำแหน่งต่ออย่างนั้นหรือ?"

ครั้งนี้เสิ่นฉางชิงพึงพอใจอย่างที่สุด เขายิ้มพลางตบบ่าซ่งยวนอย่างชื่นชม

"ถูกต้อง! การสอบขุนนางอาศัยความรู้จากในตำรา แต่การจะก้าวเข้าสู่เส้นทางขุนนางจริงๆ นั้นไม่ง่ายเลย!"

เจ้าจำเป็นต้องสังเกตเจตนาของเบื้องบนอย่างละเอียด และต้องรู้เท่าทันความรู้สึกของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วย!

ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ต้องตามให้ทันทุกความเคลื่อนไหวเบื้องหลังการตัดสินใจจากเบื้องบน!

นายอำเภอหลิวผู้นี้เป็นคนมีความทะเยอทะยาน จึงสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อปูทางไปสู่อนาคตที่ดี!

เมื่อซ่งยวนได้ฟัง ก็อดไม่ได้ที่จะแย้งขึ้น

"แต่ว่าท่านอาจารย์! พอเก็บค่าผ่านประตูเข้าเมือง คนก็เข้าเมืองน้อยลง! วันนั้นเดิมทีเราตั้งใจจะไปอำเภอกันสามคน! แต่พอรู้ว่ามีการเก็บค่าผ่านประตู สุดท้ายก็ไปแค่ข้าคนเดียว! พอคนน้อยลง คนซื้อของก็น้อยลงตามไปด้วย! ค่าผ่านประตูนี้ ข้าว่าเก็บไปก็มีแต่จะแย่ลงนะขอรับ?"

แววตาของเสิ่นฉางชิงยิ่งเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ!

"เจ้าเด็กดี! เช่นนั้นอาจารย์ขอสั่งการบ้านให้เจ้าหน่อยดีไหม?"

ซ่งยวนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น เขารู้ดีว่าการบ้านครั้งนี้จะต้องไม่ใช่แค่การท่องจำตำราธรรมดาๆ แน่!

"อาจารย์ให้เวลาเจ้าเจ็ดวัน เจ้าสามารถใช้วิธีการใดก็ได้ ไปสืบดูว่าตั้งแต่เริ่มเก็บค่าผ่านประตูเข้าเมือง! จำนวนคนเข้าเมืองในแต่ละวันลดลงไปเท่าใด และส่งผลกระทบต่อเหล่าพ่อค้าวาณิชหรือไม่?"

เสิ่นฉางชิงจิบชาแล้วกล่าวต่อ

"เมื่อสังเกตเสร็จแล้ว เจ้าจงเขียนบทความมาส่งอาจารย์! เพื่อวิเคราะห์ว่า สรุปแล้วควรจะเก็บค่าผ่านประตูเข้าเมืองนี้หรือไม่!"

ซ่งยวนอดคิดในใจไม่ได้ว่า ที่นายอำเภอหลิวได้เป็นนายอำเภอต่อ จะไม่ใช่เป็นเพราะเรื่องเกลือนั่นหรอกหรือ...

หรือว่านายอำเภอหลิวจะมีสายตาแหลมคม มองเห็นพรสวรรค์ของเขา? เลยกะจะสูบเลือดสูบเนื้อเขา??

การเรียนในวันนี้จบลง ความเร็วในการท่องหนังสือและการทำความเข้าใจเนื้อหาในตำราของซ่งยวน ทำให้เสิ่นฉางชิงตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า

หลังเลิกเรียน ซ่งยวนไปดูพวกกระต่ายเป็นอันดับแรก!

มีตายไปหนึ่งตัว ตัวอื่นๆ ถือว่าแข็งแรงดี! เริ่มลืมตาและมีขนขึ้นแล้ว!

อู๋เสี่ยวหู่และจางเถี่ยต้านดูแลพวกมันอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ

ซ่งยวนกำชับข้อควรระวังในการเลี้ยงกระต่ายเพิ่มเติมให้ทั้งสองคนฟัง จากนั้นก็เริ่มไปสนใจเรื่องอื่น!

คนในหมู่บ้านออกไปขายหมูพะโล้ ก็ไม่รู้ว่าจะขายได้มากน้อยแค่ไหน

แม้เขาจะมั่นใจในรสชาติของหมูพะโล้ แต่เศรษฐกิจในยุคโบราณนั้นค่อนข้างฝืดเคือง

ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนยอมจ่ายเงินซื้อความอร่อยนี้หรือไม่!

ซ่งยวนเดินเล่นไปถึงหน้าหมู่บ้าน รอไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังแว่วมาแต่ไกล!

"สวรรค์เอ๊ย ชิ้นละยี่สิบเหวินเชียวนะ! คนเขาก็ยอมซื้อกันหน้าตาเฉย จุ๊ๆ!"

"นั่นน่ะสิ! โธ่เอ๊ย ปกติซื้อเนื้อสดๆ ชิ้นนึงก็แค่สิบกว่าเหวินเองนะ!"

บนทางเดินเล็กๆ ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ออกไปขายหมูพะโล้ทยอยเดินทางกลับมาทีละคนสองคน

พอได้ยินบทสนทนาของพวกเขา ซ่งยวนก็ไม่ต้องถามอะไรให้มากความแล้ว

หมูพะโล้ ขายออกแล้ว!

ซ่งยวนหันหลังกลับบ้านด้วยความสบายใจ!

เมื่อมีเงิน เขาก็จะสามารถซื้อกระดาษดีๆ ได้แล้ว!

อาจารย์บอกว่า หากอยากจะรู้ว่าลายมือดีหรือไม่ดี กระดาษก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน!

เพื่อเป็นการประหยัดกระดาษ ซ่งยวนมักจะฝึกเขียนบนพื้นดินอยู่เสมอ แต่ถ้ามีเงินแล้วล่ะก็...

ตกเย็น เสิ่นเจินจูวิ่งมาเรียกหลิวเสี่ยวเหมย

"ท่านน้าหลิว! ท่านแม่ข้าบอกว่าพวกท่านไม่ต้องทำกับข้าวนะ ไปกินข้าวที่บ้านข้าเลย! ท่านพ่อบอกว่ามีธุระจะคุยกับพี่... หยวน! ให้ท่านกับท่านลุงไปกินข้าวด้วยกันเลย!"

พูดจบ เสิ่นเจินจูก็วิ่งจากไป

พลบค่ำในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน ชาวบ้านตระกูลหวังตื่นเต้นยินดีกันราวกับกำลังเฉลิมฉลองปีใหม่!

ทุกบ้านต่างพูดคุยกันถึงเรื่องหมูพะโล้!

ได้กำไรชิ้นละสองเหวิน วันนี้ทุกคนที่เอาไปขาย ต่างก็ขายหมดเกลี้ยง!

ด้วยความเร็วระดับนี้ แต่ละครอบครัวจะมีรายได้เพิ่มขึ้นวันละสามสี่สิบเหวินเลยทีเดียว

สตรีในบ้านที่ช่วยจัดการล้างเนื้อหมูและตุ๋นพะโล้ก็มีรายได้เช่นกัน!

วันละสามสิบเหวิน เดือนนึงก็เก้าร้อยเหวิน!

พ่อของโก่วหวานับนิ้วคำนวณด้วยความตื่นเต้น

"ผู้ใหญ่บ้านเฒ่า ข้าคำนวณผิดหรือเปล่า? ปีนึงได้เงินเพิ่มมาตั้งแปดเก้าตำลึงเชียวรึ??"

ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าอัดยาสูบปุ๊ยๆ

ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจก็ตื่นเต้นจนแทบจะเต้นเป็นจังหวะสามช่า!

"หึ! ตอนนั้นข้าก็บอกแล้วว่าซ่งยวนต้องได้ดี! พวกเจ้าดูเอาเถอะ มีลูกบ้านไหนเก่งกาจขนาดนี้บ้าง! พวกเจ้าทุกคน จำบุญคุณของผู้อื่นไว้ให้ดี! ถ้าหาเงินได้จริงๆ ก็อย่าลืมบุญคุณเศรษฐีเสิ่นกับเสี่ยวหยวนล่ะ!"

ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย สตรีบางคนถึงกับรู้สึกใจหายใจคว่ำ

โชคดีที่ซ่งยวนไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น ตอนที่ลูกๆ ของพวกนางไปเล่นซุกซนกับซ่งยวน พวกนางเคยด่าทอซ่งยวนไปไม่น้อย!

ณ บ้านตระกูลเสิ่น!

บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารมากมาย อาหารหลักคือข้าวและหมั่นโถวธัญพืช!

ครอบครัวเสิ่นและครอบครัวซ่งนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะ เสิ่นฉางชิงก็ถูกเชิญมาร่วมวงด้วย

เสิ่นจงกำลังตบโต๊ะเล่าถึงเรื่องที่เขาเจอในวันนี้

"พวกเจ้าไม่รู้อะไร พวกเถ้าแก่ร้านอาหารน่ะ ตาอยู่สูงทะลุฟ้ากันทั้งนั้น! ถึงในหมู่บ้าน ใครเห็นข้าก็ต้องก้มหัวให้ แต่พอไปอยู่ต่อหน้าพวกนั้น ข้ามันก็แค่หมาตัวหนึ่ง! ข้ายังไม่ทันจะหยิบของออกมาเลย ก็ถูกพวกเถ้าแก่ไล่ตะเพิดออกมาแล้ว!"

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ในหมู่บ้านตระกูลหวัง เสิ่นจงถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่

ใครจะไปคิดว่า พอออกไปข้างนอก ก็ต้องไปรับเคราะห์เหมือนกัน!

เสิ่นจงจิบเหล้าพลางส่ายหน้า

"สู้ร้านอาหารเล็กๆ ก็ไม่ได้ พูดจาง่ายกว่าเยอะ! พวกเจ้าทายสิว่า มีคนสั่งจองหมูพะโล้ล่วงหน้ากี่จิน?"

พอพูดถึงหมูพะโล้ ดวงตาของเสิ่นฉีก็เป็นประกาย ชูมือขึ้นสูง

"หนึ่งตัว!!"

ทุกคนหัวเราะลั่น

เสิ่นจงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป!

"ตั้งแปดสิบเจ็ดจินเชียวนะ!! ร้อยจินที่ทำวันนี้ก็ขายเกือบหมดแล้ว พรุ่งนี้คงต้องทำสักสองร้อยห้าสิบจินแล้วล่ะ!"

สองร้อยห้าสิบจิน...

หลิวเสี่ยวเหมยและซ่งซานเกามองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น นี่มันเป็นเงินเท่าไหร่กันเนี่ย!

ซ่งยวนลูกชายของพวกเขานี่ ได้ดีแล้วจริงๆ!!

ส่วนภัตตาคารในตัวอำเภอนั้น เสิ่นจงไม่ได้ไป!

เขารู้ดีว่าซ่งยวนรู้จักกับหลงจู๊ของภัตตาคารเซียนจวี

เรื่องนี้ให้ซ่งยวนออกหน้าไปจัดการเอง น่าจะราบรื่นกว่า!

ประจวบเหมาะกับที่ซ่งยวนต้องเข้าอำเภอไปทำการบ้านที่อาจารย์สั่งพอดี!

วันรุ่งขึ้น!

ซ่งยวนใช้เงินที่หามาได้ซื้อหมูพะโล้มาสามจิน

โอ้โห! ขนาดเป็นคนกันเอง ยังต้องจ่ายเงินไปตั้งสี่สิบเหวิน ซ่งยวนอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น แพงจริงๆ!!

หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เขาจนเกินไป!

หนึ่งจินในนั้น เขาเอาไปแบ่งให้ลูกน้องในหมู่บ้าน ได้กินกันคนละชิ้นสองชิ้น!

ซ่งยวนตั้งใจไว้ว่า ถ้ายึดภัตตาคารเซียนจวีได้สำเร็จ จะเลี้ยงลูกน้องพวกนี้ให้หนำใจไปเลย!

จากนั้น เขาก็หาใบไม้แห้งใบใหญ่ๆ สองใบ มาห่อเนื้อที่เหลืออีกสองจินอย่างระมัดระวัง!

"เสี่ยวซาน เจ้ากับสือโถว เอาเนื้อชิ้นนี้ไปให้ท่านอาจารย์หลี่ว์นะ! จำไว้ว่าต้องแอบๆ หน่อย อย่าให้แม่เลี้ยงแกมาเห็นแล้วเอาไปกินล่ะ!"

หวังเสี่ยวซานพยักหน้า แล้ววิ่งออกไปพร้อมกับสือโถว!

ซ่งยวนส่งเนื้ออีกชิ้นให้อู๋เสี่ยวหู่

"เจ้ากับโก่วหวา ไปหมู่บ้านหลิวเจียตุนนะ เอาไปให้ท่านอาหลิว มีงานอะไรก็ช่วยแกทำด้วยล่ะ!"

อู๋เสี่ยวหู่ตาแดงก่ำ ร้องเรียก "ลูกพี่ยวน!" ออกมาด้วยเสียงสะอื้น

ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ซ่งยวนคงไม่ต้องไปขอร้องหลิวต้าโถวหรอก? แล้วยังต้องเอาเนื้อไปให้อีก?

เนื้อนี้เขาควรจะเป็นคนซื้อเองด้วยซ้ำ!

แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่มีปัญญาทำแบบนั้น เขาจึงจดจำทุกอย่างไว้ในใจ!

หันหลังปาดน้ำตา อู๋เสี่ยวหู่ตัดสินใจว่าต่อไปจะต้องช่วยซ่งยวนและพี่น้องตระกูลจางดูแลพวกกระต่ายให้ดี

ต้องให้กระต่ายออกลูกเป็นร้อยตัว พันตัว!!

แถมยังมีเกลือบริสุทธิ์ มีหมูพะโล้อีก เขาจะต้องตอบแทนบุญคุณซ่งยวนอย่างเต็มที่ให้ได้!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 27 - ต้องจดจำบุญคุณของผู้อื่นไว้

คัดลอกลิงก์แล้ว