- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ ข้าขอเป็นปราชญ์อันดับหนึ่ง
- บทที่ 6 - ซ่งยวนตะโกนก้อง หมาในหมู่บ้านตระกูลหวังยังสั่นสะท้าน
บทที่ 6 - ซ่งยวนตะโกนก้อง หมาในหมู่บ้านตระกูลหวังยังสั่นสะท้าน
บทที่ 6 - ซ่งยวนตะโกนก้อง หมาในหมู่บ้านตระกูลหวังยังสั่นสะท้าน
หวังเสี่ยวซานถูกตีจนร้องโอดโอย "ลูกพี่ยวน ข้าผิดไปแล้ว อย่าตีเลย อาของข้าเคยรับจ้างเป็นอาจารย์สอนหนังสือเด็กชั่วคราวมาก่อนจ้ะ!"
ในที่สุดก็เข้าประเด็นสักที โดนอัดสักรอบนี่มันได้ผลดีจริงๆ!!
วันนั้น ซ่งยวนก็ปล่อยให้ลูกน้องแยกย้ายกลับบ้านไปทำงาน
เขาพาเด็กในหมู่บ้านไปแค่คนเดียว ชื่ออู๋เสี่ยวหู่ อู๋เสี่ยวหู่เป็นเด็กซื่อๆ พูดไม่เยอะ แต่เขาจำทางไปหมู่บ้านเซี่ยเหมินได้แม่น แถมยังรู้จักเส้นทางอีกเยอะแยะ
ทั้งสองคนไปเจอหลี่ว์ซานที่ทุ่งนาแห่งหนึ่งนอกหมู่บ้านเซี่ยเหมิน
หลี่ว์ซานเป็นคนผอมดำ ผมเผ้าสีหม่นๆ ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย! สองมือหยาบกร้าน รูปร่างเตี้ย ดูเป็นชายชาวนาธรรมดาๆ ที่ดูซอมซ่อคนหนึ่ง
นี่มันซ่งเจียงชัดๆ! ซ่งยวนแทบจะไม่เชื่อเลยว่าเขารู้หนังสือ
หลี่ว์ซานทำงานมาครึ่งค่อนวัน พอเงยหน้าก็เห็นเด็กผู้ชายสองคนมายืนจ้องเขาอยู่ในที่นาบ้านเขา เด็กสองคนนี้ไม่ใช่คนหมู่บ้านเซี่ยเหมินของพวกเขานี่นา
"พวกเจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร? มายืนมองอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ??"
ซ่งยวนดึงสติกลับมา แล้วเข้าประเด็นทันที "ข้าเป็นคนหมู่บ้านตระกูลหวัง แม่ของหวังเสี่ยวซานบอกว่าท่านเคยเรียนหนังสือ ข้าอยากเรียนหนังสือกับท่าน!"
หลี่ว์ซานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก!
เขารู้หนังสือก็เมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้ว หลังจากนั้นก็เคยสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านอ่านเขียนอยู่บ้าง แต่ต่อมาหมู่บ้านประสบภัยพิบัติ ใครจะมามีกะจิตกะใจเรียนหนังสืออีก? ความรู้หางอึ่งของเขาก็เลยสูญเปล่าไปโดยสิ้นเชิง
หลี่ว์ซานยิ้มพลางส่ายหน้า แล้วก้มหน้าขุดดินต่อ "เจ้าอยากเรียนหนังสือรึ? เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว? ข้าเลิกสอนเด็กอ่านเขียนมาตั้งนานแล้ว!"
ซ่งยวนเดินสามสี่ก้าวเข้าไปหาเขา แล้วช่วยทำงานทันที "ท่านอา ข้าไม่ได้กวนท่านทำงานหรอก ท่านแค่สอนอักษรข้าวันละไม่กี่ตัวตอนอยู่กลางทุ่งก็พอ ข้าจะเอากลับไปท่องจำ! ท่องจำแม่นแล้ว ท่านค่อยสอนตัวอื่นให้ข้า แบบนี้ได้ไหมขอรับ!!"
อู๋เสี่ยวหู่เห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปช่วยหลี่ว์ซานทำงานด้วยอีกคน
หลี่ว์ซานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "เด็กเอ๊ย เจ้าคิดว่าการเรียนหนังสือคืออะไร? ขี้รดเยี่ยวรดงั้นรึ?? เรียนปุ๊บก็เป็นปั๊บเชียว??"
ซ่งยวนไม่สนใจ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาช่วยทำงาน
หลี่ว์ซานอดทอดถอนใจไม่ได้ เด็กคนนี้หัวไวไม่เบา แต่ทว่า การเรียนหนังสือมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ? ต้องมีอาจารย์คอยจับมือเขียนทีละขีดๆ คอยอ่านให้ฟังซ้ำๆ คอยอธิบายให้ฟัง!
ดูท่าทางเด็กคนนี้จะไม่รู้อะไรเลย หลี่ว์ซานคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น
"เจ้าเด็กบ้า ไม่ต้องทำแล้ว! เอาอย่างนี้ วันนี้อาจะสอนอักษรเจ้าห้าตัว พรุ่งนี้ถ้าเจ้าอ่านออกเขียนได้ วันหลังอาก็จะสอนเจ้า ตกลงไหม?"
ดวงตาของซ่งยวนเป็นประกาย แบบนี้สิถึงจะเยี่ยมไปเลย!!
"ท่านอา พรุ่งนี้ได้ไหมขอรับ วันนี้ข้าไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย พรุ่งนี้ท่านค่อยสอนข้า ข้าสัญญาว่าจะจำให้ได้หมดเลย!"
หลี่ว์ซานยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางพยักหน้า แล้วเร่งให้ทั้งสองคนรีบกลับบ้านไป
แต่ซ่งยวนไม่ยอม เขารู้ดีว่าความรู้ในยุคโบราณได้มาอย่างยากลำบากแค่ไหน เขาตั้งหน้าตั้งตาช่วยหลี่ว์ซานทำงานร่วมกับอู๋เสี่ยวหู่จนเกือบจะมืดค่ำ ถึงได้กลับหมู่บ้านตระกูลหวัง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ซ่งยวนก็เรียกลูกน้องกลุ่มหนึ่งมาช่วยหาแผ่นไม้ เขาจะทำงานใหญ่!
ซ่งยวนตะโกนก้อง หมาในหมู่บ้านตระกูลหวังยังต้องสั่นสะท้านไปสามที!
เพราะหมารู้ดีว่า ซ่งยวนเริ่มทำตัวไม่เหมือนคนอีกแล้ว!
ไม่นานนัก ทั่วทั้งหมู่บ้านตระกูลหวังก็มีเสียงด่าทอดังระงม
"ไอ้ลูกเต่า ซ่งยวนเป็นพ่อเจ้าหรือไง!"
"ไอ้ลูกไม่เอาถ่าน ซ่งยวนเป็นปู่เจ้าหรือไง!"
"หวังเสี่ยวซาน เจ้าเก่งนักใช่ไหม นั่นมันเขียงของแม่นะ!!"
วันอันแสนวุ่นวายไก่บินหมากระโดดเริ่มต้นขึ้นเช่นนี้เอง
เจี่ยขาเป๋ใช้ไม้เท้าค้ำยันพลางวิ่งกะเผลกๆ พลางด่าทอ "หู่โถว ไอ้เด็กเวร วางของของข้าลงเดี๋ยวนี้นะ เจ้าเอาของของเฒ่าเป๋ไป คืนนี้เฒ่าเป๋จะตบกะโหลกเจ้าให้ดู!"
หู่โถวไม่ยอมวาง กล่องไม้สี่เหลี่ยมนี้คือของที่ลูกพี่ยวนของเขาต้องการนี่นา!
เจี่ยขาเป๋โมโหสุดขีด ด่าหู่โถวเสร็จก็หันไปด่าซ่งยวน ไอ้บ้าซ่งคนนี้ พอหายบ้าก็ชั่วร้ายไร้ศีลธรรมเสียจริง!
นั่นมันกล่องไม้ใส่เข็มกับด้ายของเขา ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรหรอก ปกติก็เอาไว้ใส่ของจุกจิก! แต่ตอนนี้ดันโดนไอ้พวกลูกเต่าพวกนี้เอาไปทำลายเสียแล้ว!
เจี่ยขาเป๋โมโหมาก ใช้ไม้เท้าเดินไปครึ่งวันจนถึงที่นาของเศรษฐีเสิ่น แล้วเอาไม้เท้าฟาดซ่งซานเกาไปชุดใหญ่! ลูกทำผิด พ่อต้องรับโทษ!
ซ่งซานเกายังไม่กล้าวิ่งหนีด้วยซ้ำ เพราะถ้าหนี เจี่ยขาเป๋ต้องไปนั่งด่าที่บ้านเขาสามวันสามคืนแน่!
อีกด้านหนึ่ง หู่โถวนำกล่องไม้มาถวายให้ซ่งยวนราวกับเสนอของวิเศษ
ซ่งยวนยิ้มพลางลูบหัวเขา "ดีมากหู่โถว เล็กไปหน่อย แต่ก็ใช้ได้!"
จากนั้นเขาก็หันไปมองคนอื่นๆ อย่างรังเกียจ
"เอาล่ะ เอาไอ้ของพวกนั้นของพวกเจ้ากลับไปคืนซะเถอะ..."
นี่เอาอะไรกันมาเนี่ย เขียง ถังใส่น้ำแกงส้วม แถมยังมีแผ่นไม้ที่รื้อมาจากส้วมอีก.... มีแต่น้องเล็กหู่โถวคนเดียวนี่แหละที่รู้ใจเขาจริงๆ
"คราวหน้าถ้าจับกระต่ายได้ จะให้รางวัลหู่โถวเป็นน่องกระต่ายชิ้นโตๆ เลย!"
หู่โถวพอได้ยินว่าจะมีน่องกระต่าย ก็แหกปากดีใจ ตบก้นตัวเองวิ่งฉิวไปเลย
สุดท้ายก็ยังเป็นอู๋เสี่ยวหู่ ทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเซี่ยเหมิน
พอถึงที่นาของบ้านหลี่ว์ หลี่ว์ซานก็กำลังทำงานอยู่ในนาจริงๆ
หลี่ว์ซานเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ นึกว่าไอ้เด็กนี่วันนี้จะไม่มาเสียแล้ว
แววตาของซ่งยวนเป็นประกาย ในที่สุดก็จะได้เรียนหนังสือแล้ว
"ท่านอา รอข้าแป๊บนึงนะขอรับ!"
ซ่งยวนวิ่งหลบไปด้านข้าง เอากล่องไม้ใบนั้นมาตักดินใส่ แล้วเริ่มปลดสายกางเกง
หลี่ว์ซาน: ....
ซ่งยวนยังกวักมือเรียกอู๋เสี่ยวหู่ "มา ฉี่ใส่กล่องนี่เลย!"
อู๋เสี่ยวหู่: .... เขาก็รักหน้าตานะ แต่ติดตามลูกพี่ยวนแล้วมีเนื้อกิน เขาเลยเลือกที่จะโยนหน้าตาทิ้งไปชั่วคราวก่อน
สุดท้ายหลี่ว์ซานก็ต้องรีบห้ามทั้งสองคน แล้วชี้ไปทางด้านข้าง "มีแม่น้ำอยู่"
ซ่งยวน: ... พลาดแล้วเรา
หลังจากหาน้ำมาผสมโคลนจนได้ที่ เขาก็อุ้มกล่องไปตรงหน้าหลี่ว์ซาน
พร้อมกับยื่นกิ่งไม้เล็กๆ ในมือให้หลี่ว์ซานอย่างเร่งรีบ "ท่านอา ท่านเขียนอักษรที่ท่านจะสอนข้าลงในกล่องนี้เลยขอรับ!"
หลี่ว์ซาน: ..... รีบจริงๆ ด้วย
แต่เมื่อได้สบตากับแววตาอันเร่าร้อนและจริงใจไร้ซึ่งความคดโกงใดๆ ของซ่งยวน เขาก็ถึงกับชะงักไป
คำสี่คำผุดขึ้นมาในใจ บริสุทธิ์ดุจทารก!
"ดี ไอ้หนู!! เป็นวิธีที่ดีจริงๆ!"
เขียนลงบนโคลน พอตากแห้งก็สามารถวาดตามรอยขีดได้ ทั้งได้เรียนรู้ตัวอักษรและได้ฝึกเขียน! เด็กคนนี้ ฉลาดหลักแหลมจริงๆ
หลี่ว์ซานไม่มัวลีลา คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขียนตัวอักษรห้าตัวลงในกล่อง
ฟ้า ดิน กษัตริย์ บุพการี ครูอาจารย์!
ซ่งยวนมองอักษรห้าตัวนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วใช้มือปาดอักษรสามตัวแรกลบทิ้งไปดื้อๆ
"ท่านอา เปลี่ยนเป็นอักษรอื่นสามตัวเถอะขอรับ สามตัวแรกข้าจำได้แล้ว"
หลี่ว์ซาน: ???
ซ่งยวนทำได้เพียงเกาหัวแล้วบอกว่า อักษรสามตัวนั้นดูง่ายดี เขาจำใส่หัวไว้หมดแล้ว
จากนั้น! หลี่ว์ซานก็เขียนคำว่า เหรินจือชู (มนุษย์เกิดมาแต่แรกเริ่ม)!
ซ่งยวน: ท่านอา ข้าจำใส่หัวไว้หมดแล้วขอรับ!
หลี่ว์ซานเขียน ซิ่งเปิ่นซ่าน (แต่เดิมมีนิสัยดีงาม) ซ่งยวน: เปลี่ยน!
จนกระทั่งหลี่ว์ซานเขียนคำว่า สีเซียงหย่วน (สิ่งแวดล้อมทำให้แตกต่างกันไป) สามตัว ซ่งยวนถึงค่อยพอใจ
ที่จริงเป็นเพราะตัวอักษรหลายๆ ตัว เขามองปราดเดียวก็จำได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา
หลี่ว์ซานลอบถอนหายใจในใจ ไม่รู้ว่าจะบอกว่าเด็กคนนี้ฉลาดหรือว่า... วิธีแบบนี้ เกรงว่าเขาคงจะจำไม่ได้เลยสักตัวล่ะมั้ง
ช่างเถอะ การเรียนหนังสือมันก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกชาวนาอย่างพวกเขาควรจะใฝ่ฝันถึงอยู่แล้ว
ซ่งยวนไม่ได้อธิบายอะไร ที่จริงเป็นเพราะมีตัวอักษรบางตัว เขารู้จักจริงๆ และเขียนเป็นด้วย จึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลา
คนอื่นเริ่มเรียนหนังสือตอนอายุสามสี่ขวบ เขาปาเข้าไปสิบเอ็ดแล้ว จะไม่ให้รีบได้ยังไงล่ะ!!
ซ่งยวนลากเส้นตามรอยตัวอักษรในกล่องให้ชัดเจนขึ้นอย่างตั้งใจ แล้วนำไปวางตากแดดไว้ข้างๆ
จากนั้นเขาก็พาอู๋เสี่ยวหู่ไปช่วยหลี่ว์ซานทำงานต่อ
"ท่านอาจารย์ ท่านนั่งพักเถอะขอรับ!"
"ท่านอาจารย์ ท่านพักสักหน่อย ข้าทำเองขอรับ!"
"เป็นอาจารย์หนึ่งวัน นับถือเป็นพ่อตลอดชีวิต สอนอักษรห้าตัวก็ถือว่าเป็นอาจารย์แล้วขอรับ!"
"เอ่อ ท่านอาจารย์ขอรับ ที่ท่านเขียนเมื่อกี้คืออะไรหรือขอรับ? คัมภีร์สามอักษรหรือ? ท่านสอนข้าท่องหน่อยสิขอรับ!"
ชาติก่อนซ่งยวนก็เคยท่องมาบ้าง แต่ถ้าจู่ๆ ท่องได้เลยก็คงจะดูปลอมไปหน่อย ยังไงก็ต้องทำทีเป็นว่าเพิ่งเรียนรู้มา
หลี่ว์ซานนับถือความมุ่งมั่นของไอ้เด็กนี่จริงๆ ขยันตื๊อช่วยเขาทำงาน แถมยังดันทุรังให้เขาสอนท่องคัมภีร์สามอักษรไปได้ตั้งหลายท่อน
ตอนบ่าย ซ่งยวนถึงได้อุ้มกล่องไม้ที่ตากจนแห้งกลับบ้านอย่างเบิกบานใจ
พอตกกลางคืน เขาก็โดนตีไปถึงสองรอบ!
รอบแรกคือตอนที่ซ่งซานเการู้ว่าซ่งยวนไปก่อเรื่อง เอากล่องไม้ของเจี่ยขาเป๋มา เลยโดนตี
รอบที่สองคือ ซ่งซานเกาหิ้วคอเขาไปขอโทษเจี่ยขาเป๋ และให้เขาเอากล่องไปคืน
เขายอมขอโทษ ยอมคืนของให้แล้วไง สุดท้ายก็ยังไม่วายโดนกระทืบอยู่ดี
เขาก็ไม่รู้หรอกว่าหู่โถวจะสร้างเรื่องขนาดนี้ ดันไปเอาของที่พ่อคนอื่นทิ้งไว้มาให้เขา...
ในเวลาเดียวกัน ณ เมืองหลวง ตำหนักบรรทมของฮ่องเต้อู่เต๋อ!
ชายชุดดำคนหนึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระองค์ "ทูลฝ่าบาท เมื่อสามปีก่อนมีเบาะแสว่าพระราชนัดดาปรากฏตัวที่เมืองเหยี่ยนโจว! ล่าสุดพวกกระหม่อมสืบพบร่องรอยบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ! มีหญิงคนหนึ่งพากระเตงเขาหนีไป ไม่แน่ใจว่าเป็นคุณหนูตระกูลสวีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!"
ฮ่องเต้ชราทอดพระเนตรแล้วถอนหายใจ ทรงโบกพระหัตถ์!
"ถอยไปเถอะ! ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดี อย่างไรก็ต้องตามหาตัวให้พบ!"
หลังจากชายชุดดำถอยออกไป ฮ่องเต้อู่เต๋อก็ทรงถอนหายใจยาว ใครจะไปจินตนาการได้ว่าพระราชนัดดาองค์โตแห่งราชวงศ์จะต้องระหกระเหินเร่ร่อนอยู่ภายนอก!
ที่น่าอัปยศไปกว่านั้นคือ ฐานะของพระราชนัดดาองค์โตนี้ แทบจะไม่มีใครล่วงรู้เลย!
เกียรติยศของราชวงศ์อะไรกัน? ผายลม! มีแต่เรื่องสกปรกโสมมทั้งนั้น!
(จบแล้ว)