- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัจฉริยะทั้งที จะให้โง่ได้ยังไง
- บทที่ 218: วันวาเลนไทน์
บทที่ 218: วันวาเลนไทน์
บทที่ 218: วันวาเลนไทน์
บทที่ 218: วันวาเลนไทน์
"หมายความว่ายังไงที่บอกว่าแค่เสื้อผ้ากับรองเท้า? ของพวกนี้พ่อฉันไม่ได้เป็นคนให้เธอหรือไง?" ซูจื่อมู่ยังคงไม่ยอมลดละ เธอชี้ไปที่กล่องของขวัญราคาแพงเหล่านั้น
"เธอนี่ตลกจัง ของพวกนี้ฉันกับหมิงเสวี่ยเป็นคนส่งมาให้ต่างหาก" หลินหย่งแค่นเสียงหยัน
เลือดในกายของซูจื่อมู่ฉีดพล่านขึ้นหน้าจนแดงก่ำ
ไม่ว่าจะเป็นเยี่ยถัง หมิงเสวี่ย หรือหลินหย่ง ไม่มีใครหลุดคำหยาบคายออกมาสักคำ หรือแม้แต่ใช้น้ำเสียงหนักหน่วง ทว่าซูจื่อมู่กลับรู้สึกอับอายอย่างแสนสาหัส ราวกับว่าพวกเขากำลังยืนอยู่บนจุดที่สูงกว่าแล้วก้มมองลงมาที่เธอ
และการกระทำของเธอในสายตาของพวกเขา ก็ไม่ต่างอะไรกับตัวตลกที่ทำตัวน่าขัน
การต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของตัวเองเคียงข้างแม่ มันทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกไปได้อย่างไร?
เธอไม่เคยคิดเลยว่าเยี่ยถังไม่ได้มีความตั้งใจที่จะไปแย่งชิงอะไรกับพวกเธอเลยแม้แต่น้อย
ซูจื่อมู่เงยหน้าขึ้นและสบเข้ากับสายตาของผู้เป็นพ่อพอดี เธอเห็นความผิดหวังฉายชัดอยู่ในนั้น หัวใจของเธอเย็นเยียบลงเมื่อตระหนักได้ว่าคำพูดของเยี่ยถังได้ผลกับเขา
"แม่คะ" เธอพยายามคว้าชายเสื้อของสวี่จือฮุ่ย ในเวลานี้และสถานที่แห่งนี้ ท่ามกลางผู้คนมากมาย มีเพียงแม่เท่านั้นที่อยู่เคียงข้างเธอ
เธอคาดหวังให้สวี่จือฮุ่ยออกโรงปกป้อง แต่สวี่จือฮุ่ยกลับไม่ได้โต้เถียงกับเยี่ยถัง เธอจ้องมองสามีและเอ่ยถาม "ฉันขอถามคุณคำเดียว คุณจะยังดูแลพวกเธอต่อไปใช่ไหม?"
เธอชี้ไปที่เยี่ยถังและจ้าวเจินฟาง
สีหน้าของซูเสี่ยวตงเย็นชาและไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ความเงียบของเขาเป็นตัวแทนจุดยืนได้อย่างดี ผู้ชายรักศักดิ์ศรีมากที่สุด และสวี่จือฮุ่ยก็ไม่เหลือพื้นที่ให้เขาได้รักษาหน้าเลยสักนิด
"ดี ดีมาก!" สวี่จือฮุ่ยคว้าแขนซูจื่อมู่แล้วหันหลังเดินออกไป เฉินเยี่ยนหนานและบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ตรงประตูรีบหลีกทางให้พวกเขาทันที
ทั้งสองจากไป และซูเสี่ยวตงก็เดินตามออกไปติดๆ ทว่าเขาไม่ได้เอาเสื้อผ้าและรองเท้าที่ให้ไปกลับคืนมาด้วย เขาหันไปพูดกับเยี่ยถัง "คราวก่อนที่งานเลี้ยงตระกูลหลัว จื่อมู่ทำเสื้อผ้าของลูกเลอะเทอะ ในฐานะพ่อ พ่อสั่งสอนลูกไม่ดีเอง ถือเป็นความรับผิดชอบของพ่อ ให้ของพวกนี้เป็นการขอโทษจากพ่อก็แล้วกัน ถ้าลูกไม่อยากได้ ใบเสร็จก็ยังอยู่ เอาไปขอคืนเงินได้นะ"
เมื่อซูเสี่ยวตงจากไป เรื่องตลกฉากนี้ก็จบลงในที่สุด
เสื้อผ้าและรองเท้าล้วนซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าอวี้ฉู่ เยี่ยถังไม่ได้เอาไปคืน นอกเหนือจากความจริงที่ว่าเธอต้องติดแบล็กลิสต์ของห้างสรรพสินค้าอวี้ฉู่ไปแล้ว และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะยอมคืนเงินให้หรือไม่ ถึงแม้จะยอมคืน เงินก็ต้องถูกโอนกลับไปยังบัญชีต้นทางที่ชำระเงินอยู่ดี แบบนั้นจะไม่เท่ากับว่าเธอไปวิ่งเต้นจัดการธุระให้ซูเสี่ยวตงฟรีๆ หรอกหรือ?
เธอจึงนำของเหล่านั้นไปโพสต์ขายบนแอปเซียนอวี๋... เวลาช่วงวันหยุดผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับทรายที่ร่วงหล่นจากง่ามนิ้ว และในไม่ช้าก็ถึงวันก่อนเปิดเทอม ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์
เยี่ยถังไม่ได้ตระหนักถึงวันเทศกาลนี้เลยแม้แต่น้อย เธอยังคงติวหนังสือให้หมิงเสวี่ยและหลินหย่งตามปกติ พยายามช่วยให้พวกเขาซึมซับเนื้อหาความรู้ให้ได้มากที่สุด โดยถือว่าเป็นการ "ทำหน้าที่กะสุดท้าย"
เมื่อพลบค่ำ การติววันสุดท้ายก็จบลง หลินหย่งบิดขี้เกียจก่อนจะหันไปมองหมิงเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยแซว "ใจเธอปลิวลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะสิ? วันวาเลนไทน์ทั้งที ต้วนอวี้ฉู่เตรียมของขวัญอะไรไว้ให้เธอเหรอ? เดี๋ยวเขาจะมารับเธอใช่ไหม? ฮี่ๆๆ ไปดื่มด่ำค่ำคืนอันแสนหวานด้วยกันล่ะสิ!"
เมื่อเผชิญกับคำแซวของเขา หมิงเสวี่ยกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย ทั้งไม่เขินอาย ไม่ดีใจ และไม่ได้โกรธเคือง
หลินหย่งลูบจมูกตัวเองปอยๆ รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย "แค่ล้อเล่นน่า อย่าเย็นชาขนาดนั้นสิ"
หมิงเสวี่ยตวัดสายตาเย็นชาใส่เขา "นี่นายไม่รู้เหรอ? ฉันถอนหมั้นกับเขาไปแล้ว"
!!!!
ทั้งหลินหย่งและเยี่ยถังที่กำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนต่างก็ตกตะลึง
"วันนี้มันวันวาเลนไทน์นะ ไม่ใช่วันเมษาหน้าโง่ อย่ามาล้อเล่นน่า" หลินหย่งพูดด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เขารู้จักกับหมิงเสวี่ยมาสิบเจ็ดปี และเขารู้สึกว่าอย่างน้อยสิบปีในชีวิตของเธอก็วนเวียนอยู่แต่กับต้วนอวี้ฉู่ พ่อของเขาถึงขนาดยังเคยพูดเลยว่าต้วนหงนั้นเจ้าเล่ห์ที่สุด ที่ใช้เสน่ห์ของลูกชายมาเอาชนะใจคนทั้งตระกูลหมิงได้!
เยี่ยถังไม่ค่อยแน่ใจเรื่องราวในอดีตระหว่างหมิงเสวี่ยกับต้วนอวี้ฉู่นัก แต่สำหรับครอบครัวที่มีฐานะระดับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการหมั้นหมายหรือถอนหมั้นล้วนเป็นเรื่องใหญ่ หากสิ่งที่หมิงเสวี่ยพูดเป็นความจริง มันก็เหมือนกับการทิ้งระเบิดลูกย่อมๆ ลงในแวดวงสังคมของพวกเขาเลยทีเดียว
และเมื่อดูจากสีหน้าของหมิงเสวี่ยแล้ว เธอไม่ได้ดูเหมือนกำลังล้อเล่นเลย
หลินหย่งหุบยิ้มขี้เล่นลง "พวกเธอเลิกกันจริงๆ เหรอ?"
"อืม เลิกแล้ว จบกันถาวร"
"เธอชอบต้วนอวี้ฉู่ขนาดนั้น ตัดใจปล่อยไปได้ลงคอเหรอ?" หลินหย่งยังคงแคลงใจ
หมิงเสวี่ยขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับเขา เธอไม่อยากพูดซ้ำอีกรอบ
"เฮ้ยๆ ทำไมล่ะ? มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับต้วนอวี้ฉู่? เขานอกใจเหรอ หรือว่าเธอ? นี่ อย่าเมินกันสิ" หลินหย่งเดินตามตื๊อถามหมิงเสวี่ย
"แค่เพราะฉันไม่ชอบเขาแล้วไม่ได้หรือไง?"
เสียงตะคอกกะทันหันของหมิงเสวี่ยทำเอาหลินหย่งถึงกับอึ้ง
เยี่ยถังมองเห็นความขยะแขยงในแววตาของเธอ ความขยะแขยงนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับหลินหย่ง แต่เป็นของต้วนอวี้ฉู่ เธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่ต้วนอวี้ฉู่เอาแต่ยืนดูดายในขณะที่เหลียงเสี่ยวเสวี่ยสาดโคลนใส่หมิงเสวี่ย
"คืนนี้พวกเราออกไปเที่ยวหาอะไรสนุกๆ ทำกันเถอะ" จู่ๆ เยี่ยถังก็เอ่ยขึ้น
หมิงเสวี่ยและหลินหย่งต่างหันไปมองเธอ เยี่ยถังยิ้มแล้วพูดว่า "เรามาฉลองวันวาเลนไทน์ด้วยกัน เพื่อยินดีที่หมิงเสวี่ยกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง การเป็นโสดน่ะสนุกจะตายไป!"
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่รู้ทันของเยี่ยถัง หมิงเสวี่ยก็หลุดขบขันออกมาเช่นกัน "ตกลง ฉันเองก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน"
ทั้งสามคนออกเดินทางทันที เยี่ยถังบอกจ้าวเจินฟางว่าไม่ต้องทำมื้อเย็นเผื่อเธอ จ้าวเจินฟางเองก็หวังอยากให้เด็กๆ ได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง การอุดอู้อยู่แต่ในบ้านเพื่อเรียนหนังสือทุกวันคงทำให้ใครต่อใครประสาทเสียได้เหมือนกัน
ระหว่างทางที่เดินผ่านบ้านของเฉินเยี่ยนหนาน เยี่ยถังก็เรียกเขาให้ไปด้วยกัน
แม้เขาจะไม่ได้มาเข้าร่วมการติวหนังสือด้วย แต่การเรียนของเฉินเยี่ยนหนานก็ไม่ได้ล้าหลังเลย ทุกๆ วันตอนที่เยี่ยถังกำลังเตรียมตัวเข้านอน เธอมักจะเห็นไฟในห้องนอนของเฉินเยี่ยนหนานยังคงสว่างอยู่เสมอ เธอรู้ว่าเขากำลังอ่านหนังสือ ไม่ได้เล่นเกม
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เฉินเยี่ยนหนานเอาแต่ว้าวุ่นใจว่าควรจะให้ของขวัญวันวาเลนไทน์กับเยี่ยถังดีหรือไม่ เขาอยากให้มากๆ แต่ก็กังวลว่าถ้าให้ไป เยี่ยถังจะต้องรู้ถึงความรู้สึกของเขาแน่ๆ แล้วถ้าเกิดเธอรู้สึกรังเกียจแล้วปฏิเสธเขาล่ะ?
เขายังไม่พร้อมที่จะสารภาพรักกับเธอเร็วขนาดนี้ เขาอยากจะรอจนกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ รอให้เขามั่นใจว่าสามารถคว้าใบจดหมายตอบรับจากสถาบันการภาพยนตร์มาได้เสียก่อน ถึงตอนนั้นเขาคงจะมีความมั่นใจมากพอ
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเยี่ยถังจะเป็นฝ่ายริเริ่มชวนเขาออกไปเที่ยว เฉินเยี่ยนหนานรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เขาไม่ได้สนิทสนมกับหมิงเสวี่ยหรือหลินหย่ง และไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับพวกเขาดี ครั้นจะให้เอาแต่ตามติดเยี่ยถังแจ แบบนั้นเจตนาของเขาจะไม่ชัดเจนแจ่มแจ้งหรอกหรือ?
ดังนั้น เขาจึงโทรหาเฉินอวี่มั่วเพื่อชวนใครมาเพิ่มอีกสักคน
บ้านของเฉินอวี่มั่วอยู่ไกลออกไป ในวันที่สามของเทศกาลตรุษจีน เธอและน้องสาวได้มาที่บ้านของเยี่ยถังเพื่อนำของขวัญมามอบให้ ซึ่งก็เป็นข้าวสารกับน้ำมันทำอาหารธรรมดาๆ ทั่วไป และในเวลาเดียวกัน เฉินอวี่ลี่ก็นำเงิน 20,000 หยวนมาคืนให้เยี่ยถังด้วย
ตอนนั้นเยี่ยถังจึงพูดถึงสร้อยข้อมือทิฟฟานี่ที่เธอได้รับเมื่อวันคริสต์มาสอีฟปีที่แล้ว โดยบอกว่าในเมื่อพวกเธอให้สร้อยข้อมือเส้นนั้นมาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องคืนเงินอีก 20,000 หยวนที่เหลือหรอก
สองพี่น้องมองหน้ากัน เฉินอวี่มั่วถามด้วยความงุนงง "สร้อยข้อมืออะไรคะ? ฉันไม่ได้ให้สร้อยข้อมือคุณนะ"
เยี่ยถังถึงได้แน่ใจว่าสร้อยข้อมือเส้นที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอเป็นของเฉินเยี่ยนหนาน เฉินอวี่มั่วเองก็ไม่ใช่คนโง่ เธอจึงเข้าใจเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาทันที
เมื่อได้รับสายจากเฉินเยี่ยนหนาน เฉินอวี่มั่วก็พูดด้วยน้ำเสียงรู้ทันว่า "วันวาเลนไทน์เป็นโอกาสทองในการจีบสาวแท้ๆ นายจะโทรหาฉันทำไม? ฉันไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอหรอกนะ"
เฉินเยี่ยนหนานไม่รู้ว่าเฉินอวี่มั่วดูออกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าเขาชอบเยี่ยถัง อาการของเขามันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ? "เธอคิดมากไปแล้ว หมิงเสวี่ยกับหลินหย่งก็อยู่ด้วย หมิงเสวี่ยเพิ่งเลิกกับแฟน พวกเราก็เลยจะไปอยู่เป็นเพื่อนเธอในช่วงเทศกาลน่ะ"