- หน้าแรก
- รีสตาร์ท รีเทิร์น รีบอร์น หนึ่งเก้าเก้าเอ็ด
- บทที่ 14 มหานครเซี่ยงไฮ้
บทที่ 14 มหานครเซี่ยงไฮ้
บทที่ 14 มหานครเซี่ยงไฮ้
บริเวณลานหน้าสถานีรถไฟเซี่ยงไฮ้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน หลิวฉางไห่และเพื่อนร่วมทางทั้งหกคนเดินเบียดเสียดปะปนออกมากับฝูงชน
หลิวฉางไห่กำสายสะพายกระเป๋าแน่น หลิวเจี้ยนเย่ที่เดินตามมาติดๆ ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม พลางบ่นพึมพำ "เซี่ยงไฮ้นี่มันเจริญกว่าช่างกู่บ้านเราเยอะเลยแฮะ!"
ซานเอ๋อร์ยืดอกมองซ้ายมองขวา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนอยากรู้อยากเห็น หวังจื้อเชาแหงนหน้ามองตึกระฟ้าจนอ้าปากค้าง สีหน้าบ่งบอกถึงความตื่นตะลึงสุดขีด
เหลาเหมินจื่อยกมือเกาหัว มองดูผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาเต็มลานกว้าง "คนเยอะขนาดนี้ เราจะไปทางไหนกันต่อดีล่ะ"
ซานเอ๋อร์ขยับเข้าไปใกล้เหลาเหมินจื่อ ผลักไหล่เขาเบาๆ "จะลุกลี้ลุกลนไปทำไม เดินตามฉางไห่ไปก็สิ้นเรื่อง"
เสียงจอแจรอบตัวดังเซ็งแซ่ไม่ขาดสาย ทั้งเสียงแตรรถยนต์ เสียงพ่อค้าร้องขายของ และเสียงผู้คนคุยกันดังระงมไปหมด
บนลานกว้าง รถสามล้อถีบหลายคันกำลังปั่นลัดเลาะไปตามฝูงชนอย่างคล่องแคล่ว คนถีบสามล้อส่งเสียงเรียกลูกค้าดังลั่น "รถไหมครับเจ้านาย! จะไปไหนบอกมาเลย เดี๋ยวไปส่งให้ถึงที่!"
ห่างออกไปไม่ไกล พนักงานออฟฟิศในชุดสูทถือกระเป๋าเอกสารกำลังเดินจ้ำอ้าวอย่างเร่งรีบ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังกึกกักเป็นจังหวะ
หลิวฉางไห่หันไปบอกทุกคน "อาหก! พวกเราไปหาอะไรกินรองท้องกันก่อนเถอะ หาที่พักให้เรียบร้อย แล้วค่อยมาปรึกษากันว่าจะเอายังไงต่อ"
พูดจบ เขาก็เดินนำไปทางริมลานกว้าง ทุกคนรีบเดินตามไปติดๆ
ทั้งหกคนเดินตระเวนหาร้านอาหารอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็เจอร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง พอเดินเข้าไป กลิ่นควันไฟจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย
พวกเขาพากันสั่งบะหมี่หยางชุนคนละชาม พอบะหมี่ร้อนๆ ยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งไปทั่ว
แต่ทว่าบะหมี่แค่ชามเดียวคงไม่พอยาไส้ของพวกเขาแน่ๆ ดังนั้น ทุกคนจึงสั่งข้าวผัดผักใส่หมูเค็มมาเพิ่มอีกคนละชาม
เถ้าแก่ร้านใจดีแถวน้ำซุปกระดูกหมูมาให้ซดคล่องคออีกด้วย
มื้อนี้อิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า หมดเงินไปแค่หกหยวนเท่านั้น ทุกคนกินอิ่มจนพุงกาง รู้สึกคุ้มค่าสุดๆ
หลังจากกินข้าวเสร็จ หลิวฉางไห่ก็พาอาหกหลิวเจี้ยนเย่ ตามด้วยเหลาเหมินจื่อ ซานเอ๋อร์ หวังจื้อเชา และหวังเยี่ยนปิง เดินไปเรียกรถสามล้อถีบที่ริมถนนได้สามคัน
หลังจากต่อรองราคากันพักใหญ่ ในที่สุดพวกเขาก็ได้ขึ้นรถ มุ่งหน้าสู่ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์
เมื่อถึงที่หมาย พวกเขาก็เดินหาที่พักละแวกนั้น ได้โรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่ง ถึงแม้สภาพจะดูเก่าไปสักนิด เตียงนอนและผนังห้องดูทรุดโทรมและมีคราบเหลือง แต่ข้อดีคือราคาถูก ซึ่งก็ตอบโจทย์พวกเขาได้เป็นอย่างดี
หลิวฉางไห่พักห้องเดียวกับหวังเยี่ยนปิง เหลาเหมินจื่อพักกับซานเอ๋อร์ ส่วนอาหกก็พักกับหวังจื้อเชา หลังจากแบ่งห้องกันเสร็จสรรพ หลิวฉางไห่ก็เรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อประชุมย่อยๆ
หลิวฉางไห่อธิบายให้ทุกคนฟังถึงจุดประสงค์ของการมาเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ แต่พอเขาหลุดคำว่า "หุ้น" ออกมา ทุกคนก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครรู้จักคำนี้เลย ช่างมันเถอะ ขอแค่พวกนายคุ้มครองฉันให้ปลอดภัยก็พอแล้ว แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ!
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลย
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากกินมื้อเช้าแบบง่ายๆ พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ สาขาเซี่ยงไฮ้
บรรยากาศในธนาคารคึกคัก ผู้คนเดินสวนกันไปมา หลิวฉางไห่เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ สอบถามพนักงานว่าเงินที่โอนมาผ่านระบบโทรเลขเข้าบัญชีหรือยัง พนักงานตรวจสอบแล้วตอบว่ายังไม่เข้า
"ทำไมยังไม่เข้าอีกล่ะเนี่ย ชักจะร้อนใจแล้วสิ" ซานเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ บ่นอุบอิบ
"ใจเย็นๆ น่า รออีกหน่อย บ่ายนี้น่าจะเข้าแล้วล่ะ ในเมื่อมาถึงแล้ว เราไปจัดการเรื่องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกันก่อนดีกว่า" หลิวฉางไห่แม้ในใจจะร้อนรุ่มไม่แพ้กัน แต่ก็พยายามพูดปลอบใจทุกคน
เมื่อออกจากธนาคาร พวกเขาก็เดินตรงไปยังบริษัทหลักทรัพย์เซินหยิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากธนาคารมากนัก
ภายในตลาดหลักทรัพย์คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ตัวเลขบนหน้าจอขนาดใหญ่กระพริบเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ในช่วงก่อนเดือนกรกฎาคม ปี 1991 ตลาดหุ้นยังใช้ระบบกระดานชนวนในการแสดงราคา แต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยจะอัปเดตราคาใหม่ทุกๆ สิบนาที
สายตาของหลิวฉางไห่สะดุดเข้ากับหุ้นอวี้หยวน ราคาพุ่งสูงถึง 450 หยวนต่อหุ้น!
หลิวฉางไห่ถึงกับร้องตะโกนในใจ "เชดเข้! จำได้ว่าในชาติก่อนเคยอ่านข่าวเจอว่า หุ้นอวี้หยวนราคาพุ่งทะยานทะลุ 3,800 กว่าหยวนต่อหุ้นในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้เลยนะเนี่ย! นี่มันกำไรตั้งแปดเท่ากว่าเชียวนะ! รวยเละแน่งานนี้! รวยเละแล้ว! ฮ่าๆๆ!"
หลิวฉางไห่ละสายตาจากหน้าจอ หันกลับมามองเพื่อนร่วมแก๊งที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ละคนทำหน้าตื่นตะลึงราวกับหลิวเหลาหลาวที่เพิ่งเคยเข้าเมืองกรุงเป็นครั้งแรก ดวงตาเบิกกว้างมองทุกสิ่งอย่างตื่นตาตื่นใจ มีเพียงหวังเยี่ยนปิงคนเดียวที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็คอยสอดส่องระแวดระวังภัยรอบด้านอยู่เสมอ
หลิวฉางไห่บอกให้พวกเขารออยู่ตรงนั้น ส่วนตัวเองก็รีบไปต่อคิวเปิดบัญชีด้วยความร้อนใจ ระหว่างที่รอคิวเขาก็บ่นในใจไปด้วยว่า ทำไมมันชักช้าอย่างนี้ เมื่อไหร่จะถึงคิวฉันสักทีเนี่ย
และแล้วก็มาถึงคิวของหลิวฉางไห่! เขารู้สึกเหมือนรอมานานเป็นศตวรรษ!
"ผมต้องการเปิดบัญชีและซื้อหุ้นอวี้หยวนครับ" หลิวฉางไห่พูดกับพนักงานด้วยความสุภาพ
"มีบัตรประชาชนมาด้วยไหมคะ" พนักงานถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
"มีครับ!" หลิวฉางไห่ตอบพลางยื่นบัตรประชาชนให้พนักงาน พร้อมกับล้วงเงิน 8,000 หยวนออกจากกระเป๋า เตรียมจะซื้อหุ้นก่อน 8,000 หยวน ส่วนที่เหลืออีกพันกว่าหยวนเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว
พนักงานถึงเพิ่งเงยหน้าขึ้นมา ปรายตามองพวกเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "เฉพาะคนที่มีทะเบียนบ้านในเซี่ยงไฮ้เท่านั้นถึงจะเปิดบัญชีได้ค่ะ" พูดจบก็ยื่นบัตรประชาชนคืนให้หลิวฉางไห่!
หลิวฉางไห่ถึงกับอึ้งกิมกี่ เขาไม่รู้เรื่องกฎข้อนี้มาก่อนเลยจริงๆ จึงรีบถามกลับไปว่า "แล้วคนต่างถิ่นพอจะมีวิธีอื่นไหมครับ"
พนักงานเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาปะทะเข้ากับเงิน 8,000 หยวนในมือของหลิวฉางไห่ จึงเอ่ยปากแนะนำว่า "สามารถฝากชื่อเปิดบัญชีกับบริษัทในพื้นที่ได้ค่ะ แต่คุณต้องไปหาบริษัทเอาเองนะคะ แถมค่าธรรมเนียมก็แพงหูฉี่ด้วย! ส่วนวิธีอื่นบอกไปก็ไม่มีประโยชน์กับคุณหรอก เชิญคิวต่อไปค่ะ!"
หลิวฉางไห่เดินหน้าจ๋อยกลับไปหาเพื่อนๆ พร้อมกับถ่ายทอดคำพูดของพนักงานให้ฟัง ทำเอาทุกคนถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
พวกเขาก็แค่คนต่างถิ่นที่เพิ่งจะเหยียบเมืองกรุงเป็นครั้งแรก คนรู้จักก็ไม่มี แล้วจะไปหาบริษัทในพื้นที่ให้รับฝากชื่อเปิดบัญชีได้จากที่ไหนกันล่ะ
แต่หลิวฉางไห่ยังไม่ยอมถอดใจ เขาพากลุ่มเพื่อนไปลองเสี่ยงดวงที่บริษัทหลักทรัพย์ว่านกั๋วดูอีกที
ทว่า คำตอบที่ได้รับก็ไม่ต่างกันเลย
พอเดินออกมาจากบริษัทหลักทรัพย์ว่านกั๋ว เหลาเหมินจื่อก็อดบ่นขึ้นมาไม่ได้ "เอาไงดีเนี่ย หรือว่าเราจะหมดหวังซื้อหุ้นแล้ว"
หลิวฉางไห่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีหนทางอื่น เดี๋ยวเราลองหาทางกันดูอีกที"
ความจริงแล้ว ในใจของหลิวฉางไห่ก็เริ่มหวั่นๆ เหมือนกัน ในชาติก่อนเขาแค่พอจะรู้ว่าหุ้นอวี้หยวนซึ่งเป็นหนึ่งในแปดหุ้นเก่าแก่มันทำกำไรได้งาม แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการจะซื้อหุ้นมันจะยุ่งยากซับซ้อนขนาดนี้ เขาถึงขั้นคิดเผื่อไว้แล้วว่า ถ้าพรุ่งนี้เงินโอนมาถึงเซี่ยงไฮ้ เขาจะเอาเงิน 240,000 หยวนไปฝากไว้ที่นี่ เพื่อเตรียมไว้ซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นในอนาคต ส่วนอีก 200,000 หยวนที่เหลือ จะถอนออกมาแล้วมุ่งหน้าลงใต้ไปกวางโจวเพื่อกว้านซื้อเสื้อผ้าไปขายต่อที่เมืองช่างกู่
หลิวฉางไห่แอบรำพึงในใจ ดูเหมือนการได้กลับมาเกิดใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเนรมิตทุกอย่างได้ดั่งใจนึกเสมอไปสินะ!
ในขณะที่กำลังลังเลใจอยู่นั้น หลิวฉางไห่ก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังเดินตรงดิ่งมาทางพวกเขา ชายคนนี้มีท่าทางเจ้าเล่ห์เพทุบาย แววตาแฝงไปด้วยความฉลาดแกมโกง เขาเดินเข้ามาทักทายหลิวฉางไห่ว่า "น้องชาย ดูจากท่าทางแล้ว คงเพิ่งเคยมาเล่นหุ้นเป็นครั้งแรกใช่ไหม ไม่ใช่คนแถวนี้สิท่า ยังไม่ได้เปิดบัญชีด้วยล่ะสิ"
เหล่าเฉินเป็นนายหน้าที่หากินอยู่กับธุรกิจสีเทา ในช่วงเวลานั้น ตลาดหลักทรัพย์มีข้อจำกัดมากมายสำหรับนักลงทุนต่างถิ่น ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้เองที่ทำให้เหล่าเฉินและพรรคพวกมองเห็นโอกาสในการทำเงิน
พวกเขาใช้วิธีปลอมแปลงเอกสารยืนยันตัวตนและใบรับรองของบริษัท เพื่อช่วยให้นักลงทุนต่างถิ่นที่ถูกกีดกันสามารถเปิดบัญชีได้อย่างผิดกฎหมาย แลกกับค่าธรรมเนียมก้อนโต ซึ่งก็ถือเป็นข้อเสนอที่เย้ายวนใจสำหรับนักลงทุนต่างถิ่นที่กำลังกระหายอยากจะกระโจนเข้าสู่ตลาดหุ้น
นอกจากการเปิดบัญชีแบบผิดกฎหมายแล้ว ยังมีอีกวิธีที่นิยมทำกัน นั่นก็คือการใช้ตัวแทนถือครองหุ้น
เนื่องจากนโยบายหรือข้อจำกัดส่วนตัว ทำให้นักลงทุนต่างถิ่นหลายคนไม่สามารถเปิดบัญชีและซื้อหุ้นได้โดยตรง
ดังนั้น พวกเขาจึงต้องอาศัยการยืมชื่อและบัตรประชาชนของพวกเหล่าเฉินในการเปิดบัญชีและซื้อหุ้น โดยทั้งสองฝ่ายจะทำสัญญากันเองแบบลับๆ เพื่อระบุสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหุ้นและข้อตกลงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกรรมในลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูงและเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย
เพราะสัญญาที่ทำกันเองนี้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย หากเกิดข้อพิพาทขึ้นมา นักลงทุนมักจะตกที่นั่งลำบาก หาทางออกไม่เจอ
ยกตัวอย่างเช่นเพื่อนร่วมอาชีพบางคนของเหล่าเฉิน พอหุ้นราคาขึ้นปุ๊บ ก็อาจจะหน้าด้านอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหุ้นหน้าตาเฉย ปล่อยให้นักลงทุนตัวจริงต้องน้ำตาตกใน เพราะไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอจะไปสู้คดีเพื่อทวงสิทธิ์ของตัวเองคืนมาได้
ต่อให้นักลงทุนจะตัดสินใจนำเรื่องขึ้นศาล แต่ด้วยความที่ตัวสัญญาเองก็ผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้น บวกกับหลักฐานที่ไม่เพียงพอ โอกาสที่จะชนะคดีจึงแทบจะริบหรี่
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ นักลงทุนมักจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
นอกจากนี้ พวกเหล่าเฉินยังสวมบทบาทเป็นนายหน้าซื้อขายหุ้นนอกระบบอีกด้วย ในยุคที่ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ครอบคลุม การซื้อขายใบหุ้นตัวจริงนอกระบบจึงเป็นที่นิยมมาก
เหล่าเฉินและพรรคพวกจึงทำหน้าที่เป็นคนกลาง คอยจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมกับหักเปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าเข้ากระเป๋า
การซื้อขายประเภทนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของกฎหมาย เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ก็ยังมีคนแอบทำกันอยู่เนืองๆ เพราะมันตอบโจทย์ความต้องการของคนบางกลุ่มที่อยากจะซื้อขายแบบรวดเร็วทันใจ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี
พอหลิวฉางไห่ได้ยิน ก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าน่าจะเป็นนายหน้าค้าหุ้นในตำนานอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อสถานการณ์มันบีบบังคับ เขาก็ไม่มีเวลามานั่งคิดมาก ตอนนี้เขาแค่อยากจะรู้ว่า คนต่างถิ่นอย่างเขายังพอมีหนทางอื่นในการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นได้อีกหรือไม่
เขาจึงพยักหน้าตอบรับ "ลูกพี่ ขอบคุณมากเลยครับ ผมเป็นคนต่างถิ่นน่ะครับ เลยเปิดบัญชีไม่ได้ ไม่ทราบว่าลูกพี่พอจะมีวิธีดีๆ แนะนำบ้างไหมครับ!"
เหล่าเฉินหัวเราะหึๆ ขยับเข้าไปใกล้หลิวฉางไห่ แล้วลดเสียงลงกระซิบว่า "วิธีน่ะมีอยู่แล้วล่ะ วิธีแรก ฉันจะช่วยจัดการทำเอกสารปลอมให้ ทั้งบัตรประชาชนและใบรับรองบริษัท รับรองว่าเปิดบัญชีได้ฉลุย ฉันทำมานักต่อนักแล้ว ไว้ใจได้เลย ขอแค่ยอมจ่ายมาสักหน่อยก็พอ"
หลิวฉางไห่ได้ยินดังนั้น หัวใจก็เต้นระทึก เขารู้ดีว่าอีกแค่เดือนเดียวทางการก็จะกวาดล้างบัญชีที่ใช้ข้อมูลปลอม ถึงตอนนั้นถ้าบัญชีถูกอายัด เงินทั้งหมดก็คงสูญเปล่า เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "แบบนี้คงไม่ดีมั้งครับ มีวิธีอื่นอีกไหมครับ"
เหล่าเฉินเห็นหลิวฉางไห่ปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ก็ไม่ย่อท้อ กรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด แล้วงัดแผนสองออกมาเสนอ "ถ้างั้นก็เหลืออีกวิธีนึงคือ ให้นายใช้บัตรประชาชนของฉันเปิดบัญชีแทน ฉันน่ะคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานาน รับรองเรื่องความน่าเชื่อถือได้เลย พอนายได้กำไรแล้ว ก็แบ่งค่าเหนื่อยให้ฉันสักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็พอ"
หลิวฉางไห่ฟังแล้วยิ่งรู้สึกระแวงหนักเข้าไปใหญ่ เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เล่นๆ ตั้งหลายแสนเชียวนะ พอถึงสิ้นปีกำไรก็คงทะลุหลักล้านแน่ๆ ถ้าขืนเอาชื่อนายหน้าไปเปิดบัญชี แล้วเกิดมันเบี้ยวขึ้นมา อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหุ้นหน้าตาเฉย ถึงตอนนั้นต่อให้เขามีเหตุผลแค่ไหน ก็คงพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแน่ๆ
เขายิ้มแหยๆ พลางส่ายหน้าปฏิเสธ "ขอผ่านดีกว่าครับ ผมไม่กล้าเสี่ยงขนาดนั้นหรอก"
เหล่าเฉินได้ยินแบบนั้นก็ไม่ยอมแพ้ เสนอทางเลือกใหม่ "ถ้างั้นฉันจะแนะนำเถ้าแก่บริษัทคนนึงให้รู้จัก ให้นายเอาชื่อไปฝากเปิดบัญชีในนามบริษัทของเขา แต่ว่านะ ค่าธรรมเนียมวิธีนี้มันค่อนข้างจะโหดหน่อยนะ รายละเอียดนายก็ต้องไปตกลงกับเขาเอาเอง! แล้วค่อยแบ่งค่านายหน้าให้ฉันนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ"
หลิวฉางไห่นิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปว่า "ลูกพี่ ขอเวลาผมกลับไปนอนคิดดูก่อนนะครับ"
เหล่าเฉินรับคำ "ได้เลย ตัดสินใจได้เมื่อไหร่ก็มาหาฉันได้นะ ฉันมักจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ บริษัทหลักทรัพย์ว่านกั๋วนี่แหละ!"
หลิวฉางไห่ตอบกลับ "ตกลงครับ! ลูกพี่ นี่ก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี งั้นเราไปกินข้าวด้วยกันเลยดีไหมครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง!"
เขาตัดสินใจแล้วว่า ถ้าไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ก็ยอมควักเนื้อจ่ายค่าธรรมเนียมสักแสนหยวน เพื่อฝากชื่อเปิดบัญชีกับบริษัทก็ยอม เพราะขืนเปิดบัญชีในนามบุคคลอื่น มันก็พลิกแพลงง่ายเกินไป ไว้ใจไม่ได้หรอก แต่ที่ชวนเหล่าเฉินไปกินข้าวด้วย ก็เพราะอยากจะล้วงข้อมูลเรื่องขั้นตอนการซื้อขายหุ้นในยุคนี้ให้กระจ่างต่างหาก
เหล่าเฉินก้มมองนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าใกล้จะเที่ยงแล้ว คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตกลง "เอาสิ ไปกินข้าวกัน"
ทั้ง 7 คนเลือกร้านอาหารเล็กๆ สั่งกับข้าวมาสองสามอย่าง พร้อมกับเหล้าอีกสองขวด แล้วก็เริ่มนั่งดื่มกินกัน
หลิวฉางไห่เปิดประเด็น "พี่ชายครับ ช่วยอธิบายขั้นตอนการซื้อหุ้นให้ผมฟังอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบหน่อยได้ไหมครับ ผมยังมืดแปดด้านอยู่เลย!"
เหล่าเฉินหัวเราะหึๆ ก่อนจะอธิบายให้หลิวฉางไห่ฟังเป็นฉากๆ "ได้เลย! เริ่มจากเรื่องเปิดบัญชีก่อนนะ พอนายไปถึงตลาดหลักทรัพย์ พนักงานก็จะเอาเอกสารมาให้ปึกนึง มี ใบคำขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ กับ หนังสือยินยอมมอบหมายการซื้อขายหลักทรัพย์ ในใบคำขอเปิดบัญชี นายต้องกรอกชื่อ-นามสกุล เพศ เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ให้ครบถ้วน ห้ามผิดแม้แต่ตัวเดียว เพราะมันคือการยืนยันตัวตนของนาย พอเขียนใบคำขอเสร็จ ก็มาถึงหนังสือยินยอม ในนั้นจะระบุสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายกับบริษัทหลักทรัพย์ ถึงมันจะมีตัวหนังสือยั้วเยี้ยไปหมด นายก็ต้องอ่านให้ละเอียดถี่ถ้วน อ่านจบแล้วค่อยเซ็นชื่อ พอเซ็นปุ๊บ มันก็จะมีผลทางกฎหมายทันที"
หลิวฉางไห่นั่งฟังอย่างตั้งใจ ส่วนพวกเพื่อนๆ ที่เหลือก็ทำทีเป็นตั้งใจฟังเหมือนกัน แต่จะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหรือเปล่าก็ไม่รู้
เหล่าเฉินกระดกเหล้าเข้าปาก คีบกับข้าวตามเข้าไป แล้วเล่าต่อ "พอจัดการเรื่องเอกสารเสร็จ ก็ต้องจ่ายเงิน ค่าเปิดบัญชีหลักทรัพย์ที่เซี่ยงไฮ้ตกประมาณไม่กี่สิบหยวน แต่ละบริษัทอาจจะเก็บไม่เท่ากัน จ่ายเงินปุ๊บ เขาก็จะออกใบเสร็จให้ ใบเสร็จนี้ต้องเก็บไว้ให้ดีเชียวนะ เผื่อวันหลังต้องใช้ พอทำตามขั้นตอนพวกนี้เสร็จ และผ่านการตรวจสอบแล้ว นายก็จะได้รับบัตรบัญชีหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ บัตรใบนี้สำคัญมากนะ มันคือบัตรประจำตัวสำหรับใช้ซื้อขายหุ้นเลยล่ะ สำคัญกว่าบัตรประชาชนของนายซะอีก ถ้าทำหายนี่เรื่องใหญ่เลยล่ะจะบอกให้"
หลิวฉางไห่ถามต่อ "พี่ชายครับ พอเปิดบัญชีเสร็จก็ซื้อหุ้นได้เลยใช่ไหมครับ"
เหล่าเฉินเบ้ปาก "มันจะไปง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกันล่ะ เปิดบัญชีมันก็แค่สเต็ปแรกเท่านั้นแหละ ขั้นตอนต่อไปคือนายต้องเอาเงินไปเข้าบัญชี พกสมุดบัญชีเงินฝากมาด้วยใช่ไหม ถ้าใช้สมุดบัญชีของธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ ก็ไปที่สาขาใกล้ๆ นี่แหละ พอไปถึงก็บอกพนักงานว่ามาทำเรื่องโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารกับบัญชีหลักทรัพย์ เพื่อโอนเงินจากธนาคารเข้าบัญชีหุ้น พนักงานเขาก็จะให้กรอกแบบฟอร์มเพื่อผูกบัญชีเข้าด้วยกัน บางธนาคารอาจจะต้องตั้งรหัสผ่านสำหรับโอนเงินโดยเฉพาะด้วย นายก็แค่ทำตามที่เขาบอกก็พอแล้ว"
หลิวฉางไห่จดจำรายละเอียดทั้งหมดไว้ในใจ แล้วถามต่อ "ฝากเงินเสร็จก็ซื้อได้แล้วใช่ไหมครับ"
"ใช่แล้ว" นายหน้าตบไหล่หลิวฉางไห่เบาๆ "พอเงินเข้าบัญชีปุ๊บ นายก็กลับไปที่ห้องค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ถ้าอยากจะซื้อหุ้น นายก็ต้องกรอก ใบส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ สมมติว่านายอยากซื้อหุ้น เจินคงเตี้ยนจื่อ นายก็เขียนรหัสหุ้นลงไปในใบส่งคำสั่งซื้อ ถ้าจำรหัสไม่ได้ ก็เขียนชื่อหุ้น เจินคงเตี้ยนจื่อ ลงไปแทนก็ได้ จากนั้นก็ระบุราคาที่นายตั้งใจจะซื้อ แล้วก็จำนวนหุ้นที่จะซื้อ อ้อ จำไว้นะว่า จำนวนหุ้นที่ซื้อต้องเป็นตัวเลขกลมๆ ที่หารด้วย 100 ลงตัวเสมอ พอกรอกเสร็จก็ยื่นให้พนักงาน เขาจะเอาคำสั่งของนายคีย์เข้าสู่ระบบซื้อขายเอง"
"แล้วยังไงต่อครับ" หลิวฉางไห่ซักไซ้ต่อ
"ก็แค่รอให้มันจับคู่ซื้อขายไงล่ะ ระบบมันจะจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยเรียงตามลำดับราคาและเวลา ใครให้ราคาดีกว่า ใครส่งคำสั่งก่อน ก็ได้สิทธิ์ก่อน ถ้าราคาและจำนวนหุ้นที่นายตั้งไว้มันตรงกับเงื่อนไขของตลาด นายก็จะได้หุ้นมาครอง หลังจากจับคู่ซื้อขายสำเร็จ นายสามารถไปเช็กสถานะการซื้อขายได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ หรือถ้านายให้เบอร์โทรศัพท์ทิ้งไว้ เขาก็จะโทรไปแจ้งให้นายทราบ"
จากนั้น หลิวฉางไห่ก็สอบถามเรื่องการพึ่งพาบริษัทเพื่อใช้ชื่อเปิดบัญชี แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำแบบนั้นดีหรือไม่
หลังจากกินข้าวเสร็จ หลิวฉางไห่ถึงได้รู้ซึ้งว่าการจะซื้อหุ้นในยุคนี้มันช่างยุ่งยากแสนเข็ญขนาดไหน!
พอบอกลาเหล่าเฉินเสร็จ ทุกคนก็พากันกลับมาที่โรงแรม
หลิวฉางไห่ล้มตัวลงนอนแผ่หราบนเตียง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปเรื่อยเปื่อยตัวเอกนิยายเกิดใหม่เรื่องอื่น พอเกิดใหม่ปุ๊บก็หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ทำไมฉันเกิดใหม่ปุ๊บถึงต้องมาเป็นหนี้หัวโตตั้งห้าแสนหยวนเนี่ย! กะจะรวยทางลัดด้วยการเล่นหุ้นซะหน่อย ดันมาเจออุปสรรคขวางทางซะงั้น...