- หน้าแรก
- “ฮันเตอร์ ฮันเตอร์” ฮันเตอร์พฤกษาสีชาด
- บทที่ 3 การหาอาหาร การแย่งชิง ความบาดหมาง
บทที่ 3 การหาอาหาร การแย่งชิง ความบาดหมาง
บทที่ 3 การหาอาหาร การแย่งชิง ความบาดหมาง
บทที่ 3 การหาอาหาร การแย่งชิง ความบาดหมาง
เคย่าเก็บถุงนอน สะพายเป้ขึ้นหลัง แล้วมุ่งหน้าลงจากภูเขา
“เยี่ยมไปเลย วันนี้ไม่ต้องฝึก! ตาแก่ไม่อยู่ก็ดีเหมือนกัน ชั้นนี่แหละจ้าวแห่งภูเขา”
กิจวัตรประจำวันของเขาประกอบด้วยการวิ่ง 50 กิโลเมตร วิดพื้น 1,000 ครั้ง และปีนหน้าผาโดยถ่วงน้ำหนัก 40 กิโลเมตร... ซึ่งเป็นไฟต์บังคับ
แม้ตอนนี้มันจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาแล้ว แต่มันก็กินเวลาเที่ยวเล่นของเขาไปมากโข
นอกเหนือจากนี้ เขายังถูกบังคับให้อ่านหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่ไคท์ค้นพบ
แต่เคย่าไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลยสักนิด
เขาสนใจแค่พืชแปลกๆ บางชนิด และขลุกอยู่กับสารานุกรมพืชพรรณได้ทั้งวัน
ครั้งหนึ่ง เขาเคยเด็ดพืชไม่ทราบชื่อมาบดคั้นน้ำ แล้วตากแห้งจนเป็นผง
จากนั้นก็แอบใส่ลงในอาหารของไคท์ เพราะอยากรูสรรพคุณทางยาของมัน
‘มื้ออาหารพ่นพิษ’ มื้อนั้นสร้างความประทับใจให้เคย่าอย่างลึกซึ้ง... มันเกือบทำให้อาจารย์ผู้น่ารักของเขาต้องภาวะขาดน้ำตาย
แม้จะโดนซ้อมจนน่วม แต่เหตุการณ์นี้ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง
มันช่วยให้เคย่าสร้างนิสัยรักการจดบันทึก... ทุกครั้งที่ค้นพบพืชใหม่ๆ เขาจะจดบันทึกไว้เสมอ
อย่างไรก็ตาม การวิจัยสรรพคุณทางยาของพืช จำเป็นต้องจับสัตว์เล็กมาทดลอง
กว่าจะรู้ตัวก็เกือบเที่ยง ท้องไส้เริ่มร้องประท้วงความว่างเปล่า
เขาคายหญ้าป่าที่เคี้ยวเล่นทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ
เคย่ากระโดดขึ้นไปบนต้นไม้อย่างแผ่วเบา เริ่มมองหาอาหารกลางวัน
หลังจากเคลื่อนไหวผ่านแมกไม้ไปสักพัก เขาก็ได้ยินเสียง “กุ๊กๆ” ดังแว่วมา
เมื่อแหวกใบไม้มองลงไป ก็เห็น “ไก่ฟ้าป่า” กำลังเดินทอดน่องจิกกินอาหารอยู่ในพงหญ้าอย่างสบายใจ
ไก่ฟ้าป่าเป็นสัตว์ตัวเล็กแต่ปราดเปรียวว่องไว เป็นสายพันธุ์นกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในโลกฮันเตอร์ รูปร่างหน้าตาคล้ายกับไก่ป่าบนดาวสีน้ำเงินอยู่บ้าง
นกพวกนี้มักออกหากินช่วงเช้ามืดและพลบค่ำ ส่วนใหญ่มักซ่อนตัวพักผ่อนบนต้นไม้หรือพุ่มไม้ในเวลากลางวัน
“ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยผู้น่าสงสารนี่จะหิวโซสินะ ถึงได้ออกมาหากินตอนเที่ยงแบบนี้... งั้นก็ขอโทษด้วยละกัน”
เคย่าดึงมีดสั้นออกจากเป้ ในจังหวะที่เขากำลังเล็งเป้า...
ฟิ้ว...
ยังไม่ทันที่ไก่ฟ้าป่าจะรู้ตัว ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งเสียบทะลุหัวของมันไปเรียบร้อยแล้ว
เขาหันขวับไปมอง ก็เห็นเงาร่างหนึ่งกำลังเดินช้าๆ ตรงไปยังซากไก่ฟ้า ห่างออกไปห้าสิบเมตรในดงหญ้า
“ชิ... โดนตัดหน้าซะได้”
เคย่าสบถในใจ พร้อมกับยกระดับความระมัดระวังตัวขึ้นทันที
คนคนนี้สามารถยิงธนูได้อย่างแม่นยำโดยที่เขาไม่ทันสังเกตเห็น... ฝีมือคงไม่ธรรมดาแน่
เอาล่ะสิ... เริ่มน่าสนุกแล้ว
เคย่ากระโดดลงจากต้นไม้ทันที เข้าไปขวางทางนักธนูคนนั้นไว้
คนตรงหน้าอายุไม่มากนัก ใบหน้าหมดจดเกลี้ยงเกลา สวมหมวกทรงหลวมสีชมพู เส้นผมสีส้มอมชมพูสดใสโผล่พ้นขอบหมวกลงมาปิดใบหู สวมชุดรัดรูปสีอ่อนทับด้วยเสื้อกั๊กสีแดงเข้ม ในมือถือคันธนู และมีซองใส่ลูกธนูสะพายอยู่ด้านหลัง
“เฮ้ย! ไก่นั่นมันเหยื่อที่ชั้นเล็งไว้นะ” เคย่าโผล่พรวดออกไป ยกนิ้วโป้งชี้ข้ามไหล่ไปด้านหลัง วางก้ามแสดงความเป็นเจ้าถิ่นเต็มที่
เด็กหนุ่มคนนั้นสะดุ้งโหยงกับการปรากฏตัวกะทันหัน และยิ่งงุนงงกับคำถามนั้น จนหลุดปากออกมาได้แค่คำว่า “หา?”
“ไม่ได้ยินที่พูดรึไง?” เคย่าเริ่มทำเสียงหงุดหงิด
เด็กหนุ่มตั้งสติได้ในที่สุด จึงเริ่มโต้แย้ง: “นี่มันเหยื่อที่ชั้นยิงชัดๆ... จะกลายเป็นของนายได้ยังไง?”
ตลอดหลายปีที่ข้ามภพมา เคย่าสรุปรูปแบบบางอย่างได้: ผู้คนในโลกฮันเตอร์ค่อนข้างมีเหตุผล
อย่างเช่นเด็กหนุ่มคนนี้ ทั้งที่ยิงเหยื่อได้เองแท้ๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์ยืนเถียงกับเคย่า พยายามจะใช้เหตุผลโน้มน้าวเขา
เคย่าแคะหูอย่างไม่ยี่หระ: “นั่นเป็นเหยื่อที่ชั้นเห็นก่อนจากบนต้นไม้... ชั้นกำลังจะลงมืออยู่แล้วเชียว แต่นายดันมาชิงตัดหน้า นายต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ชั้นเดี๋ยวนี้”
“จะมาบอกว่านายเห็นก่อนได้ยังไง?” ใบหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มแดงระเรื่อด้วยความโมโห
เคย่ายิ้มกว้างแล้วตอบว่า “ก็เพราะชั้นอยู่ใกล้ไก่ตัวนี้มากกว่านายไง”
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วสวนกลับ “แต่นั่นมันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยนี่นา? เหยื่อที่ชั้นยิง ก็ต้องเป็นของชั้นสิ”
เคย่าเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ถามขึ้นมาดื้อๆ ว่า “นายเป็นฮันเตอร์รึเปล่า?”
“เปล่า ไม่ใช่... นายถามทำไม?” เด็กหนุ่มตอบ
เคย่ากระพริบตาปริบๆ ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นเทาและถอยหลังไปสองก้าว
เห็นดังนั้น เด็กหนุ่มจึงถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรไป? ไม่สบายเหรอ?”
เคย่าทิ้งตัวลงนั่งแปะกับพื้น หน้าซีดเผือดพลางชี้ไปที่ด้านหลังของเด็กหนุ่ม: “เพราะว่า... นาย... ข้างหลังนาย... มีอสูรเขี้ยวทมิฬ!”
เด็กหนุ่มตกใจสุดขีด รีบหมุนตัวกลับทันควัน ง้างธนูเตรียมพร้อมรับมือ
ทว่า... เบื้องหลังมีเพียงความเงียบสงัด อย่าว่าแต่อสูรเขี้ยวทมิฬเลย แม้แต่กระต่ายสักตัวก็ยังไม่มี
วินาทีที่เด็กหนุ่มหันหลัง เคย่าก็พุ่งตัวราวสายฟ้าแลบไปคว้าซากไก่ฟ้าป่า แล้ววิ่งไปยืนแกว่งโชว์อย่างผู้ชนะจากระยะไกล
“เจอกันครั้งแรกก็ให้ของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ... เกรงใจจัง ขอบใจมากนะพี่ชาย สำหรับไก่ตัวนี้”
เคย่าเข้าใจดีว่า... ในระยะห้าก้าว หมัดอาจจะไวกว่า แต่ถ้าระยะเกินสิบก้าว ธนูย่อมได้เปรียบแน่นอน
ระยะห่างระหว่างเขากับเด็กหนุ่มเมื่อครู่เกือบ 10 เมตร ขืนปะทะกันตรงๆ เขาเสียเปรียบเห็นๆ
ดังนั้น เขาจึงเลือกใช้วิธีที่เปลืองแรงน้อยที่สุด: หลอกต้มและขโมยของจากสหายวัยสิบสามปีคนนี้ซะเลย
เด็กหนุ่มผมส้มรู้ตัวแล้วว่าถูกเจ้าเด็กเปรตหลอกเข้าเต็มเปา เขาเริ่มฉุนเฉียว รีบง้างธนูเล็งใส่เคย่าที่กำลังวิ่งหนีฝ่าดงหญ้า
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากทำร้ายเคย่า จึงยั้งแรงยิงเอาไว้
นั่นทำให้เคย่ามีเวลาตอบสนองทัน เขาเอี้ยวตัวหลบการโจมตีได้หวุดหวิด... แต่มันก็เฉี่ยวจนเสื้อที่ไคท์เพิ่งปะให้ขาดเป็นทางยาว
เมื่อมองดูไก่ในมือ ความโกรธของเคย่าก็มอดลงไปกว่าครึ่งเพราะความหิว... เอาเถอะ เรื่องปากท้องสำคัญกว่า
“ไปล่ะนะ... เชิญนายสนุกต่อตามสบาย!”
หลังเยาะเย้ยทิ้งท้าย เคย่าก็หายวับไปในพริบตา
“เฮ้อ... อิ่มชะมัด อิ่มจริงๆ”
เสียงนกร้องแมลงขานข้างหู แสงแดดอุ่นๆ อาบไล้ร่างกาย เคย่านอนเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์บนพื้นหญ้า เปลือกตาปรือลง ทิ้งไว้เพียงเศษขนและกองกระดูกรอบกาย
หลังจากงีบหลับไปพักหนึ่ง เคย่าก็ลุกขึ้นนั่ง สายตาเหลือบไปเห็นรูโหว่บนเสื้อ
“ถึงเวลาลงเขาแล้วสินะ”
กว่าไคท์จะกลับมาก็อีกตั้งสามเดือน ขืนไม่รีบปะ รูคงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แน่
เขาเองก็ไม่ถนัดงานเย็บปักถักร้อยเสียด้วย การหาร้านตัดเสื้อเพื่อซ่อมแซมจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
ทันทีที่เคย่าเดินพ้นชายป่า เขาก็รู้สึกราวกับก้าวข้ามจากยุคหินเข้าสู่โลกอารยะ
แม้จะยังเหลือระยะทางอีกนิดหน่อยกว่าจะถึงเมืองเอลกาโด แต่เส้นทางเล็กๆ ที่เชื่อมเข้าออกป่า รถม้าที่วิ่งสวนไปมา และเหล่าฮันเตอร์ที่เดินทางกลับจากการล่า ก็ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้คน
เคย่าเคี้ยวผลไม้ป่า เดินทอดน่องลัดเลาะผ่านตลาดที่คึกคักเพื่อตามหาร้านตัดเสื้อ
จังหวะที่เลี้ยวหัวมุม สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับแผ่นหลังของใครบางคนที่คุ้นตาแต่ก็ไม่คุ้นเคย
...เด็กหนุ่มผมส้ม สวมหมวกทรงหลวมสีชมพูคนนั้น
“ชิ... โลกกลมชะมัด” เคย่าพึมพำกับตัวเอง
ทว่าเด็กหนุ่มคนนั้นยังไม่เห็นเคย่า... เขากำลังยืนหันหลังให้ ตั้งอกตั้งใจเลือกผลไม้อยู่ที่แผงขาย
หางตาของเคย่าเหลือบไปเห็นรอยขาดบนเสื้อตัวเองอีกครั้ง... แม้เขาจะเป็นฝ่ายหลอกขโมยเหยื่อมา แต่หมอนั่นก็ทำเสื้อที่ไคท์เพิ่งปะให้พังยับเยิน... เคย่าก็ยังอดหงุดหงิดไม่ได้
ถุยเมล็ดผลไม้ทิ้งลงพื้น... เคย่าย่องเงียบกริบเข้าไปหาเด็กหนุ่มจากด้านหลัง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═