- หน้าแรก
- เทพทหารสุดโหด ขออยู่ในโหมดตำรวจจราจร
- บทที่ 94 - นายนี่จะลางานอีกแล้วเหรอ
บทที่ 94 - นายนี่จะลางานอีกแล้วเหรอ
บทที่ 94 - นายนี่จะลางานอีกแล้วเหรอ
บทที่ 94 - นายนี่จะลางานอีกแล้วเหรอ
หยางลั่วกับหลิวเจิ้นหัวคุยกันเรื่องการบริหารธุรกิจและสถานการณ์ของวงการยานยนต์ต่ออีกเกือบชั่วโมง ยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอ สุดท้ายก็เลยแลกเบอร์ติดต่อกันไว้
"ฉันขอประกาศกร้าวไว้ตรงนี้เลย" หลิวเจิ้นหัวตบหน้าอกรับปากอย่างหนักแน่น "ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตและบริหารบริษัทนี้อยู่ รถของฉันจะไม่มีวันเอาพวกออปชันเสริมไร้สาระมาหลอกฟันเงินลูกค้าเด็ดขาด และจะไม่มีลูกเล่นกลโกงอะไรทั้งนั้น"
"คุณหลิวมีความตั้งใจแน่วแน่ขนาดนี้ ผมเชื่อว่าบริษัทจะต้องเติบโตไปในทิศทางที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแน่นอน"
"อ้อ จริงสิ" จู่ๆ หลิวเจิ้นหัวก็หันไปสั่งพนักงานขายที่อยู่ข้างๆ "รถคันนี้ไม่ต้องเก็บเงินน้องชายคนนี้นะ ส่วนค่าคอมมิชชันกับโบนัสของเธอ ฉันจะจ่ายให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ไม่ต้องห่วง"
"ขอบพระคุณท่านประธานมากค่ะ" พนักงานขายทั้งตกใจทั้งดีใจ รีบรับคำ "ฉันจะไปร่างสัญญามาใหม่เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
"คุณหลิว อย่าเลยครับ" หยางลั่วรีบปฏิเสธ "รถราคาเท่าไหร่ก็ต้องจ่ายเท่านั้น ห้ามลดแม้แต่สตางค์เดียว ต่อให้คุยกันถูกคอแค่ไหนก็เอาเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวมาปนกับธุรกิจไม่ได้หรอกครับ ถือซะว่าการซื้อรถคันนี้เป็นการสนับสนุนและเชื่อมั่นในจุดยืนของคุณก็แล้วกัน"
หลิวเจิ้นหัวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วน "ดี เป็นคนตรงไปตรงมาดี ความเชื่อมั่นของน้องชาย ฉันหลิวเจิ้นหัวขอรับไว้ ในเมื่อนายยืนกรานแบบนี้ ฉันก็จะไม่บังคับ แต่เห็นแก่ความถูกคอของเรา รถของนายสามารถนำมาเช็คระยะที่ศูนย์บริการทั่วประเทศของฉันได้ฟรีตลอดชีพเลยนะ น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้คงรับไว้ได้ใช่ไหม"
"ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอรับไว้ด้วยความยินดีครับ" หยางลั่วไม่ปฏิเสธอีกต่อไป เขายิ้มตอบ
"วันนี้ได้คุยกับน้องชาย รู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนรู้ใจที่ไม่ได้เจอกันมานานเลย" หลิวเจิ้นหัวเสนอด้วยความตื่นเต้น "เย็นนี้ฉันขอเป็นเจ้ามือ หาสถานที่ดื่มกันสักหน่อย เราจะได้คุยกันให้หนำใจไปเลย ดีไหม"
"ขอบคุณในความหวังดีของคุณหลิวมากครับ" หยางลั่วยิ้มอย่างเกรงใจ "แต่วันนี้ผมมีธุระต้องไปจัดการ เอาไว้วันหลังก็แล้วกันนะครับ"
"ได้เลย งั้นฉันจะรอฟังข่าวจากน้องชายนะ"
ตอนขากลับ หยางลั่วหันไปยิ้มให้พนักงานขายสาวที่ยังคงรักษาความเป็นมืออาชีพและความจริงใจไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาบอกเธอว่า "รักษาจุดยืนของคุณไว้ให้ดี หมั่นเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ อนาคตของคุณจะต้องสดใสแน่นอน"
พนักงานขายสาวตาเป็นประกาย พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น พร้อมกับส่งยิ้มจริงใจ "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะคุณหยาง ฉันจะพยายามให้เต็มที่ค่ะ"
การพบกันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่คำพูดของหยางลั่วกลับกลายเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ฝังรากลึกลงในใจของพนักงานขาย กลายเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเธอ
หยางลั่วสตาร์ทรถ รถคันใหม่แล่นออกจากศูนย์รถยนต์อย่างนุ่มนวล ก่อนจะกลืนหายไปกับฝูงรถบนท้องถนน
โรงพยาบาลประชาชนเมืองซินโจว
ภายในห้องพักผู้ป่วย กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง หวังเหวินปินนั่งพิงเตียงผู้ป่วยอยู่ครึ่งตัว แขนขวาถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวหนาเตอะและคล้องไว้ที่คอ ใบหน้าของเขายังคงซีดเซียว
"นายว่าไงนะ ไอ้กระจอกนั่นเป็นคนทำเหรอ"
"ใช่ครับพี่คัง" สีหน้าของหวังเหวินปินเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด เขากัดฟันพูดด้วยความโกรธแค้น "ก็ไอ้กระจอกนั่นแหละที่หักแขนผม มันเป็นพวกบ้าบิ่นที่ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาเลย ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคนในเมืองหลวง พวกเราคงเอาหน้าไปไว้ไหนไม่ได้แน่"
สองคนนี้แม้จะไม่ได้มีอิทธิพลล้นฟ้าในเมืองหลวง แต่ก็ถือว่าเป็นคนมีหน้ามีตา นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาเสียท่าให้หยางลั่วติดๆ กัน โดยเฉพาะหวังเหวินปินที่โดนหยางลั่วเล่นงานมาเป็นครั้งที่สองแล้ว
หลินคังเดินไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองดูรถราที่สัญจรไปมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ในเมื่อไอ้กระจอกนั่นมันรนหาที่ตาย ก็มีแต่ต้องเก็บมันซะ"
"อีกสามวัน บอดี้การ์ดของพ่อฉันจะมาถึงเมืองซินโจว" แววตาของหวังเหวินปินลุกโชนไปด้วยไฟแค้น เขากำมือซ้ายที่ยังไม่บาดเจ็บแน่น "หยางลั่ว แกรอได้เลย วันตายของแกมาถึงแล้ว"
ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของหยางลั่วก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย เป็นเบอร์ของเย่เจี้ยนป๋อ พ่อของเย่จื่อหานที่โทรมา
"พ่อ มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"รีบมาที่เมืองหลวงเดี๋ยวนี้"
"ได้ครับ ผมจะกลับไปเก็บของแล้วรีบไปเดี๋ยวนี้เลย"
"อืม" เย่เจี้ยนป๋อตอบรับสั้นๆ แล้วก็วางสายไปดื้อๆ
หยางลั่วไม่ได้ถามหาเหตุผล คนระดับเย่เจี้ยนป๋อน้อยครั้งมากที่จะเป็นฝ่ายโทรหาใครก่อน การที่เขาโทรมาเร่งให้ไปเมืองหลวงกะทันหันแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญมากๆ แน่
คิดว่าเย่จื่อหานน่าจะยังทำงานล่วงเวลาอยู่ หยางลั่วเลยโทรหาเธอเพื่อจะบอกเรื่องที่เขาต้องไปเมืองหลวง
"ฮัลโหล"
"คุณอยู่ไหนเนี่ย"
"อยู่บ้านสิ วันนี้ฉันเลิกงานเร็วน่ะ"
หยางลั่วชะงักไปนิดนึง ก่อนจะตอบ "ผมใกล้จะถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกัน มีเรื่องจะบอก"
"อืม ฉันจะรอ"
วางสายเสร็จ หยางลั่วก็เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วรถขึ้นอีกนิด เย่เจี้ยนป๋อถึงกับโทรมาด้วยตัวเอง การไปเมืองหลวงครั้งนี้คงไม่ใช่การเดินทางธรรมดาๆ แน่
พอกลับถึงบ้าน เย่จื่อหานกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา พอเห็นหยางลั่วกลับมาก็ถามขึ้น "มีเรื่องอะไร ว่ามาสิ"
"ผมต้องไปเมืองหลวงน่ะ"
"อะไรนะ นายนี่จะลางานอีกแล้วเหรอ" เย่จื่อหานขมวดคิ้ว น้ำเสียงเจือความระอา ก่อนหน้านี้หยางลั่วก็อ้างเรื่องส่วนตัวนู่นนี่นั่น ลางานไปตั้งหลายรอบแล้ว
"พ่อโทรมาบอกให้ผมกลับเมืองหลวง คาดว่าน่าจะมีธุระด่วนน่ะ"
เย่จื่อหานมองหยางลั่วด้วยสายตาจับผิด "นายไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม"
"ถ้าไม่เชื่อ คุณลองโทรไปถามที่บ้านดูตอนนี้เลยก็ได้"
ก็เพราะวีรกรรมของหยางลั่วมันเยอะเหลือเกิน ชอบหาข้ออ้างออกไปเถลไถล เย่จื่อหานถึงได้สงสัยในตัวเขา เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายตรงไปที่บ้านจริงๆ
รอสายไม่นานก็มีคนรับ เธอคุยกับเย่เจี้ยนป๋อสั้นๆ พอวางสาย สีหน้าสงสัยก็จางลง สายตาที่มองหยางลั่วก็อ่อนโยนขึ้น "ก็ได้"
การที่เย่เจี้ยนป๋อไม่ติดต่อหน่วยวิญญาณมังกร แต่กลับมาติดต่อเขาแทน แสดงว่าเรื่องนี้ต้องร้ายแรงกว่าที่เขาคิดไว้แน่ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปริปากบอกเรื่องแบบนี้ให้เย่จื่อหานรู้เด็ดขาด
"เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่าไม่ได้โกหก" หยางลั่วยิ้ม "น่าจะเป็นเรื่องด่วน ผมขอไปเก็บของก่อนนะ แล้วจะออกเดินทางเลย"
เงินเดือนอันน้อยนิดของหยางลั่ว เย่จื่อหานรู้ดีว่าเขาคงผลาญจนหมดเกลี้ยงไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงว่าเขาจะขัดสน เธอจึงเสนอตัว "เดี๋ยวฉันจองตั๋วเครื่องบินให้นะ"
"ได้เลย" หยางลั่วรับคำ ก่อนจะเสริมต่อ "เดี๋ยวคุณขับรถไปส่งผมที่สนามบินด้วยนะ"
"ฉันจะเอารถที่ไหนไปส่ง" พอพูดถึงเรื่องรถ เย่จื่อหานก็ของขึ้น เธอถลึงตาใส่หยางลั่ว ถามด้วยความโมโห "เงินสองแสนที่ฉันให้ไปคราวก่อน อุตส่าห์ให้ไปซื้อรถไว้ขับไปทำงาน แล้วรถนายอยู่ไหนล่ะ เอาเงินไปผลาญที่ไหนหมดแล้ว"
หยางลั่วไม่รีบร้อน ล้วงกุญแจรถใหม่เอี่ยมออกมาจากกระเป๋า แกว่งไปมาตรงหน้าเธอพลางยิ้ม "นี่ไง อยู่นี่ ให้คุณขับแล้วกัน ผมเพิ่งได้ขับแค่ครั้งเดียวเอง"
เย่จื่อหานชะงัก รับกุญแจมาดูแล้วถามด้วยความสงสัย "รถนี่นายซื้อมาเหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ"
"วันนี้ไปซื้อรถมาเหรอ"
"ใช่ ถ้าไม่ซื้อจะมีรถได้ยังไงล่ะ"
ที่แท้เขาก็ไม่ได้เอาเงินสองแสนไปละลายแม่น้ำ แต่เอาไปซื้อรถจริงๆ ความโกรธในใจของเย่จื่อหานก็ลดลงไปกว่าครึ่ง น้ำเสียงที่พูดก็อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ก็ได้ เดี๋ยวฉันไปส่งที่สนามบิน"
"รถยังไม่ได้ติดป้ายทะเบียนเลย ไม่รู้ว่าพ่อเรียกไปทำไม แล้วต้องไปนานแค่ไหน ฝากคุณหาคนไปจัดการเรื่องเอกสารให้ทีนะ"
"อืม" เย่จื่อหานรับคำ จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ถึงจะทำตัวให้น่าปวดหัวอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เหลวไหลไปซะทุกเรื่องอย่างที่เธอคิด
[จบแล้ว]