- หน้าแรก
- อยากให้เปิดร้านอาหารเช้าหรือ ขอโทษทีร้านฉันเปิดแค่ตอนบ่ายเท่านั้นแหละ
- บทที่ 2: เช่าร้าน
บทที่ 2: เช่าร้าน
บทที่ 2: เช่าร้าน
บทที่ 2: เช่าร้าน
ในยามค่ำคืน
ไฟสัญญาณเตือนแบตเตอรี่บนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากะพริบเป็นขีดสีแดงขีดสุดท้าย
ฟ่านหลี่จอดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเขาไว้ที่ด้านนอกหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า หมู่บ้านเทียนซี
ชื่อนี้ฟังดูค่อนข้างหรูหรามีระดับ แต่ทว่าต้นหญ้าในพื้นที่สีเขียวนอกประตูใหญ่กลับเติบโตเรี่ยราดจนสูงท่วมหัวคน
ส่วนที่หันหน้าเข้าหาถนนคืออาคารพาณิชย์เรียงเป็นตับ ซึ่งทุกห้องต่างก็ปิดประตูหน้าต่างกระจกที่มีฝุ่นเกาะเขรอะจนเป็นสีเทา
บนพื้นดินเต็มไปด้วยเศษก้อนคอนกรีตและขยะจากการก่อสร้างกระจัดกระจาย
บริเวณใกล้เคียงไม่มีแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อสักแห่ง มีเพียงสุนัขจรจัดสองตัวกำลังคุ้ยเขี่ยหาของกินอยู่ในถังขยะ
บนประตูกระจกเหล่านั้นมีป้ายประกาศที่ทำขึ้นอย่างเป็นแบบแผนเดียวกัน โดยเป็นตัวอักษรสีดำบนพื้นหลังสีแดงระบุว่า ให้เช่าร้าน
ฟ่านหลี่กดโทรศัพท์ติดต่อไปตามหมายเลขที่แจ้งไว้บนป้ายนั้น
"สวัสดีครับ นั่นใครครับ" เมื่อสายต่อติด เสียงเล่นไพ่นกกระจกอันอึกทึกครึกโครมก็ดังแทรกมาจากปลายสายทันที
"ผมต้องการเช่าร้านครับ ที่หมู่บ้านเทียนซี"
"โอ้! เถ้าแก่! รอสักครู่นะครับ ขอเวลาสิบนาที! ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย!" เสียงไพ่นกกระจกจากปลายสายหยุดลงในทันควัน และน้ำเสียงของเขาก็ดูลนลานระคนยินดีอยู่ไม่น้อย
อย่างไรเสีย ร้านค้าในทำเลที่มีคนผ่านไปมาน้อยนิดขนาดนี้ มันยากมากจริงๆ ที่จะปล่อยเช่าได้
แปดนาทีต่อมา ชายอ้วนวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและหนีบกระเป๋าหนังสีดำก็ขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตรงเข้ามา เขาหยุดรถลงตรงหน้าฟ่านหลี่ แล้วหยิบนามบัตรที่ยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋าเพื่อยื่นส่งให้
"เถ้าแก่ ขอโทษที่ให้รอนะครับ ผมเป็นผู้จัดการฝ่ายปล่อยเช่าของพื้นที่แถวนี้ แซ่หวังครับ เรียกผมว่าผู้จัดการหวังก็ได้ครับ"
ฟ่านหลี่ไม่ได้ยื่นมือไปรับนามบัตรใบนั้น แต่เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอันเสื่อมโทรมพลางเอ่ยขึ้นว่า "ผู้จัดการหวัง ร้านค้าทำเลทองของคุณนี่ดูสมถะเรียบง่ายดีนะครับ ในทำเลแบบนี้ ถ้าฮวงจุ้ยไม่ดีจริง เกรงว่าคงจะต้องนอนอ้าปากกินลมตะวันตกเฉียงเหนือประทังชีวิตเป็นแน่"
ผู้จัดการหวังหัวเราะแห้งๆ เขาซ่อนนามบัตรกลับคืนลงในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว และดึงขอบกางเกงที่รัดแน่นขึ้นตามสัญชาตญาณพลางเอ่ยว่า "เถ้าแก่ คุณไม่เข้าใจหรอก ในการทำธุรกิจพวกเราเน้นเรื่องการลงมือก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบ! คุณดูหมู่บ้านเทียนซีแห่งนี้สิ ถึงแม้ว่าเพิ่งจะส่งมอบห้องและอัตราการเข้าอยู่อาศัยยังไม่สูงนัก แต่ใน ปีหน้าหรือปีถัดไป ฝั่งตรงข้ามก็กำลังจะสร้างโรงเรียนประถมแล้วนะครับ แถมยังมีเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินตัดผ่านในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย! การเช่าร้านในตอนนี้ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดแล้ว! อีกสองปีข้างหน้า ธรณีประตูร้านของคุณคงจะสึกหรอเพราะแรงเหยียบย่ำของลูกค้าที่พากันหลั่งไหลเข้ามาแน่ๆ"
ฟ่านหลี่ทำงานในสายงานบริหารจัดการมาหลายปี คอยเขียนสคริปต์ให้พวกสตรีมเมอร์อยู่ทุกวี่ทุกวัน ในสายตาของเขาแล้ว ฝีมือการพูดระดับของผู้จัดการหวังถือเป็นเรื่องพื้นๆ มาก
"ไม่หรอกครับ... พี่หวัง สำนักงานผังเมืองยังไม่ได้ออกเอกสารตราครุฑอย่างเป็นทางการสำหรับเรื่องรถไฟฟ้าใต้ดินเลยด้วยซ้ำ แต่พี่กลับสร้างสถานีขึ้นมากลางอากาศตรงนี้เลยงั้นเหรอ แล้วเมื่อกี้ผมเพิ่งขี่รถผ่านที่ดินรกร้างฝั่งตรงข้ามตรงนั้น มันมีแต่เสาไฟฟ้าแรงสูงตั้งอยู่ โรงเรียนประถมของพี่จะสร้างไว้ใต้สายไฟแรงสูงเพื่อให้นักเรียนเข้ารับการบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้าหรือไงครับ" ฟ่านหลี่เอ่ยประชดประชันอย่างนึกรำคาญ
รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้จัดการหวังแข็งค้างไปในทันที และมีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาบางๆ บนหน้าผากของเขา "คือ... แหม เถ้าแก่ คุณนี่ตาถึงจริงๆ ผมจะไม่เล่นแง่กับคุณแล้วก็ได้ พวกเราไปดูร้านกันเถอะ ไปดูร้านกันก่อน คุณกำลังมองหาร้านขนาดประมาณไหนอยู่ครับ"
"ร้านที่ราคาถูกครับ" ฟ่านหลี่ตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
ผู้จัดการหวังเข้าใจได้ในทันทีว่า ชายหนุ่มคนนี้คงจะไม่ได้มีเงินทุนมากมายอะไรนัก เขาจึงหยิบพวงกุญแจพวงใหญ่ออกมา แล้วเดินนำไปยังร้านค้าขนาดใหญ่ห้องแรกที่เป็นประตูคู่ ก่อนจะลงมือเปิดประตูเหล็กม้วนจนเกิดเสียงดังโครมคราม
"ห้องนี้มีพื้นที่หนึ่งร้อยยี่สิบตารางเมตร รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสจัดวางสิ่งของง่าย ถ้าจะทำเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ก็จะดูหรูหราโอ่อ่ามากเลยครับ ค่าเช่าเดือนละแปดพันหยวน"
ฟ่านหลี่ไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองเข้าไปข้างใน "ผมจะทำอาหารเช้าขาย พี่จะให้ผมเช่าพื้นที่ตั้งหนึ่งร้อยยี่สิบตารางเมตรเลยเนี่ยนะ"
ผู้จัดการหวังรีบลงกลอนประตูตามเดิม แล้วเดินนำหน้าต่อไปอีกสิบกว่าเมตรก่อนจะเปิดประตูร้านค้าขนาดเล็กอีกห้องหนึ่ง
"ห้องนี้มีพื้นที่สิบห้าตารางเมตรครับ! คุณสามารถทำเป็นช่องหน้าต่างสำหรับซื้อกลับบ้าน แบบซื้อแล้วเดินไปได้เลย แบบนี้เหมาะกับสไตล์ร้านอาหารเช้าของคุณใช่ไหมครับ"
ฟ่านหลี่ยืนอยู่ตรงประตูพลางทำท่าทางประกอบแล้วพูดว่า "พี่หวัง ในร้านแคบขนาดนี้ ถ้าผมกลับตัว ตะหลิวของผมคงจะทิ่มผนังจนทะลุเป็นรูแน่ๆ ไม่เอาหรอกครับ"
พวกเขากระเตงกันไปดูร้านค้าอีกห้าถึงหกห้องติดต่อกัน ซึ่งถ้าไม่ใหญ่เกินไปก็เล็กเกินไป การออกแบบโครงสร้างของหมู่บ้านเทียนซีแห่งนี้ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเอาเสียเลย ผู้จัดการหวังเหนื่อยหอบจนแผ่นหลังกระเพื่อมหนัก เขาจึงยกน้ำแร่ขึ้นมาดื่มอึกใหญ่
"เถ้าแก่ ตกลงว่าคุณมีงบประมาณอยู่ในใจเท่าไหร่กันแน่ครับ" ผู้จัดการหวังถามด้วยสีหน้าทุกข์ระทม
"มีเงินทุนเริ่มต้นอยู่ประมาณสองหมื่นถึงสามหมื่นหยวนครับ ถ้ามีห้องที่เหมาะสมพวกเราก็เซ็นสัญญากันได้เลยตอนนี้ แต่ถ้าไม่มี ผมก็จะขี่รถไปดูที่อื่นต่อแล้วล่ะครับ" ฟ่านหลี่พูดพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
ผู้จัดการหวังกัดฟันกรอดแล้วเอ่ยว่า "ก็ได้! มันมีร้านค้าลักษณะพิเศษอยู่ห้องหนึ่ง แต่ทำเลที่ตั้งจะอยู่ห่างไกลและลับตาคนไปสักหน่อย ตามผมมาสิครับ"
ทั้งสองคนเดินอ้อมผ่านแถวอาคารพาณิชย์ไปจนถึงหัวมุมที่อยู่ด้านในสุดของหมู่บ้านเทียนซี
สถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่ติดกับถนนสายหลัก แต่มันตั้งอยู่ข้างๆ ทางเดินเล็กๆ ข้างประตูรองของหมู่บ้านเทียนซีพอดี
ผู้จัดการหวังผลักประตูเปิดออกแล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟ
ภายในห้องเป็นห้องโล่งๆ ที่ยังตกแต่งไม่เสร็จสมบูรณ์ในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีพื้นที่ประมาณสี่สิบถึงห้าสิบตารางเมตร ผนังยังไม่ได้ทาสี และบนพื้นก็เต็มไปด้วยเศษฝุ่นละออง ทว่าร้านค้าห้องนี้กลับมีความสูงของเพดานที่มากเป็นพิเศษ ทางผู้พัฒนาโครงการจึงได้สร้างตลอกชั้นลอยขนาดเล็กที่มีโครงสร้างเหล็กกล้าอันแข็งแรงเอาไว้ภายใน พร้อมกับมีบันไดทอดตัวขึ้นสู่ด้านบน
"เดิมทีที่นี่เคยถูกใช้เป็นสำนักงานควบคุมงานชั่วคราวของฝ่ายวิศวกรรมน่ะครับ หลังจากพวกเขาย้ายออกไป ห้องนี้ก็เลยว่างลง"
ผู้จัดการหวังชี้มือขึ้นไปด้านบน "ชั้นล่างมีพื้นที่ห้าสิบตารางเมตร เพียงพอให้คุณจัดวางโต๊ะเก้าอี้ได้สามสี่ตัว ส่วนชั้นสองมีพื้นที่ขนาดเล็กประมาณยี่สิบกว่าตารางเมตรและมีแสงสว่างส่องถึงค่อนข้างดี มีการติดตั้งระบบห้องน้ำและท่อน้ำประปาเอาไว้พร้อมสรรพแล้ว คุณแค่ลากฟูกที่นอนมาปูก็นอนพักผ่อนที่นี่ได้เลยครับ"
ดวงตาของฟ่านหลี่ทอประกายวาบขึ้นมาในทันที
ร้านค้าห้องนี้ราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของเขาโดยเฉพาะ
ชั่วชีวิตนี้เขารังเกียจการเดินทางไปทำงานในยามเช้าตรู่ที่สุด หากเขาเช่าสถานที่แห่งนี้ เขาก็จะประหยัดค่าเช่าห้องพักไปได้อีกต่อหนึ่ง ทุกๆ เช้าเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น เขาก็แค่กลิ้งตัวลงบันไดมาจากชั้นสองแล้วเปิดร้านทำงานได้ทันที ซึ่งมันช่วยตัดความยุ่งยากในขั้นตอนระหว่างนั้นออกไปได้จนหมดสิ้น
ส่วนเรื่องทำเลที่ตั้งอันห่างไกลน่ะเหรอ มันไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยสักนิด
ข้อกำหนดของระบบคือต้องเปิดร้านให้ครบหนึ่งร้อยยี่สิบชั่วโมงต่อเดือน เฉลี่ยแล้วก็แค่วันละสี่ชั่วโมงเท่านั้น วัตถุดิบเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดซื้อ ถ้าหากขายไม่หมดเขาก็แค่เก็บไว้กินเอง ต่อให้วันทั้งวันจะไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยแม้แต่คนเดียว เขาก็แค่หย่อนก้นนั่งรอให้ครบเวลาตามเกณฑ์ก็สิ้นเรื่อง
ฟ่านหลี่เดินขึ้นบันไดไปตรวจสอบพื้นที่บนชั้นสอง พื้นที่ข้างบนไม่ได้กว้างขวางเท่ากับชั้นล่าง แต่ก็มีพื้นที่มากเกินพอสำหรับวางเตียงขนาดห้าฟุตและตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กสักหลัง หน้าต่างระบายอากาศหันหน้าเข้าหาต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ด้านนอก
"ราคาเท่าไหร่ครับ" ฟ่านหลี่เดินลงบันไดมาพลางปัดฝุ่นออกจากมือ
เมื่อเห็นว่าเริ่มมีหวัง ผู้จัดการหวังจึงชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วแล้วพูดว่า "ราคาสุดต่ำสุด เดือนละสามพันหยวนครับ สัญญาเริ่มต้นที่สามปี ในสภาพตลาดแบบนี้มันไม่สามารถลดลงไปกว่านี้ได้อีกแล้วจริงๆ ครับ"
"แล้วเรื่องเงินประกันกับงวดการจ่ายเงินล่ะครับ" ฟ่านหลี่ถามถึงเงื่อนไขเพิ่มเติม
"วางเงินประกันสองเดือน และจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าหนึ่งเดือนครับ" ผู้จัดการหวังระบุหลักปฏิบัติทั่วไปตามมาตรฐานในสายงานนี้
ฟ่านหลี่ส่ายหน้าปฏิเสธทันทีแล้วชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้วแทน "ข้อแรก วางเงินประกันหนึ่งเดือน และจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าหนึ่งเดือน ข้อสอง ผมต้องการเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลาห้าปี โดยห้ามมีการปรับขึ้นค่าเช่าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามภายในห้าปีนี้ ข้อสาม มอบช่วงเวลาปลอดค่าเช่าให้ผมเป็นเวลาสามเดือน เนื่องจากผมจำเป็นต้องตกแต่งและจัดเตรียมสถานที่ประกอบการ ถ้าหากตกลงตามเงื่อนไขนี้ได้ ผมจะโอนเงินให้พี่ในตอนนี้เลย แต่ถ้าไม่ได้ ผมก็จะขอตัวลาไปในทันทีครับ"
ผู้จัดการหวังแทบจะกระโดดตัวลอยเมื่อได้ยินเงื่อนไขนั้น "เถ้าแก่! คุณต่อราคาได้โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! ใครเขาทำสัญญาแบบวางเงินประกันเดือนเดียวและจ่ายล่วงหน้าเดือนเดียวล่ะครับ แบบนี้ผมจะไปอธิบายกับทางบริษัทได้ยังไง!"
ฟ่านหลี่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนั้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "พี่หวัง นอกจากคนซื่อๆ แบบผมแล้ว จะมีใครยอมมาเช่าห้องรกร้างแบบนี้อีกเหรอครับ ปล่อยทิ้งไว้ให้มันว่างเปล่าอยู่แบบนี้ พี่ไม่ได้ปิดดีลมาตั้งกี่เดือนแล้วล่ะครับ แม้แต่เนื้อติดขาถุงก็ยังถือเป็นเนื้อนะครับ"
ผู้จัดการหวังตกอยู่ในความเงียบงัน ร้านค้าเหล่านี้ปล่อยว่างมาเกือบปีแล้วจริงๆ ตอนนี้เขาต้องประทังชีวิตด้วยเงินเดือนขั้นพื้นฐานเท่านั้น หากเขาไม่สามารถปิดดีลนี้ได้ เขาจะไม่มีเงินแม้แต่จะไปผ่อนบ้านด้วยซ้ำ
"ก็ได้! เดี๋ยวผมโทรศัพท์ไปขออนุมัติเอง! เอาตามที่คุณว่ามาเลย! แต่คุณต้องโอนเงินประกันให้ผมในทันทีนะ" ผู้จัดการหวังกัดฟันตอบตกลง
ขั้นตอนการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้จัดการหวังพกตราประทับตราของบริษัทและเอกสารสัญญามาตรฐานติดตัวมาด้วย ฟ่านหลี่อ่านรายละเอียดข้อกำหนดตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อยืนยันว่าไม่มีกับดักเรื่องการผิดสัญญาซ่อนเร้นอยู่ และมีการระบุข้อความ "ห้ามปรับขึ้นค่าเช่าเป็นเวลาห้าปี" เอาไว้เป็นพิเศษแล้ว เขาจึงได้ลงลายมือชื่อของตนเองลงไป
การโอนเงินผ่านระบบวีแชทบนมือถือ เงินถูกหักออกไปจำนวนหกพันหยวน
หลังจากได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว เมฆหมอกแห่งความกังวลบนใบหน้าของผู้จัดการหวังก็มลายหายไปจนสิ้น เขาหยิบกุญแจส่งมอบให้ฟ่านหลี่ด้วยสองมืออย่างนอบน้อมและกระตือรือร้น
"เถ้าแก่ฟ่าน ผมขอให้คุณทำมาค้าขึ้น ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองนะครับ! ผมทำงานอยู่ที่อาคารฝั่งตรงข้าวนี่เอง ถ้าหากคุณมีเรื่องอะไรต้องการความช่วยเหลือ ก็โทรเรียกผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ"
ผู้จัดการหวังขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากไปและอันตรธานหายไปในความมืดมิดของค่ำคืน