เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11


ในเวลานี้ เอเนลยังคงมีสีหน้าขี้เล่นอยู่บนใบหน้าของเขา

“มนุษย์โง่! ตอนนี้พระเจ้ากำลังยืนอยู่ต่อหน้าแก!”

“การโจมตีของมนุษย์จะทำร้ายพระเจ้าได้ยังไง? จงยอมแพ้ซะเถอะ มันคงไม่ง่ายสำหรับแกที่จะฝึกฝนมาถึงจุดนี้ได้ ดังนั้นฉันจะไว้ชีวิตน้อยๆ ของแกให้!”

องครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่พากันส่ายหัวออกมา ตอนแรกพวกเขาคาดหวังว่าหลัวเหวินจะมีแนวทางการต่อสู้ที่แตกต่างออกไปจากชาวทะเลสีฟ้าคนก่อนๆ

แต่ดูเหมือนจะไม่ต้องสงสัยเลยว่า มดอย่างเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะทำร้ายเอเนลได้

พอมาคิดๆ ดูแล้ว พวกเขาทั้งสี่เองก็ไม่เคยเห็นใครที่สามารถทำร้ายเอเนลได้เลยเหมือนกัน

หลัวเหวินไม่ได้รู้ความคิดขององครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่ในเวลานี้ และเขาอาจจะหัวเราะจนท้องแข็งถ้ารู้เรื่องนี้

เนื่องจากตอนนี้เขารู้แล้วว่าเอเนลได้ลดการป้องกันของตัวเองลง มันจึงเป็นเรื่องง่ายมากที่เขาจะหาโอกาสทำการโจมตีถึงตายใส่เอเนลได้

“เป็นไปได้ยังไง?!” หลัวเหวินจงใจแสร้งทำเป็นไม่เชื่อ และใช้พลังของผลเบเฮมอธออกมาทันที

“เบเฮมอธ ร่างไฮบริด!”

จู่ๆ พลังจากยุคก่อนประวัติศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นบนร่างของหลัวเหวิน!

ร่างกายของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไป ความสูงแต่เดิมสองเมตรค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็นสี่เมตร ผมสีดำแต่เดิมค่อยๆ ยาวขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีขาวเงิน

กล้ามเนื้อบนร่างกายของเขาได้รับการขัดเกลาและเรียบเนียนต่างไปจากเดิม พวกมันดูแข็งแกร่งขึ้นและเต็มไปด้วยพลังที่สามารถระเบิดออกมาได้

ชั้นขนสีขาวเงินปกคลุมแขนทั้งสองข้าง ในขณะที่มีเส้นขนสีน้ำเงินดำปรากฏขึ้นที่หน้าอก พร้อมกับฟันในปากที่ค่อยๆ กลายเป็นเขี้ยว

ตอนนี้ร่างของหลัวเหวินเต็มไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ และลมหายใจของเขาก็เหมือนกับภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ

นี่คือร่างไฮบริด(ครึ่งคนครึ่งสัตว์)ของผลเบเฮมอธ และเป็นสถานะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของหลัวเหวินในตอนนี้

แม้ว่าสิงโตจะล่ากระต่าย แต่มันก็ยังใช้พละกำลังทั้งหมดของมัน

หลัวเหวินเองก็เช่นกัน เขาต้องการบรรลุความสำเร็จด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว และไม่ต้องการสร้างปัญหาอะไรให้เกิดขึ้น

เมื่อเอเนลเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของหลัวเหวิน แววตาของเขาก็แสดงความประหลาดใจออกมา

แต่ในไม่ช้าความสงบของเขาก็กลับมาทันที เพราะท้ายที่สุดชาวทะเลสีฟ้าที่เคยถูกกระแสน้ำในมหาสมุทรพัดพามายังเกาะแห่งนี้ ก็เคยมีความสามารถแบบนี้ปรากฏให้เห็นเหมือนกัน

‘ดูเหมือนสิ่งนี้จะถูกเรียกว่าผลโซออน? แต่เมื่อเทียบกับพลังสายฟ้าของฉันแล้ว พวกมันก็เป็นขยะทั้งหมด!’

‘ถึงแม้ว่าลมหายใจของแกจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากก็ตาม… แต่แล้วยังไงล่ะ?’

‘ยังไงแกก็ยังเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ที่ไม่สามารถโจมตีพระเจ้าอย่างฉันได้!’

เมื่อคิดได้แบบนี้ เอเนลก็พูดติดตลกออกมาอีกครั้ง

“ความแข็งแกร่งของแกน่าตกใจจริงๆ ดูดีกว่าขยะชิ้นก่อนมาก แต่พอเถอะ เพราะแกไม่มีทางที่จะทำร้ายฉันได้!”

“ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย ยอมมาเป็นลูกน้องของฉันซะ แล้วฉันจะไว้ชีวิตน้อยๆ ของแก!”

“ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง!” หลัวเหวินตะคอกและฟาดฟันดาบขึ้นสนิมในมือของเขาอย่างเย้ยหยัน

“เปรี้ยง!!!”

คราวนี้หลัวเหวินใช้พลังของเขาออกมาทั้งหมด และฟาดฟันไปที่เอเนลอีกครั้ง

ในทันทีที่ดาบสัมผัสกับร่างของเอเนล ฮาคิเกราะก็ปรากฏขึ้นบนใบดาบอย่างรวดเร็ว

พลังของร่างไฮบริดเบเฮมอธควบคู่ไปกับฮาคิเกราะที่แข็งแกร่ง ทำให้การฟาดฟันของหลัวเหวินในครั้งนี้นั้นรวดเร็วและแม่นยำจนถึงระดับสุดยอด!

เอเนลรู้สึกได้ถึงออร่าที่อันตรายอย่างยิ่งในทันที

รูม่านตาของเขาหดลง จิตใต้สำนึกของเขากำลังกรีดร้องอย่างรุนแรง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สายไปแล้ว!

‘ไม่มีทางหลบได้!’

‘ต้องใช้การกลายเป็นธาตุเท่านั้น!’

เป็นครั้งแรกในชีวิตของเอเนลที่เมื่อเขาใช้การกลายเป็นธาตุ แต่กลับมีความรู้สึกใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่ก่อนที่เขาจะได้เปลี่ยนร่างกายของตัวเองให้กลายเป็นธาตุ เอเนลก็สังเกตุเห็นดวงตาของหลัวเหวิน

จากสายตาของอีกฝ่าย เขาเห็นถึงความตลก การเยาะเย้ย และความเชื่อมั่นว่าจะสามารถฆ่าเขาได้

ในขณะนี้ เอเนลเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

อย่างไรก็ตาม… มันสายไปแล้ว!

“ซั่ว--!”

เสียงฟาดฟันอันน่าสะพรึงกลัวดังสนั่นขึ้นในพริบตา

แสงดาบสีขาวเงินขนาดใหญ่ตัดผ่านร่างของเอเนล แม้แต่พื้นดินและเนินเขาที่อยู่ด้านหลังก็ยังถูกผ่าครึ่ง

ร่างของเอเนลแตกสลายและเข้าสู่สภาวะใกล้ตายในทันที

เป็นเพราะว่าเขาประเมิณศัตรูต่ำไป และเลือกที่จะรับการโจมตีนี้ มันจึงนำจุดจบมาสู่เขา

เอเนลมองเห็นร่างที่แทบจะขาดเป็นสองท่อนของตัวเอง มันมีแผลขนาดใหญ่ยาวปรากฏตั้งแต่อกถึงเอว ราวกับกำลังจะถูกตัดให้ขาดทั้งตัว

คนปกติควรที่จะตายในทันที แต่เอเนลที่เป็นผู้ใช้พลังของผลโกโร โกโรยังคงมีลมหายใจจางๆ อยู่เล็กน้อย แต่มันก็เป็นเหมือนเทียนที่อยู่ในสายลมที่ปลิวไสว

เห็นได้ชัดว่าชีวิตของเขาอาจจะดับลงอย่างสมบูณร์ได้ในวินาทีถัดไป

เมื่อองครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่เห็นฉากนี้ ขาและเท้าของพวกเขาก็ชา ก่อนจะล้มลงไปกับพื้นด้วยความตกใจ

เมื่อเห็นว่าเอเนลอาจตายได้ทุกเมื่อ หลัวเหวินก็ไม่กล้าที่จะชักช้าอีกต่อไป

ตามที่ระบบบอก การที่หลัวเหวินจะสามารถกู้คืนผลปีศาจได้นั้น เขาจำเป็นต้องใส่ร่างของผู้ที่มีพลังผลปีศาจเข้าไปในโลงศพทมิฬต้องห้าม ก่อนที่ผู้มีพลังจะตายอย่างสมบูรณ์

เพราะถ้าผู้ที่มีพลังของผลปีศาจตายอย่างสมบูรณ์ ผลปีศาจก็อาจจะไปเกิดใหม่ที่ไหนสักแห่งในท้องทะเลได้

“โลงศพทมิฬต้องห้าม!”

หลัวเหวินไม่พูดอะไรไร้สาระ เมื่อเรียกโลงศพทมิฬต้องห้ามออกมา เขาก็ใส่ร่างของเอเนลเข้าไปด้านในทันที จากนั้นก็ใส่ผลไม้ที่เขาเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าเข้าไปก่อนจะปิดฝาโลง!

วินาทีต่อมา ในขณะที่ช่องว่างระหว่างโลงศพกับฝาโลงถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานอันลึกลับ แสงสีน้ำเงินก็สว่างวาบออกมาจากโลงศพทมิฬต้องห้าม

จบบทที่ ตอนที่ 11

คัดลอกลิงก์แล้ว