- หน้าแรก
- จากดาราตกอับ สู่ยอดนักขุดสุสาน
- บทที่ 3 แม่น้ำเหลืองยามดึกสงัด มีบางอย่างแนบติดมากับใต้ท้องเรือ!
บทที่ 3 แม่น้ำเหลืองยามดึกสงัด มีบางอย่างแนบติดมากับใต้ท้องเรือ!
บทที่ 3 แม่น้ำเหลืองยามดึกสงัด มีบางอย่างแนบติดมากับใต้ท้องเรือ!
ออกจากร้านขายอุปกรณ์นิรภัย ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
ทั้งสองคนเรียกใช้บริการรถตู้เก่า ๆ ที่รับจ้างกลางทาง นั่งโยกเยกมาเกือบหนึ่งชั่วโมง กว่าจะมาถึงท่าเรือโบราณแม่น้ำเหลืองก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท
ที่นี่จะเรียกว่าท่าเรือก็ดูจะเกินไปหน่อย เรียกว่าหาดรกร้างน่าจะเหมาะกว่า
เรือเปลือกเหล็กเก่าซอมซ่อหลายลำจอดเอียงกระเท่เร่อยู่ริมฝั่ง ในอากาศมีกลิ่นน้ำมันดีเซลปะปนกับกลิ่นคาวปลา
คนพายเรือเฒ่าสวมเสื้อโค้ตทหารใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น สูบยาเส้นภายใต้แสงไฟสีเหลืองสลัว
"ลุงครับ ข้ามแม่น้ำหน่อย"
หลินเสวียนเดินเข้าไปหา
คนพายเรือเฒ่าเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาขุ่นมัว กวาดสายตามองพวกเขารอบหนึ่ง แล้วมองดูท้องฟ้า ก่อนจะโบกมือปฏิเสธทันที "ฟ้ามืดแล้ว ไม่รับคนขึ้นเรือ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่เถอะ"
"พวกเราจ่ายเงินนะ"
ต้าจ้วงล้วงธนบัตรสีแดงสองใบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
คนพายเรือเฒ่าไม่ได้แม้แต่จะปรายตามอง เขาสูบกล้องยาสูบไปอึกหนึ่ง "ให้เงินเท่าไหร่ก็ไม่ไป ท่านเทพแห่งแม่น้ำต้องพักผ่อนตอนกลางคืน การลงน้ำเวลานี้คือการลบหลู่ท่าน"
ต้าจ้วงยังคิดจะเกลี้ยกล่อมต่อ แต่หลินเสวียนห้ามเขาไว้
หลินเสวียนไม่พูดอะไร เขาล้วงธนบัตรสีแดงปึกใหม่เอี่ยมออกมาจากกระเป๋าข้างเป้โดยตรง
นั่นคือเงินมัดจำความร่วมมือจำนวนหนึ่งหมื่นหยวน ซึ่งเขายังไม่ได้แตะต้องเลยแม้แต่แดงเดียว
เขายื่นเงินปึกนั้นไปตรงหน้าคนพายเรือเฒ่า
"หนึ่งหมื่น ส่งพวกเราไปฝั่งตรงข้าม"
ม่านตาของคนพายเรือเฒ่าหดเกร็งวูบ นิ้วที่จับกล้องยาสูบอยู่ถึงกับแข็งทื่อ
เขาจ้องมองเงินปึกนั้นเขม็ง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
ในสถานที่อย่างอำเภอกู่หลานแห่งนี้ เขาพายเรือมาทั้งปียังไม่แน่ว่าจะเก็บเงินได้เท่านี้เลย
"พวกนาย...พวกนายจะไปทำอะไรกันแน่?"
น้ำเสียงของเขาแหบแห้งเล็กน้อย
"ไลฟ์สด"
หลินเสวียนยื่นเงินเข้าไปใกล้อีกนิด "ถือซะว่าส่งพวกเราไปถ่ายวิวกลางคืนก็แล้วกัน"
คนพายเรือเฒ่าจ้องมองเงินปึกนั้นตาไม่กะพริบ รอยย่นบนใบหน้าขมวดเข้าหากันเป็นกระจุก
เขากระทืบเท้าอย่างแรง แล้วเคาะเบ้ากล้องยาสูบกับส้นรองเท้า
"ขึ้นเรือ! ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ลุงไม่รับผิดชอบนะโว้ย!"
เมื่อขึ้นเรือ กลิ่นคาวปลาคละคลุ้งก็พัดปะทะหน้า
ภายในห้องโดยสารเรือนั้นดูซอมซ่อมาก มีเพียงม้านั่งยาวไม่กี่ตัว
คนพายเรือเฒ่าสตาร์ทเครื่องยนต์ดีเซลด้วยมือที่สั่นเทา เรือเปลือกเหล็กส่งเสียงดังตึกตึกตึกแล่นออกจากฝั่ง
"พี่เสวียน เปิดไลฟ์เลยไหม"
ต้าจ้วงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย บรรยากาศมันอึดอัดกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
"เปิดเลย"
สิ้นเสียงหลินเสวียน ต้าจ้วงก็กดเปิดระบบหลังบ้านของชาร์คไลฟ์บนมือถือทันที
แทบจะในวินาทีที่เปิดไลฟ์สด จำนวนคนในห้องไลฟ์ก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
พื้นที่โปรโมตระดับ S ที่ชาร์คไลฟ์มอบให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม บวกกับพวกแอนตี้แฟนและชาวเน็ตขาจรที่สะสมมาตลอดสองวัน ยอดคนดูออนไลน์ก็พุ่งทะลุสามแสนคนในพริบตา
คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาอย่างหนาแน่น
"มาแล้ว ๆ! ละครฟอร์มยักษ์แห่งปี 'บันทึกดาราตกอับขุดสุสาน' เปิดกล้องอย่างเป็นทางการแล้ว!"
"สตรีมเมอร์ไปเช่าสตูฯ ที่ไหนมาเนี่ย ฉากหลังดูสมจริงดีนะ มีเอฟเฟกต์เสียงน้ำด้วย"
"คนเมนต์ข้างบนน่ะ ยังไงเขาก็เป็นดารานะ ทีมงานต้องมืออาชีพอยู่แล้ว อย่ามาแซะมั่วซั่วสิ"
หลินเสวียนไม่สนใจคอมเมนต์ เขาหันไปพูดกับต้าจ้วง "ปล่อยเจ้านั่นออกไป"
"ได้เลยพี่!"
ต้าจ้วงหยิบโดรนไลฟ์สดหลิงจิ้งขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากกระเป๋า แล้วกดปุ่มเปิดเครื่องตามคู่มือการใช้งานที่อยู่ในหัว
โดรนส่งเสียงหึ่ง ๆ เบา ๆ ใบพัดทั้งสี่กางออกอย่างไร้เสียง ก่อนจะลอยนิ่งอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคง
ต้าจ้วงกลืนน้ำลายลงคอ แล้วใช้นิ้วปัดหน้าจอมือถือเบา ๆ
โดรนพุ่งพรวดขึ้นสู่ที่สูงอย่างรวดเร็ว กล้องหันไปจับภาพเรือทั้งลำและผืนน้ำที่มืดมิดโดยรอบอย่างอัตโนมัติ
วินาทีต่อมา ภาพในห้องไลฟ์สดก็เปลี่ยนไป
ภาพที่ตอนแรกดูมืดและเบลอเพราะถ่ายด้วยกล้องมือถือในเวลากลางคืน พลันสลับไปเป็นภาพเลนส์กว้างที่คมชัดกริบ นิ่งสนิท และให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูภาพยนตร์
ภายใต้ความละเอียดระดับ 4K โคตรชัด ผิวน้ำสีขุ่นของแม่น้ำเหลืองส่องประกายระยิบระยับ แม้แต่สีที่ลอกหลุดอยู่บนกราบเรือก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
โดรนบินอยู่สูงมาก แต่ภาพกลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาไท่ซาน ราวกับว่าติดตั้งอยู่บนเครนกล้องที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา
ห้องไลฟ์สดเงียบไป 0.5 วินาที ก่อนจะระเบิดแตกตื่นขึ้นมา
"เชี่ยยย??? กล้องนี่มันบ้าอะไรกัน??"
"คุณภาพของภาพระดับนี้...ความนิ่งระดับนี้...นี่แม่งถ่ายด้วยโดรนเหรอ? โดรนยี่ห้ออะไรจะเทพขนาดนี้? ไท่เจียงรุ่นล่าสุดยังทำไม่ได้แบบนี้เลยนะ!"
"คนเมนต์ข้างบนอย่าโชว์โง่ไปหน่อยเลย นี่มันอุปกรณ์ถ่ายภาพทางอากาศของทีมกล้องมืออาชีพชัด ๆ ชุดนึงก็ปาเข้าไปหลายแสนหลายล้านแล้ว ดูท่าคราวนี้หลินเสวียนจะยอมทุ่มทุนสร้างจริง ๆ แฮะ!"
"สคริปต์ มันคือสคริปต์แน่ ๆ! แต่ทีมงานกองนี้ก็มีของอยู่นะ อุปกรณ์ระดับนี้ฉันยอมใจเลย"
"พูดก็พูดเถอะ วิวกลางคืนนี่ถ่ายออกมาสวยจริง ๆ ดีกว่าไลฟ์สดสายเอาท์ดอร์ที่ฉันเคยดูมาทั้งหมดเลย"
เสียงเยาะเย้ยของพวกแอนตี้แฟนเบาลงไปมาก ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและถกเถียงกันเรื่องอุปกรณ์ไลฟ์สด
ต้าจ้วงมองดูคอมเมนต์ ตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ
เขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้กำลังทำไลฟ์สดอยู่ แต่กำลังกำกับภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ฮอลลีวูดต่างหาก
เขาลองบังคับให้โดรนลดระดับลงช้า ๆ กล้องโฉบผ่านผิวน้ำ ความคมชัดระดับนั้นถึงขั้นถ่ายทะลุน้ำลงไปเห็นโคลนทรายขุ่น ๆ ที่ลึกหลายเมตรได้เลยทีเดียว
"พี่เสวียน ของสิ่งนี้มันสุดยอดไปเลย!"
หลินเสวียนไม่พูดอะไร สายตาของเขาเอาแต่จดจ้องอยู่ที่ผืนน้ำอันมืดมิด
เรือแล่นห่างออกจากฝั่งมาไกลแล้ว รอบด้านเงียบสงัดราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงตึกตึกของเครื่องยนต์ดีเซลและเสียงซัดสาดของกระแสน้ำ
ลมพัดมาจากเหนือแม่น้ำ นำพาเอาความหนาวเหน็บเสียดกระดูกและกลิ่นคาวน้ำคละคลุ้งมาด้วย
คนพายเรือเฒ่านั่งขดตัวอยู่ตรงหัวเรือ ใบหน้าซีดเผือด ปากก็พร่ำบ่นอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
บรรยากาศในห้องไลฟ์สดก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันรู้สึกสยอง ๆ ยังไงก็ไม่รู้..."
"แม่น้ำนี่ก็มืดเกินไปแล้ว ดำปึ๊ดปื๋อเหมือนน้ำหมึกเลย"
"สตรีมเมอร์ หรือเราจะกลับกันดีกว่า ฉันเริ่มใจคอไม่ดีแล้วสิ"
และในตอนนั้นเอง เลนส์กล้องของโดรนที่ต้าจ้วงควบคุมอยู่ก็โฉบต่ำผ่านผิวน้ำด้านข้างเรือไปพอดี
ในภาพนั้น เงาดำขนาดใหญ่ผิดปกติเงาหนึ่งว่ายแนบไปกับท้องเรือ พลันวูบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ความเร็วนั้นไวมากเสียจนแทบจะเห็นเป็นแค่ภาพติดตา
แต่เค้าโครงรูปร่างนั้น ไม่มีทางเป็นสาหร่ายหรือปลาธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน!
ในห้องไลฟ์สด มีผู้ชมตาไวสังเกตเห็นความผิดปกติในพริบตา
"เมื่อกี้มันคือตัวอะไรน่ะ?"
"ฉันเหมือนจะเห็นเงาดำ ๆ! อยู่ใต้เรือน่ะ!"
"เชี่ย! กรอภาพกลับ! รีบกรอภาพกลับเร็วเข้า!!"
ต้าจ้วงก็เห็นเหมือนกัน มือของเขาสั่นเทา เกือบจะทำโดรนดิ่งพสุธาลงไปในแม่น้ำแล้ว
"พี่...พี่เสวียน..."
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป "ใต้...ใต้น้ำ..."
แววตาของหลินเสวียนเปลี่ยนเป็นคมกริบทันที
เขาแย่งมือถือมาจากมือของต้าจ้วง แล้วหันจอเล็งไปทางทิศที่เงาดำเพิ่งจะหายไป พร้อมกับตะโกนสั่งคนพายเรือเฒ่าที่อยู่ตรงหัวเรือ
"ดับเครื่อง! เร็วเข้า!"
เสียงตะโกนของหลินเสวียนดังสนั่นและหนักแน่น แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจปฏิเสธได้
คนพายเรือเฒ่าที่เดิมทีก็ประสาทตึงเปรี๊ยะอยู่แล้ว พอโดนตะโกนใส่แบบนี้ก็ตกใจจนมือไม้สั่น กระชากสายสตาร์ทเครื่องยนต์ดีเซลจนขาดติดมือมาเลย
เสียงตึกตึกตึกของมอเตอร์หยุดชะงักลงกะทันหัน
รอบด้านตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับความตายในชั่วพริบตา
มีเพียงเสียงซ่า ๆ ของน้ำในแม่น้ำเหลืองที่ซัดกระแทกกาบเรือเปลือกเหล็ก ซึ่งถูกขยายให้ดังขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดท่ามกลางความมืดมิด
ต้าจ้วงจับราวเหล็กตรงขอบห้องโดยสารไว้แน่น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เขาจ้องมองหน้าจอมือถือ กล้องของโดรนกำลังลอยนิ่งอยู่เหนือเรือเยื้องไปด้านข้าง ผิวน้ำในภาพนั้นดำทะมึนราวกับหม้อต้มยางมะตอยเหนียวหนืด
"พี่เสวียน...ไม่มีความเคลื่อนไหวแล้ว"
ต้าจ้วงฟันกระทบกันดังกึก ๆ
หลินเสวียนไม่ตอบรับ เขายืนอยู่ตรงหัวเรือ นัยน์ตาจ้องเขม็งไปที่ผิวน้ำด้านนอกกราบซ้ายของเรือ
ทิศทางของกระแสน้ำไม่ถูกต้อง
น้ำในแม่น้ำที่เดิมทีควรจะไหลเชี่ยวลงไปตามกระแสน้ำ กลับมีโดมน้ำขนาดใหญ่ผุดนูนขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ ห่างจากกราบซ้ายของเรือออกไปราว ๆ สิบกว่าเมตร
ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ขนาดใหญ่โตมโหฬารบางอย่างกำลังโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"จับให้แน่น!"
หลินเสวียนหันขวับกลับมาตะโกนลั่น
สิ้นเสียงตะโกน เสียงระเบิดตูมก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
เสาน้ำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า น้ำในแม่น้ำเหลืองอันเย็นเฉียบและขุ่นคลั่กซัดสาดเข้ามาในห้องโดยสารราวกับน้ำตก