- หน้าแรก
- แม่มดน้ำแข็งแห่งพันธะสัญญา สร้างตระกูล
- ตอนที่ 7 - การคาดเดาของชายหนุ่ม
ตอนที่ 7 - การคาดเดาของชายหนุ่ม
ตอนที่ 7 - การคาดเดาของชายหนุ่ม
"ใช่แล้ว ต้องเป็นท่านแน่ๆ... ท่านกำลังช่วยเหลือฉันอยู่"
"นอกจากจะช่วยชีวิตฉันกับลูกไว้แล้ว ท่านยังมอบของขวัญแห่งโชคชะตาที่เปลี่ยนให้ฉันมีพรสวรรค์เหนือกว่าคนอื่นอย่างมหาศาลอีกด้วย"
อิกอร์พึมพำขณะมองจี้นกฟีนิกซ์ในมือ ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความซาบซึ้งและฮึกเหิมอย่างปิดไม่มิด
ในที่สุดชายหนุ่มก็ตาสว่างและรู้ตัวว่าเขาเดาผิดมาตลอด
จี้รูปนกฟีนิกซ์ที่ดูแสนจะธรรมดาชิ้นนี้ ไม่ใช่แค่ของวิเศษโบราณที่หายาก แต่มันคือ 'ภาชนะ' สำหรับให้ภูติเวทมนตร์สิงสถิตอยู่!
และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ภายในจี้มีภูติระดับสูงผู้ทรงพลังที่หลับใหลมานานแสนนานซ่อนอยู่!
อิกอร์พรูลมหายใจออกมาเป็นไอเย็น
จริงด้วยสิ... สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากเวทมนตร์พวกนี้มักจะชอบอาศัยอยู่ในสิ่งของที่กักเก็บพลังเวทได้ และของวิเศษโบราณที่ตกทอดมาจากยุคจักรวรรดิเวทมนตร์ก็ล้วนมีพลังเวทอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม จึงเป็นเหมือนบ้านชั้นเลิศของพวกมันเลย
ยิ่งจี้ในมือของเขาชิ้นนี้ ยิ่งดูทรงพลังกว่าของวิเศษทั่วๆ ไปหลายเท่า ขนาดเขาเพิ่งกลายเป็นผู้ใช้ธาตุหมาดๆ พอได้สัมผัสถึงพลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ข้างใน ก็ยังอดขนลุกไม่ได้
พอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในความฝัน นึกถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ราวกับเทพเจ้าของนกฟีนิกซ์น้ำแข็งตัวนั้น อิกอร์ก็ใจเต้นตึกตักขึ้นมาอีกครั้ง
นี่คือภูติระดับสูงเชียวนะ!
ภูติที่มี 'ชื่อที่แท้จริง' เป็นของตัวเอง แถมยังดูเหมือนจะยังไม่มีเจ้านาย และที่สำคัญคือมีท่าทีเป็นมิตรกับเขาซะด้วย!
แต่ความดีใจสุดขีดก็อยู่กับเขาได้แค่แป๊บเดียว ก่อนที่ความหวาดระแวงและแรงกดดันอันหนักอึ้งจะถาโถมเข้ามาแทนที่...
การได้ครอบครองภูติระดับสูง... มันหมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?
สมองของอิกอร์แล่นฉิว เขารีบรื้อฟื้นตำนานและข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับภูติระดับสูงที่เคยได้ยินมาทั้งหมด
ภูติระดับสูงมีอายุขัยยืนยาวเป็นร้อยเป็นพันปี แค่มีมันไว้ ตระกูลก็สามารถสืบทอดอำนาจที่ยิ่งใหญ่ไปได้ยาวนานนับพันปี
พวกมันสามารถเสกภูติตัวเล็กๆ ให้เกิดใหม่ได้อีกเป็นโขยง จนสร้างเป็นกองทัพเผ่าพันธุ์ภูติของตัวเองได้เลย
แถมยังสามารถทำสัญญากับเจ้านายได้หลายคนพร้อมกัน ทำให้สามารถสร้างกองทัพผู้ใช้ธาตุสุดแกร่งขึ้นมาได้สบายๆ
พวกมันยังสร้าง 'หินธาตุ' เอาไว้ใช้ผลิตภูติตัวเล็กๆ และคอยดันหลังเจ้านายให้เก่งกาจขึ้นไปสู่ระดับที่สูงลิบลิ่วได้อีกต่างหาก!
และด้วยพลังมหาศาลของมันเอง ก็มากพอที่จะดันเจ้านายให้กลายเป็นยอดฝีมือได้อย่างง่ายดาย!
พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้เป็นแค่ภูติระดับสูงที่อ่อนแอที่สุด ก็ยังมีพลังพอที่จะดันตระกูลเล็กๆ ให้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้าได้ มูลค่าของมันนั้นเรียกได้ว่าประเมินค่าไม่ได้เลย!
ถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไปล่ะก็... อย่าว่าแต่ในเขตปกครองของเคานต์แม่น้ำดำเลย
มันอาจจะทำให้คนทั้งอาณาจักรต้องลุกเป็นไฟ! พวกผู้มีอิทธิพลทั้งหมดจะต้องแห่กันมาแย่งชิงจนเกิดการนองเลือดครั้งใหญ่แน่ๆ!
เผลอๆ ขนาดราชวงศ์เองก็คงไม่อยู่เฉย ต้องกระโดดลงมาร่วมวงแย่งชิงด้วยชัวร์!
"ฉันต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับขั้นสุดยอด! ต้องปิดให้มิดไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!"
อิกอร์เตือนตัวเองอย่างเด็ดขาด เหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง
"ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้เข้า... หายนะที่ตามมามันจะต้องน่ากลัวกว่าการถูกตระกูลโอไรออนไล่ล่าเป็นร้อยเท่าพันเท่าแน่!"
ชายหนุ่มกำจี้นกฟีนิกซ์ในมือไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีดและสั่นเทา
ดวงตาที่เพิ่งคมกริบขึ้นจากพลังเวทมนตร์ บัดนี้เต็มไปด้วยความกังวลและความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
โอกาสทองที่หล่นทับใส่มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะฝันถึง แต่มันก็มาพร้อมกับความตายที่จ้องจะเอาชีวิตเขาอยู่ทุกฝีก้าวเหมือนกัน!
อิกอร์พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ติดต่อกันหลายครั้ง
อากาศเย็นเยียบของป่าช่วยให้เขาพอจะข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวในใจเอาไว้ได้บ้าง
เขารวบรวมสมาธิที่เพิ่งเริ่มตั้งมั่น พยายามส่งความรู้สึกที่เคารพและนอบน้อมที่สุดพุ่งตรงไปยังจี้ในมือ
"ท่านผู้สูงส่ง... เอล จิตวิญญาณแห่งบรรพกาลผู้ปกครองน้ำแข็งและหิมะ..."
"ข้า อิกอร์ ผู้รับใช้และคู่สัญญาตัวน้อยของท่าน ขอกราบขอบพระคุณในความเมตตา และขอฝากเนื้อฝากตัวรับใช้ท่านด้วยเถิด..."
เขาพยายามขุดเอาความรู้เรื่องมารยาทในการเข้าพบภูติระดับสูงที่เคยอ่านเจอในหนังสือเก่าๆ มาใช้ แล้วตั้งใจส่งกระแสจิตเข้าไปในแหล่งพลังเวทอันลึกล้ำภายในตัวจี้...
ทว่า... กลับไม่มีเสียงใดๆ ตอบรับกลับมาเลย
จี้ฟีนิกซ์ยังคงมีสัมผัสที่อุ่นนิดๆ แต่แฝงความเย็นยะเยือกลึกๆ ไว้เหมือนเดิม
ภูติน้อยที่เขาเพิ่งทำสัญญาด้วยบินออกมาจากจี้ ตอนนี้มันมีรูปร่างใหม่กลายเป็น 'นกอินทรีหิมะผลึกน้ำแข็ง' ที่แสนสง่างาม มันบินมาเกาะบนไหล่ของเขาอย่างสนิทสนม
แต่จิตวิญญาณดวงใหญ่ที่แสนเก่าแก่และน่าเกรงขามดวงนั้น กลับเงียบกริบไม่มีการตอบสนองใดๆ อีกเลย
อิกอร์เฝ้ารออยู่นานพักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ ออกมา
"เข้าใจแล้วล่ะ... ท่านคงใช้พลังไปเยอะมากๆ เพื่อช่วยให้ฉันทำสัญญาสำเร็จ ก็เลยต้องกลับไปหลับใหลเพื่อฟื้นพลังอีกครั้งสินะ"
เมื่อลองปะติดปะต่อเรื่องราวจากเหตุการณ์ทั้งหมด เขาก็พอจะเดาได้ว่า:
"ไม่ว่าท่านจะเคยผ่านการต่อสู้สุดโหดในยุคโบราณมา หรือเป็นเพราะกาลเวลาที่ล่วงเลยมาอย่างยาวนาน... ทั้งหมดนั้นก็คงเป็นสาเหตุที่ทำให้พลังของท่านลดลงไปมหาศาล..."
"ท่านอ่อนแอลงถึงขนาดที่ว่า แค่จะปรากฏตัวออกมาในร่างจริงยังทำไม่ได้เลย ถึงได้ต้องขอร้องให้ฉันช่วยหาร่างทรงที่ขยับไปมาได้อิสระมาให้..."
แต่มองในแง่ดี นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ซะทีเดียว
เพราะการที่ท่านต้องการความช่วยเหลือจากเขา ก็แปลว่าเขายังมีค่าพอที่จะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเอง
และสักวันหนึ่ง ถ้าเขาฝึกฝนจนกลายเป็นผู้ใช้ธาตุที่แข็งแกร่งพอ เขาอาจจะได้รับความไว้วางใจจนได้ทำสัญญากับตัวท่านผู้นี้โดยตรง และก้าวไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครเทียบได้!
พอคิดได้แบบนี้ แววตาของอิกอร์ก็ลุกโชนไปด้วยความมุ่งมั่น
เขาหันไปมองลูกสาวตัวน้อยที่ยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่ในถ้ำ แล้วก้มลงมองจี้ในมืออีกครั้ง
แผนการที่รอบคอบและรัดกุมเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในหัว...
ป่าแบล็ควู้ดนี้ปลอดภัยแค่ชั่วคราวเท่านั้น จะขืนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด
ที่นี่อยู่ใกล้กับเขตอิทธิพลของตระกูลโอไรออนมากเกินไป แถมในป่าลึกก็ยังมีอันตรายที่เราไม่รู้อีกเพียบ
เราต้องหนี! ต้องรีบหาที่หลบภัยใหม่ที่อยู่ห่างไกลจากหูตาของตระกูลโอไรออนให้เร็วที่สุด!
และอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ คำสัญญาที่ให้ไว้กับท่านเอล...
"ขึ้นเหนือไปดีกว่า... ไปที่ดินแดนของตระกูลไฮเดล เขตปกครองของเคานต์แห่งอ่าวป่าเงา..."
จุดหมายปลายทางที่ชัดเจนผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม
อ่าวป่าเงา!
ที่นั่นมีการปกครองที่ค่อนข้างอิสระ เคานต์ไรน์เบิร์ตที่เป็นเจ้าเมืองก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับตระกูลโอไรออนมาตลอด แถมยังไม่ค่อยเข้มงวดกับคนแปลกหน้าด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือ ที่นั่นมีท่าเรือขนาดใหญ่ มีพ่อค้าเดินทางไปมาขวักไขว่ ข่าวสารไปมาไวมาก... และยังอยู่ใกล้กับ 'ซากโบราณสถานทางเหนือ' ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของพวกทหารรับจ้างพเนจรอีกด้วย!
มีตำนานเล่าขานกันว่าที่นั่นคือบ้านเกิดของพวกภูติน้ำแข็ง
บางที... เขาอาจจะหาเบาะแสเกี่ยวกับของวิเศษโบราณ ข้อมูลเรื่องการหลับใหลของภูติ หรือแม้แต่วิธีที่จะช่วยฟื้นฟูพลังให้ท่านผู้นั้นได้จากที่นั่นก็เป็นได้!
เมื่อตัดสินใจได้ อิกอร์ก็ไม่รอช้า
เขาบรรจงร้อยจี้นกฟีนิกซ์เก็บซ่อนไว้ใต้เสื้ออย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนสังเกตเห็น
เส้นทางแห่งการแก้แค้นยังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยขวากหนาม
แต่ในวินาทีที่เขาตกลงสู่ก้นเหวแห่งความสิ้นหวังจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เขาก็ได้รับโอกาส... โอกาสทองที่เป็นดั่งไพ่ตายในการพลิกโชคชะตาของเขาไปตลอดกาล!
ทว่า สิ่งที่อิกอร์ไม่เคยรู้เลยก็คือ...
ความคิดและการวางแผนการทุกอย่างในหัวของเขา...
ล้วนถูกจิตวิญญาณดวงหนึ่งที่แอบเฝ้ามองอยู่จากก้นบึ้งของจี้ รับรู้และอ่านออกจนทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้ว!
...
ตัดภาพมาที่มิติน้ำแข็งอันเงียบงัน ภายในพระราชวังที่พังทลาย บนบัลลังก์ที่แตกร้าว
ไอวรีลค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เธอมองทะลุมิติออกไปดูชายหนุ่มที่เพิ่งทำสัญญากับภูติของเธอไปเมื่อครู่นี้
ดวงตาของเธอช่างดูเย็นชาและลึกล้ำดั่งน้ำแข็งหมื่นปี แต่ลึกลงไปในแววตานั้นกลับซ่อนความพึงพอใจเอาไว้บางๆ
"ดูเหมือนฉันจะโชคดีนะ ที่ได้หมอนี่มาเป็นคู่สัญญา"