- หน้าแรก
- นางเซียนไร้เมตตา เช่นนั้นก็จงกลายเป็นเตาหลอมซะเถอะ
- บทที่ 24 ตลาดการค้า
บทที่ 24 ตลาดการค้า
บทที่ 24 ตลาดการค้า
บทที่ 24 ตลาดการค้า
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของไป๋เยว่อย่างแรง
ไป๋เยว่มีสีหน้าเคียดแค้น น้ำตาคลอเบ้า
เซียวอวี่ตบซ้ำไปอีกฉาด "ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง? หัดดูฐานะตัวเองซะบ้าง!!"
ไป๋เยว่: "จะฆ่าก็ฆ่า..."
เซียวอวี่แค่นเสียงหัวเราะ "เจ้าคงไม่อยากตายหรอกมั้ง ไม่งั้นคงปลิดชีพตัวเองไปแล้ว! ผู้หญิงที่มีความแค้นฝังลึกอย่างเจ้า ถ้าตายไปง่ายๆ แบบนี้ จะมีหน้าไปพบลูกศิษย์ที่ปรโลกได้ยังไงล่ะ?"
"วางใจเถอะ ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก ข้าจะเอ็นดูเจ้าให้มากๆ เลยล่ะ!"
"เอ็นดูจนกว่าเจ้าจะยอมรับผิดนู่นแหละ!"
ไป๋เยว่โกรธจนฟิวส์ขาด ด่ากราดขึ้นมาทันที "ไอ้ลูกโสเภณี!!! สักวันหนึ่งข้าจะ..."
ยังไม่ทันที่นางจะด่าจบ เซียวอวี่ก็ขยับเข้าไปใกล้ "ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมล่ะ?~ อย่าปล่อยให้หิวสิ!"
"ถ้าไม่อิ่ม จะเอาแรงที่ไหนมาด่าข้าล่ะ?"
พอไป๋เยว่ได้ยินเรื่องกิน ดวงตาก็สั่นระริก
หน้าซีดเผือดลงทันที "แกอย่ามา..."
สามวันต่อมา...
ณ จุดรับมอบภารกิจสาขาย่อยนิกายสราญรมย์
หวังเม่ยกำลังบ่นกับจ้าวกัง "ภารกิจๆๆ วันๆ มีแต่ภารกิจให้ทำไม่รู้จักจบจักสิ้น!"
"ข้าสั่งให้เจ้าไปจัดการไอ้สวะเซียวอวี่ ทำไมยังไม่ลงมืออีก? มัวทำอะไรอยู่เนี่ย?"
จ้าวกังมองกระดานภารกิจด้วยความหงุดหงิด "ข้าก็อยากทำใจจะขาด! แต่ครั้งก่อนที่ข้าพาคนไป ห้องปรุงยามันกางค่ายกลเต่าดำไว้น่ะสิ ข้าจะทำยังไงได้?"
"ไอ้เต่าหดหัวนั่นมันเอาแต่หลบอยู่ในค่ายกลเต่าดำไม่ยอมออกมา สามวันแล้วนะ!"
"จะให้ทำไงล่ะ? ข้าจะไปพังค่ายกลเต่าดำโต้งๆ ก็ไม่ได้ เสียงดังขนาดนั้น เดี๋ยวอาจารย์ของเจ้าก็แห่กันมาพอดี พวกเราได้โดนลงโทษแน่!"
หวังเม่ยถลึงตาใส่เขาอย่างหงุดหงิด พอมองดูภารกิจบนกระดาน นางก็ยิ่งแค้นใจ
พอนึกถึงตอนที่ไอ้สารเลวเซียวอวี่ฉีกหน้านางต่อหน้าคนตั้งมากมาย นางก็แทบอยากจะฉีกเนื้อมันเป็นชิ้นๆ!
ถ้าแน่จริงก็หลบอยู่ข้างในไปตลอดเลยนะ!
ในตอนนั้นเอง จ้าวกังก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "เม่ยเอ๋อร์~ ถึงพวกเราจะจัดการเซียวอวี่ไม่ได้ แต่เราจัดการหลี่หลิงเอ๋อร์ได้นะ!"
หวังเม่ยได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว "นางเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ ถ้าท่านอาจารย์รู้ว่าข้าทำร้ายคนในสำนักเดียวกัน มีหวังไล่ข้าออกจากสำนักแน่..."
จ้าวกังทำหน้าประจบสอพลอ คว้ามือหวังเม่ยมากุมไว้แล้วพูด "จะไปกลัวนางทำไม? จางจื่อหลิงเป็นใครกันเชียว? นางก็แค่ขยะที่ท่านเจ้าสำนักทิ้งไว้ เจ้าคิดว่าที่นี่จะสงบสุขไปได้อีกนานแค่ไหน?"
"อีกไม่นาน ที่นี่ก็ต้องราบเป็นหน้ากลอง..."
"ข้าได้ข่าวมาว่า สองสามวันนี้ พ่อของหลินเช่อแห่งสำนักเสวียนหลิงมาถึงแล้วนะ... นั่นยอดฝีมือขั้นจู้จีระดับปลายเลยเชียวนะ! แถมยังมีอาจารย์ของหลินเช่ออีก จางจื่อหลิงต้านไม่อยู่แน่!"
"ถึงตอนนั้น เม่ยเอ๋อร์ก็ตามข้ากลับไปที่นิกายสราญรมย์สาขาหลักสิ พ่อข้าเป็นถึงผู้อาวุโสจ้าวเชียวนะ ขอแค่เจ้าอยู่กับข้า... ยังต้องกลัวว่าจะไม่มีทางไปอีกรึ?"
หวังเม่ยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหวาน "ศิษย์พี่จ้าวนี่มองการณ์ไกลจริงๆ... แต่ตอนที่ท่านลอบทำร้ายนังแพศยาหลี่หลิงเอ๋อร์นั่น อย่าให้โดนจับได้ล่ะ! นางมีอาวุธวิเศษระดับรองตั้งสามชิ้น ท่านต้องระวังตัวให้ดีนะ..."
จ้าวกังหัวเราะหึๆ "จัดการนังนั่นจำเป็นต้องให้ข้าลงมือเองด้วยรึ? พวกเราไปแอบดัดแปลงภารกิจก็ได้นี่นา"
"มันมีภารกิจให้ออกไปลาดตระเวนที่ภูเขาเจียงหลิวไม่ใช่รึ? ข้าก็แค่ส่งคนของข้าไปปะปนในกลุ่มของหลี่หลิงเอ๋อร์..."
หวังเม่ยได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาว
……
ภายในห้องปรุงยา เซียวอวี่มองระดับการบำเพ็ญเพียรที่มาถึงขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) ระดับสองแล้ว ด้วยความรู้สึกที่ทั้งดีใจและกังวล
ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาเลื่อนเร็วเกินไปหน่อย
ตอนแรกเขากะจะกดพลังเอาไว้สักหน่อย เพราะการที่ระดับพลังเพิ่มขึ้นทุกๆ สามวันในที่แบบนี้ มันทำให้คนสงสัยได้ง่าย
อย่างศิษย์พี่เหมยนั่นก็เป็นตัวอย่าง
แต่ปัญหาตอนนี้คือ เขาอยากจะกดพลังก็กดไม่อยู่แล้ว
หลักๆ คืออั้นไม่ไหว...
สำหรับหลี่ชิงอวิ๋น ฮวาเหลียน หรือคนอื่นๆ ก็ช่างเถอะ
พวกนางยังอยู่แค่ขั้นชำระกายา
แต่ปัญหามันอยู่ที่กายาเวทแต่กำเนิดของไป๋เยว่นี่สิ
แล้วก็จ้าวหงเยี่ยนั่นอีก นางอยู่ขั้นเลี่ยนชี่ของจริงเลยนะ
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงต้องหาทางเผ่นไปก่อนซะแล้ว
ฮวาเหลียนที่อยู่ข้างๆ เห็นเซียวอวี่ทำหน้าเครียด ก็รีบเดินเข้ามาถาม "นายท่านกังวลเรื่องอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?"
เซียวอวี่ก้มหน้าตอบ "ต้องควบคุมพลังหน่อยแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่เกินสองวันข้าก็เลื่อนเป็นขั้นเลี่ยนชี่ระดับสามแน่! ถึงตอนนั้นต้องโดนคนเพ่งเล็งอีกแหงๆ"
"โดยเฉพาะยังหวังเม่ยนั่น พวกมันต้องหาทางเล่นงานข้าแน่ แถมข้ายังต้องหาทางพิพากษานางให้ได้ด้วย"
ฮวาเหลียนนึกออกทันที นางตอบด้วยความตื่นเต้น "เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว ให้ข้าปรุงยาพรางปราณให้นายท่านสิเจ้าคะ!"
"ยาพรางปราณระดับหนึ่งสามารถซ่อนกลิ่นอายของผู้ใช้ได้ ถ้าไม่ใชระดับจู้จี (สร้างรากฐาน) ขึ้นไปก็ดูไม่ออกหรอกเจ้าค่ะ!"
เซียวอวี่ได้ยินดังนั้นก็ดีใจ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ฮวาเหลียนก็พูดต่อ "แต่ว่า... การจะปรุงยาพรางปราณต้องใช้หินพรางปราณนะเจ้าคะ ในห้องปรุงยาเหมือนจะไม่มีเลย..."
เซียวอวี่ลูบคาง ถ้าซ่อนระดับการบำเพ็ญเพียรได้ก็ถือว่าดีเยี่ยมเลย
"อืม... หินพรางปราณรึ ข้าจะหาทางเอง เจ้าพอจะรู้ไหมว่าของพวกนี้หาได้จากไหน?"
ฮวาเหลียนโอบกอดเซียวอวี่ด้วยสีหน้าจริงจัง "บนภูเขาเจียงหลิวมีเจ้าค่ะ แต่มันอันตรายเกินไป นายท่านลองไปดูที่ตลาดของนิกายสราญรมย์ดูก่อนสิเจ้าคะ! แค่หามาสักสองสามก้อนก็พอแล้ว!"
เซียวอวี่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว เปลี่ยนชุดปิดบังใบหน้า
เดินมาถึงหอภารกิจสำนัก กวาดสายตามองไปรอบๆ
หอบังคับใช้กฎหมาย หอภารกิจจิปาถะ หอคัมภีร์ จุดรับมอบภารกิจ ตลาดการค้า...
สายตาของเซียวอวี่อดไม่ได้ที่จะหยุดอยู่ที่หอคัมภีร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศิษย์ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเข้าไป
ที่นั่นรวบรวมเคล็ดวิชาและวิชาลับต่างๆ เอาไว้มากมาย ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของศิษย์ทุกคน
แต่มีเพียงศิษย์ที่ทำภารกิจสำคัญสำเร็จเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าไปเลือกคัมภีร์ข้างในได้
เมื่อมองไป๋เยว่ที่อยู่ในห้องพิพากษาด้วยสายตาเหม่อลอย เซียวอวี่ก็ยกยิ้มมุมปาก
รอให้ค่าพิพากษาของไป๋เยว่เต็มเมื่อไหร่ เขาจะสั่งให้นางเขียนเคล็ดวิชาทั้งหมดออกมาให้หมด
ได้ยินฮวาเหลียนบอกว่าไป๋เยว่เป็นเหมือนคลังคัมภีร์เคลื่อนที่ มีเคล็ดวิชาระดับสูงเยอะแยะนับไม่ถ้วน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซียวอวี่ก็เดินตรงไปที่ตลาด
พอมาถึงตลาดของสำนัก เซียวอวี่ก็เห็นซุ้มประตูที่มีกลิ่นอายวิญญาณแผ่ซ่าน บรรยากาศคึกคักจอแจ
ภายในตลาดมีแผงลอยวางขายของละลานตาเต็มไปหมด
ทั้งโอสถ อาวุธวิเศษ ยันต์ มีครบทุกอย่าง
กลิ่นหอมของเตาหลอมยาลอยฟุ้ง แสงของวิเศษเปล่งประกาย ดึงดูดให้ผู้บำเพ็ญเพียรมากมายหยุดแวะดู
มีผู้บำเพ็ญเพียรกำลังต่อรองราคาที่แผงลอย มีผู้บำเพ็ญเพียรกำลังแลกเปลี่ยนวิชากัน ดูคึกคักเป็นอย่างมาก
แต่ในความคึกคักของตลาดนี้ เซียวอวี่ก็มองเห็นมุมมืดบางอย่างเช่นกัน
ทาส เตาหลอม...
แล้วก็ยังมีเด็กธรรมดาที่ถูกขังไว้ในกรง
ในกรงเหล็กที่อยู่ไกลออกไป มีสัตว์วิเศษรูปร่างคล้ายหมาป่าถูกขังอยู่ ถึงแม้จะขาเป๋ไปข้างหนึ่ง แต่แววตากลับดุร้ายอำมหิตยิ่งนัก
น่าจะถูกปล้นมาจากถุงสัตว์วิเศษของผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะแน่ๆ
ฮวาเหลียนที่อยู่ในเรือนสาวใช้ก็มองดูสถานการณ์ภายนอกเช่นกัน นางทำหน้าที่อธิบายให้เซียวอวี่ฟังอย่างตั้งใจ ราวกับผู้รอบรู้
"นายท่านเจ้าคะ นั่นคือหมาป่าวายุคลั่งระดับสอง ดูปราดเดียวก็รู้ว่ามีเจ้าของแล้ว ใครซื้อไปก็ซวยแน่!"
"ส่วนคัมภีร์ลอกเลียนแบบพวกนั้นก็ไม่ต้องไปดูหรอกเจ้าค่ะ มีแต่พวกเขียนมือทั้งนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรเลย!"
เซียวอวี่ถามฮวาเหลียนในเรือนสาวใช้ด้วยความสงสัย "เหลียนเอ๋อร์ ที่ว่าคัมภีร์เขียนมือไม่มีประโยชน์นี่หมายความว่าไง?"
ดวงตาของฮวาเหลียนเป็นประกาย "เคล็ดวิชามีหลายระดับ ทั้งระดับเหลือง ระดับลี้ลับ ระดับสูง ระดับปฐพี ระดับฟ้า ระดับเทพ! ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปมักจะฝึกเคล็ดวิชาที่คัดลอกด้วยมือกันทั้งนั้นเจ้าค่ะ!"
"คัมภีร์แบบนี้มีข้อเสียตรงที่มันไม่สามารถถ่ายทอดแก่นแท้ของคัมภีร์ต้นฉบับออกมาได้ทั้งหมด ได้แต่เรียนรู้แค่เปลือกนอกเท่านั้น!"
"เคล็ดวิชาระดับสูงขึ้นไป จะต้องให้ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินตัน (แก่นทองคำ) เป็นคนคัดลอกเท่านั้น แถมเวลาคัดลอกยังต้องถ่ายทอดพลังเวทลงไปด้วย เพื่อจำลองเนื้อหาทั้งหมดในคัมภีร์ต้นฉบับลงไปในฉบับคัดลอก!"
"ถ้าแค่เขียนเคล็ดวิชาลงไปเฉยๆ อย่างมากก็ถ่ายทอดแก่นแท้ของต้นฉบับได้แค่เจ็ดส่วนเท่านั้นเจ้าค่ะ!"
พูดถึงตรงนี้ แววตาของฮวาเหลียนก็ยิ่งตื่นเต้น "เคล็ดวิชาสราญรมย์บรมสุขของนายท่านเป็นถึงเคล็ดวิชาระดับฟ้านะเจ้าคะ เคล็ดวิชาแบบนี้ต่อให้นายท่านเขียนออกมาให้คนอื่นฝึก อย่างมากเขาก็ฝึกได้แค่เจ็ดส่วนเท่านั้น!"
"แล้วถ้าเป็นเคล็ดวิชาระดับเทพนะ... ทันทีที่ปรากฏขึ้น ฟ้าดินก็จะเกิดนิมิตประหลาด!!! ต้องเกิดศึกชิงคัมภีร์จนเลือดท่วมจอแน่ๆ!"
เซียวอวี่ได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปเลย เขามองไปที่ไป๋เยว่ในห้องพิพากษา แล้วพูดอย่างไม่แน่ใจ "นี่หมายความว่า ที่ข้าตั้งใจจะให้อาจารย์ของเจ้าเขียนคัมภีร์ให้ ก็ทำไม่ได้แล้วงั้นสิ?"
ฮวาเหลียนเอามือเท้าคาง "อิอิ ถ้ำบำเพ็ญเพียรของท่านอาจารย์มีตั้งสามแห่ง... ทุกแห่งมีค่ายกลป้องกันทั้งนั้น ของวิเศษข้างในมีเยอะแยะนับไม่ถ้วน! ต้องมีคัมภีร์ต้นฉบับอยู่แน่ๆ เจ้าค่ะ!"
"ถึงเวลานั้นนายท่านก็ให้ท่านอาจารย์พานายท่านไปสิเจ้าคะ~ ยังมีอาวุธวิเศษระดับสูงกับยันต์วิเศษด้วยนะ!"
เซียวอวี่ยกยิ้มมุมปาก แล้วเดินต่อไป
เมื่อเดินผ่านแผงขายทาส เจ้าของแผงก็รีบเข้ามาเสนอขาย "สหายนักพรต!!! นี่คือศิษย์รับใช้ของสำนักเสวียนหลิงฝ่ายธรรมะ อยู่ขั้นชำระกายาระดับห้า ราคาแค่ยี่สิบก้อนหินวิญญาณเท่านั้น! ต่อรองกันได้นะ!"
"ท่านดูผิวพรรณของนางสิ ข้ารับรองเลยว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องแน่นอน!"
ผู้ชายอีกฝั่งก็ตะโกนแข่ง "น้องชาย~ ทางข้ามีเด็กผู้ชายบริสุทธิ์ด้วยนะ รากปราณสามธาตุ ซื้อกลับไปเป็นทาสรับใช้ รับรองว่าไม่ขาดทุนแน่! ขอยี่สิบห้าก้อนหินวิญญาณก็พอ!"
ฮวาเหลียนมองคนพวกนั้นด้วยความขยะแขยง "ช่างเลวทรามต่ำช้าจริงๆ ทำไมถึงขายทั้งผู้หญิงทั้งเด็กกันแบบนี้?"
เซียวอวี่ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่สนใจคนพวกนั้น "พวกฝ่ายธรรมะอย่างพวกเจ้าก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก เมื่อก่อนเจ้ากับอาจารย์ของเจ้าเพื่อจะฆ่าคนพรรคมาร ฆ่าคนธรรมดาไปตั้งเท่าไหร่แล้วล่ะ?"
ฮวาเหลียนรู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที "นายท่านเข้าใจเหลียนเอ๋อร์ผิดแล้ว... เมื่อก่อนข้าก็ทำได้แค่ทำตามคำสั่งท่านอาจารย์เท่านั้นนี่เจ้าคะ ตอนนี้ข้าเป็นคนของนายท่านแล้ว ต่อไปข้าจะเชื่อฟังนายท่านทุกอย่าง... นายท่านสั่งให้ฆ่าใคร ข้าก็จะฆ่าคนนั้น..."
"อีกอย่าง นายท่านก็อย่าไปสงสารคนธรรมดาพวกนั้นมากนักเลย คนธรรมดาบางคนยังเลวร้ายกว่าผู้บำเพ็ญเพียรเสียอีก... นายท่านคิดว่าพวกนั้นเป็นชาวบ้านซื่อๆ กันหมดรึไง?"
เซียวอวี่ไม่ตอบอะไร เขารู้ดีว่าคนที่ลำบากยากแค้นมักจะดุร้ายอำมหิต
แต่เขาก็จะไม่ฆ่าคนบริสุทธิ์มั่วซั่วหรอก
ในตอนนั้นเอง เซียวอวี่ก็บังเอิญเห็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนหนึ่งขายหุ่นเชิดอยู่ข้างหน้า
ดูจากการแต่งกายน่าจะอยู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสี่
เมื่อนึกถึงประสิทธิภาพการต่อสู้ของหุ่นเชิดพญาอินทรีตอนที่เขาถูกเหมยชุนหลานกับหม่าชุ่ยหงลอบโจมตี เขาก็เดินเข้าไปดู
ฮวาเหลียนในเรือนสาวใช้ก็รีบอธิบาย "นายท่าน หุ่นเชิดไม่เหมือนกับสัตว์วิเศษนะ หุ่นเชิดไม่มีความรู้สึก มันไม่มีวันทรยศนายท่านเด็ดขาด ไม่เหมือนสัตว์วิเศษ..."
"พูดกันตามตรง สัตว์วิเศษก็คือสัตว์ประหลาดนั่นแหละ ต้องคอยป้อนยาให้กิน แถมยังต้องคอยดูแลสภาพจิตใจอีก สัตว์วิเศษบางตัวอาจจะหนีไป บางตัวอาจจะขี้เกียจ เผลอๆ อาจจะฆ่าเจ้าของด้วยซ้ำ!"
"ข้อดีของสัตว์วิเศษที่เหนือกว่าหุ่นเชิดก็คือ พวกมันมีความสามารถในการต่อสู้ด้วยตัวเองสูงมาก ไม่เหมือนหุ่นเชิดที่ต้องคอยป้อนคำสั่งตลอดเวลา!"
"ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียล่ะนะ..."
เซียวอวี่พยักหน้ารับรู้ เขาเดินเข้าไปใกล้แผงขายหุ่นเชิด แล้วพิจารณาหุ่นเชิดเจ็ดแปดตัวบนนั้นอย่างละเอียด
บนแผงมีหุ่นเชิดรูปร่างต่างๆ วางเรียงรายอยู่
บ้างก็น่าเกรงขาม บ้างก็ตัวเล็กน่ารัก บ้างก็ดุร้าย บ้างก็ดูเชื่อง
พื้นผิวของหุ่นเชิดแต่ละตัวมีอักขระซับซ้อนสลักไว้ ส่องแสงประหลาดออกมา
เซียวอวี่ถูกใจหุ่นเชิดหนูตัวเล็กๆ เข้าให้ แต่เขาก็ไม่ได้หยิบขึ้นมาดู
กลับหยิบหุ่นเชิดมนุษย์ที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาพิจารณาแทน
เจ้าของแผงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงในชุดคลุมสีเขียว หน้าตาสะสวยทีเดียว แต่ริมฝีปากดูซีดเซียวไปหน่อย
พอนางเห็นเซียวอวี่ นางก็วางคัมภีร์หุ่นเชิดในมือลง แล้วเริ่มแนะนำ "ศิษย์น้อง หุ่นเชิดมนุษย์ในมือเจ้าตัวนี้ราคาหนึ่งร้อยห้าสิบก้อนหินวิญญาณ สามารถติดตั้งอาวุธวิเศษโจมตีระดับรองได้ ช่วยเจ้าระเบิดค่ายกล ลาดตระเวน หรือแม้แต่ถ่วงเวลาศัตรูก็ได้นะ!"
"ข้าเพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ๆ รับรองว่าไม่ใช่มือสองแน่นอน... แค่กๆ..."
ผู้หญิงคนนั้นพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากปิดจมูก
เซียวอวี่เม้มปาก เขาวางหุ่นเชิดมนุษย์ลงด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก "หนึ่งร้อยห้าสิบก้อนหินวิญญาณ... ซื้อสัตว์วิเศษระดับหนึ่งได้เลยนะ แถมการควบคุมหุ่นเชิดยังต้องใส่หินวิญญาณเข้าไปเพื่อเป็นแหล่งพลังงานอีกไม่ใช่รึ?"
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มบางๆ "ศิษย์น้องพูดถูกแล้ว แต่วิชาสร้างหุ่นเชิดของข้าได้มาจากคัมภีร์หุ่นเชิดของหอพันเครื่องกล เจ้าสามารถใส่หินวิญญาณเข้าไปพร้อมกันได้ถึงสามก้อน รับรองว่าใช้งานได้นานไม่แพ้สัตว์วิเศษแน่นอน!"
"แถมยังพกพาสะดวกด้วย เก็บใส่ถุงเก็บของได้เลย หุ่นเชิดบางตัวยังสามารถซ่อนไว้ในแขนเสื้อได้ด้วย ถ้ามีอาวุธวิเศษพรางปราณร่วมด้วยล่ะก็ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเดียวกันไม่มีทางรู้หรอกว่าเจ้าพกหุ่นเชิดมาด้วย!"
เซียวอวี่หยิบหุ่นเชิดเสือขึ้นมาดูอีกครั้ง "อืม... แต่ราคามันค่อนข้างแพงไปหน่อย ข้าก็แค่มาดูเล่นๆ เฉยๆ..."
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นหัวเราะเบาๆ นางหยิบหุ่นเชิดมนุษย์ตัวนั้นขึ้นมาแล้วพูดว่า "ศิษย์น้อง ถ้าเจ้ามียาฟื้นฟูพลังปราณ ข้าขอแค่สองเม็ด ข้าให้เจ้าเลือกหุ่นเชิดไปเลยตัวนึง!"
ฮวาเหลียนในเรือนสาวใช้หลุดขำออกมา "หึหึ หลอกเก่งจริงๆ ยาฟื้นฟูพลังปราณเม็ดนึงราคาตั้งหนึ่งร้อยก้อนหินวิญญาณ นี่นางแอบขึ้นราคาด้วยซ้ำ..."
เซียวอวี่ได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเย้ยหยัน "ศิษย์พี่คิดจะหลอกข้าที่ไม่ประสีประสาหรือไง? ข้าไม่ซื้อแล้ว!"
ผู้หญิงคนนั้นเห็นเซียวอวี่จะเดินหนี ก็รีบคว้าแขนเขาไว้ "ศิษย์น้องเดี๋ยวก่อน!!!"
จังหวะที่ยื้อยุดฉุดกระชากกัน เซียวอวี่ก็บังเอิญเห็นแขนของนางที่ซีดเผือดจนน่ากลัว
เห็นได้ชัดว่านางกำลังบาดเจ็บ แถมยังบาดเจ็บสาหัสเสียด้วย
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นรีบดึงแขนกลับ "ศิษย์น้องอย่าเพิ่งใจร้อน การค้าขายมันเจรจากันได้ไม่ใช่รึ? คือว่าช่วงนี้ศิษย์พี่ถูกหลินเช่อทำร้ายมาน่ะ ศิษย์พี่ต้องการยาจริงๆ ไม่อย่างนั้นศิษย์พี่คงไม่เอาหุ่นเชิดที่เป็นไม้ตายก้นหีบออกมาขายหรอก!"
"ศิษย์น้อง ขอแค่เจ้ามียาฟื้นฟูพลังปราณให้ศิษย์พี่สองเม็ด ศิษย์พี่ให้เจ้าเลือกหุ่นเชิดไปเลยสองตัว!"
"ข้าชื่อหลี่รุ่ย เป็นนักสร้างหุ่นเชิดระดับหนึ่ง... ศิษย์น้องได้โปรดช่วยข้าทีเถอะ!"
เซียวอวี่ก้มหน้าครุ่นคิด นักสร้างหุ่นเชิด...
เป็นผู้หญิงที่มีอาชีพเสริมด้วย
แถมระบบยังไม่จัดว่านางเป็นนางมารร้ายอีก
เขารู้ดีว่าผู้บำเพ็ญเพียรพวกที่เป็นนักควบคุมอสูรหรือนักสร้างหุ่นเชิดน่ะ ลำพังตัวคนเดียวอาจจะไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ถ้าสู้กันเป็นหมู่คณะล่ะก็ ถือว่าเป็นกำลังสำคัญเลยทีเดียว
สู้กับคนสามสี่คนได้สบายๆ
"อืม... ยาฟื้นฟูพลังปราณน่ะข้ามี แต่บาดแผลแบบศิษย์พี่ ถ้าไม่ได้ยาฟื้นฟูพลังปราณสักสี่ห้าเม็ดก็คงไม่หายหรอกมั้ง?"
หลี่รุ่ยถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ "ก็ใช่น่ะสิ... ช่วงนี้สงครามกำลังตึงเครียด ยารักษาบาดแผลพวกนี้ไปตกอยู่ในมือพวกศิษย์สายในกันหมด ศิษย์สายนอกอย่างพวกเราจะไปหามาจากไหน..."
เซียวอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กระซิบเสียงเบา "ข้ามีวิธีช่วยให้ศิษย์พี่หายดีได้นะ... ไม่ทราบว่าศิษย์พี่จะยอม..."
หลี่รุ่ยเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธปนอับอาย "เจ้า... เจ้า........."