- หน้าแรก
- นางเซียนไร้เมตตา เช่นนั้นก็จงกลายเป็นเตาหลอมซะเถอะ
- บทที่ 23 ตราบนานเท่านาน ไม่มีวันทรยศ
บทที่ 23 ตราบนานเท่านาน ไม่มีวันทรยศ
บทที่ 23 ตราบนานเท่านาน ไม่มีวันทรยศ
บทที่ 23 ตราบนานเท่านาน ไม่มีวันทรยศ
เซียวอวี่มีสีหน้าเย็นชา เขามองหลี่ชิงอวิ๋นที่คุกเข่าอ้อนวอนอยู่บนพื้นอย่างเงียบๆ
ถ้าเป็นเขาในอดีต พอเห็นสาวงามสะคราญโฉมแบบนี้ก็คงใจอ่อนไปแล้ว
แต่ตอนนี้... เขาแค่อยากจะแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่สนวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น!
ผู้หญิงพวกนี้ล้วนเป็นคู่ซ้อมของเขา รอจนพวกนางฝึกเคล็ดวิชาสราญรมย์เป็นแล้ว เขาก็ต้องเก็บตัวบำเพ็ญเพียรแน่ๆ
ปล่อยใครไปสักคนก็ถือว่าขาดทุนย่อยยับ
แถมตอนนี้เขาไม่เชื่อใจผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นคนดีก็เถอะ
"ชิงอวิ๋นเอ๊ย... ตอนแรกข้าก็ชอบเจ้าอยู่นะ เพราะเจ้าเป็นคนฉลาด เจ้าต้องรู้สิว่าถ้าไม่ใช่เพราะข้า ป่านนี้เจ้าคงตายอยู่ในน้ำเต้าหยกบริสุทธิ์ไปแล้ว!"
"ข้าไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตเจ้า แต่ยังสอนเจ้าบำเพ็ญเพียร แถมเจ้าก็ตกลงจะเป็นสาวใช้ของข้าแล้ว ทำไมตอนนี้เพิ่งจะเข้าสู่ขั้นชำระกายาถึงอยากจะกลับบ้านซะล่ะ?"
"ข้าก็บอกแล้วไงว่ารอสงครามจบ ถ้าเจ้าอยากกลับเมืองเจียงหลิว ข้าจะพาเจ้าไปเอง การที่เจ้าทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?"
"ต่อให้ตอนนี้ข้าปล่อยเจ้าไป เจ้าก็กลับเมืองเจียงหลิวไม่ได้อยู่ดี เพราะตอนนี้เจ้ามีพลังเวทแล้ว! เจ้าคิดว่าพวกฝ่ายธรรมะเห็นเจ้าแล้วจะปล่อยให้เจ้าเข้าเมืองไปง่ายๆ งั้นรึ?"
หลี่ชิงอวิ๋นร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
แตกต่างจากท่าทางน่ารักเชื่อฟังในยามปกติอย่างสิ้นเชิง
อยู่ที่นี่มาหลายวัน นางก็อยากกลับบ้านใจแทบขาดแล้ว
นางกลัวว่าชาตินี้นางอาจจะไม่ได้เจอหน้าแม่อีกแล้ว นางต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตจนตายอย่างนั้นหรือ!
นางจะไปรู้ได้ยังไงว่าสำนักพวกนี้จะรบกันไปอีกนานแค่ไหน?
ถ้าเกิดนิกายสราญรมย์ถูกตีแตกกลับไปเกาะมาร นางก็ยิ่งหมดโอกาสได้เจอพ่อแม่น่ะสิ
"นายท่าน... นายท่าน ข้าอยากกลับบ้านจริงๆ นะเจ้าคะ แม่ของข้าล้มป่วยหนักมาก่อนหน้านี้ แล้วข้าก็ถูกนักพรตอูจับตัวมาตั้งหลายวัน แล้วยังต้องอยู่ที่นี่คอยรับใช้นายท่านอีกตั้งหลายวัน... ข้าคิดถึงแม่..."
"นายท่านอนุญาตให้ข้ากลับไปบอกข่าวที่บ้านสักครั้งได้ไหมเจ้าคะ... ขอแค่ให้แม่ข้าสบายใจ รู้ว่าข้าปลอดภัยดี ข้าก็จะกลับมารับใช้นายท่าน ตราบนานเท่านาน ไม่มีวันทรยศ..."
"ข้าคิดถึงแม่เหลือเกิน ข้าคิดถึงท่านจริงๆ นะเจ้าคะ..."
"นายท่านเห็นแก่ที่ข้าตรากตรำทำงานหนักมาหลายวัน ปล่อยข้ากลับไปเถอะนะเจ้าคะ... ฮือๆ... ชิงอวิ๋นจะสำนึกในบุญคุณ จะขอติดตามนายท่านไปตลอดชีวิตเลยเจ้าค่ะ!"
เซียวอวี่มองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงใจของอีกฝ่าย เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้พูดจากใจจริง
ต่อให้เขาอยากจะส่งนางกลับไปจริงๆ ก็ต้องรอนิกายสราญรมย์ตีเมืองเจียงหลิวให้แตกก่อน ไม่งั้นเขาไม่มีทางยอมเสี่ยงเข้าเมืองไปเด็ดขาด
เซียวอวี่มองหลี่ชิงอวิ๋นที่คุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร ก่อนจะค่อยๆ ดึงนางเข้ามากอดไว้บนตัก
"ชิงอวิ๋นเอ๊ย... ไม่ใช่ว่าข้าไม่ยอมปล่อยเจ้าไปหรอกนะ แต่ข้าชอบเจ้าจริงๆ ข้ากะจะให้เจ้าเป็นคนดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในห้องปรุงยานี่ด้วยซ้ำ!"
"แล้วเจ้าลองบอกข้าสิว่าเจ้าจะลงเขายังไง? ข้างนอกนั่นมีแต่คนของสำนักเสวียนหลิง แถมตอนนี้ยังมีกำลังเสริมจากสาขาย่อยสำนักหยกบริสุทธิ์มาอีก!"
หลี่ชิงอวิ๋นกอดแขนเซียวอวี่ไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความน้อยใจ
นางไม่เคยคิดจะทรยศเซียวอวี่เลย นางแค่อยากกลับบ้านเท่านั้นเอง
ตอนนี้นางกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว ต่อให้กลับไปถึงเมืองเจียงหลิว ถ้าเกิดมีผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นจับได้ว่านางอยู่ที่นั่น นางก็อาจจะลากครอบครัวไปเดือดร้อนด้วย
พวกผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะพวกนั้นก็เลวไม่ต่างจากพรรคมารหรอก
แต่นางที่เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะทำยังไงได้ล่ะ?
"นายท่าน... ไม่มีทางอื่นเลยจริงๆ หรือเจ้าคะ?"
"ขอแค่ให้แม่ข้ารู้ว่าข้าปลอดภัยดีก็พอ ชิงอวิ๋นจะจงรักภักดีคอยรับใช้นายท่าน จะตั้งใจบำเพ็ญเพียร ช่วยให้นายท่านเลื่อนระดับการบำเพ็ญเพียรให้ได้..."
"หากผิดคำสาบาน ขอให้ตกนรกขุมที่สิบแปด ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยเจ้าค่ะ!!!"
เซียวอวี่เม้มปาก "อืม... นอกจากนิกายสราญรมย์จะยึดเมืองเจียงหลิวได้ ข้าก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว!"
"ถึงจะเขียนจดหมายไปก็ไม่มีใครเอาไปส่งให้หรอก! ไม่มีใครอยากไปรนหาที่ตาย!"
"แถมถ้าเกิดเจ้าถูกจับได้ ไม่เพียงแต่จะลากครอบครัวไปเดือดร้อน แต่จะลากข้าไปซวยด้วย! เพราะพวกมันต้องใช้วิชาดึงวิญญาณมาสอบสวน! เจ้าปิดพวกมันไม่ได้หรอก!"
เมื่อนึกถึงคำพูดของเซียวอวี่ สายตาของนางก็ค่อยๆ ทอดมองไปยังทิศทางของเมืองเจียงหลิว
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่ชิงอวิ๋นก็ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทำยังไงนิกายสราญรมย์ถึงจะชนะได้ล่ะเจ้าคะ? ถ้าผู้บำเพ็ญเพียรของนิกายสราญรมย์เข้าเมืองไปได้ จะฆ่าคนธรรมดาไหมเจ้าคะ?"
เซียวอวี่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เงียบไป
เขารู้สึกใจหายวาบ
ถึงเขาจะอยู่พรรคมาร แต่เขาก็ไม่อยากฆ่าคนบริสุทธิ์
พวกคนนิกายสราญรมย์ ถ้าได้เข้าเมืองไปล่ะก็ สำหรับคนธรรมดาแล้ว นั่นมันหายนะชัดๆ
ที่เขาเข้านิกายสราญรมย์ ก็เพราะสำนักฝ่ายธรรมะไม่ยอมรับเขา
เขาที่ยังไม่ถึงขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) ด้วยซ้ำ จะไปเป็นผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรก็ยังเป็นไม่ได้เลย
ถ้าหลี่ชิงอวิ๋นติดตามเขาด้วยความเต็มใจ เหมือนกับจางจื่อหลิงล่ะก็ เขาก็อาจจะพอทำอะไรเพื่อนางได้บ้าง
ผู้บำเพ็ญเพียรตั้งมากมาย เขาก็เพิ่งจะเคยเห็นจางจื่อหลิงนี่แหละที่บอกว่าห้ามทำร้ายคนธรรมดา
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เซียวอวี่ก็กระซิบเบาๆ "อีกไม่นานข้าอาจจะต้องออกจากที่นี่ ถ้าข้าได้ไปเมืองคนธรรมดาเมืองอื่นล่ะก็ ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยเขียนจดหมายส่งกลับบ้านสักฉบับก็แล้วกัน ให้คนธรรมดาเอาไปส่งที่บ้านให้!"
ดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ของหลี่ชิงอวิ๋นเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ จากนั้นนางก็ถามด้วยความตื่นเต้น "นายท่านพูดจริงหรือเจ้าคะ?"
เซียวอวี่: "อืม รออีกสักพักเถอะ อย่างเร็วก็เดือนนึง อย่างช้าก็สามถึงห้าเดือน ข้าต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งให้ได้เสียก่อน! เจ้าก็เห็นเคล็ดวิชาสราญรมย์แล้ว ย่อมรู้วิธีที่จะช่วยข้าเพิ่มความแข็งแกร่งนี่!"
"ในเมื่อเจ้าจริงใจขนาดนี้ ข้าย่อมจดจำไว้ในใจแน่นอน!"
หลี่ชิงอวิ๋นดีใจจนเนื้อเต้น ความหม่นหมองปลิวหายไปจนหมดสิ้น "นายท่าน ชิงอวิ๋นจะตั้งใจบำเพ็ญเพียร จะรีบช่วยนายท่านเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดเลยเจ้าค่ะ!"
จากนั้นเซียวอวี่ก็เข้าไปในห้องพิพากษาของไป๋เยว่
ค่าพิพากษาของยัยนี่มันขึ้นช้าจริงๆ
ผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมสำนึกผิดเลยจริงๆ แต่เขากลับยิ่งชอบเข้าไปใหญ่
แบบนี้สิถึงจะสนุก
เซียวอวี่หัวเราะเบาๆ "เป็นอะไรไปล่ะ? ทำไมไม่ด่าแล้วล่ะ? ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ!"
เมื่อไป๋เยว่ตั้งสติได้ นางก็หันหน้าหนีไปทางอื่น "ไอ้สัตว์เดรัจฉาน..."
"เพียะ——!" เซียวอวี่ตบหน้านางฉาดใหญ่ทันที