- หน้าแรก
- นางเซียนไร้เมตตา เช่นนั้นก็จงกลายเป็นเตาหลอมซะเถอะ
- บทที่ 12 ผู้อาวุโสจางจื่อหลิงแห่งนิกายสราญรมย์
บทที่ 12 ผู้อาวุโสจางจื่อหลิงแห่งนิกายสราญรมย์
บทที่ 12 ผู้อาวุโสจางจื่อหลิงแห่งนิกายสราญรมย์
บทที่ 12 ผู้อาวุโสจางจื่อหลิงแห่งนิกายสราญรมย์
[ตรวจพบนางมารร้ายคนใหม่ ขอโฮสต์โปรดรีบพิพากษานางโดยด่วน]
[ชื่อ] เหมยชุนหลาน
[อายุ] 123 ปี อายุขัยใกล้จะหมดลง
[ระดับการบำเพ็ญเพียร] ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสอง
[รูปลักษณ์] ความสวยติดลบ 7 คะแนน, ส่วนสูง 152 เซนติเมตร, น้ำหนัก 34 กิโลกรัม
[พรสวรรค์] รากปราณพันทางเก้าธาตุ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ลม สายฟ้า น้ำแข็ง มืด
[นิสัย] เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้ได้ผู้ชายที่หมายปอง ยอมทำเรื่องผิดบาปเลวทรามได้ทุกอย่าง
[เบื้องหลัง] ศิษย์สายนอกของนิกายสราญรมย์
เซียวอวี่มองหน้าต่างระบบที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาด้วยใบหน้าโมโหสุดขีด เขากดปุ่มปิดบนนั้นรัวๆ
สีหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"เชิญแม่มึงสิ! ไอ้สัส!"
ขณะที่เซียวอวี่กำลังยื่นมือออกไปด่าทออยู่นั้น เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองสัมผัสโดนอะไรบางอย่าง...
ผู้อาวุโสจางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจู่ๆ ก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ "บังอาจนัก!!! ถึงกับกล้ามาลวนลามข้าเชียวรึ?"
"เพียะ——!" เซียวอวี่ถูกผู้อาวุโสจางตบปลิวไปกระแทกกำแพง
กำแพงปริแตกและพังทลายลงมาทันที
เศษหินร่วงกราวลงมาฝังร่างเซียวอวี่ไว้เบื้องล่าง
ตอนนั้นเซียวอวี่ตาเหลือกแทบจะหมดสติไปแล้ว
"แค่ก..."
โดนตบไปทีเดียวเขาเกือบจะได้ไปเยือนปรโลกเสียแล้ว ถ้าไม่มีกายาเทพเก้าสุริยัน เขาคงพิการไปแล้วแน่ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผ่นหลัง เซียวอวี่ก็กำหมัดแน่นด้วยความโมโห
ไอ้บ้าที่ไหนกล้ามาลอบโจมตีเขา...
เขาตะเกียกตะกายปีนออกมาจากกองหิน เตรียมจะหาตัวคนทำ
แต่พอเงยหน้าขึ้นมา เขากลับเห็นผู้อาวุโสจางฝั่งตรงข้ามกำลังหน้าแดงระเรื่อ มือซ้ายกุมคอเสื้อไว้ ส่วนมืออีกข้างก็หยิบอาวุธวิเศษออกมาแล้ว
ตอนนั้นเขาก็ใจฝ่อขึ้นมาทันที
ยอดฝีมือขั้นจู้จีช่างน่าหวาดกลัวนัก ไม่ใช่คนที่เขาจะไปตอแยได้เลย!
ผู้ติดตามด้านข้างรีบพูดขึ้น "ท่านผู้อาวุโส... คนผู้นี้น่าจะเป็นนักปรุงยาของห้องปรุงยา เมื่อวานผู้อาวุโสอูสิ้นชีพไปแล้ว ขอท่านผู้อาวุโสโปรดระงับโทสะด้วยเถิด ที่นี่มีนักปรุงยาเหลือแค่คนเดียวแล้วนะขอรับ..."
ผู้อาวุโสจางได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากัน นางถลึงตามองเซียวอวี่ที่กล้าลวนลามนางท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายด้วยความโกรธจัด
พอเห็นว่าเซียวอวี่มีระดับการบำเพ็ญเพียรแค่ขั้นชำระกายาระดับเก้า นางก็ยกอาวุธวิเศษในมือขึ้นอีกครั้ง "ไอ้สวะที่ยังไม่ถึงขั้นเลี่ยนชี่ด้วยซ้ำ กลับกล้าแอบอ้างว่าเป็นนักปรุงยางั้นรึ? เจ้าเห็นนิกายสราญรมย์ของเราไร้คนมีฝีมือหรือไง?"
เมื่อศิษย์พี่เหมยเห็นดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ไอ้เด็กนี่ไปถึงขั้นชำระกายาระดับเก้าตั้งแต่เมื่อไหร่?
เมื่อสองวันก่อนยังอยู่แค่ขั้นชำระกายาระดับสามอยู่เลย...
หรือว่ามันจะได้ของดีอะไรมา?
เมื่อเซียวอวี่เห็นว่าอีกฝ่ายยังคิดจะลงมือ เขาก็รีบเดินเข้าไปพร้อมกับหยิบยาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาแล้วพูดขึ้น "ศิษย์เป็นนักปรุงยาระดับหนึ่งจริงๆ ขอรับ... เป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสอู เพียงแต่วิชาปรุงยายังตื้นเขิน เลยพอจะปรุงยาระดับหนึ่งได้บ้างเท่านั้น!"
"เพราะท่านผู้อาวุโสจางสั่งให้เตรียมยา เมื่อคืนศิษย์ก็เลยปรุงยาจนถึงสว่าง ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เมื่อครู่ศิษย์เลยเผลอเหม่อลอยไปหน่อย... เลยเผลอล่วงเกินท่านผู้อาวุโสไป ขอท่านผู้อาวุโสโปรดอภัยให้ด้วยเถิดขอรับ..."
ผู้อาวุโสจางโกรธจนตัวสั่น แต่มองซ้ายมองขวาแล้วก็ไม่กล้าอาละวาด
ถ้าคนผู้นี้เป็นนักปรุงยาเพียงคนเดียวของสาขาย่อยนี้จริงๆ ก็พอจะละเว้นโทษตายให้เขาได้
แต่ว่า...
"เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นนักปรุงยา แต่เจ้าไม่มีพลังเวทเลยด้วยซ้ำ เจ้าลองปรุงยาให้ข้าดูเดี๋ยวนี้เลย ถ้าเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด ข้าจะละเว้นเจ้า!"
"แต่ถ้าเจ้ากล้าหลอกลวงข้า ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย!!!"
เซียวอวี่ได้ยินดังนั้นก็รีบประสานมือตะโกน "รับทราบขอรับ! ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่เมตตา!"
จากนั้นเซียวอวี่ก็เดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องปรุงยา
ตลอดทางเขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างของอีกฝ่าย ทำได้เพียงก้มหน้าเดินตามไปเงียบๆ
เพียงแค่เดินตามอยู่ห่างๆ เขาก็รู้สึกได้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
นางตัวหอมมาก พอเขาได้กลิ่น วิญญาณของเขาก็แทบจะหลุดลอยตามนางไปแล้ว
เขาไม่กล้าเงยหน้ามองนางแน่ๆ นี่คือยอดฝีมือขั้นจู้จีตัวจริงเสียงจริง ถ้าคิดจะฆ่าเขา ก็ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
เขาเดินตามไปเรื่อยๆ บาดแผลบนร่างก็ค่อยๆ สมานตัวขึ้นเพราะกายาเทพเก้าสุริยัน
แต่แปลกแฮะ ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นข้อมูลของผู้อาวุโสจางเลยล่ะ?
ระบบไม่จัดว่าอีกฝ่ายเป็นนางมารร้ายงั้นรึ?
เป็นไปไม่ได้น่า... นี่คือผู้อาวุโสของนิกายสราญรมย์เชียวนะ นางจะเป็นผู้หญิงดีๆ ได้ยังไง?
เป็นไปได้เหรอ?
แต่พอนึกถึงใบหน้าแดงระเรื่อของอีกฝ่ายเมื่อครู่ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว
ในนิกายสราญรมย์ยังมีผู้หญิงปกติหลงเหลืออยู่อีกหรือ?
เขาจำได้ลางๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เหมือนจะชื่อจางจื่อหลิง ระดับการบำเพ็ญเพียรอยู่ขั้นจู้จีระดับห้า
ดูเหมือนจะเป็นผู้อาวุโสหญิงเพียงไม่กี่คนของนิกายสราญรมย์
แล้วก็เหมือนจะมีกายาหอมสวรรค์อะไรสักอย่างด้วย
แถมยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสาวงามแห่งนิกายสราญรมย์
แตกต่างจากความบริสุทธิ์ผุดผ่องแบบผู้หญิงฝ่ายธรรมะอย่างไป๋เยว่กับฮวาเหลียน รูปร่าง หน้าตา และทุกสัดส่วนของจางจื่อหลิงล้วนแผ่ซ่านไปด้วยความเย้ายวนที่บอกไม่ถูก
แค่มองแวบเดียวก็ชวนให้จินตนาการไปถึงภาพวาบหวาม...
ทำให้คนรู้สึกคันยุบยิบในใจจนทนแทบไม่ไหว
ในเวลานี้ จางจื่อหลิงที่เดินนำหน้าก็อดไม่ได้ที่จะปรายตามองเซียวอวี่สองสามครั้ง
นางลอบตกใจอยู่ในใจ เจ้านี่อยู่แค่ขั้นชำระกายาระดับเก้าเองนะ
ถึงเมื่อครู่นี้นางจะไม่ได้ใช้พลังเวท กะจะแค่สั่งสอนหมอนี่สักหน่อย
ไม่ได้ลงแรงอะไรเลย แค่ตบไปส่งๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เว่อร์เกินไปแล้ว
ขั้นชำระกายาอย่างเขา ทำไมถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ?
ด้วยความสงสัย นางจึงแผ่จิตสัมผัสออกไปตรวจสอบ และตอนนั้นเองนางก็พบความผิดปกติบนตัวเซียวอวี่
กายาพิเศษงั้นรึ?
พลังหยาง... พลังหยางเข้มข้นอะไรขนาดนี้!!!
แถมบาดแผลของเขายังหายดีแล้วด้วย...
คิดไม่ถึงเลยว่าสาขาย่อยเล็กๆ แห่งนี้จะมีศิษย์ที่มีกายาพิเศษอยู่ด้วย?
คนที่นี่ไม่สังเกตเห็นเลยรึ?
ทำไมถึงไม่มีใครรายงานขึ้นมา?
ในตอนนั้นเอง เหมยชุนหลานที่เดินตามมาข้างๆ ก็วิ่งหน้าตั้งเข้าไปประจบสอพลอจางจื่อหลิง
"ท่านผู้อาวุโส... เซียวอวี่คนนี้เมื่อก่อนเป็นแค่ศิษย์สายนอก เขาต้องหลอกท่านแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ ข้าชื่อเสี่ยวเหมย ยินดีรับใช้ท่านผู้อาวุโสอย่างเต็มที่เลยนะเจ้าคะ!"
จางจื่อหลิงพยักหน้าเบาๆ นางมองไปที่ห้องปรุงยาตรงหน้าแล้วพูดเสียงเรียบ "ข้าให้เวลาเจ้าครึ่งชั่วยาม ไปจัดการให้เรียบร้อยซะ!"
เซียวอวี่รีบประสานมือรับคำ จากนั้นก็เดินไปยืนหน้าเตาหลอมท่ามกลางสายตาของทุกคน
ศิษย์บางคนที่รู้จักเซียวอวี่พากันหัวเราะเยาะอยู่ด้านหลัง "ฮ่าฮ่าฮ่า! ขั้นชำระกายาระดับเก้าขี้โม้ล่ะสิไม่ว่า?"
"ศิษย์ขั้นเลี่ยนชี่ตั้งหลายคนยังปรุงยาไม่เป็นเลย แกมาโม้อะไรตรงนี้วะ?"
"ใช่แล้ว วิชาปรุงยามันใช่ของที่คนธรรมดาจะเรียนกันได้ง่ายๆ ที่ไหน!"
"ดูท่าทางมันสิ สงสัยจะแยกสมุนไพรยังไม่ออกเลยมั้ง!"
ผู้คนต่างพากันเยาะเย้ยถากถาง
เหมยชุนหลานก็กำลังครุ่นคิดหาวิธีจัดการอยู่ ถ้าจับเซียวอวี่ขังคุกได้ นางก็แค่ติดสินบนผู้คุม แล้วนางก็จะได้จัดการเขาในคุก...
จากนั้นก็ล้วงความลับในตัวมันออกมา!
มันสามารถทะลวงถึงขั้นชำระกายาระดับเก้าได้ภายในไม่กี่วัน ต้องมีของดีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เหมยชุนหลานก็หัวเราะออกมา "มันปรุงยาเป็นรึ? หึหึ ถ้ามันปรุงยาได้ ข้าก็ปรุงได้เหมือนกันแหละ!"
"ศิษย์น้องเซียว ข้าว่าเจ้าคุกเข่าโขกศีรษะขอขมาท่านผู้อาวุโสดีๆ เถอะ ถ้าท่านอารมณ์ดี อาจจะละเว้นโทษตายให้เจ้าก็ได้นะ!"
"เจ้าอย่ามา..."
ยังไม่ทันที่เหมยชุนหลานจะพูดจบ นางก็เบิกตาที่เล็กเท่าเม็ดข้าวสารกว้าง
มองดูเซียวอวี่ใส่สมุนไพรลงในเตาหลอมด้วยความไม่เชื่อสายตา
จางจื่อหลิงเองก็ขมวดคิ้ว "วิธีปรุงยาของคนธรรมดานี่... ใช้ไม้ตระกูลวิญญาณก่อไฟ ใช้หินวิญญาณเพิ่มพลังปราณรึ!"
แต่นางก็ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ เพราะนางใช้จิตสัมผัสมองเห็นแล้วว่าสมุนไพรพวกนั้นละลายกลายเป็นน้ำยาอยู่ในเตาหลอมแล้ว
จางจื่อหลิงเลิกคิ้วขึ้น แผ่จิตสัมผัสออกไปสำรวจทั่วทั้งห้องปรุงยา
ไม่นานนางก็เห็นฮวาเหลียนถูกแขวนค้างอยู่เหมือนปลาตายในโกดัง
นางก็ไม่ได้พูดอะไร
เรื่องพรรค์นี้ในนิกายสราญรมย์ถือเป็นเรื่องปกติ
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ ในกลุ่มคนก็มีคนตะโกนขึ้นมา "ปรุงสำเร็จแล้วจริงๆ ด้วยรึ? ไม่อยากจะเชื่อเลย!"
จางจื่อหลิงเดินเข้าไปดูทันที
เมื่อเห็นเซียวอวี่ปรุงยาชำระล้างไขกระดูกระดับหนึ่งออกมาได้ห้าเม็ดในเตาเดียว แววตาของนางก็เปล่งประกายขึ้นมา
"มีตำหนิสี่เม็ด มีตำหนิเล็กน้อยหนึ่งเม็ดรึ? คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นนักปรุงยาระดับหนึ่งจริงๆ!"
"เอาล่ะ ข้าจะยกโทษให้เจ้า แต่มีเรื่องบางอย่างที่ข้าต้องการให้เจ้ารายงาน คืนนี้ตอนพระอาทิตย์ตกดินไปหาข้าที่ห้องหนังสือนที!"
"ส่วนคนอื่นๆ ตามข้าไปที่โถงใหญ่เพื่อหารือกัน เตรียมตัวบุกโจมตีสำนักเสวียนหลิง ชิงภูเขาเจียงหลิวกลับคืนมา!"
พูดจบจางจื่อหลิงก็สะบัดมือ กวาดยาพวกนั้นไปทั้งหมดแล้วพาทุกคนจากไป
เหมยชุนหลานมองเซียวอวี่ที่ปรุงยาเป็นแล้วด้วยแววตาบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
นักปรุงยารึ!
ถ้านางได้เซียวอวี่มาครอบครอง ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องยาอีกแล้ว!
เผลอๆ นางอาจจะให้เขาปรุงยาคงกระพันหรืออะไรพวกนั้นให้ด้วย ของพวกนั้นมันหายากจะตายไป!
เหมยชุนหลานเดินตามจางจื่อหลิงออกไป แววตาเต็มไปด้วยความหมายแฝง
เซียวอวี่มองยายแก่นั่น หางตากระตุกยิกๆ
ต่อให้รางวัลของเหมยชุนหลานจะเป็นหินวิญญาณร้อยล้านก้อน เขาก็ไม่มีทางไปพิพากษานางแน่ๆ
ขืนทำมีหวังเป็นปมด้อยในใจไปตลอดชีวิตแน่!
เกิดมารในใจขึ้นมาจะทำยังไง!
ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะนั่น...
ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนพอเกิดมารในใจ ก็ไม่สามารถเพิ่มระดับการบำเพ็ญเพียรได้อีก ต้องย่ำอยู่กับที่ไปชั่วชีวิต
เซียวอวี่กลัวจริงๆ นะ
เขาพนันได้เลยว่าคืนนี้ยายนี่ต้องมาหาเขาอีกแน่!
มาแน่ๆ!
ต้องมาแน่ๆ!
ยายแก่นี่อยู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสอง ใช้เวทมนตร์ได้ แถมยังมีอาวุธวิเศษสำหรับโจมตีอีก
แล้วนางยังมีพรรคพวกด้วย...
พอนึกถึงเรื่องนี้ เซียวอวี่ก็รีบปิดประตูหน้าต่างทุกบานจนมิดชิดตามสัญชาตญาณ
ไม่ได้การแล้ว!
เขาต้องไปหาค่ายกลมาสักอัน ค่ายกลเล็กๆ ก็ได้ เอามาปกป้องห้องปรุงยาไว้!
ไม่อย่างนั้นต้องมีคนตายแน่!
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ถึงขั้นเลี่ยนชี่ ไม่มีพลังเวทก็ใช้ค่ายกลไม่ได้ ตอนนั้นเขาก็แทบอยากจะบ้าตาย
เขารีบหันไปทางโกดัง ตั้งใจจะให้ฮวาเหลียนช่วยเขาชำระกายา
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป
[ขอให้โฮสต์โปรดหยุดการใช้กำลังบังคับ นางมารร้ายฮวาเหลียนอาจมีอันตรายถึงชีวิต!]
เซียวอวี่เห็นดังนั้นก็รีบหยุดมือทันที ฮวาเหลียนที่ไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรคงทนไม่ไหวแน่ๆ
เขาหันไปมองไป๋เยว่ที่อยู่ในห้องพิพากษาอีกครั้ง
ตอนนี้ไป๋เยว่...
"ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษนะเหลียนเอ๋อร์ ทั้งหมดเป็นความผิดของอาจารย์เอง..."
"เป็นความผิดของอาจารย์เอง..."
"ไอ้สารเลวเซียวอวี่... ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้!"
เซียวอวี่เห็นสภาพของนางแล้วก็หน้าดำคร่ำเครียด
จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องพิพากษาของไป๋เยว่โดยตรง
ในขณะเดียวกัน
ในเวลานี้ฮวาเหลียนที่อยู่ในโกดังก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ นางถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง
ทั่วทั้งร่างของนางชาหนึบจนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย
แต่แปลกตรงที่นางกลับรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวแปลกๆ ในร่างกาย
เส้นชีพจรและรากปราณที่เคยเสียหายของนาง กลับฟื้นฟูขึ้นมาแล้วงั้นรึ?
ก่อนหน้านี้นางถูกทำลายตบะไปจนหมดสิ้น นางไม่มีกายาเวทแต่กำเนิดเหมือนอาจารย์ของนาง ถ้ารากปราณถูกทำลาย ชาตินี้นางก็ไม่มีวันบำเพ็ญเพียรได้อีก
ต่อให้รักษาเส้นชีพจรจนหายก็ไม่มีประโยชน์
ตอนแรกนางคิดว่าชาตินี้คงหมดหวังเรื่องการบำเพ็ญเพียรแล้ว ตั้งใจไว้ว่าต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ต้องช่วยอาจารย์ออกไปให้ได้
ส่วนตัวนางจะเป็นยังไงก็ช่าง ยังไงก็เป็นคนพิการอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้นางกลับพบด้วยความประหลาดใจว่ารากปราณของตัวเองฟื้นฟูขึ้นมาแล้ว
หรือว่าจะเป็นเพราะเซียวอวี่?
ตอนนั้นนางก็สะดุ้งเฮือก หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที
แตกต่างจากไป๋เยว่
ตอนนี้นางกลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง
นางรู้สึกว่าเซียวอวี่... ก็หล่อดีเหมือนกันนะ...
"บ้าจริง... นี่ข้าคิดอะไรอยู่เนี่ย..."