เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ปรุงยา

บทที่ 10 ปรุงยา

บทที่ 10 ปรุงยา


บทที่ 10 ปรุงยา

เซียวอวี่นั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องปรุงยา แสงไฟวูบวาบจากใต้เตาหลอม

ฮวาเหลียนที่อยู่ด้านข้างกำลังเอาไม้ตระกูลวิญญาณมาก่อกองไฟด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เมื่อไป๋เยว่ในห้องพิพากษาได้ยินเสียงไฟปะทุดังเปรี๊ยะปร๊ะ นางก็เอ่ยเสียงเบา "ปกติแล้วเวลาชำระล้างไฟปรุงยา นักปรุงยาจะใช้เปลวไฟที่สร้างจากพลังเวทเป็นส่วนใหญ่"

"แต่ตอนนี้พวกเราทั้งสามคนไม่มีใครมีพลังชักนำปราณมาสร้างไฟได้เลย ทำได้แค่ใช้ไม้ตระกูลวิญญาณที่มีพลังปราณแฝงอยู่มาก่อไฟ จากนั้นก็ต้องบดสมุนไพรวิญญาณให้ได้ตามที่ต้องการด้วยมือเปล่า แล้วใส่ผงหินวิญญาณลงไปในเตาหลอมพร้อมกับตัวยาเพื่อทำการปรุง!"

"วิธีนี้มันผิดวิสัยไปหน่อย แถมยังทำลายสรรพคุณของสมุนไพรวิญญาณไปมาก แต่เพื่อรับมือกับการตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ ก็ทำได้แค่วิธีนี้แหละ"

เซียวอวี่ทำตามที่อีกฝ่ายบอก เขาหยิบสมุนไพรวิญญาณและวัตถุดิบวิญญาณอายุหลายสิบปีออกมาจำนวนหนึ่ง

จากนั้นก็นำสมุนไพรที่เขาบดเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันมาวางรวมกันแล้วครุ่นคิด "อืม... ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสอูจะรู้ล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้จะมีผู้ดูแลคนใหม่มา ก็เลยสั่งให้ข้าบดสมุนไพรเตรียมไว้"

ฮวาเหลียนคอยควบคุมไฟอยู่ด้านข้างตลอดเวลา

นางช่วยเซียวอวี่ใส่สมุนไพรลงในเตาหลอมตามลำดับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

แสงไฟพลิ้วไหว เปลวเพลิงลุกโชนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

สมุนไพรในเตาหลอมค่อยๆ ละลายกลายเป็นน้ำยาหนึ่งเตา

ไป๋เยว่หลับตาลงรวบรวมสมาธิ "ขั้นต่อไปต้องใช้มือควบคุมแล้ว คล้ายๆ กับขั้นตอนการปรุงยาของคนธรรมดา ให้ลูกศิษย์ข้าทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนเถอะ!"

เซียวอวี่ได้ยินดังนั้นก็ร้องบอก "แม่นางฮวาเหลียน อาจารย์ของเจ้าบอกให้เจ้าสาธิตขั้นตอนต่อไปให้ดูหน่อย!"

ฮวาเหลียนลงมือทันที นางหยิบไม้ตระกูลวิญญาณออกมาสองสามท่อนเพื่อปรับขนาดของเปลวไฟ

จากนั้นก็ใช้ทัพพีตักยาที่ทำจากโลหะมาคนน้ำยา และนางก็สามารถควบแน่นน้ำยาให้เป็นก้อนได้จริงๆ

รอบๆ ตัวยายังเปล่งประกายแสงอ่อนๆ ออกมาด้วย

เซียวอวี่ลูบคางด้วยความประหลาดใจ

ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนไม่มีใครใช้พลังเวทได้เลย สมกับเป็นยอดฝีมือของสำนักหยกบริสุทธิ์จริงๆ

ไม่มีพลังเวทก็ยังปรุงยาได้

แต่วิธีการของอีกฝ่ายยิ่งแยบยลเท่าไหร่ เซียวอวี่ก็ยิ่งหวาดระแวงมากขึ้นเท่านั้น

ตั้งแต่นี้ต่อไป เขาจะพยายามไม่ให้สองคนนั้นคุยกัน และไป๋เยว่ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่กับฮวาเหลียนตามลำพังอีก

ถ้าเกิดสองคนนั้นฉวยโอกาสตอนที่เขาเผลอ ปรุงยาที่ช่วยเพิ่มระดับการบำเพ็ญเพียร หรือยาพิษอะไรพวกนั้นขึ้นมา

แล้วเอามาเล่นงานเขา ถึงตอนนั้นเขาก็จะไม่มีทางสู้กลับได้เลย

ถ้าพวกนางคิดจะเล่นตุกติก ก็อย่าหาว่าเขาไร้ศีลธรรมก็แล้วกัน!

ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เซียวอวี่ก็เห็นฮวาเหลียนหยิบสมุนไพรวิญญาณต้นหนึ่งที่เขาไม่รู้จักขึ้นมา และกำลังจะโยนลงไปในเตาหลอม

เซียวอวี่รีบกระโดดลุกขึ้น คว้าสมุนไพรสองต้นนั้นมาทันที

ฮวาเหลียนเลิกคิ้วขึ้น เอ่ยถามเสียงนุ่มนวล "มีอะไรหรือท่านผู้มีพระคุณ... มีอะไรผิดพลาดงั้นหรือ?"

เซียวอวี่มองสมุนไพรสองต้นนั้นด้วยความสงสัยแล้วถามขึ้น "พวกเรากำลังปรุงยาห้ามเลือดไม่ใช่หรือ? สองต้นนี้คืออะไร?"

ฮวาเหลียนตอบกลับทันควัน "นี่คือหญ้าผสานเลือด เอาไปปรุงคู่กับหญ้าห้ามเลือด จะทำให้ยาห้ามเลือดมีสรรพคุณดีขึ้นเจ้าค่ะ!"

[ตรวจพบว่านางมารร้ายไป๋เยว่มีเจตนาปรุงยาพิษเพื่อลอบสังหารโฮสต์ ค่าความชั่วร้ายพุ่งสูงขึ้นเป็น 98%!]

[ตรวจพบว่านางมารร้ายฮวาเหลียนมีเจตนาปรุงยาพิษเพื่อลอบสังหารโฮสต์ ค่าความชั่วร้ายพุ่งสูงขึ้นเป็น 50%!]

เซียวอวี่พยักหน้าทำทีเป็นเข้าใจ ก่อนจะหันไปมองสมุนไพรที่อยู่ด้านหลังแล้วพูดขึ้น "เอ่อ... ตอนนี้ข้าอยากลองปรุงยาด้วยตัวเองดูน่ะ รบกวนแม่นางช่วยบดสมุนไพรมาให้ข้าหน่อยเถิด! พวกเราต้องรีบปรุงยาให้เสร็จทั้งหมดก่อนฟ้ามืด!"

"คืนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาพวกเจ้า!"

ฮวาเหลียนขมวดคิ้ว มือขวากำชายกระโปรงไว้แน่น

นางปรายตามองเตาหลอมแวบหนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา "อืม หากมีอะไรให้ช่วยก็เรียกข้าได้ตลอดเลยนะ!"

พูดจบนางก็เดินไปบดยาอยู่ด้านหลัง

เซียวอวี่มองผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบตำราปรุงยาของผู้อาวุโสอูออกมาจากมุมหนึ่ง

หลังจากเปิดหาอยู่หลายหน้า ในที่สุดเขาก็พบสมุนไพรต้นที่ฮวาเหลียนเพิ่งจะหยิบไป

หญ้าเลือดพิษ...

สามารถนำไปปรุงคู่กับหญ้าห้ามเลือดเพื่อทำเป็นยาเลือดพิษ

ผู้ที่กินเข้าไปจะพิษกำเริบทุกวันตอนเที่ยงตรง หากไม่ได้กินยาถอนพิษภายในหนึ่งชั่วยาม เลือดพิษก็จะแตกซ่านทะลักออกมาจนตาย...

เมื่อเซียวอวี่อ่านมาถึงตรงนี้ จิตสังหารในแววตาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

ถ้าเขาหลงกินยาเลือดพิษนั่นเข้าไป เขาคงต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้พวกนางบงการแน่ๆ

เขาปรุงยาถอนพิษไม่เป็นด้วยซ้ำ

งั้นก็ต้องขออภัยด้วยละกัน...

เซียวอวี่คนนี้ไม่ชอบกินทิ้งกินขว้าง!

โดยเฉพาะอาหารที่หน้าตาดูดีซะด้วย!

ไป๋เยว่ที่อยู่ในห้องพิพากษาไม่ได้ยินเสียงเซียวอวี่ก่อไฟมาพักใหญ่แล้ว นางก็เริ่มเป็นห่วงขึ้นมา "เอ่อ... เจ้าเป็นอะไรไปหรือเปล่า?"

เซียวอวี่แสร้งทำเป็นครุ่นคิดพลางหยิบยาที่ฮวาเหลียนเพิ่งปรุงเสร็จขึ้นมา "อืม ข้ากำลังดูตำหนิของยาเม็ดนี้อยู่ พวกเจ้านี่เก่งจริงๆ นะ ใช้วิธีปรุงยาของคนธรรมดาก็ยังสามารถปรุงยาระดับหนึ่งที่มีตำหนิเล็กน้อยออกมาได้!"

"สมกับเป็นสำนักหยกบริสุทธิ์ที่เลื่องชื่อลือนามเรื่องวิชาปรุงยาจริงๆ! ข้าขอลองดูบ้างดีกว่า!"

พูดจบเซียวอวี่ก็ทำตามอย่างฮวาเหลียน เขาก่อไฟขึ้นมาบ้าง

ไป๋เยว่พ่นลมหายใจออกมาด้วยสีหน้าอมทุกข์

เมื่อนึกถึงคำพูดที่ลูกศิษย์เพิ่งพูดกับนาง ในใจก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

ตอนแรกนางไม่ได้คิดจะทำอะไรเซียวอวี่หรอก ถึงยังไงเขาก็ช่วยชีวิตนางไว้จริงๆ

แต่ลูกศิษย์ของนางกลับบอกว่า...

"ท่านอาจารย์อย่าไปหลงกลมันนะเจ้าคะ ท่านคือผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่มีรูปโฉมงดงามเป็นอันดับหนึ่งในฝ่ายธรรมะ มีผู้ชายตั้งเท่าไหร่ที่คิดหาวิธีจะได้ครอบครองท่าน! ตอนนั้นมันเองก็ต้องหนีเอาชีวิตรอดเหมือนกันไม่ใช่หรือ? มันรู้ว่ามันหนีไม่รอด ก็เลยยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยท่านต่างหาก!"

"ผู้ชายมันก็ไว้ใจไม่ได้กันทั้งนั้นแหละ! ผู้ชายฝ่ายธรรมะยังไว้ใจไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับพรรคมารล่ะ!"

"มันฝันหวานไปหน่อยมั้ง ได้พรหมจรรย์ของพวกเราสองศิษย์อาจารย์ไปก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ยังจะให้พวกเราสอนมันบำเพ็ญเพียร สอนมันปรุงยาอีกงั้นรึ!?"

ไป๋เยว่มีสีหน้าลังเล "แต่ตอนนี้พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน... ถ้าเกิดทำให้มันโกรธขึ้นมา..."

"ท่านอาจารย์! การที่มันได้พรหมจรรย์ของพวกเราไปก็ถือเป็นบุญวาสนาที่มันสะสมมาแปดชาติแล้ว ต่อให้ฆ่ามันทิ้ง มันก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้ว!!!"

"ท่านอาจารย์ ท่านคือสตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะนะ! ถ้าเกิดไอ้สารเลวนี่เอาเรื่องที่พวกเรามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมันไปป่าวประกาศ พวกเราคงได้เป็นที่เย้ยหยันของคนทั้งใต้หล้าแน่ ถ้าท่านอาจารย์ไม่อยากลงมือ งั้นศิษย์จัดการเอง! เดี๋ยวท่านอาจารย์คอยช่วยปิดบังให้ข้าก็พอ!"

"แค่มันโดนพิษของพวกเรา มันก็ต้องยอมให้พวกเราบงการทุกอย่างแล้ว!"

ไป๋เยว่ยังคงลังเลตัดสินใจไม่ได้ "แต่พวกเราจะไปไหนได้ล่ะ..."

"พวกเราต้องหาทางออกไปให้ได้ ท่านอาจารย์แค่ยังไม่เจอคนที่ดีพอ ทำไมพวกเราไม่ไปที่สาขาย่อยของสำนักหยกบริสุทธิ์ล่ะ? ศิษย์น้องเยี่ยจื่อโหรวก็ไปที่นั่นไม่ใช่หรือ? แค่พวกเราไปหาผู้อาวุโสที่สาขาย่อย ก็ไม่มีปัญหาแล้วไม่ใช่รึ?"

"ข้ารู้ว่าท่านอาจารย์มีเรื่องบาดหมางกับผู้อาวุโสที่สาขาย่อย แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาคับขันไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"

"สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องควบคุมไอ้โจรชั่วพรรคมารนี่ให้ได้ก่อน บังคับให้มันพาพวกเราไป! พอถึงที่ปลอดภัยแล้ว พวกเราก็ค่อยฆ่ามันทิ้ง ใครจะไปรู้ล่ะว่าพวกเราเคยพัวพันกับพรรคมาร?"

"ธรรมะกับอธรรมอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ต่อให้มันช่วยชีวิตพวกเราไว้ แล้วยังไงล่ะ? พรรคมารก็คือพรรคมาร สมควรตายลูกเดียว!!!"

ไป๋เยว่ยังคงนึกถึงคำพูดที่ลูกศิษย์เพิ่งพูดกับนางอยู่ในห้องพิพากษา

ที่ฮวาเหลียนพูดก็ถูก

หากคิดจะแสวงหามรรคผล เรื่องชายหญิงพรรค์นี้ก็ต้องทิ้งไว้เบื้องหลัง

ถ้านางไม่กวาดล้างนิกายสราญรมย์ให้สิ้นซาก นางจะต้องเกิดมารในใจเป็นแน่

ถ้าไม่แก้แค้นให้เหล่าศิษย์ จิตใจของนางก็จะไม่สงบ!

ระดับการบำเพ็ญเพียรในชาตินี้ของนางคงต้องหยุดอยู่แค่นี้

ขณะที่ไป๋เยว่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีควันดำลอยออกมาจากเตาหลอม

พร้อมกับเสียง "ตู้ม————!!!" ดังสนั่น

ไป๋เยว่ตกใจสุดขีด ฮวาเหลียนที่กำลังบดยาอยู่ก็ถึงกับยืนอึ้ง

เมื่อเห็นสภาพเซียวอวี่ที่เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเขม่า ฮวาเหลียนก็กลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะเยาะออกมาเบาๆ

เซียวอวี่หน้าดำเป็นตอตะโก เขามองยาขี้เหร่ๆ สามเม็ดในมือด้วยความปวดใจ

เมื่อกี้ฮวาเหลียนปรุงยาที่มีตำหนิเล็กน้อยออกมาได้ตั้งสิบเม็ดในคราวเดียว แต่เขาอุตส่าห์ลงแรงไปตั้งนานดันปรุงได้แค่สามเม็ดเนี่ยนะ?

แถมคุณภาพยัง... เป็นแค่ยามีตำหนิอีกต่างหาก

นี่มันเป็นเพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้นล้วนๆ เลย

ไป๋เยว่ถามด้วยความเป็นห่วง "เกิดอะไรขึ้น? ล้มเหลวหรือ?"

เซียวอวี่ส่ายหน้า "อืม... จะว่าล้มเหลวก็คงใช่ ได้ยาห้ามเลือดที่มีตำหนิมาแค่เม็ดเดียวเอง เดี๋ยวข้าลองใหม่นะ!"

ไป๋เยว่ได้ยินดังนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วิธีการปรุงยาของคนธรรมดานั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การควบคุมไฟ การที่เจ้าปรุงสำเร็จได้ตั้งแต่ครั้งแรกก็ถือว่าเก่งแล้ว แสดงว่าเจ้ามีพรสวรรค์ด้านการปรุงยา! อย่าเพิ่งใจร้อนไป!"

"หญ้าห้ามเลือดแต่ละช่วงอายุต้องการอุณหภูมิไฟที่ไม่เท่ากัน ตอนนี้เจ้ายังไม่มีจิตสัมผัส ทำได้แค่ใช้ตาเปล่ากะเกณฑ์เอา และอุณหภูมิก็ต้องใช้ความรู้สึกสัมผัสเอาเท่านั้น!"

"หญ้าห้ามเลือดอายุห้าสิบปี เจ้าต้องใช้ไม้ตระกูลวิญญาณก่อไฟให้น้อยลง และผงหินวิญญาณก็ต้องเจือจางลงด้วย!"

"อย่าเพิ่งใจร้อน..."

เซียวอวี่พยักหน้า แล้วเริ่มลงมือปรุงยาต่อไป

คราวนี้เขาไม่ได้ทำตามฮวาเหลียน แต่แอบหยิบตำราปรุงยาขึ้นมาดู

เทคนิคของฮวาเหลียนมันขั้นสูงเกินไป มือใหม่อย่างเขาไม่มีทางควบคุมได้หรอก

หลังจากอ่านซ้ำไปสองรอบ เซียวอวี่ก็ลงมืออีกครั้ง

คราวนี้อัตราความสำเร็จของเขาเพิ่มขึ้นมาก!

ยาห้ามเลือดห้าเม็ด มีตำหนิสี่เม็ด ตำหนิเล็กน้อยหนึ่งเม็ด

เอาใหม่!

เขาก็ลงมือปรุงยาต่อไปเรื่อยๆ

ฮวาเหลียนก็คอยเอาสมุนไพรที่เพิ่งบดเสร็จมาส่งให้เป็นระยะๆ

เผลอแป๊บเดียว ก็ตกดึกเสียแล้ว

เซียวอวี่มองขวดยาตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วเก็บมันลงในถุงเก็บของ

ไป๋เยว่เองก็รู้สึกทึ่ง นางไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ด้านการปรุงยาของเซียวอวี่จะสูงขนาดนี้?

ต้องรู้ก่อนนะว่านางเป็นถึงนักปรุงยาระดับสาม การไม่ใช้พลังเวทปรุงยาระดับหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับนาง

แต่เซียวอวี่คนนี้ไม่เคยเรียนปรุงยามาก่อนเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่ถึงขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) อีกต่างหาก

ทำไมเขาถึงมีความเฉียบแหลมในการจับหลักการของตัวยาและการควบคุมไฟได้ขนาดนี้?

หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นอัจฉริยะด้านการปรุงยา?

ฮวาเหลียนที่อยู่ด้านข้างพอเห็นเซียวอวี่ทำงานเสร็จ ก็เดินหน้าบานเข้ามาหา "ท่านผู้มีพระคุณเหนื่อยแย่เลยนะเจ้าคะ~ เอาท่านอาจารย์ออกมาเถอะ พวกเราจะได้ช่วยกันรักษากระทั่งดวงตาของท่านอาจารย์ให้หาย แล้วก็มาปรึกษากันว่าจะหนีไปจากที่นี่ยังไงดี!"

เซียวอวี่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันไปล็อกประตู "ข้าว่าพวกเราคงหนีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ..."

จบบทที่ บทที่ 10 ปรุงยา

คัดลอกลิงก์แล้ว