- หน้าแรก
- นางเซียนไร้เมตตา เช่นนั้นก็จงกลายเป็นเตาหลอมซะเถอะ
- บทที่ 10 ปรุงยา
บทที่ 10 ปรุงยา
บทที่ 10 ปรุงยา
บทที่ 10 ปรุงยา
เซียวอวี่นั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องปรุงยา แสงไฟวูบวาบจากใต้เตาหลอม
ฮวาเหลียนที่อยู่ด้านข้างกำลังเอาไม้ตระกูลวิญญาณมาก่อกองไฟด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เมื่อไป๋เยว่ในห้องพิพากษาได้ยินเสียงไฟปะทุดังเปรี๊ยะปร๊ะ นางก็เอ่ยเสียงเบา "ปกติแล้วเวลาชำระล้างไฟปรุงยา นักปรุงยาจะใช้เปลวไฟที่สร้างจากพลังเวทเป็นส่วนใหญ่"
"แต่ตอนนี้พวกเราทั้งสามคนไม่มีใครมีพลังชักนำปราณมาสร้างไฟได้เลย ทำได้แค่ใช้ไม้ตระกูลวิญญาณที่มีพลังปราณแฝงอยู่มาก่อไฟ จากนั้นก็ต้องบดสมุนไพรวิญญาณให้ได้ตามที่ต้องการด้วยมือเปล่า แล้วใส่ผงหินวิญญาณลงไปในเตาหลอมพร้อมกับตัวยาเพื่อทำการปรุง!"
"วิธีนี้มันผิดวิสัยไปหน่อย แถมยังทำลายสรรพคุณของสมุนไพรวิญญาณไปมาก แต่เพื่อรับมือกับการตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ ก็ทำได้แค่วิธีนี้แหละ"
เซียวอวี่ทำตามที่อีกฝ่ายบอก เขาหยิบสมุนไพรวิญญาณและวัตถุดิบวิญญาณอายุหลายสิบปีออกมาจำนวนหนึ่ง
จากนั้นก็นำสมุนไพรที่เขาบดเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันมาวางรวมกันแล้วครุ่นคิด "อืม... ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสอูจะรู้ล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้จะมีผู้ดูแลคนใหม่มา ก็เลยสั่งให้ข้าบดสมุนไพรเตรียมไว้"
ฮวาเหลียนคอยควบคุมไฟอยู่ด้านข้างตลอดเวลา
นางช่วยเซียวอวี่ใส่สมุนไพรลงในเตาหลอมตามลำดับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
แสงไฟพลิ้วไหว เปลวเพลิงลุกโชนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
สมุนไพรในเตาหลอมค่อยๆ ละลายกลายเป็นน้ำยาหนึ่งเตา
ไป๋เยว่หลับตาลงรวบรวมสมาธิ "ขั้นต่อไปต้องใช้มือควบคุมแล้ว คล้ายๆ กับขั้นตอนการปรุงยาของคนธรรมดา ให้ลูกศิษย์ข้าทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนเถอะ!"
เซียวอวี่ได้ยินดังนั้นก็ร้องบอก "แม่นางฮวาเหลียน อาจารย์ของเจ้าบอกให้เจ้าสาธิตขั้นตอนต่อไปให้ดูหน่อย!"
ฮวาเหลียนลงมือทันที นางหยิบไม้ตระกูลวิญญาณออกมาสองสามท่อนเพื่อปรับขนาดของเปลวไฟ
จากนั้นก็ใช้ทัพพีตักยาที่ทำจากโลหะมาคนน้ำยา และนางก็สามารถควบแน่นน้ำยาให้เป็นก้อนได้จริงๆ
รอบๆ ตัวยายังเปล่งประกายแสงอ่อนๆ ออกมาด้วย
เซียวอวี่ลูบคางด้วยความประหลาดใจ
ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนไม่มีใครใช้พลังเวทได้เลย สมกับเป็นยอดฝีมือของสำนักหยกบริสุทธิ์จริงๆ
ไม่มีพลังเวทก็ยังปรุงยาได้
แต่วิธีการของอีกฝ่ายยิ่งแยบยลเท่าไหร่ เซียวอวี่ก็ยิ่งหวาดระแวงมากขึ้นเท่านั้น
ตั้งแต่นี้ต่อไป เขาจะพยายามไม่ให้สองคนนั้นคุยกัน และไป๋เยว่ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่กับฮวาเหลียนตามลำพังอีก
ถ้าเกิดสองคนนั้นฉวยโอกาสตอนที่เขาเผลอ ปรุงยาที่ช่วยเพิ่มระดับการบำเพ็ญเพียร หรือยาพิษอะไรพวกนั้นขึ้นมา
แล้วเอามาเล่นงานเขา ถึงตอนนั้นเขาก็จะไม่มีทางสู้กลับได้เลย
ถ้าพวกนางคิดจะเล่นตุกติก ก็อย่าหาว่าเขาไร้ศีลธรรมก็แล้วกัน!
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เซียวอวี่ก็เห็นฮวาเหลียนหยิบสมุนไพรวิญญาณต้นหนึ่งที่เขาไม่รู้จักขึ้นมา และกำลังจะโยนลงไปในเตาหลอม
เซียวอวี่รีบกระโดดลุกขึ้น คว้าสมุนไพรสองต้นนั้นมาทันที
ฮวาเหลียนเลิกคิ้วขึ้น เอ่ยถามเสียงนุ่มนวล "มีอะไรหรือท่านผู้มีพระคุณ... มีอะไรผิดพลาดงั้นหรือ?"
เซียวอวี่มองสมุนไพรสองต้นนั้นด้วยความสงสัยแล้วถามขึ้น "พวกเรากำลังปรุงยาห้ามเลือดไม่ใช่หรือ? สองต้นนี้คืออะไร?"
ฮวาเหลียนตอบกลับทันควัน "นี่คือหญ้าผสานเลือด เอาไปปรุงคู่กับหญ้าห้ามเลือด จะทำให้ยาห้ามเลือดมีสรรพคุณดีขึ้นเจ้าค่ะ!"
[ตรวจพบว่านางมารร้ายไป๋เยว่มีเจตนาปรุงยาพิษเพื่อลอบสังหารโฮสต์ ค่าความชั่วร้ายพุ่งสูงขึ้นเป็น 98%!]
[ตรวจพบว่านางมารร้ายฮวาเหลียนมีเจตนาปรุงยาพิษเพื่อลอบสังหารโฮสต์ ค่าความชั่วร้ายพุ่งสูงขึ้นเป็น 50%!]
เซียวอวี่พยักหน้าทำทีเป็นเข้าใจ ก่อนจะหันไปมองสมุนไพรที่อยู่ด้านหลังแล้วพูดขึ้น "เอ่อ... ตอนนี้ข้าอยากลองปรุงยาด้วยตัวเองดูน่ะ รบกวนแม่นางช่วยบดสมุนไพรมาให้ข้าหน่อยเถิด! พวกเราต้องรีบปรุงยาให้เสร็จทั้งหมดก่อนฟ้ามืด!"
"คืนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาพวกเจ้า!"
ฮวาเหลียนขมวดคิ้ว มือขวากำชายกระโปรงไว้แน่น
นางปรายตามองเตาหลอมแวบหนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา "อืม หากมีอะไรให้ช่วยก็เรียกข้าได้ตลอดเลยนะ!"
พูดจบนางก็เดินไปบดยาอยู่ด้านหลัง
เซียวอวี่มองผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบตำราปรุงยาของผู้อาวุโสอูออกมาจากมุมหนึ่ง
หลังจากเปิดหาอยู่หลายหน้า ในที่สุดเขาก็พบสมุนไพรต้นที่ฮวาเหลียนเพิ่งจะหยิบไป
หญ้าเลือดพิษ...
สามารถนำไปปรุงคู่กับหญ้าห้ามเลือดเพื่อทำเป็นยาเลือดพิษ
ผู้ที่กินเข้าไปจะพิษกำเริบทุกวันตอนเที่ยงตรง หากไม่ได้กินยาถอนพิษภายในหนึ่งชั่วยาม เลือดพิษก็จะแตกซ่านทะลักออกมาจนตาย...
เมื่อเซียวอวี่อ่านมาถึงตรงนี้ จิตสังหารในแววตาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
ถ้าเขาหลงกินยาเลือดพิษนั่นเข้าไป เขาคงต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้พวกนางบงการแน่ๆ
เขาปรุงยาถอนพิษไม่เป็นด้วยซ้ำ
งั้นก็ต้องขออภัยด้วยละกัน...
เซียวอวี่คนนี้ไม่ชอบกินทิ้งกินขว้าง!
โดยเฉพาะอาหารที่หน้าตาดูดีซะด้วย!
ไป๋เยว่ที่อยู่ในห้องพิพากษาไม่ได้ยินเสียงเซียวอวี่ก่อไฟมาพักใหญ่แล้ว นางก็เริ่มเป็นห่วงขึ้นมา "เอ่อ... เจ้าเป็นอะไรไปหรือเปล่า?"
เซียวอวี่แสร้งทำเป็นครุ่นคิดพลางหยิบยาที่ฮวาเหลียนเพิ่งปรุงเสร็จขึ้นมา "อืม ข้ากำลังดูตำหนิของยาเม็ดนี้อยู่ พวกเจ้านี่เก่งจริงๆ นะ ใช้วิธีปรุงยาของคนธรรมดาก็ยังสามารถปรุงยาระดับหนึ่งที่มีตำหนิเล็กน้อยออกมาได้!"
"สมกับเป็นสำนักหยกบริสุทธิ์ที่เลื่องชื่อลือนามเรื่องวิชาปรุงยาจริงๆ! ข้าขอลองดูบ้างดีกว่า!"
พูดจบเซียวอวี่ก็ทำตามอย่างฮวาเหลียน เขาก่อไฟขึ้นมาบ้าง
ไป๋เยว่พ่นลมหายใจออกมาด้วยสีหน้าอมทุกข์
เมื่อนึกถึงคำพูดที่ลูกศิษย์เพิ่งพูดกับนาง ในใจก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
ตอนแรกนางไม่ได้คิดจะทำอะไรเซียวอวี่หรอก ถึงยังไงเขาก็ช่วยชีวิตนางไว้จริงๆ
แต่ลูกศิษย์ของนางกลับบอกว่า...
"ท่านอาจารย์อย่าไปหลงกลมันนะเจ้าคะ ท่านคือผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่มีรูปโฉมงดงามเป็นอันดับหนึ่งในฝ่ายธรรมะ มีผู้ชายตั้งเท่าไหร่ที่คิดหาวิธีจะได้ครอบครองท่าน! ตอนนั้นมันเองก็ต้องหนีเอาชีวิตรอดเหมือนกันไม่ใช่หรือ? มันรู้ว่ามันหนีไม่รอด ก็เลยยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยท่านต่างหาก!"
"ผู้ชายมันก็ไว้ใจไม่ได้กันทั้งนั้นแหละ! ผู้ชายฝ่ายธรรมะยังไว้ใจไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับพรรคมารล่ะ!"
"มันฝันหวานไปหน่อยมั้ง ได้พรหมจรรย์ของพวกเราสองศิษย์อาจารย์ไปก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ยังจะให้พวกเราสอนมันบำเพ็ญเพียร สอนมันปรุงยาอีกงั้นรึ!?"
ไป๋เยว่มีสีหน้าลังเล "แต่ตอนนี้พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน... ถ้าเกิดทำให้มันโกรธขึ้นมา..."
"ท่านอาจารย์! การที่มันได้พรหมจรรย์ของพวกเราไปก็ถือเป็นบุญวาสนาที่มันสะสมมาแปดชาติแล้ว ต่อให้ฆ่ามันทิ้ง มันก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้ว!!!"
"ท่านอาจารย์ ท่านคือสตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะนะ! ถ้าเกิดไอ้สารเลวนี่เอาเรื่องที่พวกเรามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมันไปป่าวประกาศ พวกเราคงได้เป็นที่เย้ยหยันของคนทั้งใต้หล้าแน่ ถ้าท่านอาจารย์ไม่อยากลงมือ งั้นศิษย์จัดการเอง! เดี๋ยวท่านอาจารย์คอยช่วยปิดบังให้ข้าก็พอ!"
"แค่มันโดนพิษของพวกเรา มันก็ต้องยอมให้พวกเราบงการทุกอย่างแล้ว!"
ไป๋เยว่ยังคงลังเลตัดสินใจไม่ได้ "แต่พวกเราจะไปไหนได้ล่ะ..."
"พวกเราต้องหาทางออกไปให้ได้ ท่านอาจารย์แค่ยังไม่เจอคนที่ดีพอ ทำไมพวกเราไม่ไปที่สาขาย่อยของสำนักหยกบริสุทธิ์ล่ะ? ศิษย์น้องเยี่ยจื่อโหรวก็ไปที่นั่นไม่ใช่หรือ? แค่พวกเราไปหาผู้อาวุโสที่สาขาย่อย ก็ไม่มีปัญหาแล้วไม่ใช่รึ?"
"ข้ารู้ว่าท่านอาจารย์มีเรื่องบาดหมางกับผู้อาวุโสที่สาขาย่อย แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาคับขันไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"
"สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องควบคุมไอ้โจรชั่วพรรคมารนี่ให้ได้ก่อน บังคับให้มันพาพวกเราไป! พอถึงที่ปลอดภัยแล้ว พวกเราก็ค่อยฆ่ามันทิ้ง ใครจะไปรู้ล่ะว่าพวกเราเคยพัวพันกับพรรคมาร?"
"ธรรมะกับอธรรมอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ต่อให้มันช่วยชีวิตพวกเราไว้ แล้วยังไงล่ะ? พรรคมารก็คือพรรคมาร สมควรตายลูกเดียว!!!"
ไป๋เยว่ยังคงนึกถึงคำพูดที่ลูกศิษย์เพิ่งพูดกับนางอยู่ในห้องพิพากษา
ที่ฮวาเหลียนพูดก็ถูก
หากคิดจะแสวงหามรรคผล เรื่องชายหญิงพรรค์นี้ก็ต้องทิ้งไว้เบื้องหลัง
ถ้านางไม่กวาดล้างนิกายสราญรมย์ให้สิ้นซาก นางจะต้องเกิดมารในใจเป็นแน่
ถ้าไม่แก้แค้นให้เหล่าศิษย์ จิตใจของนางก็จะไม่สงบ!
ระดับการบำเพ็ญเพียรในชาตินี้ของนางคงต้องหยุดอยู่แค่นี้
ขณะที่ไป๋เยว่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีควันดำลอยออกมาจากเตาหลอม
พร้อมกับเสียง "ตู้ม————!!!" ดังสนั่น
ไป๋เยว่ตกใจสุดขีด ฮวาเหลียนที่กำลังบดยาอยู่ก็ถึงกับยืนอึ้ง
เมื่อเห็นสภาพเซียวอวี่ที่เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเขม่า ฮวาเหลียนก็กลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะเยาะออกมาเบาๆ
เซียวอวี่หน้าดำเป็นตอตะโก เขามองยาขี้เหร่ๆ สามเม็ดในมือด้วยความปวดใจ
เมื่อกี้ฮวาเหลียนปรุงยาที่มีตำหนิเล็กน้อยออกมาได้ตั้งสิบเม็ดในคราวเดียว แต่เขาอุตส่าห์ลงแรงไปตั้งนานดันปรุงได้แค่สามเม็ดเนี่ยนะ?
แถมคุณภาพยัง... เป็นแค่ยามีตำหนิอีกต่างหาก
นี่มันเป็นเพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้นล้วนๆ เลย
ไป๋เยว่ถามด้วยความเป็นห่วง "เกิดอะไรขึ้น? ล้มเหลวหรือ?"
เซียวอวี่ส่ายหน้า "อืม... จะว่าล้มเหลวก็คงใช่ ได้ยาห้ามเลือดที่มีตำหนิมาแค่เม็ดเดียวเอง เดี๋ยวข้าลองใหม่นะ!"
ไป๋เยว่ได้ยินดังนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วิธีการปรุงยาของคนธรรมดานั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การควบคุมไฟ การที่เจ้าปรุงสำเร็จได้ตั้งแต่ครั้งแรกก็ถือว่าเก่งแล้ว แสดงว่าเจ้ามีพรสวรรค์ด้านการปรุงยา! อย่าเพิ่งใจร้อนไป!"
"หญ้าห้ามเลือดแต่ละช่วงอายุต้องการอุณหภูมิไฟที่ไม่เท่ากัน ตอนนี้เจ้ายังไม่มีจิตสัมผัส ทำได้แค่ใช้ตาเปล่ากะเกณฑ์เอา และอุณหภูมิก็ต้องใช้ความรู้สึกสัมผัสเอาเท่านั้น!"
"หญ้าห้ามเลือดอายุห้าสิบปี เจ้าต้องใช้ไม้ตระกูลวิญญาณก่อไฟให้น้อยลง และผงหินวิญญาณก็ต้องเจือจางลงด้วย!"
"อย่าเพิ่งใจร้อน..."
เซียวอวี่พยักหน้า แล้วเริ่มลงมือปรุงยาต่อไป
คราวนี้เขาไม่ได้ทำตามฮวาเหลียน แต่แอบหยิบตำราปรุงยาขึ้นมาดู
เทคนิคของฮวาเหลียนมันขั้นสูงเกินไป มือใหม่อย่างเขาไม่มีทางควบคุมได้หรอก
หลังจากอ่านซ้ำไปสองรอบ เซียวอวี่ก็ลงมืออีกครั้ง
คราวนี้อัตราความสำเร็จของเขาเพิ่มขึ้นมาก!
ยาห้ามเลือดห้าเม็ด มีตำหนิสี่เม็ด ตำหนิเล็กน้อยหนึ่งเม็ด
เอาใหม่!
เขาก็ลงมือปรุงยาต่อไปเรื่อยๆ
ฮวาเหลียนก็คอยเอาสมุนไพรที่เพิ่งบดเสร็จมาส่งให้เป็นระยะๆ
เผลอแป๊บเดียว ก็ตกดึกเสียแล้ว
เซียวอวี่มองขวดยาตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วเก็บมันลงในถุงเก็บของ
ไป๋เยว่เองก็รู้สึกทึ่ง นางไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ด้านการปรุงยาของเซียวอวี่จะสูงขนาดนี้?
ต้องรู้ก่อนนะว่านางเป็นถึงนักปรุงยาระดับสาม การไม่ใช้พลังเวทปรุงยาระดับหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับนาง
แต่เซียวอวี่คนนี้ไม่เคยเรียนปรุงยามาก่อนเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่ถึงขั้นเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) อีกต่างหาก
ทำไมเขาถึงมีความเฉียบแหลมในการจับหลักการของตัวยาและการควบคุมไฟได้ขนาดนี้?
หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นอัจฉริยะด้านการปรุงยา?
ฮวาเหลียนที่อยู่ด้านข้างพอเห็นเซียวอวี่ทำงานเสร็จ ก็เดินหน้าบานเข้ามาหา "ท่านผู้มีพระคุณเหนื่อยแย่เลยนะเจ้าคะ~ เอาท่านอาจารย์ออกมาเถอะ พวกเราจะได้ช่วยกันรักษากระทั่งดวงตาของท่านอาจารย์ให้หาย แล้วก็มาปรึกษากันว่าจะหนีไปจากที่นี่ยังไงดี!"
เซียวอวี่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันไปล็อกประตู "ข้าว่าพวกเราคงหนีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ..."