- หน้าแรก
- ระบบแก้ไขคุณสมบัติของท่านอาจารย์อาเล็ก
- บทที่ 110 ข้ายอมรับแล้ว! ข้ายอมรับแล้ว! เหยียนไคคือผู้สมรู้ร่วมคิดของข้า!
บทที่ 110 ข้ายอมรับแล้ว! ข้ายอมรับแล้ว! เหยียนไคคือผู้สมรู้ร่วมคิดของข้า!
บทที่ 110 ข้ายอมรับแล้ว! ข้ายอมรับแล้ว! เหยียนไคคือผู้สมรู้ร่วมคิดของข้า!
มีผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงผู้หนึ่งเป็นไส้ศึก————
เหยียนไคยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกยุ่งยาก หวงฝู่หลิงหยวนได้ตรวจสอบมาถึงผู้อาวุโสลำดับหกแล้ว ฝั่งสำนักชี่จงที่ยังไม่ได้ตรวจสอบก็เหลือเพียงเฉิงอิง
ส่วนฝั่งสำนักเจี้ยนจงที่ยังไม่ได้ตรวจสอบก็คือฮว๋าหนิงและเจิ้งอี๋อัน
สามคนนี้คือไส้ศึกมรรคามารหรือ? เหยียนไคไม่ค่อยเชื่อนัก
หรือว่าจะเป็นผู้อาวุโสใหญ่สำนักชี่จง?
เหยียนไคนึกถึงชายชราที่ใกล้จะลงโลงผู้นั้น ทว่าจากข่าวคราวของทูตผู้พิทักษ์ประจำพื้นที่ ผู้อาวุโสใหญ่ได้เดินทางออกจากฝูโจวไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนกว่าก่อนแล้ว
หรือว่าจะเป็นผู้อาวุโสรองสำนักเจี้ยนจงที่มุ่งหน้าไปยังทะเลร้างหวงไห่? เขาเองก็เดินทางออกจากสำนักไปได้ระยะหนึ่งแล้วเช่นกัน
จะเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีผู้อาวุโสก่อนหน้านี้เข้าร่วมมรรคามาร แต่การตรวจสอบก่อนหน้านี้กลับตรวจไม่พบ?
เหยียนไคมองดูผู้อาวุโสสำนักเจี้ยนจงสามคนก่อนหน้านั้น
การตรวจสอบในห้องมืดนั้นล้าสมัยไปหน่อยจริงๆ ผ่านมาหลายพันปีแล้วก็ยังไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเลย
เมื่อเข้าไปในหอลับ หยวนเฉิงก็ถูกแยกขังเดี่ยว
จวงหมิ่นเองก็รู้เรื่องของหยวนเฉิงแล้ว นางดึงเหยียนไคไปด้านข้าง "ศิษย์น้องแปด เขาจะเป็นไส้ศึกงั้นหรือ?"
นางเป็นผู้รับผิดชอบดูแลหอลับโดยรวมก็จริง แต่ในหอลับก็มีเขตที่สำนักเจี้ยนจงรับผิดชอบเช่นกัน ซึ่งอำนาจของนางยังยื่นเข้าไปไม่ถึง
"เขาจะเป็นไส้ศึกหรือไม่ ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ในใจเขามีเรื่องปิดบังอยู่ นั่นเป็นเรื่องแน่นอน"
เมื่อเห็นว่าเหยียนไคไม่ได้ดูตึงเครียดนัก จวงหมิ่นก็วางใจลง เอ่ยถามว่า "เจ้ามีผู้ต้องสงสัยหรือไม่?"
"พูดยาก ไส้ศึกนั้นระมัดระวังตัวมาก อีกทั้งตบะยังไม่ต่ำ พวกเราจะประมาทไม่ได้ ใครก็อาจเป็นไส้ศึกได้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ตัวข้าเอง"
เมื่อขังหยวนเฉิงไว้ในคุกของหอลับแล้ว ผู้อาวุโสของสำนักเจี้ยนจงทั้งสามคนก็เริ่มการสอบสวน
เหยียนไคได้กล่าวไว้ก่อนแล้ว หวงฝู่หลิงหยวนก็รู้ดีว่าง้างปากถามสิ่งใดจากหยวนเฉิงไม่ได้ ดังนั้นการสอบสวนจึงเป็นเรื่องรอง การทรมานต่างหากที่ต้องมาเป็นอันดับแรก
หวงฝู่หลิงหยวนยังต้องทำการตรวจสอบต่อไป จึงทิ้งผู้อาวุโสลำดับสามและผู้อาวุโสลำดับสี่ไว้ที่นี่ ส่วนตนเองก็กลับไปที่สำนักเจี้ยนจง
หากว่ากันตามกฎสำนักของเขาเสวียนอวี้ การที่มีวิชามรรคามารอยู่กับตัว การโดนทุบตีอย่างหนักนั้นนับว่าเป็นบทลงโทษที่สถานเบาที่สุดแล้ว
กฎสำนักไม่สนหรอกว่าวิชามรรคามารของเจ้านั้นได้มาจากที่ใด
หลังจากโดนทุบตีไปยกหนึ่ง ผู้อาวุโสสำนักเจี้ยนจงจึงเริ่มตั้งคำถาม ทว่าหยวนเฉิงยังคงยืนกรานยอมตายไม่ยอมรับ
"พวกท่านออกไปก่อนเถอะ! ข้าจะถามเอง!" เหยียนไคกล่าวกับผู้อาวุโสสำนักเจี้ยนจงทั้งสองคน
ผู้อาวุโสสำนักเจี้ยนจงทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่ง แล้วจึงเดินออกไป
เดินไปถึงข้างกายหยวนเฉิง เหยียนไคเตะไปหนึ่งที พลางกล่าวว่า "อย่ามาแกล้งตายนะ!"
หยวนเฉิงลืมตาขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเหยียนไค ก็ลุกพรวดขึ้นนั่งทันที พร้อมกับเอ่ยถามเสียงแข็ง "เหยียนไค เจ้าเป็นคนใส่ร้ายข้าใช่หรือไม่?"
"ไม่ใช่ข้าเสียหน่อย? หากข้าอยากใส่ร้ายเจ้าล่ะก็ ป่านนี้เจ้าควรจะไปเป็นแมงดาอยู่ในหอนางโลมสักแห่ง คอยซักกางเกงซับใน เทกระโถนให้พวกหญิงคณิกาแล้ว"
หยวนเฉิงพอคิดว่าตัวเองต้องไปเป็นแมงดา คอยซักกางเกงซับในให้หญิงคณิกา ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคลื่นไส้
นี่ต่างหากถึงจะเป็นวิธีการของเหยียนไคอย่างแท้จริง
"ไม่ใช่เจ้า แล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก?"
"เรื่องพวกนี้สำหรับเจ้าแล้ว ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่แล้วล่ะ สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้คือ หาให้พบว่าเจ้าฝึกวิชามรรคามารเล่มใดกันแน่"
"ข้าไม่ได้ฝึกวิชามรรคามาร!" หยวนเฉิงตะโกนแก้ต่างเสียงดัง
"ไม่มีจริงๆ หรือ?" เหยียนไคหยิบวิชาเล่มหนึ่งออกมา ชูให้หยวนเฉิงดูตรงหน้า
หยวนเฉิงเห็นหน้าปกของวิชาเล่มนั้นก็หน้าถอดสี ก่อนจะกล่าวว่า "ข้าไม่ได้ฝึกวิชาเล่มนี้เสียหน่อย!"
"บนนี้มีรอยนิ้วมือของเจ้าอยู่นะ" เหยียนไคยังทำทีเป็นพลิกหน้ากระดาษดู
"จะมีรอยนิ้วมือได้อย่างไร? ข้าลบมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว————" พูดไปได้ครึ่งประโยค หยวนเฉิงก็หุบปากลง
"ข้าก็บอกแล้วไงว่าไม่เห็นรอยนิ้วมือเลย! ที่แท้สหายหยวนก็ลบมันทิ้งไปแล้วนี่เอง!" เหยียนไคกล่าวด้วยความเสียดายเล็กน้อย "สหายหยวน นี่เป็นการกินปูนร้อนท้อง เปิดอ่านวิชามรรคามาร แอบฝึกฝนโดยพลการ"
หยวนเฉิงในตอนนี้สมองขาวโพลนไปหมด
ดังคำกล่าวที่ว่า กระโดดลงแม่น้ำฮวงโหก็ยังล้างไม่สะอาด แต่สำหรับหยวนเฉิงในยามนี้เขาสามารถล้างมลทินให้สะอาดได้ เพียงแต่ต้องให้เขากระโดดลงไปในบ่ออุจจาระแทน
"ไหนข้าขอดูหน่อยสิ สหายหยวนฝึกวิชาอันใดกัน?" เหยียนไคพลิกดูอย่างละเอียด "ไม่ถูกสิ! สหายหยวนไม่ใช่ผู้มีรากวิญญาณธาตุไม้ จะฝึกวิชาเล่มนี้ไม่ได้"
พอได้ยินเช่นนี้ หยวนเฉิงก็ดูเหมือนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหยียนไคดูเหมือนจะยังจับจุดสำคัญไม่ได้
"เช่นนั้นเรามาดูเล่มต่อไปกัน" เหยียนไคหยิบวิชาสกัดบำรุงของมรรคามารออกมาอีกเล่ม
เมื่อเห็นหน้าปก รูม่านตาของหยวนเฉิงก็หดเกร็ง ร่างกายถอยร่นไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
"สหายหยวน เจ้าจะถอยหลังทำไมเล่า? เข้ามาชมด้วยกันสิ! เจ้าชอบดูที่สุดไม่ใช่หรือ?" เหยียนไคเห็นสายตาอาฆาตของหยวนเฉิง ก็ไม่เชิญชวนอีก "เช่นนั้นข้าดูเองก็แล้วกัน!"
เหยียนไคเริ่มพลิกอ่านวิชา พร้อมกับเดาะลิ้นอยู่ไม่ขาด
"โอ้โห! ท่านี้!"
"โอ้โห! ขาเรียวยาวนี่!"
"ว้าว! ยังทำเช่นนี้ได้อีกด้วย!"
ในที่สุด เหยียนไคก็พลิกอ่านวิชาเล่มนี้ทีละหน้าจนจบ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "เล่มนี้ก็เกรงว่าจะไม่ได้ สหายหยวนไม่มีความยืดหยุ่นถึงเพียงนั้น น่าเสียดายจริงๆ"
เขาเงยหน้าขึ้นไปมองหยวนเฉิงอีกครั้ง อีกฝ่ายก็กำลังเตรียมจะชกหมัดเข้ามาพอดี
เหยียนไคไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย พลังปราณของหยวนเฉิงถูกผนึกเอาไว้ตั้งนานแล้ว
เขาชกหมัดใส่หน้าอกของเหยียนไค แต่เหยียนไคกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น เขากระหน่ำชกไปอีกหลายหมัด ลำพังแค่หมัดยังไม่สะใจ เขายังใช้เท้าเตะอีกด้วย
"สหายหยวน เจ้านี่กำลังออดอ้อนอยู่หรือไร?"
พอได้ยินคำเยาะเย้ยของเหยียนไค หยวนเฉิงก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะธาตุไฟแตกซ่านเข้าสู่มรรคามารจริงๆ แล้ว
เหยียนไคเพียงแค่กดฝ่ามือกลางอากาศ หยวนเฉิงก็สัมผัสได้ถึงแรงมหาศาลที่กดทับลงมา ทำให้เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆ ทันที
เขาจึงยื่นมือทั้งสองข้างออกไปหมายจะคว้าตัวเหยียนไค
เหยียนไคกดฝ่ามือลงอีกครั้ง ฝ่ามือของหยวนเฉิงก็ร่วงหล่นลงพื้น ราวกับหยั่งรากลึกลงไป ไม่สามารถยกขึ้นมาได้อีก
เมื่อประกอบกับท่าทางเมื่อครู่ หยวนเฉิงก็อยู่ในท่าหมอบคล้ายสุนัข
"เช่นนี้สิถึงจะว่านอนสอนง่ายขึ้นมาหน่อย————" เหยียนไคพอใจกับสภาพของหยวนเฉิงในตอนนี้เป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า "มา พวกเรามาดูเล่มต่อไปกัน"
พูดจบ เขาก็หยิบวิชาสกัดบำรุงออกมาอีกเล่มหนึ่ง ทั้งยังจงใจแสดงหน้าปกให้หยวนเฉิงดูอีกด้วย
"เล่มนี้เร้าใจนัก! มังกรคู่หงส์เดี่ยว! สหายหยวน เจ้าคนเดียวฝึกไม่ได้หรอกนะ! เจ้าไปฝึกกับผู้ใดมารึ?"
"เลิกพูดได้แล้ว! เลิกพูดได้แล้ว! ข้ายอมรับแล้ว! ข้ายอมรับแล้ว!"
หยวนเฉิงเข้าใจแล้วว่าเหยียนไคกำลังกลั่นแกล้งเขา เขาทำได้เพียงยอมแพ้ ไม่เช่นนั้นเหยียนไคอาจจะงัดเอาของที่พิสดารยิ่งกว่านี้ออกมาอีก
"เจ้ายอมให้ความร่วมมือเช่นนี้ตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว! ไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาข้ามากเพียงใดเล่า!" ปากกล่าวเช่นนั้น แต่บนใบหน้าของเหยียนไคกลับเผยสีหน้าหมดสนุก
หยวนเฉิงทำได้เพียงถลึงตาใส่เหยียนไคอย่างดุร้าย
เหยียนไคโบกมือคราหนึ่ง อาคมที่ผนึกแขนขาของหยวนเฉิงก็อันตรธานหายไป
"ว่ามาสิ! เจ้าฝึกวิชาเล่มใด?" เหยียนไคนำวิชาสกัดบำรุงออกมาวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ
เมื่อมองดูวิชาเหล่านี้ หยวนเฉิงก็รู้สึกหนังหัวชาหนึบ ทุกเล่มที่อยู่บนโต๊ะเขาล้วนดูมานับครั้งไม่ถ้วน จุดอ่อนของเขาถูกเหยียนไคกุมเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด
เขามองไปทางเหยียนไคแวบหนึ่ง ก่อนจะชี้มั่วๆ ไปที่วิชาเล่มหนึ่งแล้วกล่าวว่า "เล่มนั้น!"
เหยียนไคหยิบวิชาเล่มที่หยวนเฉิงชี้ขึ้นมา พลิกดูครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "น่าสนใจดีนะ คำนำในเล่มนี้บอกไว้ว่า นี่คือวิชาที่สตรีสกัดบำรุงบุรุษ แถมฝ่ายหญิงยังเป็นฝ่ายรุกอีกด้วย สหายหยวน เจ้า————"
"ไม่ใช่เล่มนี้! ไม่ใช่เล่มนี้! เล่มนั้นต่างหาก!"
"เล่มนี้เป็นของธาตุน้ำ————"
"เล่มนั้น————"
เหยียนไคเองก็รู้สึกว่าหยอกล้อจนพอใจแล้ว จึงกล่าวอย่างรำคาญใจว่า "สหายหยวน เจ้าช่วยดูให้ดีๆ ก่อนแล้วค่อยเลือกได้หรือไม่?"
วิชาเล่มไหนหยวนเฉิงก็ไม่เคยฝึกฝนมาก่อนเลย เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าต้องเลือกเล่มไหน
เขาจึงหยิบมามั่วๆ เล่มหนึ่ง พอเปิดออกดู ด้านในกลับว่างเปล่า ไม่มีเนื้อหาใดๆ เลย
เขาหยิบมาอีกเล่ม ด้านในก็ยังคงว่างเปล่า————หยิบต่อเนื่องมาหลายเล่ม ด้านในก็ล้วนว่างเปล่าทั้งสิ้น
วิชาที่เหยียนไคนำมาวางไว้เหล่านี้มีเพียงหน้าปกเท่านั้น ด้านในไม่มีเนื้อหาใดๆ เลย
หยวนเฉิงรู้สึกว่าตัวเองสติแตกแล้ว เขาแทบจะระเบิดอารมณ์ใส่เหยียนไคอยู่รอมร่อ
เขาพุ่งตรงไปที่ลูกกรงเหล็กของคุก ตะโกนลั่น "ข้ายอมรับแล้ว! ข้ายอมรับแล้ว! เหยียนไคคือผู้สมรู้ร่วมคิดของข้า! เหยียนไคคือผู้สมรู้ร่วมคิดของข้า! เขาจะฆ่าข้าปิดปาก! เขาจะฆ่าข้าปิดปาก!"