- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคบรรพกาลทั้งที ไหงระบบให้สกิลแจกบัฟแค่มนุษย์ถ้ำเนี่ย
- บทที่ 39 - ประทานตำแหน่งเทพ
บทที่ 39 - ประทานตำแหน่งเทพ
บทที่ 39 - ประทานตำแหน่งเทพ
บทที่ 39 - ประทานตำแหน่งเทพ
วิหารศักดิ์สิทธิ์เผ่ามนุษย์
"พระบิดา"
ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์อย่างซุ่ยเหรินชื่อ โหย่วเฉาชื่อ และจืออีชื่อ หลังจากได้รับเสียงถ่ายทอดปราณของกู่ซี พวกเขาก็เดินเข้ามาและทำความเคารพกู่ซีอย่างนอบน้อม
กู่ซีกวาดสายตามองซุ่ยเหรินชื่อและคนอื่นๆ แวบหนึ่ง ภายในใจลอบถอนหายใจ
ในช่วงหมื่นปีมานี้ แม้ว่าเผ่ามนุษย์จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเผ่าพันธุ์อันดับหนึ่งในดินแดนริมฝั่งทะเลตงไห่
แถมยังถือกำเนิดเซียนทองคำขึ้นมาถึงสามคน เซียนสวรรค์กว่าร้อยคน และเซียนปฐพีอีกหลายร้อยคน
แต่ไม่ต้องพูดถึงการนำไปเปรียบเทียบกับเผ่าแม่มดและเผ่าอสูรเลย ต่อให้นำไปเปรียบเทียบกับเผ่ามังกรที่กำลังตกต่ำ ก็ยังห่างชั้นกันเกินไปอยู่ดี
ตอนนี้ตำแหน่งเทพแห่งยี่สิบสี่ภาวะที่อยู่ในมือของเขา มีเพียงแค่เซียนทองคำทั้งสามคนอย่างซุ่ยเหรินชื่อ โหย่วเฉาชื่อ และจืออีชื่อเท่านั้น ที่มีพละกำลังและคุณสมบัติพอที่จะหลอมรวมตำแหน่งเทพได้
มิเช่นนั้น เขาคงไม่ยอมยกตำแหน่งเทพประจำภาวะน้ำฝน แมลงตื่น และกึ่งกลางฤดูใบไม้ผลิให้กับเผ่ามังกรหรอก
สาเหตุหลักก็เป็นเพราะเผ่ามนุษย์ยังไม่มียอดฝีมือระดับเซียนทองคำขึ้นไปที่มากพอจะมารับตำแหน่งเทพเหล่านี้
และหากต้องการให้ลำดับฤดูกาลทั้งสี่มีความสมบูรณ์แบบโดยเร็วที่สุด ก็ต้องหาเทพอสูรที่เหมาะสมมาหลอมรวมตำแหน่งเทพให้ครบ
ด้วยเหตุนี้ กู่ซีจึงยอมใจกว้างกับเผ่ามังกรถึงเพียงนี้
มิเช่นนั้น เขาคงเลือกที่จะตอบแทนเผ่ามังกรด้วยวิธีอื่นไปแล้ว
"สาเหตุที่ปรมาจารย์เต๋าต้งหยิน สิบสองบรรพชนแม่มด ตี้จวิ้น ตงหวงไท่อี และคนอื่นๆ บุกมาหาข้าถึงที่อย่างกะทันหัน เชื่อว่าพวกเจ้าคงจะกระจ่างแจ้งกันแล้วสินะ"
"ถูกต้อง เป็นเพราะลำดับฤดูกาลทั้งสี่ได้รับการก่อตั้งขึ้นในหงฮวงอย่างเป็นทางการ ในมือของข้าจึงได้ครอบครองตำแหน่งเทพมากมายอย่างตำแหน่งเทพแห่งฤดูกาลทั้งสี่และตำแหน่งเทพแห่งยี่สิบสี่ภาวะ"
"ลำดับฤดูกาลทั้งสี่ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องกลายเป็นส่วนสำคัญในวัฏจักรของหงฮวง และจะดำรงอยู่ต่อไปอย่างเป็นนิรันดร์ จนกว่าโลกหงฮวงจะพังพินาศ"
"นั่นหมายความว่า ขอเพียงแค่หลอมรวมตำแหน่งเทพแห่งลำดับฤดูกาลเข้าไป ไม่เพียงแต่จะสามารถควบคุมอำนาจที่ซ่อนอยู่ในตำแหน่งเทพได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรับชะตาบารมีที่โลกหงฮวงสะท้อนกลับมาได้อย่างไม่ขาดสายอีกด้วย"
"ดังนั้น ตำแหน่งเทพเหล่านี้ล้ำค่ามากเพียงใด พวกเจ้าย่อมต้องเข้าใจเป็นอย่างดี"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ กู่ซีก็หยุดชะงักไป
ซุ่ยเหรินชื่อ โหย่วเฉาชื่อ จืออีชื่อ และยอดฝีมือเผ่ามนุษย์อีกมากมาย ในเวลานี้หัวใจของแต่ละคนต่างก็เต้นระรัวอย่างหนัก
ความล้ำค่าของตำแหน่งเทพ โดยเฉพาะความล้ำค่าของตำแหน่งเทพแห่งกฎเกณฑ์เช่นนี้ พวกเขาย่อมต้องรับรู้เป็นอย่างดี
พวกเขาต่างก็เดาจุดประสงค์ที่กู่ซีเรียกพวกเขาเข้ามาได้ลางๆ แล้ว
ทันใดนั้นภายในใจของทุกคนต่างก็ตื่นเต้นจนหาที่เปรียบไม่ได้
"อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป"
กู่ซีกวาดสายตามองกลุ่มเผ่ามนุษย์ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ตำแหน่งเทพแห่งกฎเกณฑ์ ไม่ใช่สิ่งที่จะหลอมรวมได้ง่ายๆ"
"หากต้องการหลอมรวมตำแหน่งเทพแห่งกฎเกณฑ์ อย่างน้อยก็ต้องตอบสนองเงื่อนไขสองประการ"
"ประการแรก อย่างน้อยต้องเป็นเซียนทองคำ ประการที่สอง ต้องฝึกฝนมรรคาที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งเทพนั้นๆ อย่างใกล้ชิด"
"มิเช่นนั้น ก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับจากวิถีสวรรค์ และไม่อาจหลอมรวมตำแหน่งเทพได้"
คำพูดของกู่ซีเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่ร่างกายของเผ่ามนุษย์ทุกคน ทำให้พวกเขาได้สติและสงบสติอารมณ์ลงอย่างสมบูรณ์
ในบรรดาเผ่ามนุษย์ทั้งหมด นอกจากกู่ซีแล้ว ก็มีเพียงแค่ซุ่ยเหรินชื่อ โหย่วเฉาชื่อ และจืออีชื่อ สามคนนี้เท่านั้นที่เป็นเซียนทองคำ ส่วนคนอื่นๆ ล้วนยังไม่บรรลุถึงระดับเซียนทองคำ
นั่นก็หมายความว่า เซียนสวรรค์และเซียนปฐพีที่อยู่ในที่แห่งนี้ ล้วนหมดวาสนากับตำแหน่งเทพในครั้งนี้แล้ว
เซียนสวรรค์และเซียนปฐพีของเผ่ามนุษย์มากมายต่างก็ลอบผิดหวัง
คนอื่นอยากจะแย่งชิงตำแหน่งเทพยังแย่งไม่ได้ แต่พวกเขากลับมีตำแหน่งเทพอยู่ตรงหน้าทว่ากลับไม่อาจหลอมรวมได้
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาลอบเจ็บใจที่ตนเองไม่เอาไหน
"พวกข้าน้อยทำให้พระบิดาต้องผิดหวังแล้ว"
เซียนสวรรค์และเซียนปฐพีของเผ่ามนุษย์มากมายกล่าวด้วยความละอายใจ
กู่ซีมองไปยังผู้นำมนุษย์ทั้งสามคนอย่างซุ่ยเหรินชื่อและเอ่ยขึ้น
"จืออีชื่อฝึกฝนมรรคาแห่งการถักทอยุคหลัง โหย่วเฉาชื่อฝึกฝนมรรคาแห่งการสรรค์สร้างยุคหลัง..."
"...มรรคาที่พวกเจ้าสองคนฝึกฝน ล้วนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลำดับฤดูกาลทั้งสี่ ดังนั้นพวกเจ้าจึงไม่มีวาสนากับตำแหน่งเทพ"
"มีเพียงซุ่ยเหรินชื่อ ที่ฝึกฝนมรรคาแห่งฟืนไฟยุคหลัง และทำความเข้าใจในมรรคาแห่งไฟแต่กำเนิดได้บางส่วน จึงสามารถหลอมรวมตำแหน่งเทพแห่งภาวะเริ่มต้นฤดูร้อนได้"
กล่าวจบ เขาขยับความคิด ยันต์รับสั่งหนึ่งแผ่นก็พุ่งออกจากร่างกายของเขาและหลอมรวมเข้ากับร่างกายของซุ่ยเหรินชื่อ
"ตูม"
ในชั่วพริบตา รอบกายของซุ่ยเหรินชื่อก็ปรากฏภาพนิมิตของมวลพฤกษาและพรรณไม้ที่กำลังเติบโตอย่างงอกงาม
มีพลังศักดิ์สิทธิ์อันลี้ลับที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศร่วงหล่นลงมาจากความมืดมิดและสถิตลงบนร่างของซุ่ยเหรินชื่ออย่างเลือนราง
"ขอบคุณพระบิดาที่ประทานตำแหน่งเทพให้"
ซุ่ยเหรินชื่อกราบขอบคุณด้วยความตื่นเต้น เพียงแค่เริ่มหลอมรวมตำแหน่งเทพ เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของลำดับฤดูกาลทั้งสี่และพลังศรัทธาอันมหาศาลดั่งเกลียวคลื่นแล้ว
เขารู้สึกว่าภายใต้การสนับสนุนของพลังอันยิ่งใหญ่นี้ พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าส่วน
และการสนับสนุนจากพลังศรัทธาอันมหาศาล ก็ยิ่งทำให้ชะตาบารมีของเขาพุ่งทะยานขึ้น
เมื่อชะตาบารมีพุ่งสูงขึ้น ก็จะทำให้ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ผลประโยชน์จากการหลอมรวมตำแหน่งเทพในครั้งนี้ มันมากมายกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก
จืออีชื่อ โหย่วเฉาชื่อ รวมถึงเซียนสวรรค์และเซียนปฐพีของเผ่ามนุษย์อีกมากมาย ต่างก็มองซุ่ยเหรินชื่อด้วยความอิจฉา
น่าเสียดายที่พวกเขามีเงื่อนไขไม่ตรงบ้าง หรือไม่ก็มีพละกำลังไม่เพียงพอบ้าง จึงไม่อาจหลอมรวมตำแหน่งเทพแห่งยี่สิบสี่ภาวะได้
"ตำแหน่งเทพที่เหลือยังคงอยู่ในมือข้า ในอนาคตหากพวกเจ้าคนใดสามารถเลื่อนขั้นเป็นเซียนทองคำได้ และมีเงื่อนไขเหมาะสม ข้าก็จะมอบตำแหน่งเทพที่สอดคล้องให้"
กู่ซีกล่าว
"พวกข้าน้อยจะไม่ทำให้พระบิดาต้องผิดหวังอย่างแน่นอน"
ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์มากมาย นัยน์ตาต่างก็ฉายแววเร่าร้อนขึ้นมาในทันที
โดยเฉพาะบรรดายอดฝีมือเผ่ามนุษย์ที่ฝึกฝนมรรคาซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับลำดับฤดูกาลทั้งสี่ ต่างก็ลอบตั้งปณิธานว่าจะต้องเลื่อนขั้นเป็นเซียนทองคำให้ได้โดยเร็ววัน
"เอาล่ะ เรื่องตำแหน่งเทพจบลงเพียงเท่านี้"
"สงครามที่ปะทุขึ้นในครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อริมฝั่งทะเลตงไห่... เผ่ามนุษย์ของเราได้รับความสูญเสียมากน้อยเพียงใด ลองว่ามาสิ"
กู่ซีเอ่ยถาม
สงครามในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับริมฝั่งทะเลตงไห่มากเกินไป
เขาค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับความสูญเสียของเผ่ามนุษย์
[จบแล้ว]