เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - เรื่องนี้ฉันจัดการเอง!

บทที่ 37 - เรื่องนี้ฉันจัดการเอง!

บทที่ 37 - เรื่องนี้ฉันจัดการเอง!


บทที่ 37 - เรื่องนี้ฉันจัดการเอง!

เมิ่งเส้าเฉียงเพิ่งวางสายไปได้ไม่ถึงสิบนาที ชายวัยกลางคนท่าทางดุดันเอาเรื่องก็เดินทางมาถึง เขาคือเมิ่งเจี้ยนผิงพ่อของเมิ่งเส้าเฉียงนั่นเอง

บังเอิญว่าเขากำลังทำธุระอยู่ข้างนอกและอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารเยียนอวี่ซานฟาง พอได้รับโทรศัพท์จากลูกชายเขาก็รีบทิ้งงานแล้วบึ่งมาทันที

"พ่อ!"

เมิ่งเส้าเฉียงรีบร้องเรียกและพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "วันนี้พ่อต้องทวงความยุติธรรมให้ผมนะ!"

"ใคร ใครเป็นคนทำ"

พอเมิ่งเจี้ยนผิงเห็นใบหน้าบวมปูดเป็นหัวหมูของลูกชาย เขาก็โกรธจัด กวาดสายตามองไปรอบๆ พร้อมกับแผ่รังสีอำนาจกดดันผู้คน

ตระกูลเมิ่งมีทายาทสืบสกุลเพียงคนเดียวมาสามรุ่นแล้ว นายท่านผู้เฒ่าเมิ่งมีลูกชายแค่คนเดียวคือเมิ่งเจี้ยนผิง และเมิ่งเจี้ยนผิงก็มีลูกชายแค่คนเดียวคือเมิ่งเส้าเฉียง ดังนั้นเขาจึงรักและตามใจลูกชายคนนี้มาก

"พ่อ ก็พวกมันนี่แหละ! พวกมันแย่งห้องวีไอพีที่ผมจองไว้ พูดจาสามหาวไม่พอแถมยังลงมือทำร้ายคนอีก!"

เมิ่งเส้าเฉียงรีบชี้หน้าพวกของลู่เฟิง พร้อมกับใส่ร้ายป้ายสีกลับดำเป็นขาว ก่อนจะพูดต่อ "ไอ้หมอนี่ก็คือไอ้ลูกเขยอดีตนักโทษของตระกูลเย่ ส่วนผู้หญิงสองคนนี้ก็มากับมัน!"

"ลูกเขยตระกูลเย่งั้นเหรอ"

สายตาของเมิ่งเจี้ยนผิงเย็นชาลง แฝงไปด้วยความหนาวเหน็บ เขาตวัดสายตาไปมองลู่เฟิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม "ต่อให้เป็นผู้นำตระกูลเย่มายืนอยู่ตรงหน้าฉันก็ยังไม่กล้ากำเริบเสิบสานเลย แกมันก็แค่ลูกเขยที่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านด้วยซ้ำ กล้าดีอยากจะมาลองดีกับตระกูลเมิ่งของฉันงั้นเหรอ รนหาที่ตายชัดๆ!"

ลู่เฟิงขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองเมิ่งเจี้ยนผิงด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า "ฟังความข้างเดียวจากลูกชายคุณ คุณก็ด่วนสรุปเลยเหรอว่าเป็นพวกเราที่หาเรื่องก่อน"

"คนเพิ่งพ้นโทษอย่างแก สันดานเป็นยังไงใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่แกเป็นคนหาเรื่องแล้วจะเป็นใคร"

เมิ่งเจี้ยนผิงแค่นหัวเราะ ก่อนจะสะบัดมือแล้วตวาดสั่ง "ต่งอู่ จัดการมัน! จับตัวสามคนนี้เอาไว้ให้ได้! หักแขนหักขาไอ้ลูกเขยตระกูลเย่นี่ซะ แล้วค่อยแจ้งให้คนตระกูลเย่มาไถ่ตัวมันกลับไปเอง!"

สิ้นคำสั่ง ชายรูปร่างกำยำล่ำสันก็เดินออกมายืนข้างหน้า สายตาของเขาเฉียบคมดุดัน ร่างกายแผ่รังสีอำนาจระดับปรมาจารย์ออกมาอย่างชัดเจน!

"ฮ่าฮ่า ต่งอู่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ประจำตระกูลเมิ่งของฉัน เขาเป็นปรมาจารย์พลังลับระดับห้าเชียวนะ พวกแกเตรียมตัวตายได้เลย!"

เมิ่งเส้าเฉียงหัวเราะลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาชี้หน้าม่ายตงกับลู่เฟิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "หักแขนหักขาไอ้สองคนนี้ซะ! ส่วนสาวสวยอีกคนฉันจะเอาไปประเคนให้พี่เจียงเพื่อเป็นการขอโทษ!"

แววตาของลู่เฟิงเย็นเยียบ เขารู้สึกหงุดหงิดเต็มทน ไอ้พวกนี้มันแวะเวียนมาหาเรื่องเขาไม่หยุดหย่อน คิดว่าเขาเป็นหมูในอวยหรือไง

ลู่เฟิงเตรียมจะลงมือซัดพวกมันให้กระเด็นออกไปให้พ้นทาง

แต่ตอนนั้นเอง...

"ช้าก่อน!"

จู่ๆ โจวชิงหวงก็เอ่ยขึ้น เธอหันไปมองลู่เฟิงด้วยสายตารู้สึกผิดและกระซิบเสียงเบา "ขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ วันนี้ปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองเถอะค่ะ"

ลู่เฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าตกลง เขาคร้านจะไปใส่ใจกับท่าทีอวดดีของพวกเมิ่งเส้าเฉียงแล้ว

"คุณเมิ่ง หรือว่าคุณจะลืมไปแล้วว่าร้านอาหารเยียนอวี่ซานฟางแห่งนี้คือสถานที่แบบไหน ถึงได้กล้าพาผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์มาอาละวาดแบบนี้"

โจวชิงหวงจ้องมองเมิ่งเจี้ยนผิงด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะพูดต่อ "อีกอย่างนะ คิดว่าพาแค่ปรมาจารย์พลังลับระดับห้ามาคนเดียว แล้วจะมาทำกร่างอวดเบ่งที่นี่ได้งั้นเหรอ"

พูดจบ โจวชิงหวงก็ส่งสายตาให้ม่ายตง

ม่ายตงหันไปมองต่งอู่ เธอไม่คิดจะปิดบังพลังระดับปรมาจารย์ของตัวเองอีกต่อไป พลังอำนาจอันแข็งแกร่งของปรมาจารย์พลังลับระดับหกพวยพุ่งออกมา แล้วโถมเข้าใส่ร่างของต่งอู่อย่างจัง

"อะไรนะ ปรมาจารย์พลังลับระดับหกเหรอ!"

ต่งอู่ที่กำลังจะลงมือถึงกับหน้าถอดสีและหลุดปากร้องออกมาด้วยความตกใจ

ระดับพลังของอีกฝ่ายสูงกว่าเขา ต่อให้เขาฝืนสู้ไปก็ไม่มีทางเอาชนะได้อย่างแน่นอน

เมิ่งเจี้ยนผิงเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เขาไม่คิดเลยว่าม่ายตงจะเป็นถึงปรมาจารย์พลังลับระดับหก ถ้าต้องปะทะกันจริงๆ ฝั่งเขาไม่มีทางได้เปรียบแน่

ความจริงแล้วในตระกูลเมิ่งยังมีปรมาจารย์ระดับสูงกว่านี้ชุบเลี้ยงไว้อีก แค่เมิ่งเจี้ยนผิงโทรศัพท์กริ๊งเดียว อีกฝ่ายก็พร้อมจะมาปรากฏตัวทันที

แต่เขาไม่ได้โทรศัพท์ไปหาผู้ฝึกยุทธ์คนนั้น เขากลับปรายตามองโจวชิงหวงแล้วพูดขึ้น "เธอพูดถูก ร้านเยียนอวี่ซานฟางก็มีกฎของเยียนอวี่ซานฟาง ใครหน้าไหนกล้ามาอาละวาดที่นี่ก็ต้องรับผลกรรม! งั้นก็เรียกเถ้าแก่ร้านเยียนอวี่ซานฟางมาสิ ถ้าฉันได้รับคำอนุญาตจากเขาเมื่อไหร่ ค่อยจัดการพวกแกให้ราบคาบก็ยังไม่สาย!"

"เอาสิ งั้นก็โทรหาโจวหยวนเลย"

โจวชิงหวงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"นี่เธอรู้ด้วยเหรอว่าเถ้าแก่ร้านเยียนอวี่ซานฟางชื่อโจวหยวน"

เมิ่งเจี้ยนผิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะมองประเมินโจวชิงหวงอีกครั้ง

โจวชิงหวงแค่นหัวเราะแต่ไม่ได้พูดอะไร

ความจริงแล้วร้านอาหารเยียนอวี่ซานฟางเป็นธุรกิจในเครือของตระกูลโจว ซึ่งมีสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วมณฑลทางใต้

โจวหยวนซึ่งเป็นเถ้าแก่ผู้ดูแลร้านสาขาเมืองเจียงเฉิง ก็เป็นคนจากสายรองของตระกูลโจวนั่นเอง

"นายท่านเมิ่งครับ เมื่อกี้ผมโทรไปหาเลขาของเถ้าแก่แล้วครับ รอให้เถ้าแก่จัดการธุระเสร็จ เลขาก็จะรีบรายงานเรื่องนี้ให้ท่านทราบครับ" ซุนเหว่ยรีบเดินเข้ามาประจบประแจง ก่อนจะพูดต่อ "ผู้หญิงสองคนนี้ก็แค่อยู่กับไอ้ลูกเขยสวะที่เป็นอดีตนักโทษ จะไปมีเส้นสายใหญ่โตอะไรได้ล่ะครับ"

ซุนเหว่ยไม่มีสิทธิ์โทรศัพท์สายตรงหาเถ้าแก่ร้านเยียนอวี่ซานฟาง เขาทำได้แค่โทรหาเลขาเท่านั้น

เมิ่งเจี้ยนผิงพยักหน้ารับ เขาคิดตามแล้วก็เห็นด้วย จึงพูดขึ้นว่า "ฉันมีเบอร์ตรงของเถ้าแก่โจว เดี๋ยวฉันจะโทรหาเขาเองเลยดีกว่า"

พูดจบ เมิ่งเจี้ยนผิงก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออก

ไม่นานนัก หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ เมิ่งเจี้ยนผิงก็ยิ้มเยาะและพูดขึ้น "บังเอิญจริงๆ เถ้าแก่โจวกำลังจะแวะมาที่ร้านเยียนอวี่ซานฟางพอดี อีกเดี๋ยวเขาก็มาถึงแล้ว พอฉันได้รับอนุญาตจากเถ้าแก่โจวเมื่อไหร่ ฉันจะจับพวกแกทุกคนส่งเข้าคุกให้หมด!"

ถึงแม้ว่าโจวหยวนจะเป็นแค่คนจากสายรองของตระกูลโจว แต่เมิ่งเจี้ยนผิงก็ให้ความเคารพยำเกรงเขามาก

เพราะตระกูลเมิ่งสามารถติดต่อกับตระกูลโจวแห่งเมืองหลิงเฉิงได้ ก็เพราะอาศัยเส้นสายของโจวหยวนนี่แหละ

อีกอย่าง เมิ่งเจี้ยนผิงก็รู้ดีว่าร้านเยียนอวี่ซานฟางแห่งนี้เป็นธุรกิจของตระกูลโจว เขาจึงต้องได้รับความยินยอมจากโจวหยวนเสียก่อน ถึงจะกล้าเรียกยอดฝีมือของตระกูลเมิ่งมาจัดการลู่เฟิงกับพวกอย่างเปิดเผยได้

"ลู่เฟิง แกเตรียมใจไว้ได้เลย อีกเดี๋ยวพวกแกจะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตแน่!" เมิ่งเส้าเฉียงหัวเราะเยาะด้วยท่าทางหยิ่งยโส

เจียงจื่อหางที่กำลังถูกเน็ตไอดอลสาวสองคนประคองอยู่ก็หน้าเขียวปัด เขาพูดด้วยความเคียดแค้น "ส่วนนังผู้หญิงสองคนนี้ก็อย่าปล่อยให้รอดไปได้เชียวนะ!"

"พี่เจียงวางใจได้เลย สองคนนั้นก็หนีไม่รอดเหมือนกัน! พ่อฉันอุตส่าห์ออกโรงเอง ต่อให้เถ้าแก่โจวมาถึง เขาก็ต้องไว้หน้าพ่อฉันบ้างแหละน่า!" เมิ่งเส้าเฉียงพูดด้วยความมั่นใจ

จากบทสนทนาของทั้งสองคน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เห็นลู่เฟิงอยู่ในสายตาเลย และคิดว่าวันนี้พวกลู่เฟิงไม่มีทางรอดไปได้แน่

ตอนนั้นเอง ชายวัยสี่สิบกว่ารูปร่างท้วมคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับปาดเหงื่อไปด้วย

พอเมิ่งเจี้ยนผิงเห็นชายคนนั้น เขาก็ดีใจเนื้อเต้น รีบเดินเข้าไปทักทาย "เถ้าแก่โจว!"

ในใจเขาก็แอบรู้สึกสงสัยอยู่เหมือนกัน

เมื่อกี้ในสายเขาแค่บอกให้โจวหยวนลองแวะมาดูที่ห้องจักรพรรดิหน่อย แต่ก็ไม่คิดว่าโจวหยวนจะต้องรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาขนาดนี้เลยนี่นา

แต่ไม่ว่ายังไง การที่โจวหยวนรีบบึ่งมาทันทีที่รับสายของเขา มันก็ทำให้เขารู้สึกภูมิใจและยืดหน้ายืดตาได้ไม่น้อย

แต่ใครจะไปคาดคิด โจวหยวนกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเมิ่งเจี้ยนผิงที่เดินเข้าไปต้อนรับเลย เขาผลักเมิ่งเจี้ยนผิงออกไปให้พ้นทาง แล้วรีบลุกลี้ลุกลนเดินตรงไปหาโจวชิงหวงทันที ก่อนจะก้มหน้าก้มตาพูดด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นปนประจบประแจงว่า...

"คุณหนูใหญ่! ท่านมาที่ร้านเยียนอวี่ซานฟางทำไมไม่บอกผมล่วงหน้าสักคำล่ะครับ ผมเพิ่งได้ยินจากคนในตระกูลว่าวันนี้ท่านจะมาเลี้ยงแขกที่นี่ ผมก็เลยรีบบึ่งมาหาท่านทันทีเลยครับ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - เรื่องนี้ฉันจัดการเอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว