- หน้าแรก
- อาร์คอน มหาสงครามแห่งฮีโร่และเวทมนตร์
- บทที่ 3 พลหอก
บทที่ 3 พลหอก
บทที่ 3 พลหอก
ช่วงบ่าย ยามรักษาการณ์หลายคนได้เข้ามาประจำการที่ฟาร์มป่าไม้ พวกเขาเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในโรงงานอย่างใกล้ชิด
ผู้คนสามารถเข้าออกได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ ทว่าการขนส่งไม้ทุกเที่ยวจะต้องถูกซักไซ้ไล่เลียงอย่างละเอียด
ซูมู่ไม่มีเจตนาจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ เพราะปริมาณไม้มากมายขนาดนั้นย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของผู้ที่แอบแฝงเจตนาร้ายไปได้ ในเมื่อพวกมันกล้าลงมือ แน่นอนว่าย่อมต้องมีสายข่าวอยู่ภายใน ซูมู่ไม่เชื่อหรอกว่าเงินเพียงไม่กี่เหรียญจะสามารถซื้อใจทุกคนได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่วันที่เขาเพิ่งจะมารับตำแหน่ง
ราวสองชั่วโมงต่อมา ชายอ้วนฉุผู้หนึ่งก็ค่อยๆ เดินก้าวเข้ามาในเต็นท์ พร้อมกับพากลุ่มอันธพาลกว่าสิบคนมาด้วย เขาโบกมือไล่ให้พวกมันไปตรวจนับจำนวนไม้ที่เก็บไว้ด้านนอก
คนกลุ่มนี้วางอำนาจบาตรใหญ่เป็นอย่างมาก พวกมันกระชากผ้าคลุมออก ซ้ำยังออกคำสั่งให้พวกช่างไม้มาช่วยยกท่อนซุง โดยที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน
เมื่อเข้ามาด้านใน ชายอ้วนก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พลางมองซูมู่ด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง "นายท่านซู ข้าจะไม่อ้อมค้อมล่ะนะ ท่านคงรู้กฎเก่าของเราดีใช่หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าครั้งนี้ท่านได้ผลผลิตไม่เลวเลย และนายท่านทั้งหลายก็พอใจมาก ตั้งแต่นี้ต่อไปจะต้องส่งมอบไม้ 700 ท่อนต่อวัน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูมู่ก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่อาจเข้าใจได้ "เจ้าว่าเท่าไหร่นะ"
ชายอ้วนกระแอมไอ "ไม้ 700 ท่อน ขาดไม่ได้แม้แต่ท่อนเดียว อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าในแต่ละวันพวกเจ้าตัดไม้ได้เท่าไหร่ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในฟาร์มป่าไม้แห่งนี้ล้วนอยู่ในสายตาของข้า"
ช่างเป็นการรีดไถที่หน้าด้านๆ เสียจริง! นี่มันเท่ากับต้องส่งมอบผลผลิตถึงเจ็ดในสิบส่วนของแต่ละวันเลยทีเดียว สุดท้ายแล้ว ต่อให้เพิ่มกำลังการผลิตมากแค่ไหน จำนวนไม้ที่จะส่งเข้าเมืองก็ยังคงน้อยลงอยู่ดี มิน่าเล่าถึงไม่มีใครเต็มใจทำงานหนัก
ซูมู่ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด "ฟาร์มป่าไม้จะไม่ส่งมอบไม้อีกต่อไป เจ้ากลับไปหาคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าซะ ใครที่ต้องการไม้ ให้มันมาเอาจากข้าด้วยตัวเอง"
ชายอ้วนผุดลุกขึ้นยืนพรวดพลางชี้หน้าซูมู่ "เจ้า! เจ้ามันหยิ่งยโสแถมยังโง่เขลา เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นตัวแทนของฟาร์มป่าไม้ได้งั้นหรือ เป็นแค่ผู้ดูแลการผลิตกระจอกๆ พรุ่งนี้นายท่านแห่งฟาร์มป่าไม้ก็คงหาคนมาแทนที่เจ้าแล้ว"
พูดจบ ชายอ้วนก็กระฟัดกระเฟียดเดินออกไป พร้อมกับสั่งการลูกน้อง "ไปเอาไม้อีโบนีมา 700 ท่อน ใครกล้าขัดขืน ตีมันให้ตาย!"
เมื่อได้ยินคำสั่งของลูกพี่ เหล่าอันธพาลก็คึกคะนองขึ้นมาทันที พวกมันผลักไสไล่ส่งบรรดาช่างไม้อย่างหยาบคาย และเตรียมจะลากท่อนซุงขึ้นเกวียน
ทันใดนั้น ดาบยาวเล่มหนึ่งก็พาดลงบนไหล่ของผู้จัดการร่างอ้วน ทิ้งรอยเลือดจางๆ ไว้บนลำคอของเขา
[อันธพาล: โจมตี 0 ป้องกัน 0 ความเสียหาย 0 ถึง 0 พลังชีวิต 1 ความเร็ว 0 ขนาด เล็ก ธาตุ ไม่มี บทวิจารณ์: พวกชั้นต่ำเหล่านี้ ประโยชน์เพียงอย่างเดียวของพวกมันอาจเป็นวิธีการลักขโมยเท่านั้น]
ซูมู่ปรายตามองพวกอันธพาลในลานกว้าง กลุ่มคนชั้นต่ำที่แม้แต่มาตรฐานขั้นต่ำของทหารระดับ 1 ยังไม่ผ่าน เก่งแต่รังแกชาวบ้านตาดำๆ
ถึงอย่างไร ซูมู่ก็เป็นถึงฮีโร่ที่เพิ่งได้รับการเลื่อนขั้น แม้เขาจะเป็นนักปกครองที่ไม่ใช่สายต่อสู้ แต่แก่นแท้แห่งชีวิตของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว การจัดการกับอันธพาลนับสิบคนย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย
ชายอ้วนตัวสั่นเทา พูดจาตะกุกตะกัก "อย่า... อย่าทำอะไรวู่วาม มีอะไรก็... ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันเถอะ ไม่ใช่ข้าหรอกนะที่เอาไม้พวกนี้ไป มันไม่คุ้มกันหรอก!"
ซูมู่ตวัดดาบฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายอ้วนอย่างจัง ส่งผลให้มันทรุดลงไปคุกเข่าคลำหาฟันของตัวเองบนพื้นในทันที
"กลับไปบอกนายของเจ้าซะว่าไม้พวกนี้มีคนรับไปแล้ว ถ้าพวกมันไม่พอใจ ก็ให้ไปตามหาคนรับของเอาเอง!"
ชายอ้วนตะเกียกตะกายหนีไป ส่วนอันธพาลคนอื่นๆ เมื่อเห็นลูกพี่ถูกสั่งสอน แน่นอนว่าพวกมันย่อมพากันวิ่งหนีแตกกระเจิงอย่างตื่นตระหนก
ก่อนจากไป ชายอ้วนยังคงพึมพำคำขู่ แต่ซูมู่ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ปัญหาที่แท้จริงยังมาไม่ถึง หมาป่าจะคายอาหารที่กลืนลงท้องไปแล้วออกมาอย่างง่ายดายได้อย่างไร
ป่าชางมู่เป็นเพียงสถานที่เล็กๆ แต่อำนาจของมันกลับหยั่งรากลึกและเชื่อมโยงกับป้อมปราการลองลิตอย่างใกล้ชิด โชคดีที่ซูมู่เตรียมการไว้แล้ว และป่านนี้คนของสมาคมค้าไม้ก็คงจะมาถึงที่โถงสภาแล้ว
ซูมู่มุ่งหน้าไปยังโถงสภาทันที ทว่ามีคนไปถึงที่นั่นก่อนเขาแล้ว
วินาทีที่เขาก้าวเข้าไปในโถง ทหารที่มีอาวุธครบมือกว่าสิบคนก็เข้าปิดล้อมเขาไว้ หอกยาวของพวกมันตั้งค่ายกลเตรียมพร้อม หากเขาขัดขืนก็จะถูกสังหารทิ้งตรงนั้นทันที
ดวงตาของซูมู่ไหววูบเล็กน้อย เขาจำที่มาของทีมระดับหัวกะทินี้ได้
[พลหอก (ปราสาทระดับ 1 ยูนิตเลเวล 1): โจมตี 4 ป้องกัน 5 ความเสียหาย 1 ถึง 3 พลังชีวิต 10 ความเร็ว 4 ขนาด เล็ก ธาตุ ไม่มี ต่อต้านทหารม้า: เพิกเฉยต่อการพุ่งชนของทหารม้า บทวิจารณ์: พลหอกที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีคือรากฐานในการปกครองของจักรวรรดิมนุษย์]
อักษรรูนรูปหอกอันเรียบง่ายและปราศจากการตกแต่งใดๆ ถูกสลักไว้บนชุดเกราะของพวกเขา การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานหลายปีทำให้พลหอกเหล่านี้ไร้ความหวาดกลัวและเด็ดเดี่ยว พวกเขาจะไม่ยอมล่าถอยแม้ต้องเผชิญหน้ากับการพุ่งชาร์จของทหารม้า
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงยูนิตระดับต่ำสุดของฝ่ายปราสาท แต่ทว่าทั่วทั้งโลกแห่งฮีโร่ พวกเขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในยูนิตเลเวล 1 ที่ดีที่สุดจากทุกฝ่าย
เหล่าพลหอกล้อมรอบตัวซูมู่ ชายร่างบึกบึนก้าวออกมาจากด้านหลังพวกนั้น เขาถอดหมวกเกราะออกเพื่อเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ซึ่งก็คือหัวหน้ายามแห่งเมืองชางมู่นั่นเอง
"ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าไปเข้าพวกกับใคร แต่ถ้าเจ้าอยากจะอยู่รอดในเมืองชางมู่ เจ้าก็ต้องทำตามกฎ"
"อย่าคิดว่าตัวเองพิเศษนัก ฟาร์มป่าไม้ชางมู่มีประวัติศาสตร์มานานหลายสิบปี และมีผู้คนมากมายหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปในทุกๆ ตำแหน่ง ถ้าเจ้าไม่เชื่อฟัง พรุ่งนี้ก็จะมีคนมาเป็นผู้ดูแลการผลิตแทน และศพของเจ้าก็จะถูกหนูแทะกินอยู่ในท่อระบายน้ำ"
หัวหน้ายามวู้ดมีสีหน้าเรียบเฉย เขามองดูซูมู่ราวกับกำลังมองดูหนูตัวหนึ่ง
สิ่งที่เรียกว่าความคับแค้นใจ อาจเป็นเพียงสิ่งที่ซูมู่ต้องเก็บไปคิดทบทวน แต่ในมุมมองของวู้ด ตำแหน่งที่ทำกำไรได้งามเช่นนี้จำเป็นต้องให้คนของเขาเป็นผู้ถือครอง และซูมู่ก็เป็นแค่ตัวเกะกะ
ในอดีต ตอนที่ซูมู่ยังมีผู้หนุนหลัง มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้เขาสูญเสียมันไปแล้ว ทว่ายังกล้าที่จะยึดครองตำแหน่งนี้ไว้ นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าพลหอกที่รายล้อม ซูมู่กลับไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาเลย "ที่นี่มีไม้และก็มีกฎเกณฑ์ แต่ไม่ใช่กฎเกณฑ์ของฟาร์มป่าไม้ เราทำตามกฎของป้อมปราการลองลิตและอาณาจักรเอลตัน"
วู้ดระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนตัวงอ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของซูมู่แล้วกระซิบว่า "เจ้าน่ะหรือ ชาวนาจากเมืองเล็กๆ แต่กลับกล้าไปคิดถึงบรรดานายท่านแห่งปราสาทและเหล่าขุนนางแห่งอาณาจักร"
"อย่าทำตัวไร้เดียงสาไปหน่อยเลย พวกเขาพร่ำเพ้อถึงเกียรติยศอัศวินและการอยู่รอดร่วมกัน แต่มีใครบ้างล่ะที่ไม่กอบโกยเข้าพุงตัวเองก่อน"
"เจ้าคิดว่าการไปหาคนจากสมาคมค้าไม้มาได้ จะถือว่ามีผู้หนุนหลังแล้วอย่างนั้นหรือ"
"แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าไม้ที่ถูกส่งมอบไปนั้นมันไปอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนกว้านซื้อของพวกนี้"
รูม่านตาของซูมู่หดเล็กลงเล็กน้อย ขณะที่เขาจ้องมองหัวหน้ายามอย่างพินิจพิเคราะห์
วู้ดก้าวไปข้างหน้าแล้วตบไหล่ซูมู่เบาๆ "อย่าไร้เดียงสาไปเลย ข้าก็เคยเป็นเด็กหนุ่มมาก่อน ข้าเองก็เคยอยากจะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ แต่พวกขุนนางไม่มีทางให้โอกาสเจ้าหรอก"
"ชดเชยไม้ส่วนที่ควรจะส่งมอบมาซะ แล้วเรื่องนี้จะถือซะว่าไม่เคยเกิดขึ้น ความขุ่นเคืองระหว่างเราก่อนหน้านี้ก็จะถูกลบล้างไปด้วย"
"เจ้าบริหารฟาร์มป่าไม้ได้ดี ข้าจะเสนอแนะให้เจ้าเป็นผู้ดูแลการผลิตต่อไป การที่เรามาหาเงินด้วยกัน มันไม่ดีกว่าหรือ"
ซูมู่มองดูชายร่างบึกบึนตรงหน้า พลางรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง
เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่พวกใช้กำลังที่ป่าเถื่อน ทั้งเจ้าเล่ห์ หยิ่งยโส และปลิ้นปล้อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการที่สามารถดำรงตำแหน่งหัวหน้ายามในป่าชางมู่ได้ เขาเองก็มีความฉลาดอยู่ไม่น้อย
แต่มันก็เท่านั้น
ซูมู่ปัดมือของอีกฝ่ายออก แล้วพูดขึ้นทีละคำ "กระแสหลักนั้นไม่อาจหยุดยั้งได้ ยุคสมัยกำลังจะเปลี่ยนไป และไม้จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง!"
นี่ไม่ใช่ความคิดเดิมของซูมู่ ทว่ามันคือคำพูดของอัครมหาเสนาบดีแห่งจักรวรรดิเอสซิดอร์ในช่วงสงครามแย่งชิงไม้
รอยยิ้มของวู้ดแข็งค้าง และแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอย่างเกรี้ยวกราด ความเยือกเย็นและไหวพริบก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา และเขาเตรียมที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ดึกดำบรรพ์และรุนแรงที่สุด
"พลหอก ฆ่ามันซะ!"
เหล่าพลหอกปฏิบัติตามทันที พวกเขาเงื้อหอกยาวขึ้นและเตรียมจะแทงลงมา
ทว่ากลับมีเสียงตะโกนอย่างร้อนรนดังมาจากด้านหลัง "หยุดเดี๋ยวนี้! นายท่านจากสมาคมค้าไม้ต้องการพบเขา"