เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - สังหารว่านหรูเยียน

บทที่ 20 - สังหารว่านหรูเยียน

บทที่ 20 - สังหารว่านหรูเยียน


บทที่ 20 - สังหารว่านหรูเยียน

★★★★★

เยี่ยหลิวไม่ได้ถามอะไรให้มากความ หันหลังเดินไป "เชิญ" แขกตามคำสั่ง

เมื่อเขาคล้อยหลังไป เยี่ยจิ่วหลีก็ค้นของในหอคอยหลิวหลี หยิบของเล่นหายากที่ซื้อมาจากตลาดมืดก่อนหน้านี้ออกมา

เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานบ้าน รวบรวมพลังปราณไว้ที่มือแล้วส่งของชิ้นนั้นไปซ่อนไว้ในซอกภูเขาจำลองด้านข้าง

ไม่นานนัก

เยี่ยหลิวก็พาว่านหรูเยียนเดินเข้ามา จากนั้นก็ทำตามคำสั่งของเยี่ยจิ่วหลีก่อนหน้านี้ ถอยออกไปจากลานบ้าน ปิดประตูลงกลอน แล้วร่ายเวทสกัดกั้น ปิดตายลานบ้านแห่งนี้อย่างแน่นหนา

ว่านหรูเยียนไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำของเยี่ยหลิว ก่อนจะมาที่ตระกูลเยี่ย ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น หวาดกลัวว่าเยี่ยจิ่วหลีจะยังไม่ตาย

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ก้าวเข้ามาในลานบ้าน เห็นแผ่นหลังอันคุ้นเคยยืนหันหลังให้ ความตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที

"เยี่ยจิ่วหลี นี่แกยังไม่ตายอีกเหรอ!"

"ทำไม หรือว่าเจ้าอยากให้ข้าตายนัก" เยี่ยจิ่วหลีไม่ได้หันกลับไป ยังคงยืนหันหลังให้

ว่านหรูเยียนชะงักไป ตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอพูดจาผิดหูไปแล้ว จึงรีบเปลี่ยนสีหน้าทันที

"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ข้าดีใจแทบแย่ที่หลีเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นในป่าหิ่งห้อยวันนั้นมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ พี่สาวเองก็คิดไม่ถึงว่าแค่ชวนเจ้าออกไปเที่ยวเล่น จะต้องมาเจอกับคนร้ายแบบนั้น"

เมื่อเห็นเยี่ยจิ่วหลียังคงยืนหันหลังให้และไม่ยอมพูดอะไร ว่านหรูเยียนก็คิดว่าเธอยังคงโกรธอยู่ จึงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด แล้วอธิบายต่อ

"แต่สถานการณ์ตอนนั้นเจ้าก็เห็นนี่ ถ้าข้าไม่รีบหนีไปตามคนมาช่วย เราสองคนก็คงต้องตายอยู่ที่นั่นด้วยกันแล้ว ถ้าเจ้ายังโกรธที่พี่สาวทิ้งเจ้าไว้คนเดียว ข้าขอโทษเจ้าก็ได้ หลีเอ๋อร์ยกโทษให้พี่สาวเถอะนะ ดีไหมจ๊ะ"

พูดไปพูดมา ว่านหรูเยียนก็เริ่มใช้น้ำเสียงออดอ้อน

น้ำเสียงบีบเล็กแหลมที่แสนจะน่าสะอิดสะเอียน ไม่ใช่แค่เยี่ยจิ่วหลีที่ทนฟังไม่ได้ แม้แต่ตัวว่านหรูเยียนเองก็ยังรู้สึกขยะแขยง

ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ยัยขยะนี่มันชอบลูกไม้นี้นี่

เมื่อก่อนเวลาทำเยี่ยจิ่วหลีโกรธ แค่ทำเสียงอ้อนนิดอ้อนหน่อย ยัยนั่นก็ยอมยกโทษให้แล้ว

ว่านหรูเยียนงัดเอาลูกไม้เดิมๆ มาใช้ คิดว่าครั้งนี้ก็จะเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ยืนรอให้เยี่ยจิ่วหลีหันกลับมาดีด้วยอย่างใจจดใจจ่อ

ใครจะไปคิดว่าสิ่งที่รออยู่ไม่ใช่การยอมคืนดี แต่กลับเป็นประโยคที่ฟังดูคุ้นหูคุ้นตาจนน่าขนลุก

"เอาสิ งั้นเจ้าก็ขอโทษมาสิ"

เยี่ยจิ่วหลีหันกลับมา กอดอกส่งยิ้มเยาะเย้ยให้เธอ

"อะไรนะ"

ว่านหรูเยียนตกตะลึง ประโยคนี้ทำไมมันถึงเหมือนกับที่นังผู้หญิงหน้ากากคนนั้นพูดตอนไปซื้อเตาหลอมที่หอการค้าสรรพสมบัติไม่มีผิดเพี้ยนเลยล่ะ!

เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยจิ่วหลี และสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาก็คือใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว

ชะงักไปครู่หนึ่ง ว่านหรูเยียนก็ตั้งสติได้ เบิกตากว้าง กรีดร้องออกมาด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ "นี่แกคือเยี่ยจิ่วหลีเหรอ เป็นไปไม่ได้!"

ยัยขยะไร้ค่านั่นมันต้องเป็นยัยอัปลักษณ์ที่มีรอยด่างดำเต็มหน้าสิ จะเป็นผู้หญิงที่สวยกว่าเธอได้ยังไง!

ใบหน้าของว่านหรูเยียนเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ

เมื่อได้ฟังน้ำเสียง ท่าทาง และการแสดงออกของเยี่ยจิ่วหลี มันก็ค่อยๆ ซ้อนทับกับภาพของผู้หญิงสวมหน้ากากในหอการค้าสรรพสมบัติอย่างสมบูรณ์

ต่อให้โง่แค่ไหนตอนนี้ก็คงเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้ว

ที่แท้เธอก็ถูกเยี่ยจิ่วหลีปั่นหัวเล่นมาตั้งแต่แรก ว่านหรูเยียนโกรธจนกัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น

"เยี่ยจิ่วหลี แกแกล้งทำเป็นผีหลอกวิญญาณหลอนมาแย่งเตาหลอมหยกครามของข้าไปก็แล้วไปเถอะ นี่ยังคิดจะให้ข้าขอโทษแกอีกเหรอ ฝันไปเถอะ!"

"เว้นแต่แกจะคืนเตาหลอมหยกครามกับพี่ม่อมาให้ข้า ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่รังเกียจที่จะหาคนมาฆ่าแกอีกรอบหรอกนะ!"

คำพูดประโยคนี้หลุดออกมา ถือว่าว่านหรูเยียนได้ฉีกหน้ากากจอมปลอมทิ้งไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

และนี่ก็คือสิ่งที่เยี่ยจิ่วหลีกำลังรอคอยอยู่พอดี!

"ดื้อด้านไม่ยอมรับความจริงแถมยังเพ้อเจ้ออีก ในเมื่อไม่ยอมขอโทษ ก็เอาชีวิตของเจ้ามาแลกก็แล้วกัน!"

เธอแค่นเสียงเย็นชา ไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป กำหมัดพุ่งทะยานไปข้างหน้า โจมตีว่านหรูเยียนด้วยความรวดเร็วและรุนแรงปานสายฟ้าแลบ

"หึ รนหาที่ตาย!"

ว่านหรูเยียนมีใบหน้าบิดเบี้ยว รีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันระดับอก รวบรวมพลังปราณไว้ในมือ สร้างเกราะป้องกันรอบตัว

ใบหน้าหายดีแล้วจะทำไมล่ะ

ก็แค่ขยะไร้ค่าที่ฝึกฝนพลังไม่ได้ มีแต่ร่างกายเนื้อหนังมังสา คิดจะมาทำร้ายเธอให้ระคายเคืองงั้นหรือ ฝันไปเถอะ!

เมื่อเกราะป้องกันก่อตัวเสร็จ ว่านหรูเยียนก็ไม่พอใจแค่นั้น เธอรีดเร้นพลังปราณที่เหลืออยู่ในจุดกำเนิดพลังออกมาจนหมด รวบรวมไว้ที่ฝ่ามือ พุ่งเข้าปะทะกับเยี่ยจิ่วหลีตรงๆ หมายจะปลิดชีพในคราวเดียว

"ปัง!"

"อั้ก!"

เสียงกระแทกดังทึบ ร่างของว่านหรูเยียนก็ลอยละลิ่วปลิวไปในทิศทางตรงกันข้ามราวกับว่าวสายป่านขาด ร่างกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง ก่อนจะกระอักเลือดคำโตออกมา

เกราะป้องกันที่เธอภาคภูมิใจนักหนา เมื่ออยู่ต่อหน้าเยี่ยจิ่วหลีก็เปราะบางราวกับกระดาษ ถูกเตะเบาๆ ก็แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ

แค่เตะเพียงครั้งเดียว ว่านหรูเยียนก็สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปในทันที

"เป็นไปได้ยังไงกัน!"

ว่านหรูเยียนกุมซี่โครงที่หัก ฝืนใช้แขนยันตัวลุกขึ้นมา มองดูเยี่ยจิ่วหลีที่กำลังชักเท้ากลับและชายกระโปรงที่พลิ้วไหวด้วยความหวาดผวา

เมื่อครู่นี้ยัยขยะนี่ใช้พลังปราณนี่นา มันสามารถฝึกฝนพลังได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

แถมด้วยระดับพลังระดับสองขั้นปลายของเธอ กลับต้านทานการโจมตีของเยี่ยจิ่วหลีไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว!

"ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ ในเมื่อเจ้าคิดจะฆ่าข้า ก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกข้าฆ่าไว้ด้วยสิ"

เยี่ยจิ่วหลีเอ่ยเสียงเรียบ ค่อยๆ เดินเข้าไปหาว่านหรูเยียน พลังปราณรวบรวมอยู่ที่ฝ่ามือ กลายเป็นปราณกระบี่ที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น ชี้ตรงไปยังตำแหน่งหัวใจของนาง

มาถึงตอนนี้ ว่านหรูเยียนถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเยี่ยจิ่วหลีที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ยัยขยะคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ที่บอกว่าจะฆ่า ก็ไม่ได้พูดเล่นๆ

อารมณ์ความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในใจ ทั้งไม่อยากจะเชื่อ ไม่ยินยอม และความหวาดกลัวผสมปนเปกันไปหมด ในที่สุดว่านหรูเยียนก็สติแตก

เธอเบิกตากว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอย ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง "เยี่ยจิ่วหลี แกจะฆ่าข้าไม่ได้นะ ข้าคือคุณหนูตระกูลว่าน พ่อของข้าคือผู้นำตระกูลว่าน ถ้าแกกล้าฆ่าข้า เขาไม่ปล่อยแกไว้แน่!"

"หนวกหูจริง"

เยี่ยจิ่วหลีไม่สนใจคำขู่ของว่านหรูเยียนแม้แต่น้อย พลิกข้อมือวูบเดียว ปราณกระบี่ก็พุ่งทะยานตรงดิ่งไปยังตำแหน่งหัวใจของว่านหรูเยียนทันที

ไม่ปล่อยไว้ก็มาเลยสิ!

พ่อแล้วไง ผู้นำตระกูลว่านแล้วจะทำไม!

เธอไม่มีพ่อ แต่เธอมีท่านปู่ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครคอยปกป้องเสียหน่อย

คิดว่าจะสามารถเด็ดหัวของว่านหรูเยียนได้ในดาบเดียว ใครจะไปคิดว่าพอปราณกระบี่ทะลวงเข้าใกล้หัวใจของนางไปแค่นิดเดียว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

แสงสีทองวาบขึ้นที่หน้าอกของนางอย่างกะทันหัน ก่อตัวเป็นเกราะป้องกันขึ้นมาในชั่วพริบตา ทำให้ปราณกระบี่ไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้แม้แต่น้อย

พร้อมกันนั้น แรงกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่ เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังกึกก้อง ทำให้หูทั้งสองข้างของเยี่ยจิ่วหลีมีเลือดไหลออกมาทันที

"เด็กตระกูลเยี่ย หยุดเดี๋ยวนี้นะ หากแกกล้าเอาชีวิตลูกสาวข้า ข้าว่านเซี่ยงซานจะไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่!"

เยี่ยจิ่วหลีกัดฟันกรอด จำใจต้องสลายปราณกระบี่ทิ้ง รีบเร่งเร้าพลังปราณทั้งหมดในร่างเพื่อต้านทานแรงกดดัน ภายในใจตื่นตะลึงสุดขีด

ตราประทับจิตวิญญาณ!

ว่านเซี่ยงซานทะลวงผ่านระดับขุนพลแล้วงั้นหรือ เป็นไปได้ยังไงกัน

ตราประทับจิตวิญญาณคือวิชาลี้ลับเฉพาะตัว ผู้ที่บรรลุถึงระดับขุนพลจึงจะสามารถใช้งานได้ โดยการประทับกลิ่นอายของตัวเองลงบนตัวผู้ที่ต้องการปกป้อง ในยามคับขันสามารถช่วยต้านทานการโจมตีถึงตายได้หนึ่งครั้ง

"ช่างกล้าปากดีเสียจริง!"

ในจังหวะที่เยี่ยจิ่วหลีกำลังจะต้านทานไม่ไหวนั่นเอง เยี่ยเฟิงก็มาถึงพอดี เขาสะบัดแขนเสื้อวูบเดียว ก็สลายแรงกดดันจากว่านเซี่ยงซานไปได้เกินครึ่ง

เขาขมวดคิ้วขาวเป็นปม ตวาดลั่น

"ว่านเซี่ยงซาน ไอ้แก่หนังเหนียว กล้าดีมาทำร้ายหลานสาวข้า คิดว่าตระกูลเยี่ยของข้าไร้น้ำยางั้นรึ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - สังหารว่านหรูเยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว